นักแสดงวัย 65 ปี อย่าง ป๋าเลียม นีสัน ยังคงรับบทแอ็กชั่นมันๆ ได้อยู่ แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น บทบาทของป๋าใน The Commuter หรือในชื่อไทยว่า นรกใช้มาเกิด จึงเป็นหนังแอ็กชั่นที่มีส่วนผสมของหนังสืบสวนสอบสวนมากเสียหน่อย ทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีดีแต่ความเป็นแอ็กชั่นในแบบฉบับของป๋าเลียม แต่ยังมีเรื่องของการไขปริศนาเข้ามา ที่ทำให้คนดูลุ้นสนุกไปกับเรื่องได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
The Commuter นรกใช้มาเกิด (ดูจบก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมต้องตั้งชื่อหนังภาษาไทยแบบนี้) ป๋าเลียม นีสัน รับบทเป็น ไมเคิล หนุ่มใหญ่มนุษย์เงินเดือนที่ชีวิตครอบครัวกำลังมีปัญหาด้านการเงินอยู่ เขาจะโดยสารรถไฟไป-กลับทำงานจนเป็นกิจวัตร กระทั่งวันหนึ่งชีวิตถูกมรสุมหนัก เมื่อเจ้านายไล่เขาออกจากงาน และระหว่างเขากำลังนั่งรถไฟกลับบ้านก็เจอผู้หญิงปริศนา ที่บีบให้เขาเล่นเกมเพื่อแลกกับค่าตอบแทนมหาศาล โดยเขาต้องจับให้ได้ว่าใครคือ ผู้โดยสารที่แปลกปลอมขึ้นมาในขบวนนี้ แต่แล้วเขากลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของแผนร้ายวินาศกรรม ที่มีเดิมพันเป็นชีวิตของเขา และผู้โดยสารอีกนับร้อยในขบวนรถไฟ
...
อย่างที่กล่าวในตอนต้น ป๋าเลียม ภาคนี้ลดทอนความแอ็กชั่นในแบบป๋าที่เดือด ดุ ถึงลูกถึงคน มาเล่นกับเรื่องสืบสวนสอบสวนมากขึ้น แต่ความมันของฉากแอ็กชั่นเมื่อมันมาถึง มันตอบสนองคนที่ชอบแอ็กชั่นสไตล์ป๋าเลียมได้อย่างครบถ้วน จังหวะและการตัดต่อทำได้คมคาย นั่นช่วยเสริมให้ฉากแอ็กชั่นชวนลุ้นมากยิ่งขึ้น แต่หากเทียบกับหนังแอ็กชั่นของป๋าเรื่องอื่นๆ เรื่องนี้ก็คงต้องบอกตรงๆ ว่ามันลดความเข้มข้นลงไปพอสมควร
ในส่วนผสมของหนังสืบสวนสอบสวนนั้น หนังตั้งคำถามได้น่าสนใจ ชวนติดตามมาก หนังสร้างสถานการณ์ที่ชวนกดดันสุดๆ ให้ตัวละครไมเคิล และมากพอที่จะผลักดันให้ตัวละครนี้เดินหน้าจนทุกอย่างบานปลาย ในระหว่างที่ไมเคิลเผชิญหน้ากับสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หนังก็เล่นกับการตั้งคำถามกับคนดูว่า หากเราอยู่ในสถานการณ์เดียวกับไมเคิล เราจะทำอย่างไร จะรับข้อเสนอไหมเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด (พร้อมเงินก้อนโต) และหนักไปกว่านั้นกับการเล่นกับ “ศีลธรรม” ว่า เมื่อต้องเลือกระหว่างการกระทำสิ่งที่ผิดเพื่อให้ตัวเองรอด กับทำสิ่งที่ถูกเพื่อให้ส่วนรวมรอด แต่ตัวเองอาจต้องตาย.. สุดท้ายคุณจะเลือกทางไหน
ผู้กำกับ โจเม่ คอลเลต-เซอร์ร่า เป็นบุคคลที่ทำงานร่วมกับ ป๋าเลียม นีสัน บ่อยมาก ตั้งแต่ Unknown, Non-stop, Run All Night และล่าสุดกับ The Commuter ที่เป็นเรื่องที่ 4 อาจเรียกได้ว่าเป็นคู่แท็กทีมที่ลงตัวในการทำหนังแอ็กชั่นทริลเลอร์มันๆ ของยุคนี้
The Commuter เป็นหนังที่บีบคั้นด้วยข้อจำกัดมากมาย ทั้งเงื่อนไขก่อเหตุ สถานที่อันจำกัด (บนรถไฟ) ให้อารมณ์หนังของตำนานผู้กำกับ อัลเฟรด ฮิทช์ค็อค เรื่อง Strangers on a Train (ใครยังไม่เคยดูหนังระดับตำนานเรื่องนี้ ขอแนะนำให้ไปหามาดูครับ) สิ่งที่คล้ายคลึงกับเรื่องนี้ ก็คงเป็นบทสนทนาในเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่มันกลับทำให้คนดูสงสัย และอยากหาคำตอบไปพร้อมๆ กับตัวละคร
...
ภาพรวมของ The Commuter จะดีกว่านี้ เพราะถึงหนังตั้งคำถามชวนติดตาม แต่การหาคำตอบ จนนำไปสู่คำตอบของหนังมันกลับไม่ทรงพลังอย่างที่หวัง ยิ่งใครที่มีประสบการณ์ในการดูหนังสืบสวนมามากพอสมควร เชื่อว่าจะต้องพอจะจับเค้าของคำตอบที่เป็นเซอร์ไพรส์ของหนังได้พอสมควร เมื่อคำตอบถูกเฉลยออกมาแล้วไม่มีอะไรเกินคาดจากที่คิด ทำให้ความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อหนังลดลงไปพอสมควร แต่กับคนดูทั่วไป คิดว่าน่าจะพอใจกับสิ่งที่หนังมอบให้ ทั้งส่วนของการไขปริศนา และฉากแอ็กชั่น
หากจะเทียบกับเรื่องราวในหนัง The Commuter ก็เหมือนขบวนรถไฟที่อาจจะนำพาคนดูไปไม่สุดทาง แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ระหว่างทางเราก็ได้พบเจอสิ่งดีๆ มากมาย อย่างน้อยที่สุด ถ้าต้องการดูหนังแอ็กชั่นมันๆ ในช่วงนี้ ก็ไม่มีเรื่องใดเกินหนังของป๋าเลียม นีสัน เรื่องนี้ไปได้ ส่วนใครเป็นแฟนคลับป๋าเลียม ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ตีตั๋วไปดูหนังป๋าเรื่องนี้
...
สุดท้ายหากใครจะดู ขอแนะนำว่าให้ดูโรง IMAX เพราะคุ้มค่าที่สุดแล้ว เพราะส่วนตัวได้ดูหนังเรื่องนี้บนจอ IMAX รู้สึกว่าจอ และเสียงโรง IMAX ทำให้ฉากแอ็กชั่นในเรื่องดูสนุกขึ้นอีกหลายเท่า
อ่านบทความ ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่นๆ
--- ชาแมน ---