เฉิดฉายกับอีกบทบาทใหม่ พระเอกลิเกเบอร์หนึ่ง “แบงค์–ศรราม เอนกลาภ” สุดปลื้มที่ได้ขึ้นแท่นพระเอกซีรีส์เต็มตัวเป็นครั้งแรกปลุกมนต์เสน่ห์ลิเกสู่จอซีรีส์ ใน “เพชรประกาย BLING BLING THE SERIES” ซีรีส์ที่นำเอาวัฒนธรรมอย่างลิเกมาผสมผสานกับความร่วมสมัย ผลิตโดย COPY A BANGKOK ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 19.00 น. ทาง TrueVisionsNOW เรื่องราวการพาคณะลิเกให้กลับมายืนหยัดอีกครั้ง ท่ามกลางโลกความบันเทิงที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมี “พลอยหญิง” รับบทโดยศิลปินสาว โมบาย พิมรภัส คอยอยู่เคียงข้าง เลยชวน “แบงค์” มาเล่าเปิดใจ...
รู้สึกอย่างไรที่ได้นำศิลปะลิเกมาถ่ายทอดผ่านรูปแบบซีรีส์?
“แบงค์มองว่าเป็นโอกาสที่ดีมากของอาชีพลิเกครับ เพราะหลายคนโดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นรุ่นใหม่หรือ Gen Z มักจะมองว่าลิเกเป็นเรื่องล้าสมัยและโบราณ ซึ่งตอนแรกแบงค์เองก็เคยแอบคิดแบบนั้นเหมือนกันแต่พอลิเกได้เข้าไปอยู่ในซีรีส์ คนก็จะเริ่มหันมาสนใจและสงสัยว่าเราจะเล่าเรื่องลิเกในรูปแบบไหน ประกอบกับพี่ชีวิน (ผู้กำกับ) อยากเล่าเรื่องนี้ให้วัยรุ่นได้รู้จักลิเกมากขึ้น แบงค์จึงมองว่านี่คือโอกาสที่จะทำให้คนรู้จักและต่อยอดลิเกไปสู่รูปแบบใหม่ๆครับ” ในฐานะพระเอกลิเกตัวจริงเมื่อต้องมาเล่นบท “เพชรแท้” พระเอกลิเกในซีรีส์ ต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง? “สำหรับฉากแสดงลิเกในซีรีส์ แบงค์แสดงเต็มที่เหมือนที่เล่นทุกวันครับ เพราะเรามีมาตรฐานเดียวกันคือต้องเต็มที่ทั้งร้องและรำ แต่ถ้าเป็นซีนอื่นๆที่ไม่ใช่การแสดงลิเก อันนั้นจะใช้ศาสตร์การแสดงอีกแบบหนึ่ง แม้ในโลกของลิเกแบงค์จะมีประสบการณ์สูง แต่ในวงการซีรีส์แบงค์ถือเป็นหน้าใหม่ แบงค์เป็นคนชอบการแสดง ชอบดูหนังแนวดราม่าอยู่แล้ว เลยรู้สึกก่อนหน้านี้แบงค์ก็เคยไปเรียนแอ็กติ้งเตรียมตัวไว้เพื่อรอโอกาสดีๆแบบนี้อยู่แล้วครับ” ฟีดแบ็กจากแฟนคลับเป็นไงบ้างสำหรับบทบาทพระเอกซีรีส์น้องใหม่? “ช่วงที่ซีรีส์ออนแอร์ แบงค์ไลฟ์สดตอนแต่งหน้าลิเกก็จะเช็กฟีดแบ็กตลอดครับ แฟนๆก็คอมเมนต์กันตรงๆ อย่างตอน EP แรกๆ แฟนคลับก็บอกว่าดูออกนะว่าเรายังตื่นเต้น เสียงยังดูเกร็งๆอยู่บ้าง ซึ่งก็จริงครับเพราะเป็นซีนแรกๆที่ถ่ายทำ แต่พอผ่านไปหลาย EP คนเริ่มชมเรื่องการสื่อสารทางสายตาและสีหน้า แบงค์อ่านแล้วก็มีกำลังใจและสนุกกับการทำงานมากครับ แบงค์อยากมีโอกาสเล่นอีกหลายๆเรื่องเพื่อพิสูจน์ตัวเอง เหมือนพี่ๆศิลปินหลายคนที่อาจจะไม่ได้สำเร็จตั้งแต่เรื่องแรก แต่ต้องอาศัยความตั้งใจและรอให้คนมองเห็นครับ”
...
เนื้อเรื่องในซีรีส์ที่พูดถึงความลำบากของคณะลิเกตรงกับชีวิตจริงมั้ย?
“เหมือนครับ ลิเกหลายคณะต้องสู้ชีวิตแบบนี้ เพราะคณะลิเกมีเยอะมากแต่คนจ้างงานมีจำกัด คณะเล็กๆต้องสู้เพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวและลูกน้อง ในซีรีส์ตอนที่คุณพ่อเสียชีวิตแล้วตัวละครต้องขึ้นมา ดูแลคณะต่อ ยิ่งเหมือนชีวิตจริงของแบงค์เลยครับ คือคุณพ่อแบงค์ก็เสียชีวิตแล้ว และเราต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยเพื่อให้คณะอยู่รอด เนื้อเรื่องนี้จึงใกล้เคียงกับชีวิตลิเกในยุคนี้มากๆครับ” มีฉากไหนในซีรีส์ที่รู้สึกว่าอินที่สุดในฐานะคนลิเก? “มีซีนหนึ่งที่คณะ “เพชรประกาย” กำลังจะไปแสดงแล้วงานโดนยกเลิกกะทันหัน ซีนนี้ทำให้แบงค์ย้อนนึกถึงช่วงโควิดเลยครับ ตอนนั้นเรามีงานจ้างทุกวันแต่จู่ๆก็ล็อกดาวน์ ทุกคนตั้งตัวไม่ติด รายจ่ายเท่าเดิมแต่รายได้หายไป ในซีรีส์ตัวละครเลยแก้ปัญหาด้วยการไลฟ์สดแสดงที่บ้าน ซึ่งเหมือนชีวิตจริงของแบงค์เป๊ะเลย ที่เราตัดสินใจไลฟ์ผ่านเพจเพื่อให้แฟนคลับช่วยสนับสนุน และเป็นโอกาสให้คนที่ไม่เคยดูลิเกได้ลองเข้ามาดู” ให้คะแนนการแสดงซีรีส์เรื่องแรกของตัวเองเท่าไหร่? “ให้เต็ม 10 เลยครับ (หัวเราะ) สำหรับซีรีส์เรื่องแรกแบงค์มองว่าทำได้ไม่แย่ครับ แม้บางซีนจะรู้สึกว่ายังทำได้ดีกว่านี้ถ้าไม่ตื่นเต้นแต่เราก็ตั้งใจที่สุดแล้ว และจะพัฒนาให้ดีขึ้นในโอกาสต่อๆไปครับ”
การทำงานร่วมกับ “โมบาย” เป็นอย่างไรบ้าง?
