หัวใจไม่ว่าง! “น้ำหวาน ภูริตา” แง้มมีคนพูดคุย คบกันเน้นความสบายใจเป็นหลัก ยอมรับเป็นคนกลัวผีแต่อยากเล่น “สาปเมือง” เพราะได้อู้คำเมืองถูกใจยิ่งหนักได้อู้คำเมือง ทำให้ น้ำหวาน–ภูริตา สุปินชุมภู นักแสดงสาว ตัดสินใจเล่นภาพยนตร์ “สาปเมือง” ของค่าย M STUDIO ร่วมกับ KLK STUDIO ทั้งๆที่เป็นคนกลัวผีแต่มารับบทผีสาว “บัวตอง” เป็นหนึ่งในตำนานผีภาคเหนือ พร้อมฉายจริง 14 พ.ค. ในโรงภาพยนตร์ พร้อมอัปเดตชีวิตที่ผันตัวเป็นสายอินฟลูฯ ส่วนความรักหัวใจไม่ว่างค่อยๆ เริ่มศึกษาดูใจไม่รีบร้อนนัก
ที่น้ำหวานตัดสินใจรับหนังเรื่องนี้ “เหตุผลแรกที่ตัดสินใจรับเรื่องของการพูดภาษาเหนือ เพราะเป็นหนังเรื่องแรก มีคนติดต่อมาพูดภาษาเหนือ เป็นอะไรที่สนใจก่อนเลย หลังจากนั้นค่อยเป็นเรื่องของบท มาดูหลังจากนั้น ตามบทจะเป็นบุคคลปริศนามากๆในเรื่องเขาเรียก ผีกลืนตาย จะเป็นผีทางภาคเหนือ ตามคำกลืนคนตาย ใครเข้าใกล้ก็ตาย เรื่องนี้เป็นโรแมนติกคอมเมดี้ แต่พาร์ต ของหวานจะเป็นดราม่าอยู่คนเดียว ก็มักได้อะไรแบบนี้เสมอ เล่นละครก็เป็นแบบนี้ ชินแล้วค่ะ”
เห็นคนอื่นตลกทำให้เราอยากเล่นจังหวะแบบนั้นบ้างไหม
“ไม่ค่ะ ดูเขาเล่นกันก็สนุกดี คนอื่นเล่นสนุกกว่า”
คาแรกเตอร์บัวตอง เป็นยังไงบ้าง
“ด้วยความที่ว่าเขาไม่ค่อยได้พูดเท่าไหร่ ตัวอย่างที่ออกไปมาแนวนิ่งๆ จนเพื่อนบางคนยังไม่รู้เลยว่าหวานเล่น เขาดูตัวอย่างถามคนไหนแก เลยบอกคนเป็นผี หน้าซีดๆ ผมยุ่งๆ ด้วยคาแรกเตอร์เขามีความไม่ได้พูด มีอินเนอร์บางอย่างในตัวเรา เป็นผีที่นิ่งในตอนต้น เรามาด้วยจุดประสงค์ ในความนิ่งจะมีความยาก หน้านิ่ง ตานิ่ง ความนิ่งคือยาก ความพูดมากๆง่ายกว่า”
...
ถามจริงๆเล่นหนังผี ตัวจริงกลัวผีไหม
“กลัวค่ะ แต่เราไม่ได้ไปล่าท้าผีอะไรก่อนถ่ายก็มีการไหว้ก่อน ขออนุญาตทุกครั้ง เป็นคนกลัวผีแต่ไม่ได้พกเครื่องราง ใช้ใจล้วนๆ”
หันมาสายคอนเทนต์ไปเรียบร้อย
“ช่วงนี้งานไปทางนั้น สเกลงานน้อยลงแต่ว่าสิ่งที่เราได้เท่ากับทำงานเยอะๆ ทำให้เราบาลานซ์ชีวิตได้ดีขึ้นเมื่อก่อนทำงานในกองถ่าย แต่ตอนนี้ทำงานที่บ้านได้ ทำให้มีเวลามากขึ้น แต่ถามว่าคิดถึงกองละครไหมก็คิดถึง ถ้ามีแล้วมีอะไรน่าสนใจเราก็รับ”
พอมาเป็นอินฟลูฯได้เปิดตัวเองมากขึ้นหรือเปล่า
“เปลี่ยนแปลงตัวเองเยอะค่ะ เมื่อก่อนเปิดรับคน เฟรนด์ลี่ แต่ตอนนี้จะมีความอินโทรเวิร์ต กลายเป็นแบบนั้น”
เริ่มหนีสังคม
“นิดนึง คนเยอะๆ อาจจะไม่ไป พอเริ่มทำงานตัวเองตรงนี้ทำให้เราเลือกทำงานที่เราสบายใจได้ แต่เราไม่ได้เบียดเบียนใครนะ เราเลือกสิ่งที่เราทำแล้วสบายใจ ใช้ชีวิตอยู่กับตัวเองมากขึ้น กลับบ้านกอดน้องหมา ได้นอนก่อนเที่ยงคืน ดีจัง”
เรื่องราวดีๆกับความรักเป็นยังไงบ้าง
