ปล่อยลุ้นมาหลายทริปจนกระทั่งการรอคอยสิ้นสุดลง น้ำตาล–พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ นางเอกสาวมากฝีมือ ถูก ไผ่ พาทิศ แฟนหนุ่ม ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการคุกเข่าขอแต่งงาน ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกใต้แสงเหนือที่นอร์เวย์ หลังทั้งคู่คบหากันมานานกว่า 14 ปี เมื่อช่วงเดือนมีนาที่ผ่านมา ล่าสุด น้ำตาลมาร่วมพูดคุยเพื่อโปรโมตภาพยนตร์ “สาปเมือง” จาก M Studio และ KLK Studio ที่มีคิวเข้าฉาย 14 พ.ค.นี้ในโรงภาพยนตร์ เลยสอบถามว่าที่เจ้าสาว กับโมเมนต์ดีๆที่เกิดขึ้น...
วันที่ตาลถูกขอแต่งงานมีสัญญาณอะไรก่อนไหม
“มีเวลา 3 ชม.ไหมคะ (ยิ้ม) ภาพที่ทุกคนเห็นเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แป๊บเดียวเป็นโมเมนต์แค่ 10 นาที เพราะว่าแสงเหนืออยู่กับเราแป๊บเดียว นอร์เวย์เป็นทริปที่แพลนล่วงหน้ามากๆ นานมากแล้ว คือตาลไปดำน้ำ ตาลไปเจอแก๊งพี่ๆดำน้ำเป็นการเจอกันครั้งแรก เขาพูดว่าไปมีแพลนจะไปนอร์เวย์ แล้วเขาพูดว่าแสงเหนือจะน้อยลงทุกๆปี คุยกันถ้าเราจะไปกัน 2 คนคงไม่เวิร์ก ถ้าไปกับทัวร์เราก็ไม่ชอบเพราะอยากได้ความไพรเวทอีก เราเลยมีความรู้สึกว่าถ้าพี่ๆเขาจะไปกันอยู่แล้วเราไปจอยทริปกับเขา ทีนี้เล่าให้แจ็คกี้ (ชาเคอรีน มิ้นซ์) ฟัง แล้วคุณแม่ของแจ็คกี้นั่งอยู่ด้วย อยากไป แจ็คกี้ก็เลยพาแม่ไปเที่ยวด้วย เลยกลายเป็นแก๊งใหญ่ บอกตรงๆ 2 ทีมไม่เคยเจอกัน ระหว่างแก๊งดำน้ำกับแก๊งแจ็คกี้ เจอกันก่อนบินนัดไปกินหม่าล่า เพื่อให้เจอกันเป็นครั้งแรก เขาไม่ได้สนิทกันเลย โดยมีตาลและพี่ไผ่เป็นตัวเชื่อม คือทุกคนคิดว่าวางแผนมากมายแต่ที่จริงไม่ใช่ แต่หลังบ้าน ตาไผ่จะมีไปวางแผนกับพี่ๆเค้า กับแจ็คกี้มีบอกว่าแจ็คกี้ว่าพี่จะขอน้ำตาลแต่งงานในทริปนี้นะ แจ็คกี้เลยจัดการเวลล์มา เขาพกทุกวัน เขาบอกว่าตาไผ่ไม่บอกใครเลยว่าจะขอน้ำตาลวันไหน เขารอสภาพอากาศ เขาบอกทุกคนว่าถ้าเขากางร่มเมื่อไหร่ หมายความว่าเขาจะขอแต่งงาน เราไปอยู่โลโฟเทน 7 วัน ฝนตก 6 วัน จนวันสุดท้ายเขาเลยไปลองดูไปดูแสงเหนือยังไม่ขึ้นเขาก็ยังไม่ขอ ไปขอทริปอื่นหรือไปขอที่อื่นที่มันสวย ซึ่ง 5 วันแรกตาลเตรียมชุดขาวไป 5 วัน ชุดขาวของตาลหมดแล้ว”
...