“น้องเก่งมากครับ ตอนแรกน้องดูจะกังวลเรื่องการแสดง แต่พอหน้างานจริงๆน้องทำการบ้านมาดีมาก ทำงานด้วยง่ายจนแบงค์ไม่ต้องกังวลเลย บางทีแบงค์อาจจะไปกวนสมาธิน้องด้วยซ้ำ เพราะชอบชวนเล่นชวนตลกแม้จะเป็นซีนดราม่า (หัวเราะ)” เรื่องท่ารำลิเกล่ะครูพี่แบงค์สอนน้องอย่างไรบ้าง? “แบงค์ไม่ได้สอนแบบกดดัน จะเน้นให้ผ่อนคลายและทำแบบง่ายๆ น้องหัวไวและจำเก่งมากครับ” ในเรื่องนี้เคมีกับนางเอกเป็นอย่างไร แฟนคลับถึงลุ้นกันมาก มีแฮชแท็ก #แบงค์โมบาย ด้วย? “แฟนคลับลุ้นกันตั้งแต่ EP แรกๆเลยครับ หลายคนอินกับตัวละคร “พี่เพชร” กับ “พลอยหญิง” ว่าเมื่อไหร่จะเลิกปากแข็ง เมื่อไหร่จะรักกัน พอคนลุ้นและอินตามแบบนี้ แบงค์ถือว่านั่นคือคำตอบแล้วครับว่าเคมีของเราเข้ากันได้ดี” บรรยา กาศการทำงานในกองถ่ายซีรีส์เป็นอย่างไรบ้าง? “สนุกมากครับ ในกองต้องมีเอเนอร์จีตลอดเวลา บางวันลิเกเลิกดึกแล้วต้องมาเข้ากองต่อตอนเช้าแทบไม่ได้นอนเลย แบงค์ใช้วิธีนอนบนรถอาศัยงีบสักชั่วโมงสองชั่วโมงก็ยังดี แบงค์จะชอบเอนเตอร์เทนคนอื่นในกองครับ มันเป็นการปลุกตัวเองให้ตื่นและทำให้ทุกคนสนุกสนานไปกับเราด้วย โชคดีที่แบงค์เป็นคนหลับง่าย พอมีเวลาพักแป๊บเดียวก็สามารถรีชาร์จพลังได้” หลายคนมองว่าแบงค์ทำงานหนักมาก ทั้งลิเก ทั้งซีรีส์? “สำหรับแบงค์มันคือประสบการณ์ครับ เราตัดสินใจแล้วว่าอยากทำตรงนี้ มันมีความสุขจริงๆ แม้จะต้องแลกด้วยเวลาพักผ่อนที่น้อยลงแต่สิ่งที่ได้กลับมามันคุ้มค่า วันไหนที่ร่างกายไม่ไหวจริงๆเราค่อยมาวางแผนใหม่ แต่ตอนนี้ยังไหวอยู่ก็ขอลุยให้เต็มที่ก่อนครับ ยังไม่แน่นขนาดนั้นครับ ก็มีเข้ามาได้อีกครับ”
...
ตอนนี้แบงค์มีทั้งงานแสดง งานเพลงและลิเก จัดการบทบาทเหล่านี้อย่างไรให้ลงตัว?
“ทุกงานมันเชื่อมถึงกันหมดครับ การที่แบงค์มาทำเพลงเพราะอยากให้คนรู้จักตัวตนของแบงค์จากเพลง มาตามตัวตนแบงค์จริงๆก็คือในฐานะ “พระเอกลิเก” บางคนตามมาจากรายการเพลง บางคนตามมาจากละครที่เล่น สุดท้ายทุกคนก็จะมารวมกันอยู่ตรงจุดเดียวกัน ตรงที่เดียวกัน อยู่ในด้อมเดียวกัน แบงค์มองว่ามันคือผลมาจากผลงานอื่นๆที่เราได้ลองทำ คนที่เค้าไม่ดูลิเก เค้าก็ไม่ดูจริงๆ มันต้องมีสักอย่างนึงที่เป็นจุดปลดล็อก” รับมือยังไงกับบางคนที่อาจจะตั้งคำถามว่าพระเอกลิเกคนดัง การมาทำเพลงหรือเล่นซีรีส์จะทำได้ดีเหรอ? “มันเป็นหน้าที่ของแบงค์ที่จะทำให้ทุกคนเห็นครับว่าแม้แบงค์จะเกิดมาเพื่อเป็นพระเอกลิเก แต่แบงค์ก็สามารถทำอย่างอื่นได้ดีด้วย แน่นอนว่าในงานเพลงเราอาจจะยังไม่ได้ประสบความสำเร็จเหมือนลิเก