งานภาพงดงามมาก อิ่มเอมทุกฉาก ไม่น่าเชื่อว่ากำลังเล่าเรื่องรันทด บีบหัวใจ

เรียกว่ากระแสดีงามมากตั้งแต่ยังไม่เข้าฉายในเมืองไทยสำหรับ “Roma” ผลงานเรื่องล่าสุดของผู้กำกับ “อัลฟอนโซ คัวรอน” ที่เคยพา “Gravity” เข้าชิงรางวัลออสการ์มาแล้วถึง 10 สาขา ปีนี้เขาก็รักษามาตรฐานเพราะ “Roma” ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลลูกโลกทองคำถึง 3 สาขา คือ ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, และภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม แต่ที่ไฮไลต์ยิ่งกว่าคือภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นตัวเต็งเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ซึ่งถือว่าหายากสำหรับภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศจะเข้าชิงสาขานี้


ต้องบอกว่าเป็นหนังที่มีโปรไฟล์ดีและต้นทุนดีงามตั้งแต่เริ่ม ทั้งชื่อผู้กำกับ ทีมสร้าง เรียกความคาดหวังจากคนดูไว้สูงลิบ ซึ่งหนังก็ไม่ทำให้ผิดหวังเพราะคุณภาพคับจอมากๆ โดยเฉพาะงานภาพที่สวยงามและงดงามแทบทุกฉาก เล่าเรื่องเนิบๆ นาบๆ ได้น่าติดตามแทบละสายตาไม่ได้

"อัลฟอนโซ คัวรอน" (ขวา) กับ “ลิโบ” (ลิบอเรีย โรดริเกซ) พี่เลี้ยงสาวเชื้อสายมิกซ์เทค พี่เลี้ยงที่มีตัวตนจริงของเขา

“สำหรับผมแล้ว ความทรงจำเหมือนรอยร้าวบนผนัง
ต่อให้คุณจะเอาปูนมาโบก เอาสีมาทาทับ แต่รอยร้าวก็จะยังคงอยู่อย่างนั้น
ไม่ต่างอะไรกับความเจ็บปวดที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตเรา
ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไร เราจะยังจดจำมันได้และมันไม่เคยเลือนหายไป”
อัลฟอนโซ คัวรอน, ผู้กำกับ

นั่นคือไอเดียแรกของผู้กำกับ “อัลฟอนโซ คัวรอน” ที่อยากเล่าเรื่องความทรงจำในอดีตที่ฝังใจ รวมถึงเล่าภาพจำของ “ลิโบ” (ลิบอเรีย โรดริเกซ) พี่เลี้ยงสาวเชื้อสายมิกซ์เทค พี่เลี้ยงที่มีตัวตนจริงของเขา...เรียกว่าเป็นเรื่องที่ออกจะส่วนตัว แต่เป็นการเล่า “ภาพจำ” แบบส่วนตั๊วส่วนตัวที่งดงามมาก...แม้จะรันทดบีบน้ำตาแต่ก็งดงามและน่าประทับใจ

"คลีโอ" (ยาลิทซา อปาริโช) สาวใช้ชาวเม็กซิกันกับบทบาทอื่นๆที่ไม่ใช่แค่สาวใช้ แต่เธอยังเป็นเด็กสาวธรรมดาที่ฝันอยากมีอนาคตที่ดีด้วย

ชื่อเรื่อง “Roma” มาจากฉากหลังของเรื่องในย่านโรม่า เมืองเม็กซิโกซิตี้ แทบทั้งเรื่องเราจะได้เห็นบรรยากาศและสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในเม็กซิโกยุค 70 คนไม่อินประวัติศาสตร์อาจไม่เห็นว่าสำคัญแต่สำหรับคอหนังฝั่งอเมริกาโดยเฉพาะแถบอเมริกาใต้คงอินเป็นพิเศษ ส่วนตัวเราไม่ได้อินมากแต่ว่าแปลกใหม่สำหรับเราที่จะได้เห็นบรรยากาศช่วงนั้นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างโดยเฉพาะเรื่องสิทธิสตรี ความเท่าเทียมทางเพศและบทบาทของสตรีในสถาบันครอบครัว

"คลีโอ" (ยาลิทซา อปาริโช) สาวใช้ชาวเม็กซิกันกับครอบครัวนายจ้างของเธอ

ภาพนี้เล่าหลายเรื่องทีเดียว
ภาพนี้เล่าหลายเรื่องทีเดียว

เอาจริงๆ นอกจากเรื่อง “ภาพจำ” ในประวัติศาสตร์การเมืองและสังคมเม็กซิโก เรายังได้เห็นเรื่องดราม่าของสตรีในเม็กซิโกช่วงนั้นด้วยว่าต้องบากบั่นและสู้แค่ไหนกับกระแสสังคมที่ยังให้ค่ากับบุรุษเพศที่ออกจะ “ได้เปรียบ” และ “เอาเปรียบ” อยู่ไม่น้อย

หนังเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำถึง 3 สาขา คือ ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยมและบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
หนังเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำถึง 3 สาขา คือ ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยมและบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

รวมๆ เป็นหนังดูไม่เพลินแต่ #ไม่น่าพลาด ภาษาหนัง ภาษาภาพ งดงามและแทบละสายตาไม่ได้ แม้ว่าเนื้อเรื่องจะไม่ Mass แต่วิธีเล่าก็ลวงให้เราเกาะติดจนจบ แถมเรียกน้ำตาซึมๆ ให้อีกต่างหาก เพราะหนังไม่ได้เล่าแค่ “ภาพจำ” แต่ยังพูดเรื่อง “ความผูกพัน” ที่ไม่เลือกสัญชาติและชนชั้น สถานการณ์มักพามิตรแท้มาให้เราเสมอแค่เรามีศรัทธาและเปิดใจ

หนังเข้าแล้วที่ House RCA, สกาลา และบน Netflix 

จนกว่าจะพบกันใหม่

มาดามอองทัวร์
@MadamAutuer