หนังแอนิเมชั่น Dragon Ball Super: Broly หรือในชื่อไทยว่า ดราก้อนบอล ซูเปอร์: โบรลี่ ถือว่าเป็นภาคที่ยกระดับขึ้นมาในหลายๆ ด้าน ทั้งฉากแอ็กชั่นที่สร้างสรรค์มุมมองการต่อสู้ใหม่ๆ ภาพแอนิเมชั่นที่ผสมผสานระหว่างงาน 2 มิติเข้ากับ 3 มิติได้อย่างลงตัว และที่สำคัญก็คือ ด้านเนื้อเรื่อง กับการคืนชีพหนึ่งในตัวละครที่แฟนดราก้อนบอลชอบที่สุดอย่าง "โบรลี่" ขึ้นมา เมื่อรวมเข้าด้วยกัน ทำให้หนังแอนิเมชั่น Dragon Ball Super: Broly คือแอนิเมชั่นที่แฟนดราก้อนบอลน่าจะชอบมากๆ

Dragon Ball Super: Broly เล่าเรื่องราวหลังจากศึก 12 จักรวาล ที่ครั้งนี้เป็นการย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นตั้งแต่สมัยดาวเบจิต้าที่อยู่อาศัยของชาวไซย่าที่ถูกกองทัพฟรีเซอร์บงการให้ยึดครองดวงดาวต่างๆ โดยเล่าตำนานนักรบไซย่าทั้ง 3 ที่กำเนิดในเวลาไล่เลี่ยกัน ได้แก่ "ทารกโกคู" นักรบคาคาล็อต ชนชั้นล่าง, "ทารกเบจิต้า" เจ้าชายแห่งดาวไซย่า และ "ทารกโบรลี่" นักรบผู้ถูกเนรเทศ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในดราก้อนบอลที่ทุกคนรู้จักกันดี จนกระทั่งปัจจุบัน ถึงเวลาที่เส้นแห่งโชคชะตานำพวกเขาทั้ง 3 ให้มาเผชิญหน้ากันอีกครั้งในที่สุด

...


ต้องบอกว่า Dragon Ball Super: Broly คือ หนังแอนิเมชั่นดราก้อนบอลที่มีฉากแอ็กชั่นที่มันสะใจและสนุกที่สุดเท่าที่เคยดูมา กว่า 70% คือฉากแอ็กชั่นการต่อสู้ระหว่างชาวไซย่าทั้ง 3 คน ที่ดุเดือดและต่อเนื่องแบบไม่พัก ร่างซูเปอร์ไซย่ามีกี่ร่าง ท่าไม้ตายมีกี่ท่า ถูกงัดออกมาใช้หมดแบบไม่มีกั๊ก เรียกได้ว่าเซอร์วิสแฟนดราก้อนบอลให้ฟินตายคาโรงกันไปเลย


ด้วยเทคโนโลยีการผลิตแอนิเมชั่นในปัจจุบัน มันทำให้ฉากแอ็กชั่นยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ด้วยมุมมองที่หลากหลาย ที่ชอบมากๆ ก็คือมุมมองบุคคลที่หนึ่ง ที่ให้อารมณ์เหมือนเราไปร่วมต่อสู้ด้วย แสงสีที่ใส่เข้าไปทำให้แต่ละฉากการต่อสู้ดุเดือดและมันมากขึ้น เมื่อรวมเข้ากับดนตรีประกอบที่เร้าใจมากๆ ในฐานะแฟนดราก้อนบอลคนหนึ่งก็คงไม่ขออะไรมากกว่านี้อีกแล้ว


ฉากต่างๆ ในเรื่องที่ผสมผสานระหว่างงาน 2 มิติ และ 3 มิติ ออกมาได้อย่างลงตัว ช่วยยกระดับความรุนแรงในด้านฉากแอ็กชั่นที่ดุเดือดอยู่แล้ว ให้มันยิ่งขึ้นอีกระดับหนึ่ง และที่น่าสังเกตคือ การใช้ลายเส้นในการวาดตัวละคร ที่ให้อารมณ์เหมือนเราดูหนังแอนิเมชั่นยุค 80–90 ซึ่งเป็นช่วงรุ่งเรืองของการ์ตูนดราก้อนบอล


ว่ากันตรงๆ ฉากแอ็กชั่นต่อเนื่อง และกินเวลากว่า 70% ของหนัง ถือว่าทีมสร้างกล้ามากๆ เพราะยิ่งมีฉากแอ็กชั่นเยอะเท่าไหร่ ยิ่งทำให้รายละเอียดและจำนวนของงานภาพยิ่งซับซ้อน ซึ่งภาพรวมก็ดูเป็นแอนิเมชั่นที่ใส่ใจในรายละเอียดงานสร้างได้ดี โดยเฉพาะฉากแอ็กชั่น แต่กับฉากทั่วๆ ไป ก็แอบเห็นงานเผา ที่ขาดรายละเอียดอยู่บ้าง

...


สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาเสมอมาของดราก้อนบอลก็คือ เนื้อเรื่อง ที่อาจสร้างความสับสนให้แก่แฟนๆ เอาเป็นว่า Dragon Ball Super: Broly มีอาจารย์ อากิระ โทริยาม่า มารับหน้าที่วางเนื้อเรื่องต้นฉบับ บทภาพยนตร์ และออกแบบตัวละคร ฉะนั้นให้ถือว่าภาคนี้ให้นับว่าอยู่ในจักรวาลหลัก และเป็นครั้งแรกที่มีการปรากฏตัวของ "โบรลี่" ซึ่งก็สมการรอคอย โบรลี่ ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างให้เป็นตัวละครที่แข็งแกร่งมากๆ แล้ว ในแง่ของมิติด้านความคิดความรู้สึกก็ถูกเติมเข้าไปด้วย ทำให้โบรลี่เวอร์ชั่นนี้น่าจะถูกใจแฟนๆ และรอคอยการปรากฏตัวของเขาอีกในอนาคต


แม้เราจะเห็นพัฒนาการด้านงานแอนิเมชั่นที่พัฒนาขึ้นไปในระดับสูงมากๆ ทั้งสตูดิโอในเอเชียและฮอลลีวูดมาแล้วหลายเรื่อง แต่เมื่อได้เห็นในหนังแอนิเมชั่นระดับตำนานอย่างดราก้อนบอล ที่เชื่อว่าหลายๆ ท่านล้วนแล้วโตมาพร้อมการ์ตูนเรื่องนี้ มันเลยเป็นความรู้สึกที่พิเศษ แม้คุณภาพคงเทียบอะไรกับแอนิเมชั่นสายชิงรางวัลต่างๆ ไม่ได้ แต่กับความมันสะใจและการต่อยอดเรื่องราวใหม่ๆ ที่ทำให้จักรวาลดราก้อนบอลยังไปได้อีกไกล ก็ถือได้ว่า Dragon Ball Super: Broly ทำหน้าที่ของมันได้ดีที่สุดแล้ว!

...


อ่านรีวิวหนัง ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่นๆ

ชา ตีตั๋วชนโรง

Twitter: @Chamanz13

Facebook: ตีตั๋วชนโรง