เป็นการพลิกบทบาทที่น่าสนใจของ “ธีโอ เจมส์” แต่เหมือนจะยังไม่สุด อยากได้อีกนิด
คุ้นเคยหน้าตาพระเอกของเรื่องกันดีกับ “ธีโอ เจมส์” แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้มาสวมบทพระเอกหัวขบถมาดเท่ที่พร้อมจะตายเพื่อศักดิ์ศรีในหนังไซไฟเหมือนครั้งก่อน แต่พลิกมาสวมบทผู้ชายหัวขบถในคราบว่าที่เจ้าหน้าที่การทูตองค์การสหประชาชาติที่มีตัวตนในชีวิตจริงตีแผ่ความฟอนเฟะของวงการทูตและองค์กรระดับโลก
หนังสร้างจากเรื่องจริงในช่วงสงครามอิรักกับสหรัฐฯ เรื่องราวการขัดผลประโยชน์และการเมืองที่แสนซับซ้อนทำให้เรื่องดูไม่ง่าย แต่ก็พอไปได้เรื่อยๆ เนิบๆ อาศัยความรู้รอบตัวและการติดตามข่าวก็ทำให้พอถูไถ แต่ถ้ามาแบบหัวโล่งๆ อาจจับต้นชนปลายไม่ถูกบ้าง เพราะเกือบทั้งเรื่องเต็มไปด้วยศัพท์เทคนิคเฉพาะทาง...โดยเฉพาะทางการทูต
...
จังหวะการเล่าไม่ค่อยโดดเด่นแต่เรื่องเดินได้เพราะปมปัญหาที่ถูกขยี้เป็นระยะๆ แม้จะรู้ดีว่าจุดจบของเรื่องจะเป็นอย่างไร แต่ก็อดลุ้นตามไม่ได้ว่าตัวเอกของเรื่อง (ธีโอ) จะหลุดจากบ่วงและวงจรอุบาทว์ด้วยวิธีไหน...อย่างไรก็ดี จุดนี้เหมือนยังไม่สุด เหมือนจะน่าสนใจแต่ก็เดินเรื่องซับซ้อนจนดึงเราให้กลับมาอยู่กับหนังไม่ค่อยได้
จุดเด่นสุดคงเป็นการพลิกบทบาทของ “ธีโอ เจมส์” จากพระเอกแนวไซไฟแฟนตาซีไปเป็นชายหนุ่มบนโลกมนุษย์จริงๆ แถมมีตัวตนจริง “ไมเคิล ซูซาน” (Michael Soussan) อดีตนักการทูตจากสหประชาชาติ (UN) ธีโอยังคงคาแรกเตอร์และภาพลักษณ์หัวขบถเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือใส่สูท ถือว่าแคสต์ตรงแต่เรายังไม่ฟิน
...
ในส่วนของ “เบน คิงส์ลีย์” ซึ่งมารับบท “ปาชา” หัวหน้านักการทูตผู้ฉ้อฉล ส่วนตัวเราอยากได้มากกว่านี้ เหมือนจะยังไม่สุด และเราว่าเราไม่ค่อยเชื่อตัวละครนี้นัก แถมทำให้เกลียดคาแรกเตอร์นักการทูตมากขึ้น ไม่เข้าใจ...เป็นพระเอกในนวนิยายหลายเรื่องได้ไง...โคตรปลิ้นปล้อน!
เอาเป็นว่ารวมๆ หนังไม่เลวนัก แต่ #ไม่Mass นาจา มีความรายละเอียดเยอะแยะให้สะระตะ ยิ่งความรู้รอบตัวต่ำยิ่งลำบาก แต่ถ้าอยากชมออร่าธีโอเข้าไปดูได้ รับรอง...หล่อลื้มมมม
จนกว่าจะพบกันใหม่
...
มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer