“โลกใบนี้มีซุปเปอร์ฮีโร่มากพอแล้ว” เป็นคำโปรยในการโปรโมตหนังเรื่อง Venom ที่แอบเห็นด้วยมากๆ เพราะในแง่ของภาพยนตร์ที่ออกมาให้เราดูในแต่ละปี ทั้งฮีโร่ของ Marvel และ DC ก็ต้องบอกว่ามันเยอะจริงๆ การมาของ Venom ที่ภาพลักษณ์นั้นฉีกทุกกฎของทุกซุปเปอร์ฮีโร่! จึงเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก
อย่างไรก็ตามเชื่อว่า หากเป็นคนที่กำลังสนใจจะดู Venom อยู่ อาจต้องเสียวๆ และทบทวนว่าจะดูดีหรือไม่ จากคะแนนและรีวิวของเมืองที่ออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ซึ่งสวนทางกับรายได้มหาศาลในสัปดาห์แรกที่หนังทำได้ ซึ่งสรุปสั้นๆ ได้เลยว่า ขอให้ลืมคะแนนและการวิจารณ์เมืองนอกไป เพราะหนังเรื่องนี้ไม่ได้แย่ขนาดนั้น
...
Venom เล่าเรื่องของ เอ็ดดี้ บร็อค นักข่าวสายฮาร์ดคอร์ มาดกวน ที่เน้นทำข่าวเจาะลึกและตีแผ่ความจริง นั่นทำให้เขาดูเป็นวายร้ายทั้งในสายตาของผู้ถูกสัมภาษณ์หรือแม้กระทั่งสำนักข่าวที่เขาสังกัดอยู่ จนกระทั่งเขาได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คาร์ลตัน เดรก นักลงทุนและเจ้าพ่ออวกาศแห่ง Life Foundation (นึกภาพ อีลอน มัสก์) แน่นอนเอ็ดดี้ไม่พลาดที่จะถามคำถามหนักๆ ที่ทำให้หน้าที่การงานเขาต้องจบลง แฟนบอกเลิกอีก
ความเป็นจริงแล้ว เดรกเป็นคนมีเบื้องหลังอยู่จริงๆ กับการทดลองสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวที่ชื่อ ซิมบิโอต (Symbiote) ปรสิตประหลาดที่ให้เข้าสิงร่างคน เพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่การกระทำออกจะไร้มนุษยธรรมไปหน่อย เอ็ดดี้ ที่บังเอิญไปพบเข้าเลยถูกสิง แต่ให้บังเอิญอีกว่ากลับเข้าคู่กัน นำมาสู่พลังเหนือมนุษย์ ทั้งสองจึงต้องร่วมมือกันในนามของ Venom เพื่อเอาชีวิตรอดจากการตามล่าของ Life Foundation
หนังให้เวลาในการปูเรื่องราวที่มาที่ไปมากพอสมควร ซึ่งก็เป็นธรรมดาของหนังภาคแรก แต่การจะตรึงคนดูไว้ได้ก็ต้องด้วยพล็อตเรื่องที่ชวนติดตาม ซึ่งตรงนี้เชื่อว่าน่าจะเป็นส่วนที่หนังโดนโจมตีในด้านลบจากต่างประเทศมากที่สุด เพราะบทมันหลวมๆ เป็นท่ามาตรฐานมากๆ ไม่มีเหลี่ยมมุมอะไรมาหลอกล่อหรือท้าทายคนดูเลย อีกทั้งบางส่วนยังเป็นรายละเอียดที่แฟนคอมมิคเท่านั้นที่จะรู้ ซึ่งแฟนคอมมิคของ Venom ฟินแน่ๆ แต่กับคนดูทั่วไปฉากเหล่านี้มันก่อให้เกิดความรู้สึกขัดใจและชวนตั้งคำถามว่า “อย่างนี้ก็ได้หรือ?” เพราะมันย้อนแย้งกับสิ่งที่หนังสื่อสารออกมา
สิ่งที่รู้สึกว่าหนังไม่ชัดเจนมากๆ คือ การไม่รู้ว่าจะวางตัวเองเป็น Anti-Hero สายจริงจัง เน้นความน่ากลัว รุนแรง เลือดสาดไปเลย เพราะชีวิตบัดซบตกต่ำของเอ็ดดี้ และบุคลิกการแสดงที่ออกไปทางจริงจังของ ทอม ฮาร์ดี้ มันเหมาะไปทางนี้มากๆ หรือจะเป็นทาง Anti-Hero นั่นแหละ แต่นำเสนอแบบการ์ตูนมากเสียหน่อย คือคงน่ากลัวไว้แค่ใส่สีสันอารมณ์ขันเข้าไปด้วย ..อ่านไม่ผิด หนังมันมีมุกตลก ที่ไม่ใช่ใส่มาแบบธรรมดาๆ จังหวะตบมุกนี่ยอมใจเลย เพราะมันฮามากๆ ซึ่งทั้งหมดมาจากการเข้าคู่กันระหว่าง เอ็ดดี้ และ Venom
แต่เหมือนรักพี่เสียดายน้อง เลยมีทั้งสองแบบไปเลย มันเลยเป็นการทำให้ Venom เป็นหนังที่ครึ่งๆ กลางๆ แม้ส่วนตัวไม่รู้สึกว่ามันย่ำแย่ตามคำวิจารณ์เมืองนอก แต่สิ่งรู้สึกเลยคือเสียดาย เหมือนหนังยังปล่อยของ โชว์ศักยภาพที่ตัวเองมีออกมาไม่หมด เพราะการไม่ชัดเจนว่าจะไปทางใดทางหนึ่งนั่นเอง
...
