อาการทั้งรักทั้งแค้นมันเป็นแบบนี้นี่เอง “เกล็นน์ โคลส” แสดงได้เข้าถึงมาก ทำเอาคนดูอย่างเราอินหนัก...แค้นตามไปด้วย
ชื่อเรื่องภาษาไทยเป็นอย่างแรกที่ถูกใจเราสำหรับ “The Wife” เกี่ยวไม่เกี่ยวยังไม่รู้แต่แค่ได้ยินก็ติดหู ชวนให้คิดถึงดราม่าน้ำเน่าบ้านเราว่า “เมียโลกไม่จำ” มันจะเจ็บช้ำแค่ไหน
ก่อนดูก็แค่สงสัย แต่เมื่อดูแล้วก็ได้รู้ว่า “เมีย” (เกล็นน์ โคลส) ในเรื่องนี้ต้องเจ็บแทบกระอัก ไม่ใช่แค่เรื่องเมียน้อยเมียหลวงหรือกิ๊กรายทาง แต่ “เมีย” เรื่องนี้ต้องทนทุกข์กับการฝืนตัวเอง เก็บและกดความฝันของตัวเองใส่ลิ้นชักให้ “ผัว” (โจนาธาน ไพรส์) ได้ขึ้นหิ้ง
...
ออร่าที่สุดของเรื่องคงเป็นการแสดงของ “เกล็นน์ โคลส” เพราะเนื้อเรื่องและโฟกัสทั้งหมดพุ่งไปที่ “เมียโลกไม่จำ” คนนี้คนเดียวว่าเธอมาถึงจุดนี้ได้ยังไง?
เอาจริงๆ ถ้าเอามุมมองผู้หญิงยุคนี้ดูคงหงุดหงิดไม่น้อยเพราะ “เมีย” เรื่องนี้ต้องฝืนตัวเองอยู่หลายปี (แทบทั้งชีวิต) อารมณ์ทั้งอึดอัดและคับแค้นใจรวมอยู่ครบในการแสดงของเกล็นน์ ทำให้เราเข้าถึงตัวละคร รวมไปถึง “เห็นอกเห็นใจ” และ “เอาใจช่วย” ให้เธอหลุดจากเรื่องนี้ไปได้
ถ้าเราดูละครบ้านเรา เราคงแค่ลุ้นว่าเมื่อไหร่เมียหลวงจะปลดแอก หรือจุดจบของเมียน้อยจะเป็นแบบไหน แต่สำหรับเรื่องนี้ แม้จะแอบมีปมเดียวกัน (นิดหน่อย) แต่บาดแผลของ “เมีย” เรื่องนี้บาดลึกมาก สะท้อนเรื่องของผัวๆเมียๆ ที่ยิ่งใหญ่กว่าเรื่อง “รักสามเส้า” (ซึ่งแทบไม่มีความหมาย เอาจริงๆ) แต่เป็นเรื่องการให้เกียรติและเคารพในตัวตนของกันและกันมากกว่า
สายหนังรางวัลต้องไม่พลาดสำหรับเรื่องนี้ แค่การแสดงของ “เกล็นน์ โคลส” ก็กินขาด ทั้งอึดทั้งทนต่อแรงกดดันรอบด้าน เราจะค่อยๆ สัมผัสความมาคุของเธอที่เหมือนภูเขาไฟรอวันปะทุ ซึ่งพลังทำลายล้างจะรุนแรงแค่ไหนคุณผู้อ่านต้องลองไปตามดูกันนะคะ
...
จนกว่าจะพบกันใหม่
มาดามอองทัวร์
@MadamAutuer