ข่าว
100 year

ตีตั๋วชนโรง: Fast & Furious: Hobbs & Shaw คู่หู-คู่กัด โม้..แรงทะลุนรก!

ตีตั๋วชนโรง1 ส.ค. 2562 08:01 น.
SHARE


การ "สร้างหนังภาคต่อ" ไม่ใช่รูปแบบการต่อยอดความสำเร็จของหนังดังในยุคนี้เพียงอย่างเดียว การ "สร้างหนังภาคแยก" เป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจและได้รับความนิยมมากขึ้น นั่นจึงเป็นที่มาของหนัง Fast & Furious: Hobbs & Shaw หรือในชื่อไทย เร็ว...แรงทะลุนรก ฮ็อบส์ & ชอว์ หนังภาคแยกของหนังแฟรนไชส์ Fast & Furious โดยจับคู่กัด "ลุค ฮ็อบส์" และ "เดคคาร์ด ชอว์" ที่เมื่อเจอกันทีไร มีเรื่องกันตลอด ไม่ว่าจะด้วยฝีมือหรือฝีปากให้มาดวลกันในหนังเรื่องนี้

เดวิด ลิทช์ ผู้กำกับที่สร้างชื่อขึ้นมาจาก John Wick (uncredited), Atomic Blonde และ Deadpool 2 ดูเป็นผู้กำกับที่เหมาะกับงานนี้ ตั้งแต่เห็นชื่อว่าจะมากำกับในครั้งแรก และเมื่อได้ดูมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ฉากแอ็กชั่นขับรถซิ่งไล่ล่า แอ็กชั่นดวลหมัดต่อหมัด หรือการชิงเหลี่ยมในสถานการณ์ต่างๆ ถูกออกแบบออกมาเพื่อตอบสนองแฟนหนัง Fast & Furious และแฟนแอ็กชั่นโดยเฉพาะ


นี่คือหนังแอ็กชั่นที่สรุปแบบสั้นๆ ได้เลยว่ามันคือหนังที่ดู "เอามัน" ดูเพื่อ "ความบันเทิง" โดยเฉพาะ หนังเต็มไปด้วยฉากเท่ ๆ มากมาย ที่ทั้งหมดแม้จะเต็มไปด้วยความโม้ เว้อ ไม่สมจริง แต่กลับดูสนุกมาก อารมณ์ระหว่างดูจะคล้ายๆ กับการนั่งรถไฟเหาะ ที่เมื่อค่อยๆ ไต่ระดับความชัน ความเร็ว จนได้ระดับหนึ่งแล้ว มันก็ถึงเวลาที่จะพุ่งด้วยความเร็วแรง เทโค้ง ตีลังกา และเราก็ตื่นเต้น หวือหวา ลุ้นไปกับมัน กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็สุดเส้นทางแล้ว


Hobbs & Shaw ให้ความรู้สึกเหมือนกับการดูหนัง Fast & Furious ในภาคหลังๆ ที่เป็นแอ็กชั่นที่มีจุดขายตรงความเว่อร์วังอลังการของฉากแอ็กชั่นที่โม้สะบัด แต่การเล่าเรื่อง เคมีของนักแสดง ก็ทำให้เราสนุกบันเทิงไปกับมัน ทิ้งขว้างความสมเหตุสมผลไปตลอดเวลาที่หนังฉาย


ใครที่คิดจะไปดู Hobbs & Shaw อยู่แล้วคงไม่ได้สนใจอยากรู้เรื่องย่อสักเท่าไหร่ แต่ขอให้ไว้เป็นข้อมูล ซึ่งสิ่งที่น่าทำให้แฟนหนังอุ่นใจ ก็คือการที่ "คริส มอร์แกน" ผู้เขียนบทและทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ขาประจำของ Fast & Furious ยังคงมาทำหน้าที่เดิมของเขาอยู่ในหนังเรื่องนี้ นั่นหมายความว่าภาพรวมของหนัง Hobbs & Shaw จะไปหลุดออกมาไปจากธีม Fast & Furious


เมื่อ "ไวรัสมรณะ" ตกเป็นเป้าหมายขององค์กรลับปริศนา ที่มีเป้าหมายในการยกระดับมนุษยชาติ โดยมี บริกซ์ตัน (ไอดริส เอลบา) มือสังหารขององค์กรที่ถูกปรับแต่งพันธุกรรมให้เป็นซุปเปอร์มนุษย์ ออกไล่ล่าตัวของ แฮตตี้ ชอว์ (วาเนสซา เคอร์บี้) เจ้าหน้าที่ MI6 น้องสาวของชอว์ ผู้ทำหน้าที่ปกป้องไวรัสนี้อยู่ เมื่อโลกตกอยู่ในอันตราย ทำให้ 2 คู่กัด ลุค ฮ็อบส์ (ดเวย์น จอห์นสัน) และ เดคคาร์ด ชอว์ (เจสัน สเตแธม) ต้องมาร่วมมือกัน เพื่อโค่นศัตรู ช่วยน้องสาว และปกป้องโลกใบนี้


ต้องบอกว่า Hobbs & Shaw มีทีมนักแสดงที่ดีมาก ดเวย์น จอห์นสัน และ เจสัน สเตแธม ไม่มีอะไรน่าต้องสงสัย เคมีความเป็นคู่หูคู่กัดของทั้ง 2 มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม แค่คู่นี้มาเข้าฉากด้วยกันก็รู้สึกถึงความมันแล้ว แอ็กชั่นของทั้งคู่ก็เป็นไปตามมาตรฐาน ไอดริส เอลบา ก็เป็นวายร้ายที่เท่มาก แม้มิติตัวละครนี้จะน้อยไปนิด แต่การแสดงของเอลบาก็ทำให้ตัวละครนี้น่าจดจำมากขึ้น ที่น่าประทับใจก็คงเป็นเธอ วาเนสซา เคอร์บี้ นักแสดงสาวอังกฤษที่มีเสน่ห์ล้นมากๆ เป็นกุหลาบหนามแหลมแต่สวยงามในเรื่อง และที่ชอบเป็นพิเศษคือเหล่านักแสดงสมทบในเรื่องที่นำโดย เฮเลน มิเรน และอีก 2 นักแสดงลับ ที่อยากให้ไปรู้ในหนังเองว่าคือใคร ที่มีส่วนช่วยยกระดับหนังให้ดียิ่งขึ้น


สุดท้าย Fast & Furious: Hobbs & Shaw คือหนังแอ็กชั่นที่่ตอบโจทย์ด้านความบันเทิงโดยแท้ ดูเอามันแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก และก็ไม่ลืมตอกย้ำธีมสำคัญที่ทำให้แฟน ๆ รักในหนัง Fast อย่างเรื่อง "ครอบครัว" ที่ในเรื่องก็ให้ความหมายคำๆ นี้ ในอีกมุมได้อย่างน่าประทับใจ เป็นหนังคุ้มค่าตั๋ว ที่ให้แฟนหนัง Fast ได้มันสะใจ ก่อนการมาของหนัง Fast & Furious 9 ในปีหน้า

อ่านรีวิวหนัง ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่นๆ
ชา ตีตั๋วชนโรง
Twitter @Chamanz13
Facebook: ตีตั๋วชนโรง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตีตั๋วชนโรงHobbs & Shawเร็ว...แรงทะลุนรก ฮ็อบส์ & ชอว์รีวิวหนังหนังใหม่

คุณอาจสนใจข่าวนี้