สาดความนิ่ง ลุคเท่แต่กร้าวใจ เป็นการท้าทายระบบสุดๆ สำหรับ บิว–ณัฐพล ไรยวงค์ นักแสดงหนุ่มสายฝีมือ ล่าสุดมารับบท “ผู้กองอาทิตย์” ในละคร “แหวนรักข้ามเวลา” ทางช่อง 7 HD หนุ่มบิว ยอมรับเป็นอีกเรื่องที่ได้ชาเลนจ์ตนเอง ส่วนตัวไม่เคยยึดติดจะต้องสวมบท “พระเอก” ตลอดกาล ไขว่คว้าทุกโอกาสที่เข้ามา ส่วนความรักกับ วีซ่า สิมิลัน คบกัน 2 ปี แฮปปี้ดี ถึงแม้จะถูกจับเปลี่ยนโหมดเป็นหนุ่มทรงคิวต์บ้างในบางเวลา ใน “คนดังนั่งคุย”
บทผู้กองอาทิตย์มีความยากท้าทายกับบิวขนาดไหน
“ผมเป็นคนที่ไม่นิ่งหรอกแล้วแต่สถานการณ์มากกว่า ยากตรงไดอะล็อกมากกว่า คำศัพท์ทางการของตำรวจ เวลาพูดของเราต้องเรียบเรียงคำพูดให้คล่องปาก บิวมีพาร์ตดราม่ากับพ่อมากกว่าและมีกับนางเอก (มุก วรนิษฐ์) เพราะเราไปหลงรักนางเอกมันมีเหตุการณ์ที่เชื่อมต่อกัน” บทเรื่องนี้ชาเลนจ์ยังไงบ้าง “ผมว่าจะเป็นเรื่องที่ความนิ่งของตำรวจ คาแรกเตอร์ผู้กองอาทิตย์ จะเป็นคนนิ่งๆ และทำอะไรจริงจัง รักความถูกต้อง เป็นการชาเลนจ์ของบทบาทมากกว่า” คนอื่นคอมเมดี้แต่เราดราม่าล้วนๆ “อันนี้เป็นอีกหนึ่งชาเลนจ์ ต้องกลั้นขำ เราอยากเล่นคอมเมดี้เหมือนคนอื่นแต่คาแรกเตอร์ไม่สามารถคอมเมดี้ แต่ผมไม่ค่อยได้เจอพวกเขาหรอกเพราะเป็นฝั่งชุมโจร เราเป็นพาร์ตตำรวจเลยไม่ค่อยได้เจอกันเลยไม่ต้องกลั้นขำ”
ร่วมกับยูโร ยศวรรธน์ และมุก วรนิษฐ์ เป็นยังไงบ้าง
“เราเคยเจอยูโรอยู่แล้ว ปกติไม่มีอะไร กับมุกเพิ่งได้ร่วมงานครั้งแรก แต่เคยเห็นเขาในซีรีส์ ไม่คิดว่ามุกจะเป็นคนโก๊ะๆแบบนี้ ภาพแรกที่มองเขาต้องมาแนวลูกคุณหนู แต่ตัวจริงๆเป็นวัยรุ่น สนุกสนาน มีความตลก เฮฮา ไม่ได้มีมาดเป็นนางเอกอะไรขนาดนั้นที่เราคิด แต่เป็นคนลุยๆ และสู้มาก” จากกรณีที่มุกยูโรทะเลาะกันกลางงานแถลงข่าวเราอยู่เหตุการณ์ด้วยไหม “ผมก็อยู่ใน เหตุการณ์ วันนั้นแค่เปิดตัวละคร มีทะเลาะกัน ความเป็นยูโร มีความแสบของมัน มุกก็เพิ่งเจอกันเลยยังไม่รู้นิสัยใจคอ ผมเชื่อว่าคนที่รู้ว่ายูโรเป็นยังไงไม่โกรธหรอก โกรธไม่ลงหรอก” เราต้องคอยเป็นกาวใจ “ก็ปลอบอย่าคิดอะไรมาก ส่วนมากมุกคุยกับดรีม ปุณณฤกษ์ มากกว่า หลังบ้านบิวไม่ค่อยเล่นโซเชียลไม่ค่อยตอบใคร ไม่ติดโซเชียล จะเป็นฟีลไปทำงาน พอว่างพักผ่อนมากกว่า เพราะปกติเราก็นอนน้อยอยู่แล้ว พอมีจังหวะว่างจะไปนอน เปิดยูทูบ ฟังข่าว ชอบอยู่กับตัวเอง ไม่อยากวุ่นวายกับใครเพราะทำงานเหนื่อยอยู่แล้ว เต็มที่มีดรีมนั่งข้างกันก็พูดคุยกัน แป๊บๆหลับแล้ว” แสดงว่ากองนี้คุยเก่ง “ครับ หลายๆคน บิวไม่ค่อยได้เจอกันเพราะอยู่คนละพาร์ต ส่วนมากจะเป็นนางเอกกับฝั่งตำรวจ เขาสนุกสนานเห็นอยู่ และเขาไปค้างต่างจังหวัดกันแต่เราไม่ค่อยได้ไป”
เรื่องนี้ได้ร่วมงานกับน้องวีซ่า สิมิลัน ด้วย เป็นยังไงบ้าง
“ในเรื่องได้เจอกันเพราะเขามีเรื่องมาขอความช่วยเหลือเราแต่ไม่ได้เล่นคู่กัน เจอกันคิวเดียวกันเพราะน้องมารับเชิญมีไม่กี่ตอน ของบิวก็มีไม่เต็ม แต่เรื่องใหม่เสือใหญ่น้องก็ไปเล่นด้วย ได้เจอกันอีกแต่ก็ไม่ได้เล่นคู่กัน” เลี่ยงรับงานคู่กันเหรอ “ไม่ครับ พอเราเป็นเด็กช่องก็อยู่ที่ผู้ใหญ่เขาจะวางให้เราเล่นเป็นตัวอะไร แล้วน้องช่องจะดันไปบทร้ายๆมากกว่า แล้วแต่ผู้ใหญ่มองเห็นอะไร ทำตามเขาไป ทำงานคือทำงาน พอทำงานเสร็จกลับบ้าน เป็นแฟนกันเจอกันเป็นเรื่องปกติ” มีเวลาให้กันตลอด “ใช่ครับ แต่เวลาบิวทำงานจะเป็นคนซีเรียสกับการทำงานและการพักผ่อน พูดตรงๆ เราถ่ายละครติดๆกันเวลาพักจะน้อยมาก ได้นอน 4-5 ชม. เป็นอย่างนี้มาตลอด เคยคุยกับพี่บูม กิตตน์ก้อง เขาบอกเราทำงานแบบนี้เราพักผ่อนน้อยเหมือนเราเอาเวลาในอนาคตมาใช้ก็ต้องรีบเก็บเกี่ยว” เอาดีๆ บิวทำงานเหมือนร้อนเงินมากจริงๆ “มันเป็นจังหวะมากกว่าช่วงไม่มีก็ไม่มี แต่โอเค ช่วงนี้ละครมาพร้อมกัน 2 เรื่องแต่อีกหนึ่งเรื่องที่ยังค้างอยู่ก็ยังถ่ายไม่เสร็จ ติดโน่นติดนี่ พอถ่ายละครพร้อมกัน 3 เรื่อง เหมือนเราถ่ายแบบทุกวันต้องแบ่งคิว 7 วันเลยได้พักช่วงน้ำท่วมแต่ใจบิวอยากรันให้เสร็จไวๆ เผื่อมีโอกาสใหม่ๆ เข้ามา คือเราอยากทำงานให้เต็มที่ หลายๆคนอยากให้เสร็จไวๆ คิด เหมือนกันหมดงานจะออกมาดี ราบรื่น งานเสร็จไว”
เป็นนักแสดงที่โชคดีมีงานต่อเนื่องมากทำบุญด้วยอะไร
“ด้วยบิวเล่นตั้งแต่ตัว 4-5 แล้วขยับขึ้นมาเรื่อยๆ ตัวรอง พระเอกตัวร้าย เล่นหมดแต่บิวโตมาจากบทตัวร้ายนะ มีแบบนี้ไปเรื่อยๆ บิวก็คุยกับผู้ใหญ่ที่ช่องบิวเล่นบทอะไรก็ได้ขอให้เห็นมีตัวตน ถ้าผู้ใหญ่ช่องเห็นบิวก็โอเคเราไม่เคยปฏิเสธช่องให้เล่นอะไร” หลายๆคนพระเอกค้ำคอจะให้เล่นบทรองไม่ได้แล้ว “เดี๋ยวนี้พระเอกลงมาเล่นบทอื่นๆกันหมดแล้ว โลกเปลี่ยนไปหมด อย่ามองว่าเป็นพระเอกจะต้องเป็นพระเอกตลอดไป เป็นพระเอกเล่นตัวร้ายก็ได้ บทนั้นอาจจะทำให้คุณโด่งดังก็ได้ บิวเริ่มจากตัวร้าย ทุกวันนี้คนยังจำเมฆากันได้อยู่ เป็นตัวละครที่เปลี่ยนชีวิต ด้วยบทด้วยอะไรหลายๆอย่าง ส่งบิวไปให้คนรู้จัก