แต่แบงค์จะพิสูจน์ตัวเองไปเรื่อยๆ ความสำเร็จอาจต้องใช้เวลา แบงค์ไม่ได้กดดันแต่สนุกกับการพัฒนาตัวเองมากกว่าครับ อย่างศิลปินที่แบงค์ respect มากคือ พี่เจฟ ซาเตอร์ พี่เค้าเก่งมากและพิสูจน์ตัวเองด้วยฝีมือจนทุกคนยอมรับ แบงค์ก็อยากเป็นแบบนั้นครับ” รู้สึกยังไงเวลามองภาพตัวเองอยู่ในโหมดต่างๆ? “สนุกครับ มันมีความสุขแล้วก็ทุกๆงานที่ผ่านมามันคือประสบการณ์ที่จะไปหาซื้อ ที่ไหนได้ ถ้าเราไม่ตื่นเช้าไป ถ้าเราไม่เลือกที่จะนอนน้อยเพื่อที่จะไปทำงาน ได้ไปเจอพี่ๆศิลปิน ทีมงาน พี่ๆที่หลากหลาย ให้เราได้เรียนรู้การทำงาน” ปีนี้จะอายุเต็ม 30 แล้ว กังวลกับตัวเลข 3 มั้ย? “แบงค์มองว่า 30 ยังแจ๋วครับ (หัวเราะ) ไม่ได้กลัวเรื่องอายุแต่จะระวังเรื่องระบบร่างกายมากกว่า ถ้าพักผ่อนน้อยจะป่วยง่ายขึ้น ตอนนี้เลยหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น ทั้งออกกำลังกาย คุมอาหาร”
...
ในซีรีส์ “เพชรแท้” มี “พลอยหญิง” เป็นนักซัพพอร์ต เรามองความสัมพันธ์แบบนี้ยังไง? “เป็นความสัมพันธ์ที่ดีครับ บางครั้งเนี่ยคนเก่งต่อให้เก่งแค่ไหน ถ้าวันนึงมันคิดอะไรไม่ออก มันท้อแท้ในช่วงเวลาหนึ่งมันก็ต้องการคนคนนึงที่มาฉุดเรา มาฮีลใจ” ในชีวิตจริงอยากให้ความสัมพันธ์ ของคนข้างกายเราเป็นอย่าง “พลอยหญิง” มั้ย แบงค์มองหาคนแบบไหนที่จะมาอยู่ข้างกาย? “สำหรับแบงค์ คนข้างกายที่สำคัญที่สุดคือครอบครัวครับ ที่ผ่านมาเราอาจเคยให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่า แต่สุดท้ายความจริงใจที่แท้จริงมาจากครอบครัว ส่วนคนที่จะเข้ามาเป็นคนรู้ใจ แบงค์ไม่ได้ปิดกั้นครับ แต่อยากได้คนที่เข้าใจเราจริงๆ เพราะเราแทบไม่มีเวลาให้เลย” การเป็นแบงค์ ศรราม ขวัญใจมหาชน ทำให้เปิดใจยากขึ้นมั้ย? “ยุคนี้แฟนคลับเปิดกว้างและเข้าใจมากขึ้น แบงค์เชื่อว่าถ้าเราเลือกคนที่ดีและรักเราจริง แฟนคลับเค้าก็พร้อมจะรักและยินดีไปกับเราครับ” เป้าหมายใหญ่ในสเต็ปต่อไปของแบงค์คืออะไร? “เป้าหมายที่กำลังทำตอนนี้คือการสร้างบ้านในฝันครับ เริ่มติดต่อบริษัทออกแบบและวางแผนจะเริ่มสร้างปลายปีนี้ เป็นของขวัญในวัย 30 ส่วนเรื่องงานแบงค์ฝันอยากมีเพลงยอดวิวร้อยล้าน มีซีรีส์ที่คนรู้จักเรามากขึ้น หรือมีภาพยนตร์ที่ทำรายได้ร้อยล้าน แม้มันจะดูยากแต่ถ้าไม่ท้อซะก่อนแบงค์เชื่อว่ามันเป็นไปได้ครับ และเร็วๆนี้จะมีงานใหม่ๆมาให้เซอร์ไพรส์แน่นอนครับ อยากให้รอติดตามกันครับ”.
...
อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่