เอาจริงๆ ชอบการแสดงของ “เฮลีย์” มากกว่าแต่คาริสม่าของ “โคล” นั้นมีพลังทำลายล้างสูงเหลือเกิน

เป็นอีกเรื่องที่เข้าไปดูพร้อมความไม่คาดหวัง แต่สิ่งที่ได้มาเกินคาดไปพอสมควร กับหนังรักที่เหมือนจะเดาทางได้ แต่เคมีและคาริสม่าของนักแสดงทั้งสองกลับทำให้เราดึงดูดเข้าหาเรื่องได้อย่างประหลาด มีความเชื้อเชิญ...อยากให้เราติดตามความรักของพวกเขาทั้งสอง

แน่นอนว่าธีมหลักของหนังรักส่วนมากมักเป็นความพยายามจะพิสูจน์รักแท้ด้วยนิยายต่างๆ ใครเล่าได้เก๋และโดนใจกว่าก็จะได้พื้นที่ในใจผู้ชมไปครอง สำหรับ “Five Feet Apart” ต้องบอกว่าเรียกน้ำตาเราไปได้ไม่น้อย แต่ไม่ใช่เพราะความเศร้าเสียใจ แต่ยินดีกับความรักของทั้งสองต่างหาก

เดตแรกของเขากับเธอ
เดตแรกของเขากับเธอ

...

เราจะไม่สปอยล์ว่าบทสรุปรักแท้ของ “สเตลล่า” (เฮลีย์ ลู ริชาร์ดสัน) กับ “วิล” (โคล สเปราซ์) จบลงแบบไหน เพราะไม่ว่าเรื่องราวของ “เขา” และ “เธอ” จะจบลงด้วยความเศร้าหรือรอยยิ้ม ทั้งสองก็ได้พิสูจน์แล้วว่ารักแท้...ไม่แพ้เลยสักอย่าง แม้ว่าอุปสรรคนั้นจะเป็นโรคร้ายที่สามารถพรากเขาและเธอให้จากกันได้ตลอดกาล

เมื่อหนุ่มหล่อ (แต่ป่วย) อยากมีความรัก
เมื่อหนุ่มหล่อ (แต่ป่วย) อยากมีความรัก

นี่ก็คนป่วยออร่าดีอีกคน
นี่ก็คนป่วยออร่าดีอีกคน "เฮลีย์ ลู ริชาร์ดสัน"

หนังมีวิธีเล่าเรื่องแบบเรียบง่ายเหมือนหนังรักทั่วๆ ไป ที่พาเราไปทำความรู้จักกับตัวละครหลักทั้งสอง...ที่มาที่ไปของพวกเขา...เคมีระหว่างกัน...และพวกเขามารักกันได้อย่างไร?

ระยะที่ทั้งสองต้องห่างกัน
ระยะที่ทั้งสองต้องห่างกัน

แต่ที่ทำให้เรา (เชื่อว่าหลายคนน่าจะอาการเดียวกัน) คือ “ตกหลุมรัก” ตัวละครทั้งสอง ไม่ต่างจากที่ต่างก็ตกหลุมรักซึ่งกันและกันคือ “เคมี” และ “คาริสม่า” ของตัวละครทั้งสองตัว คาแรกเตอร์ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ ตัวละครซื่อสัตย์กับตัวเองมากพอจะทำตามหัวใจ และนั่นทำให้คนดูอย่างเราๆ ต้องลุ้นตามไปด้วยว่าเขาและเธอจะสมหวังหรือไม่

"โคล สเปราซ" กับบทบาทสุดท้าทาย

...

ใส่อะไรดีสำหรับเดตแรก
ใส่อะไรดีสำหรับเดตแรก

“คาริสม่า” ถือเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่าง โดยเฉพาะตัวละคร “วิล” ซึ่งนำแสดงโดย “โคล สเปราซ์” นักแสดงหนุ่มสุดฮอตจากซีรีส์ “Riverdale” เรียกได้ว่ามีพลังทำลายล้างสูงมากๆ ทำเอาเราหลงรักคนป่วยคนนี้ไปด้วย แม้จะดูไม่ค่อยเป็นมิตรกับใครง่ายๆ ก็ตาม

ใครสักคนคงต้องทำใจ...
ใครสักคนคงต้องทำใจ...

...

อย่างที่เกริ่นตั้งแต่ต้น...หนังไม่ได้มีเรื่องราวหวือหวา เราเคยเห็นพล็อตเรื่องแบบนี้มาแล้วว่า โรคร้ายพรากคนที่เรารักไปได้เสมอ แต่อะไรล่ะที่จะรั้งหรือผูกหัวใจของตัวละครไว้ด้วยกันนี่สิเป็นเรื่องที่ทำให้แตกต่างและน่าสนใจ

เรื่องนี้กิมมิกคงอยู่ที่เรื่อง “ระยะห่าง” ปัญหาก็คือเราไม่สามารถอยู่ใกล้หรือสัมผัสคนที่เรารักได้แม้จะปรารถนาแค่ไหนก็ตาม...แล้วเขาและเธอจะต้องทำยังไงเพื่อเอาชนะปัญหานี้

คำตอบรออยู่ในเรื่อง รับรองว่าจะมีสารพัดวิธีที่ทำให้หลายคนตกตะลึง แต่ที่น่าประทับใจกว่าคงเป็นความพยายามของทั้งคู่ที่จะได้รักกัน...ดูจบแล้วก็ต้องลองถามใจตัวเองว่า...เราสู้สุดใจได้แค่ไหนเพื่อคนที่เรารัก?

จนกว่าจะพบกันใหม่

มาดามอองทัวร์
@MadamAutuer