กับละครเสือใหญ่ ขึ้นแท่นพระเอกหลังข่าวแล้วยังไงบ้าง
“มีความเกร็งๆหน่อย ผู้ใหญ่คงคาดหวังแต่เราทำเต็มที่ เป็นการบู๊แบบใหม่ๆด้วย ยังมีอาคม เป็นภาพจำต้องมีวิชาอาคม ปล่อยอาคมได้ก็ดีครับ มันก็เวิร์ก อ่านจากบทแล้วโอเคมีอะไรให้ทำเยอะ” บู๊หนักๆขนาดนั้น “พูดตรงๆนะ บิวอายุ 30 แล้ว อายุมีส่วนนะ อะไหล่เริ่มหลวมเป็นอุปสรรคเหมือนกัน” ทำให้เราฟิตตัวเอง “ใช่ครับ ก่อนเปิดกล้องมีไปฟิตเนสไปสร้างกล้ามเนื้อเพื่อบู๊ได้เหมือนเมื่อก่อน เพราะเราเริ่มรู้สึกว่าเข่าเริ่มไปแล้ว แรงเริ่มหาย เบาๆเรื่องปาร์ตี้เลย” ถึงขั้นปั้นร่างทอง “คนอื่นอาจจะทำได้แต่สำหรับผมทำไม่ได้ ณ ตอนนี้ พอถ่ายละคร ก่อนหน้าเปิดกล้องเรามีเวลา 3 เดือนที่จะออกกำลังกายอย่างเต็มที่ เราเห็นการเปลี่ยนแปลงเราเริ่มมีไหล่ พอละครเปิดพร้อมกัน 2 เรื่องกลายเป็นเราไม่มีเวลา เคยลองแล้วเพราะยิมที่บิวไปเล่นเปิด 24 ชม. กะ 4 ทุ่มถ่ายละครเสร็จไปออกกำลังกายต่อ ไปได้ 2 วัน หมดสภาพ ไม่ไหวเพราะละครบู๊ด้วยแหละ อีกเรื่องเป็นละครดราม่า ใช้พลังเยอะทำให้เพลียได้เหมือนกัน”
พอเข้าเลข 3 วางแผนชีวิตยังไงต่อ
“ต้องวางแผนดีๆ ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้ เราต้องวางอนาคต เรื่องสุขภาพด้วยไม่สามารถเต็มที่ได้เหมือนเมื่อก่อน” เรื่องสุขภาพกังวลเรื่องอะไรมากที่สุด “บิวกังวลเรื่องการพักผ่อนนี่แหละ เป็นปัจจัยหลักของร่างกาย เพิ่งเข้าใจคำพูดของพี่บูมแล้วละ ตอนนี้ให้เวลากับ ตัวเองมากขึ้น ลดเที่ยว ลดปาร์ตี้ ออกกำลังกาย เมื่อก่อนเที่ยวก่อน ออกกำลังกายมาทีหลัง ส่วนใหญ่ไปเตะบอลแต่ไม่ได้สร้างมวลกล้ามเนื้อ” ไปเตะบอลก็ได้สังคมอยู่นะ “ใช่ครับ ได้สังคมได้งานด้วยนะ ทำให้บิวไปเจอหลายๆคน ได้เปลี่ยนโลก เราได้ฟังความคิดจากหลายๆคน ทำให้เราได้ความคิดอะไรใหม่ๆด้วย เปลี่ยนความคิดของตัวเอง อย่างพี่บูม เคยเล่นละครกับพี่บูมเรื่องแรกๆเลยนะ ไม่ได้สนิทอะไรขนาดนั้นแต่สุดท้ายฟุตบอลนี่แหละ วนกลับมาเจอแก ได้พูดคุยเป็นเรื่องจริงนะที่พี่บูมบอกว่าเราทำงานแบบนี้เหมือนเราใช้เวลาของอนาคต ได้ยินมานานแล้วแต่เพิ่งกลับมาคิดได้ มันจริง ตอนอายุ 28-29 นี่แหละครับ”