มีคิดแว้บๆเขาจะขอในทริป
“มีคิดทุกทริป ตั้งแต่ต้นปี ปีนี้ทริปเยอะมาก มีไปญี่ปุ่นกับครอบครัวเขาด้วย คิดว่าที่ญี่ปุ่นหรือเปล่า ก่อนหน้านี้ไปเกาหลี มันเป็นไปได้หมด เตรียมทุกทริป แจ็คกี้เล่นซ้อน บอกตาลให้แต่งหน้าทำผมรอเอาไว้เลยนะ วันนี้แหละ ตั้งแต่วันแรกตาลก็แต่งเต็มทุกวัน จนวันท้ายๆ วันหมดแล้ว คงไม่ใช่ที่นี่ ชุดก็หมด วันนั้นเสื้อข้างในสีดำ กางเกงยีนส์ก็เป็นของแจ็คกี้ เสื้อสีขาวรุ่นพี่ที่เขาเอามาให้ใส่ แสงเหนือมาแว้บเดียวจริงๆ ตอนที่ขอมันขึ้นอยู่บนหัวเราเป็นรูปแหวนแล้วทุกคนก็กรี๊ดเพราะถ่ายแสงเหนือไม่เป็น ทุกคนจะโวยวายทำไมมือถือถ่ายไม่ติดแต่ตามองเห็น แสงเหนือมาไวและไปไวมาก”
ตอนที่พี่ไผ่พูดขอแต่งงานหูดับไหม
“หูดับค่ะ แล้วทุกคนจะต้องกรี๊ดกับยัยแจ็คกี้ ที่กอดกันร้องไห้แต่ภาพที่ทุกคนเห็น แจ็คกี้สั่งการถอดหมดออก ใส่เวลล์เพราะเวลานั้น มันทะเลาะกับกล้องมันอยู่ พี่กล้องตั้งกล้องถ่ายโมเมนต์อยู่ แม่แจ็คกี้ ถอยหลังมาชนกล้องล้มตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ มันเป็นวุ่นวาย เหมือนตลาดแตก ไม่ทันได้ร้องไห้ เขาขอปุ๊บเราก็ Yes จะหยิบแหวนมาใส่เอง (หัวเราะ) มันเขินและเกรงใจด้วยเพราะตรงแถวๆนั้นมีคนอื่นอยู่ มันต้องส่องไฟมาหาเราแล้วคนอื่นจะไปกวนคนอื่นหรือเปล่า กังวลหลายสิ่งหลายอย่างมากก็เป็นโมเมนต์ที่ทุกคนเห็นไม่ได้เตรียมอะไรเป็นธรรมชาติที่ตลกดี เคยคิดว่าเวลาผู้ชายขอแต่งงานจะเก๊กหน้าสวยๆ แต่งตัวสวยๆ พูดดี แต่อันนี้ คือตะโกน Yes ตลกมาก ทุกอย่างเกิดขึ้นแป๊บเดียว ไหนคนนี้จะถ่ายกล้อง ถ่ายวิดีโอ แล้วหนาวมากจะต้องยื่นมือค้างเอาไว้ก่อน ตลกมากตาไผ่พูดว่า ตั้งชื่อลูกเป็นที่นี่เลย ดีนะเราย้ายเมืองมาที่นี่ เพราะก่อนหน้าอยู่อีกเมืองนึงเพราะเราคิดว่าจะเห็นแสงเหนือที่นั่นเป็นสะพานสวยๆ เมืองชื่อว่า ฮัมน้อย ไม่งั้นลูกตาลชื่อนั้นแน่นอน (หัวเราะ)”
แพลนแต่งงานภายในปีนี้ไหม
“ปีนี้อยากให้ทัน แต่เพิ่งรู้เลยเขาแพลนแต่งงานเป็นปี เชื่อไหมช่างประจำตัวที่แต่งหน้าให้บ่อยๆ โดนจองตัวไปหมดแล้วแม่ๆช่างที่เคยบอกว่าน้ำตาลแต่งงานเขาจะแต่งหน้าให้เป็นของขวัญวันแต่งงานให้นะ ปรากฏว่าไม่มี เพิ่งรู้ว่าเขาจองช่างกันข้ามปีเพราะฤกษ์วันดี มีอยู่แค่นั้นรวมถึงโรงแรมด้วย ส่วนใหญ่แต่งปลายปีกัน ภาพที่เราคิดในหัวมันไม่ง่ายเลย ตอนนี้โอเคฤกษ์มันดีรองลงมา ถ้าเราคบกันมานานขนาดนี้เอาฤกษ์ที่มันได้ ตอนนี้ทางผู้ใหญ่คุยกันก่อนจะจัดที่แพร่หรือที่กรุงเทพฯค่ะ”.
อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่