เป็นหนังป๊อปคอร์นที่แท้ทรู ดูไม่ต้องคิดมาก แค่ลุ้นว่าใครจะรอดบ้างก็พอแล้ว

ผู้กำกับภาคแรก “จอห์น แมคเทียแนน” เคยให้สัมภาษณ์ว่าอยากให้หนัง “Predator” (1987) เป็นหนังแอ็กชั่นป๊อปคอร์นที่ดูง่ายและขายดี ซึ่งเขาก็สมหวังค่ะ “Predator” ภาคแรกที่นำแสดงโดยซุปตาร์ร่างใหญ่อย่าง “อาร์โนลด์ ชวาสเนคเกอร์” ขายดิบขายดี โด่งดังและเป็นที่จดจำสำหรับแฟนหนังทั่วโลก


ภาคล่าสุด “The Predator” หรือจะนับว่าเป็นภาคที่สี่ของหนังภาคต่อชุดนี้ก็ได้ ผู้กำกับ “เชน แบล็ค” ก็เหมือนจะทำออกมาในแบบเดียวกัน ซึ่งก็ต้องบอกว่าเขาน่าจะทำสำเร็จ หนังมีจุดขายที่นักล่าจากห้วงอวกาศ เขาดึงมันออกมาใช้ได้ดีทีเดียว ทั้งโหดเหี้ยม ว่องไวและฉลาดอย่างน่าเหลือเชื่อ...จนอยากส่งเข้าประกวด “ตัวร้าย” แห่งปี คาดว่าพี่เขาน่าจะติดท็อป 5

ดูลีลาเหวี่ยงซะก่อน บอกก่อนว่าตัวนี้เป็นพันธุ์ปกติ...นึกสภาพตัวกลายพันธุ์สิ...
ดูลีลาเหวี่ยงซะก่อน บอกก่อนว่าตัวนี้เป็นพันธุ์ปกติ...นึกสภาพตัวกลายพันธุ์สิ...

...

สำหรับ “The Predator” ภาคนี้เป็นเรื่องราวต่อจากภาคก่อนๆที่เหล่านักล่าหน้าตาประหลาดเคยบุกโลกเพื่อยึดครองมาแล้ว ครั้งนี้มันกลับมาที่โลกอีกครั้งตามคำเชื้อเชิญแบบไม่ตั้งใจของเด็กน้อย “โรรี่ แมคเคนน่า” (เจค็อบ เทรมเบลย์) เด็กชายผู้มีพรสวรรค์บางอย่างซ่อนอยู่

ชนวนก่อเหตุตัวจิ๋ว
ชนวนก่อเหตุตัวจิ๋ว "โรรี่ แมคเคนน่า" รับบทโดย "เจค็อบ เทรมเบลย์"

ส่วนตัวเราว่าหนังพาเรากลับไปความคุ้นเคยหรือฉากจำในภาคแรกไม่น้อย หลายฉากเกิดในป่าที่ทำให้เราอดคิดถึงทหารกล้ามโตเดนตายอย่างพี่อาร์โนลด์ไม่ได้ แต่ภาคนี้ฮีโร่ของเราไม่ใช่กลุ่มทหารหน้าโฉดเหมือนในภาคแรก แต่เป็นแนวคิดคณะตลก...เอ๊ย...เป็นกลุ่มอดีตทหารที่ต้องโทษเพราะมีคดีกับกองทัพ

คณะตลก...เอ๊ย...ชาวแก๊งอดีตทหาร ความหวังเดียวของโลกจะสู้กับนักล่าในตำนาน
คณะตลก...เอ๊ย...ชาวแก๊งอดีตทหาร ความหวังเดียวของโลกจะสู้กับนักล่าในตำนาน

นอกจากตัว “Predator” ที่เป็นจุดเด่นของเรื่อง เหล่าทีมอดีตทหารที่มาปะทะฝีมือกับนักล่าก็ได้ทีมนักแสดงชั้นนำที่มีผลงานโดดเด่นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น “บอย โฮลบรู๊ค” (Logan) “เทรวานเท โร้ดส์” (Moonlight) “คีแกน-ไมเคิล คีย์” “อัลฟี อัลเลน” (Game of Thrones) “โธมัส เจน”(The Mist) และ “ออกุสโต อกิเรล่า” พ่วงด้วยนักวิทยาศาสตร์สาวสุดเพี้ยนซึ่งรับบทโดย “โอลิเวีย มันน์” (X-Men: Appocalyse)

...

"โอลิเวีย มันน์" นักวิทยาศาสตร์สาวสุดเพี้ยนหนึ่งในความหวังกู้โลกจากนักล่าในตำนาน

 

ต้องบอกว่า “The Predator” เป็นหนังต้นทุนดี ชื่อเสียงตั้งแต่ภาคแรกก็สั่งสมมานาน เนื้อเรื่องก็ดูไม่ยาก ดารานำแสดงก็มีชื่อเสียงแทบทั้งนั้น เรียกว่าถูกบิ้วมาให้เป็นหนังบล็อกบัสเตอร์ที่แท้ทรู ส่วนตัวเราก็คิดว่าหนังตอบโจทย์แต่จะสะใจสมกับที่แฟนหนังรอคอยรึเปล่า...อยากให้ไปตัดสินกันในโรงเองนะคะ

ลืมบอกว่าภาคนี้นักล่ากลายพันธุ์นะจ๊ะ นอกจากล่ากันเองยังตัวใหญ่กว่ามนุษย์ชาวโลกไซส์บิ๊กๆ ด้วยนะ
ลืมบอกว่าภาคนี้นักล่ากลายพันธุ์นะจ๊ะ นอกจากล่ากันเองยังตัวใหญ่กว่ามนุษย์ชาวโลกไซส์บิ๊กๆ ด้วยนะ

...

รวมๆ เราว่าเป็นหนังภาคต่อที่ไม่เลว ยุคนี้แล้วสารพัดวายร้ายก็กลายพันธ์ุกันด้วยสารพัดวิธีการ แล้วเจ้า Predator ในตำนานจะพลาดได้เหรอ...ภาคนี้จัดว่าล้มยาก แล้วภาคหน้าล่ะ...ไม่ต้องหาลูกครึ่งต่างดาวมาปราบแทนรึ (ฮา)

จนกว่าจะพบกันใหม่

มาดามอองทัวร์
@MadamAutuer