เริ่มเร่งสร้างเนื้อสร้างตัวเตรียมอนาคตแต่งงาน
“ยังครับ เพิ่งคบน้องได้ 2 ปี ดูๆกันไปก่อน เดี๋ยวนี้ ถ้าคบแล้วมันใช่จริงๆไม่ต้องแต่งงานก็ได้” เป็นคู่เปิดตัวชัดเจนมาก “จริงๆบิวมองว่าถ้าวันนึงเราอยากใช้ชีวิตด้วยกัน แต่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายโอเคก็อยู่ด้วยกันไปไม่ต้องแต่งงานไปเสียเงิน สู้เอาสตางค์ไปทำอย่างอื่นดีกว่า” ช่วง 2 ปีที่ คบกันใครคลั่งรักมากกว่ากัน “ผมพูดไม่ได้หรอก ต่างคนต่างรักกันแหละ ไม่อย่างนั้นอยู่ด้วยกันไม่ได้หรอก” เราจะเป็นฝ่ายยอมเสมอรึเปล่า “ทั้งเขาและเราก็ต่างคนต่างยอมด้วยกันทั้งคู่” คบกันมีง้องแง้ง งอแงกันบ้างไหม “เชื่อว่าทุกคู่มีหมดเลย มีเรื่องให้ทะเลาะกันบ้าง” วัยนี้วางแผนสร้างครอบครัวได้แล้ว “ผมขอเก็บเงินก่อน มันต้องมีเงินทำอะไรได้ทุกอย่าง ชีวิตขับเคลื่อนด้วยเงิน ใครบอกไม่เป็นไร ความสุขต้องมาก่อน ไม่จริง เงินนี่แหละสร้างความสุข ลองไม่มีเงินจะมีความสุขไหม มันอาจจะมีบางคน แต่ถ้าเราอยู่สังคมแบบนี้ ทำงานแบบนี้ยังไงก็ต้องใช้เงิน อย่างน้อยขับรถออกไปทำงานก็ต้องใช้เงินแล้ว แต่ผมชอบถ่ายละครนะไม่ต้องเสียสตางค์ซื้อข้าว 3 มื้อครับ ช่วงถ่ายละครเหนื่อยก็กินเยอะอ้วนเลย อร่อยทุกอย่าง (หัวเราะ)” ตอนนี้เป็นสายคอนเทนต์ทั้งคู่ “จะบ้าตาย มันก็ดีในมุมที่ทำให้เหมือนพีอาร์เราไปด้วยแต่พูดตรงๆ เราทำงานหนัก ด้วยความเราทำงานเสร็จอยากกลับบ้าน ไม่สุงสิงใคร อยากนอนโง่ๆ แต่เขาชวนอยากถ่ายคอนเทนต์หน่อย”
น้องวีซ่าเข้ามาเปลี่ยนโหมดให้บิวเป็นหนุ่มทรงคิวต์
“ถ้ามีจังหวะแต่งตัวหล่อๆ เต้นโอเค แต่อยู่ๆ ตั้งใจไปแต่งตัวหล่อๆ เพื่อมาถ่ายคอนเทนต์ไม่เอา (เสียงเข้มๆ)” แสดงว่าเรื่องที่ตีกันเพราะทำคอนเทนต์ล้วนๆ “รู้จริง (หัวเราะ)” แต่เขาเปลี่ยนโลกเราหลายอย่าง “ใช่ครับ มันก็ดี ติ๊กต่อก มันก็ได้งาน มีสินค้าเข้ามาให้รีวิวแต่อาจจะเป็นสายน้องซ่ามากกว่า ผู้หญิงเขาจะมีคอนเทนต์ อย่างกองนี้โอ้โห ทุกคนเลย บางทีบิวอยู่กองถ่ายมาเหนื่อยๆ จะนอนงีบๆ ปรากฏว่าสายคอนเทนต์ทำงาน คุยกัน เราก็พูดไม่ได้เพราะคนส่วนมากเขาเป็น เราเป็นชนกลุ่มน้อยน่ะ” แค่กับน้องปฏิเสธยังไง “ก็ต้องพูดตรงๆกันไป บางทีเราไม่อยากทำ เป็นเรื่องเล็กน้อยครับ”.
เรื่อง: วรรณี ห่อวโนทยาน


