หนังระทึกขวัญแนวอสุรกายไล่ล่า เป็นหนึ่งในแนวหนังที่คนดูหนังส่วนใหญ่ให้การต้อนรับเสมอมา ไม่ว่างานนั้นจะเป็นหนังทุนสูงโปรดักชั่นงามหรือทุนต่ำหนังเกรดบี ก็มักจะทำกำไรให้สตูดิโอผู้สร้างเสมอ นั่นทำให้เรามีหนังแนวๆ นี้ออกมาให้ดูอยู่เรื่อยๆ
หนึ่งในอสุรกายที่มักจะถูกหยิบนำมาใช้ให้เป็นพระเอกของเรื่องก็คือ จระเข้ ซึ่ง Crawl หรือในชื่อไทยว่า คลานขย้ำ นอกจากตัวอย่างที่โดนใจแฟนหนังแนวๆ นี้อยู่แล้ว ยังมีชื่อของ "แซม ไรมี่" เป็นหนึ่งในรายนามของผู้อำนวยการสร้าง ทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจมากขึ้นไปอีก
Crawl คลานขย้ำ เล่าเหตุการณ์วาตภัยเมื่อพายุเฮอริเคนได้เข้าพัดถล่มฟลอริดา เฮลีย์ (คาย่า สโคเดลาริโอ) นักกีฬาว่ายน้ำ ที่เดินทางกลับไปยังบ้านเกิด เพื่อกลับไปหาพ่อ (แบร์รี่ เปปเปอร์) ที่หายตัวไป โดยขัดขืนคำสั่งประกาศอพยพ จนเมื่อเธอพบกับพ่อ ทั้งคู่ก็ถูกพายุเฮอริเคนเข้าแบบเต็มๆ เฮลีย์และพ่อต้องติดอยู่กับบ้านและเผชิญกับระดับน้ำที่สูงขึ้น ที่ตอนนี้ถูกล้อมรอบด้วยจระเข้นักล่าที่รอจัดการเหยื่อของมัน
...
หนังรู้ตัวว่า "มีดี" อะไร และรู้ว่าคนดูต้องการอะไร โดยไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้มากเกินในสิ่งที่ตัวเองไม่มีทางเป็น หนังจึงมุ่งไปในสิ่งที่ควรในแบบไม่เยิ่นเย้อ ตลอด 1 ชั่วโมง 27 นาที หลังจากที่ปูเรื่องราวในแบบที่พอให้คนดูเข้าใจที่มาที่ไป ก็ถึงเวลาจัดหนักใส่คนดูแบบเต็มๆ
ด้วยสถานการณ์บีบคั้นอันหลากหลาย แน่นอนว่าฉากขายก็ยังคงเป็นฉากไล่ล่า ชิงเหลี่ยมกันระหว่างตัวละครมนุษย์ที่ต้องเอาตัวรอดด้วยเงื่อนไขที่จำกัด กับอสุรกายใต้น้ำที่เหมือนจะได้เปรียบกว่าในทุกทาง ทำเอาคนดูอย่างเรานั่งไม่ติด ลุ้นจิกเบาะ ตั้งแต่เริ่มไปจนจบ นอกจากความลุ้นระทึกในแบบที่หนังแนวนี้ควรจะเป็น ใครที่เป็นสายโหดที่อยากเห็นเลือด เห็นเนื้อ หรือฉากแหวะ หนังมีมาให้ในแบบกำลังดี พอให้เลือดลมได้สูบฉีด
หนังไม่ได้เล่นเรื่องการไล่ล่าของพี่เข้แบบดื้อๆ เน้นขายฉากแอ็กชั่นไล่ล่าเท่านั้น แต่มันมีเงื่อนไขของเจ้าอสุรกายตัวนี้ ว่ามีความสามารถอะไร ข้อจำกัดอะไร และพอจะหาอะไรรอบตัวมาใช้เป็นทุนในการเอาตัวรอด เป็นเงื่อนไขที่ทำให้การไล่ล่ามีมิติ ดูสนุกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ก็ยังแอบมีฉากแบบบังคับว่าฉากนี้คนดูต้องสะดุ้ง ต้องตกใจ อยู่บ้าง ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีอะไรมากนัก ฉากแบบนี้แม้จะเป็นเรื่องปกติของหนังประเภทนี้ แต่ก็แอบขัดใจกับความทื่อด้านไร้ชั้นเชิง
ดราม่าในเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ-ลูกใน Crawl คลานขย้ำ ในทีแรกที่ดูจบ ก็รู้สึกว่ามันตามสูตร พอมีในแบบที่ทำให้คนดูได้ติดตามและไม่ทำให้หนังจืดเกินไป แต่พอมาคิดหลังจากที่ดูจบ รู้สึกว่าเรื่องราวของพ่อ-ลูกในหนัง มีความลึกมากกว่าที่คิดในทีแรก มันไม่ใช่ความสัมพันธ์พ่อ-ลูกในแบบที่รักและเป็นห่วงกันและกันในแบบปกติ (ซึ่งจริงๆ ในเรื่องออกจะขัดแย้งกันด้วยซ้ำ) มันยังมีเรื่องของการฝึกฝนให้เป็น "ผู้ชนะ" อันเป็นแรงขับให้ทั้งสองพยายามเอาตัวรอดจากพายุและพี่เข้จอมโหดในเรื่อง
...
หลายฉากแอบรู้สึกถึงลายเซ็นของ แซม ไรมี่ อยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม ก็ต้องไม่ลืมให้เครดิตกับ อเล็กซานเดอร์ อาจา ผู้กำกับสยองขวัญสัญชาติฝรั่งเศส ที่หลายคนอาจจะจำได้จากหนังเรื่อง Horns และ Piranha 3D ที่ทำให้ Crawl คลานขย้ำ ออกมาในแบบที่กลมกล่อมกำลังดี
สุดท้าย คำแนะนำเดียวของการดูหนัง Crawl คลานขย้ำ ให้สนุก ก็คือเราต้องปล่อยวางตรรกะ หรือการตั้งข้อสงสัยต่อความสมเหตุสมผล หรือการกระทำของตัวละครในเรื่อง ที่ไม่รู้ว่าเป็นการทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือแย่ลง แล้วไปสนุกลุ้นกับสิ่งที่มีตรงหน้าก็พอ ใครรอหนังแนวๆ นี้อยู่ หนังเข้าฉายแล้ว อย่าได้พลาด!
...
อ่านรีวิวหนัง ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่นๆ
ชา ตีตั๋วชนโรง
Twitter @Chamanz13
Facebook: ตีตั๋วชนโรง