ดารากับผู้จัดการดารา เป็นของคู่กันในวงการบันเทิงไทย เพราะดาราเป็นอาชีพที่ต้องติดต่องานกับผู้คนด้วยคอนเน็กชันมากมาย จึงต้องมีคนมาดูคิวและดีลงานแทน เพื่อความไหลลื่นของงาน
บางคนมีค่ายหรือบริษัทต้นสังกัดดูแล แต่ดาราไทยนิยมใช้ผู้จัดการส่วนตัวดูแล ดาราบางคนมีผู้จัดการดูคิวหลายคน ทั้งดูคิวละคร คิวอีเวนต์ คิวพรีเซนเตอร์ หรือเดี๋ยวนี้ก็มีคนดูแลคิวแพลตฟอร์มโซเชียลของตัวเองอีก อยู่ที่ความสะดวกของดาราแต่ละคน แต่บางคนก็เลือกไว้ใจให้ผู้จัดการคนเดียวรันคิวทุกสิ่งให้
และส่วนใหญ่รายได้ของผู้จัดการดาราจะเป็นการหักเปอร์เซ็นต์จากการรับงานให้ดาราที่ตัวเองดูแล บางคนตกลงกันที่ 80/20, 70/30 ฯลฯ แล้วแต่ตกลงหรือทำสัญญากัน (เช่น 80/20 สมมติค่าตัว 100,000 ดาราได้ 80,000 ผู้จัดการหัก 20,000)
กรณีดาราซุป'ตาร์มีงานพรีเซนเตอร์ค่าตัวแพงๆ จะหักเปอร์เซ็นต์กันมากน้อยก็แล้วแต่ตกลง ทำให้ผู้จัดการดาราต้องทุ่มสรรพกำลังและคอนเน็กชันทั้งหมดที่มี เพื่อทำให้ดาราของตัวเองได้งาน เพราะนั่นก็จะหมายถึงรายได้ที่จะตามมาของตัวผู้จัดการเองด้วย
ดารากับผู้จัดการดารา บางครั้งก็จบกันด้วยดี แยกย้ายกันไปเติบโต ดาราบางครั้งก็เปลี่ยนให้คนใกล้ตัวมาดูแล ผู้จัดการก็ไปหาดาราคนอื่นมาดูแทน บางครั้งดาราก็เปลี่ยนผู้จัดการเพราะไปอยู่กับผู้จัดการคนใหม่หางานได้มากกว่า เพราะคนใหม่คอนเน็กชันกว้างขวาง หรือผู้จัดการบางคนก็มีปัญหาพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
แต่ก็มีบางกรณีที่จบไม่สวย เพราะคนที่ไว้ใจร้ายที่สุด เมื่อดาราจับได้ว่า ผู้จัดการเล่นไม่ซื่อ นอกจากรับเงินหักเปอร์เซ็นต์จากค่าตัวตามตกลงแล้ว ยังแอบไปเรียกค่าตัวเพิ่มโดยไม่บอกดารา แต่บอกกับลูกค้าว่าดารารับเรตเท่านี้ แล้วเอาเงินส่วนต่างเข้ากระเป๋าตัวเอง
(เช่น บอกเรตค่าตัวดารากับลูกค้าที่ 150,000 แต่บอกดาราว่างานนี้ได้ 100,000 เมื่อแบ่งตามตกลง 80/20 ดาราจะได้เงิน 80,000 ผู้จัดการหักเปอร์เซ็นต์ตัวเอง 20% ได้ 20,000 แล้วผู้จัดการยังได้ส่วนต่างที่แอบเรียกเพิ่มอีก 50,000 เบ็ดเสร็จผู้จัดการรับเข้ากระเป๋าตัวเองเหนาะๆ 70,000 บาท) หลายครั้งก็เลยต้องจบกันแบบไม่ได้มุสาวาปึ้ง.
...