อย่าได้แปลกใจ หากครั้งแรกที่ได้เห็นตัวอย่างของหนัง Just a Breath Away จะทำให้คิดว่านี่คือภาคต่อหรืออะไรสักอย่างที่เกิดขึ้นในจักรวาลเดียวกับหนัง The Mist หนังที่สร้างจากนวนิยายของ สตีเฟ่น คิง เมื่อปี 2007 เพราะหนังมาในแนวเดียวกันเลย กับการที่ตัวละครเอกต้องเผชิญหน้ากับหมอกปริศนา เพียงแต่ว่า Just a Breath Away นั้นแตกต่างกันออกไป มันมีอะไรที่มากกว่าแค่ความระทึกขวัญ ที่บทสรุปของเรื่องนั้นชวนคิดและมโนเหตุการณ์หลังจากนี้ไปไกล

Just a Breath Away หรือในชื่อไทยว่า หมอกมฤตยู หนังไซไฟระทึกขวัญจากฝรั่งเศส เล่าเรื่องราวของกรุงปารีสในอนาคตอันใกล้ ที่จู่ๆ ก็เกิดเหตุภัยธรรมชาติ? ทำให้เกิดหมอกปริศนาปกคลุมทั่วทั้งเมือง ซึ่งหมอกปริศนานี้เหมือนสารพิษ ที่ทำให้คนในเมืองล้มตายมากมาย แมทธิวและอันนา ต้องพยายามเอาตัวรอด พร้อมกับหาทางช่วยเหลือลูกสาวที่ป่วยด้วยโรคพิเศษ ที่ทำให้เธอต้องอาศัยอยู่ในแคปซูลแก้วขนาดใหญ่ การจะเอาชีวิตรอดทั้ง 3 คน จึงเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย...

...

แม้หนังจะวางตัวเองเป็นแนวไซไฟระทึกขวัญ แต่วิธีการนำเสนอเป็นแนวเอาชีวิตรอด (Survival) เสียมากกว่า ซึ่งใครที่ชอบทิศทางนี้ รับรองว่าโดนแน่ๆ เพราะหนังมาพร้อมเงื่อนไขจำกัดและบีบคั้นตัวละครในทุกทิศทาง ทั้งสถานการณ์ที่ตัวละครแทบจะไม่รู้เลย ว่ามันเกิดเหตุหมอกปริศนาได้อย่างไร ภัยธรรมชาติ หรือเป็นการทดลองอาวุธของมนุษย์

อีกทั้งหนังยังมีเงื่อนไขสำคัญก็คือ ลูกสาวเพียงคนเดียว ที่เธอไม่สามารถอาศัยอยู่โลกภายนอกได้ ต้องอยู่ในแคปซูลขนาดใหญ่เท่านั้น ทำให้หนังมีความกดดันมากยิ่งขึ้น และการเพิ่มส่วนผสมตรงนี้เข้ามาทำให้หนังมีประเด็นดราม่าครอบครัว ที่ช่วยทำให้สถานการณ์หนักหน่วงมากยิ่งขึ้น กลายเป็นความสนุกของคนดูที่ลุ้นระทึก เอาใจช่วยครอบครัวนี้โดยไม่รู้ตัวให้รอดจากสถานการณ์แย่ๆ นี้ไปได้ 

แม้จะไม่ได้เป็นหนังฮอลลีวูดทุนสร้างมหาศาล แต่ว่าเทคนิคพิเศษในการสร้างหมอกมฤตยูใน Just a Breath Away ทำออกมาดูสมจริงมาก มันดูเหมือนไม่มีอันตรายแต่ก็แอบแฝงความไม่น่าไว้วางใจ ที่ไม่อาจจะอยู่ใกล้ ซึ่งหนังเองก็ได้ทีม Visual Effects จากหนังฟอร์มยักษ์ระดับ Guardians of the Galaxy และ Wrath of the Titans มาสร้างสรรค์งานออกแบบการถล่มเมือง ที่แม้ฉากนี้จะมีไม่มากนัก แต่ก็ทำออกมาได้น่ากลัวทีเดียว

ไม่รู้เป็นความตั้งใจหรือไม่ แต่หนังแฝงความตลกร้ายที่แทรกไว้ในหนังเป็นระยะๆ แต่มาจัดหนักเมื่อหนังเดินทางมาสู่บทสรุปของเรื่อง (อยากรู้ตอนจบเป็นอย่างไร ต้องไปดู) ที่ในทีแรกก็อาจไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก แต่เมื่อมาขบคิดหลังจากนั้นมันก็ทำให้รู้สึกว่า Just a Breath Away มีสรุปที่ดีและเปิดประเด็นที่ชวนคิดและมโนเหตุการณ์หลังจากหนังจบไปไกล ซึ่งในจุดนี้ถือว่าหนังประสบความสำเร็จ ในการนำเสนอพล็อตหนังแนวไซไฟวิทยาศาสตร์ ที่เมื่อหนังจบไปแล้ว แต่จินตนาการของคนดูไม่ได้จบตามไปด้วย

...

หนังฝรั่งเศสแม้จะไม่ได้มีทุนสร้างมหาศาลแบบฮอลลีวูด แต่ก็มักจะมีพล็อตหนังที่น่าสนใจมาชดเชยเสมอ ซึ่ง Just a Breath Away ก็เข้าข่ายหนังที่ว่านั้น นักแสดงที่นักดูหนังชาวไทยที่พอคุ้นหน้าคุ้นตากันหน่อยก็เห็นจะมีเพียง “โอลก้า คูริเลนโก้” อดีตสาวบอนด์จาก Quantum of Solace เท่านั้น แม้พล็อตหนังแนวไซไฟแท้ๆ อาจไม่ได้เป็นที่นิยมมากนักกับนักดูหนังชาวไทย แต่หากลองเปิดใจดู เชื่อว่า Just a Breath Away จะไม่ทำให้ผิดหวัง

...


อ่านรีวิวหนัง ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่นๆ

ชา ตีตั๋วชนโรง

Twitter: @Chamanz13

Facebook: ตีตั๋วชนโรง