หนังมีประเด็นเยอะมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะใส่ได้ครบรสและดูสนุกมากขนาดนี้ #ประทับใจ

เรียกได้ว่าเป็น “ตัวเต็ง” ขึ้นแท่นอีกเรื่องของปีนี้สำหรับ “Green Book” ภาพยนตร์ดราม่าตลก (ร้าย) เรื่องราวของชายสองคนที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วแต่กลับต้องใช้เวลาร่วมกันถึงสองเดือนในบรรยากาศชวนอึดอัดและหนาวเหน็บในสังคมอเมริกายุค 60 ซึ่งประเด็นเรื่องการเหยียดสีผิวยังรุนแรงและร้อนระอุ...


เป็นหนังที่เรียกอารมณ์และความรู้สึกได้หลากหลายมาก เอาความรู้สึกแรกก่อน...ชอบมาก ไม่น่าเชื่อว่าดราม่าตลก (ร้าย) จะสนุกขนาดนี้ ทั้งที่ไม่ใช่เรื่อง Mass เลย ไม่ใช่ทั้งหนังรัก หนังผี หรือแม้แต่แอ็กชั่น แต่หนังกลับทำให้ทึ่งในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะสองตัวละครเอกอย่าง “โทนี่ ลิป” (โทนี่ วาลเลลองกา) รับบทโดย “วิกโก มอร์เทนเซน” และ “ดร. ดอน เชอร์ลีย์” รับบทโดย “มาเฮอร์ซาลา อาลี” ถือเป็นเคมีที่ประหลาดแต่กลับเข้ากันได้ดี...กลมกล่อมเหลือเชื่อ

(ซ้าย)
(ซ้าย) "มาเฮอร์ซาลา อาลี" รับบท "ดร.ดอน เชอร์ลีย์" (ขวา) "วิกโก มอร์เทนเซน" รับบท "โทนี่ ลิป"

...

ภาพนี้เล่าเรื่องได้ดีมาก ลองเดาดูว่าใครมีคาแรกเตอร์แบบไหน (ซ้าย)
ภาพนี้เล่าเรื่องได้ดีมาก ลองเดาดูว่าใครมีคาแรกเตอร์แบบไหน (ซ้าย) "มาเฮอร์ซาลา อาลี" รับบท "ดร.ดอน เชอร์ลีย์" (ขวา) "วิกโก มอร์เทนเซน" รับบท "โทนี่ ลิป"

นอกจากคาแรกเตอร์ของสองตัวละครเอกที่เป็นไฮไลต์ เราว่าหนังมีดีที่ “สาร” หรือประเด็นที่ต้องการนำเสนอ ต้องบอกว่า “ครบรส” และ “ครบเครื่อง” แถมไม่ใช่เรื่องดาษๆ เรื่อง Mass อย่างเรื่องรักๆ หรือล้างแค้น แต่มีประเด็นเรื่องความเท่าเทียมทั้งในฐานะมนุษย์และรสนิยมทางเพศ รวมไปถึงการเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ซึ่งน่าจะเป็นประเด็นมาแรงนำเทรนด์สำหรับหนังเข้าชิงรางวัลในปีนี้

ภาพนี้ก็เล่าเรื่อง...น่าจะเป็นคีย์ของเรื่องเลยทีเดียว
ภาพนี้ก็เล่าเรื่อง...น่าจะเป็นคีย์ของเรื่องเลยทีเดียว

บนเวที
บนเวที "ดร.ดอน" (มาเฮอร์ซาลา) เปล่งประกายของ "อัจฉริยะ" แต่เมื่อจบการแสดงเขากลับกลายเป็นอีกคน...

...

อ่านดูแล้วเหมือนเป็นหนังหนักๆ ความเทพมันอยู่ตรงที่หนังดูสนุกมากกว่าที่คิดมาก หน้าหนังเหมือนเป็นเรื่องซับซ้อนที่เข้าใจยาก แต่มันน่าทึ่งว่าเราจะค่อยๆ “ซึมลึก” ทั้งความรักและความผูกพันในทุกๆ เรื่องไปพร้อมกับตัวละคร โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่าง “โทนี่” กับ “ดร.ดอน” ที่ไม่รู้ว่าไปญาติดีกันตอนไหน?!?

เมื่อ
เมื่อ "อัจฉริยะ" ทางด้านดนตรีอย่าง "ดร.ดอน" (มาเฮอร์ซาลา) เข้าไปในบาร์ของคนขาว

สมัยนั้น (อเมริกายุค 60) ร้านสูทไม่ได้เข้าได้ทุกคนนะ...
สมัยนั้น (อเมริกายุค 60) ร้านสูทไม่ได้เข้าได้ทุกคนนะ...

...

หลายคนคงทราบว่า “Green Book” สร้างจากหนังและบุคคลจริงๆ ซึ่งมันคงธรรมดาและไม่น่าทึ่งหากว่ามันเป็นแค่เสียงสะท้อนเรื่องราวในประวัติศาสตร์เหมือนที่เราเคยอ่านหรือเคยเรียน แต่ความสัมพันธ์ของสองตัวละครซึ่งจะว่าไป...ก็เป็นเหมือน “ประชาชนชั้นสอง” ของประเทศ กลับบอกอะไรเราได้หลายอย่าง...คนหนึ่งเป็นคนอิตาเลี่ยน (โทนี่) ย้ายรกรากมาอยู่ในอเมริกา ส่วนอีกคนเป็นคนผิวสี (ดร.ดอน) ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียม และแม้ว่าเขาจะมีการศึกษาสูง มีความเป็นอัจฉริยะ และมีรสนิยมที่แทบไม่ต่างจาก “คนขาว” แต่เขาก็ยังไม่ได้รับการยอมรับอยู่ดี

"ดร.ดอน เชอร์ลีย์" รับบทโดย "มาเฮอร์ซาลา อาลี" นักดนตรีอัจฉริยะผิวสีผู้พยายามจะมีชีวิตที่มีเกียรติและเท่าเทียมในสังคม

...

ทั้ง “โทนี่” และ “ดร.ดอน” ต่างก็เป็น “เครื่องขัดเกลา” ของกันและกัน ทั้งเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์และเพื่อสอนให้ต่างฝ่ายมีชีวิต (รอด) ที่ดีขึ้นในสังคมยุคเหยียดสีผิว (และเชื้อชาติ) เป็นใหญ่ ซึ่งส่วนตัวมองว่าตรงนี้คือความน่าประทับใจและความโมเดิร์นของหนัง...เพราะกี่ยุคกี่สมัยเราก็ไม่สามารถเอาชนะความแตกต่างได้ด้วยความรุนแรง แต่การปฏิบัติต่อกันอย่างให้เกียรติและเข้าอกเข้าใจเท่านั้นที่จะทำให้ทุกๆ อย่างดำเนินต่อไปได้

"Green Book" กับสาขารางวัลที่ได้เสนอชื่อเข้าชิงบนเวทีลูกโลกทองคำ

"Green Book" กับรางวัลยอดเยี่ยมจากสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์แห่งอเมริกา (National Board of Review)

เอาเป็นว่าหนังดีมากๆ #ไม่น่าพลาด ด้วยประการทั้งปวง หน้าหนังอาจดูไม่ Mass แต่รับรองว่าสารของเรื่อง Mass แน่ๆ เป็นเรื่องของคนทั้งโลกที่ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน

จนกว่าจะพบกันใหม่

มาดามอองทัวร์
@MadamAutuer