หลายคนอาจจะคุ้นๆ กับตัวละคร Anti-Hero อย่าง Venom มาบ้างแล้วใน Spider-man 3 ฉบับ โทบี้ แม็คไกวร์ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายมาก กับตัวละครโดดเด่นและมีฝีมือพอฟัดพอเหวี่ยงกับ Spider-man แต่กลับมีบทบาทเพียงแค่นั้น การถูกนำมาสร้างใหม่และเป็นหนังเดี่ยวของตัวเอง ถือเป็นการล้างภาพจำเก่าๆ ออกไปได้สำเร็จ เพราะ เอ็ดดี้ บร็อค หรือ Venom ในเวอร์ชั่นของ ทอม ฮาร์ดี้ ถือว่าทำออกมาได้ดีกว่าเดิมเยอะมาก ความสัมพันธ์เชิงพึ่งพาอาศัยระหว่างปรสิต (Venom) กับผู้ถูกอาศัย (เอ็ดดี้) เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในหนังก็ว่าได้ บันเทิงและเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ดึงดูดให้คนดูรู้สึกชอบในตัวละครนี้ได้อย่างไม่ยากเย็น
ผู้กำกับ “รูเบน เฟลสเชอร์” ที่สร้างชื่อมาจาก Zombieland คงจะปวดหัว เพราะยังไม่สามารถกำกับหนังที่ได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวกแบบหนังที่สร้างชื่อให้เขา ด้านสตูดิโอก็คงจะแฮปปี้ ที่แม้กระแสวิจารณ์จะไม่ดี แต่กระแสเงินสดที่ไหลเข้ากระเป๋านั้น ไม่ได้รับผลกระทบเลย
...
สำหรับผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่านๆ อย่าไปคิดมากกับการที่พี่ทอม ฮาร์ดี้ ออกมาเปิดเผยว่าฉากที่เขาชอบนั้นถูกตัดออกหมดร่วม 40 นาที (คงไม่ใช่ความหัวหมอของสตูดิโอ ที่จะเอา 40 นาทีที่ว่ามาลงในดีวีดีหรือบลูเรย์หรอกนะ) อย่าไปคิดมากกับคะแนนและการวิจารณ์ด้านลบ เพราะถ้าหากมันมอบความบันเทิงให้ได้ และเป็นความบันเทิงแนวใหม่แบบ Anti-Hero มันก็ตอบโจทย์ความคุ้มค่าในการตีตั๋วแล้วไม่ใช่หรือ?
หนังมีฉาก During Credit และฉาก After Credit รวม 2 ฉาก During Credit (รอไม่นาน) ต้องดู เพราะเปิดทางไปสู่ภาคต่อ ที่บอกได้เลยว่าเดือดแน่ๆ อีกฉากคือ After Credit คือ คลิปสั้น (ที่ยาวพอสมควร) เพื่อโปรโมตหนังใหม่ Spider-Man: Into the Spider-Verse ที่บอกเลยว่าคลิปนี้มันยั่วให้เราอยากดูหนังมากๆ
...
อ่านรีวิวหนัง ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่นๆ
ชา ตีตั๋วชนโรง
Twitter: @Chamanz13
Facebook: ตีตั๋วชนโรง