“เรื่อยๆค่ะ ตอนนี้ความสบายใจเป็นหลัก ความสุขตามมา ถ้ามาทำให้เรา ห้ะ เหนื่อยจัง เกิดคำถามในหัว ความสุขที่เราเจอเอาของเราไป เลยคิดว่าคนนี้ก็ดีนะ ถ้ามาเติมเต็มโอเคค่ะ แต่ถ้าไม่เติมเต็มก็แยกย้ายดีกว่า อย่างที่เราเลยจุดตรงนั้นมาแล้ว เราไม่รู้สึกต้องรีบแต่งงาน จะต้องมีชีวิตคู่ เลยจุดนั้นไปแล้ว เราใช้ชีวิตของเราเรื่อยๆไป เรามีความสุขตรงนี้ ไม่ได้หาคำตอบว่าเราต้องการอะไร ไม่ได้หา คนนี้ดี เขาเข้ามาดีก็ดี ถ้าอนาคตไม่ดี แยกย้ายกันไป”
ไม่ค่อยเห็นลงรูปคู่เลย
“ถ้าจะมีการเปิดตัวจริงจังกับใครแต่งงานเลยดีกว่า ลงรูปบ้าง ไม่ลงเดี๋ยวเกิดคำถามคบคนนี้ อ้าว ไม่คบแล้วเหรอ เลยคิดว่าวันนึงเราได้แต่งงานจริงๆ เปิดไปเลยทีเดียว”
คนนี้ผ่านด่านพ่อแม่เรียบร้อยแล้ว
“ยังค่ะ เราเพิ่งเริ่มคุยไม่นาน ใครเข้ามาเปิดรับแต่ไม่ได้กระโจนรีบคบ รีบคว้า จริงๆไม่ได้ปิด แต่ไม่ได้เปิดขนาดนั้น อย่างที่บอกเหมือนเราตกตะกอนตรงนี้ได้แล้ว รอความชัดเจน เราแฮปปี้กับตรงนี้ เพิ่งเริ่มคุยๆศึกษากันไป”
โสดนานขนาดไหนถึงเปิดใจคุยกับคนนี้
“โสดมาสักพักค่ะ กับคนที่คุยๆ เพิ่งคุยกันไม่นาน ปลายปีที่แล้ว” กับคนก่อนเลิกเงียบมาก “อย่างที่บอกหวงความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ไม่ได้ปิดแต่ก็ไม่ใช่เราที่จะออกมาประกาศเราทำอะไรอยู่ ถ้าไม่ได้ถูกถามก็คงไม่มานั่งบอกโสดแล้ว ถามก็บอกค่ะ”
ก่อนหน้าเจอความรักผิดหวังมาทำให้เรามีกำแพงในใจที่เราจะเริ่มต้นคุยกับใครสักคน
“กำลังคิดว่ามีค่ะแต่ไม่ได้หนัก สุดท้ายเอาความสบายใจของตัวเองเป็นหลัก”
มีความเชื่อมั่นความรักขนาดไหน
“ความรักยังเป็นเรื่องที่ดีสำหรับหวาน เชื่อมั่นไหมก็ไม่ถึงขนาดนั้น ไม่ได้ไปโฟกัสหรือพุ่งขนาดนั้นมันจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แค่ตอนนี้ให้ความสำคัญตัวเอง มีความสุขกับตัวเอง มีคนเข้ามาเติมเต็ม โอเค เราเติมความสุขให้เขาได้ โอเค ถ้ามาเป็นพลังลบให้กันก็ไม่น่าจะดี เราให้คุณค่ากับคนที่รักเราจริงๆ ที่เราหันไปมองไปเขารักเราจบ ให้คุณค่ากับคนรอบตัวเยอะขึ้น ทำดีกับคนใกล้ตัวมากกว่าคนไกลตัว เพราะปกติเราจะชอบทำดีกับคนไกลตัวมากกว่าคนใกล้ตัว ใส่ใจคนที่อยู่คนรอบข้างจริงๆ”
ทำให้พ่อแม่โล่งอกแล้วสิ
“เขาก็ไม่กดดันแล้ว เรามีความสุขของเราจริงๆต่อให้เราไม่มีใคร พ่อแม่ไม่ต้องเป็นห่วงทุกวันนี้ดูแลตัวเองได้ ผู้ใหญ่จะมองว่าชีวิตการแต่งงานจะประสบความสำเร็จ ไม่ได้บอกว่าแต่งงานไม่ดีนะ เป็นความสุขอีกแบบนึง มีลูกเป็นความสุข เป็นของขวัญอีกแบบนึง แต่ไม่มีลูกก็เป็นของขวัญรูปแบบนึงให้เราได้ใช้ชีวิตของเราไป”
...
มุมแต่งงานมีความฝันสไตล์ผู้หญิง
“ถ้าได้แต่งจริงๆเล็กที่สุด คนที่มาต้องเป็นคนที่เรามองไปแล้วรู้สึกขาดไม่ได้ มีไม่ถึง 10 คน แต่เป็นบุคคลสำคัญ อยากมองไปดีใจจังที่เขามา ดีใจจังที่เห็นเรามีวันนี้”.