เรียกว่าทำสุดในทุกหน้าที่จริงๆ สำหรับ นานา ไรบีนา อดีตดีเจและนักแข่งรถสาว ที่ปัจจุบันเป็นคุณแม่ฟูลไทม์ดูแลลูกแฝด น้องบีน่า-น้องบรู๊คลิน แถมยังต้องแบ่งเวลามาดูแลธุรกิจ เป็นภรรยาสายซัพพอร์ตที่รับไม้ต่อไอเดียจาก เวย์ ไทยเทเนี่ยม สามี มาทำให้ทุกอย่างเป็นรูปเป็นร่าง และอีกหนึ่งบทบาทที่เห็นได้ชัดเจน คือการเป็น Super Friend ที่ซัพพอร์ตเพื่อนๆ ทุกคน และเป็นกาวใจให้เพื่อนๆ แก๊งนางฟ้าด้วย

ล่าสุด นานา มาเปิดใจแบบตรงไปตรงมาถึงการทำทุกหน้าที่ของเธอผ่านรายการ “Sisterhood” EP.5 ทาง YouTube : Mirror Thailand โดยมี คุณแนท ธนวลัย วัชรพล ผู้ก่อตั้ง Mirror Thailand รับหน้าที่พิธีกรดำเนินรายการ ซึ่ง นานา ยอมรับว่าเป็นคนแอ็กทีฟ ทำอะไรเร็วมาก เพราะจะมีสมาธิมากกว่า ถ้าทำอะไรช้าจะไม่มีสมาธิ ชอบจัดแจงตลอดเวลา ส่วนเวย์จะเป็นอาร์ติสต์สูง ค่อยๆ ครีเอตแล้วโยนมาให้เรา เราก็สนุก ทำได้ แล้วทำเลย

แต่ปัญหาคือพอทำอะไรด้วยกันเยอะ ลูกก็เลี้ยงด้วยกัน ตัดสินใจด้วยกันเกือบทุกธุรกิจ เราก็จะทนกัน ปะทะกันทุกเรื่องตลอดเวลา มันอาจไม่ได้เฮลธ์ตี้มากในชีวิตคู่ แล้วพอถึงที่สุดก็ไม่รู้จะไปไหน เพราะสุดท้ายคือเป้าหมายเดียวกัน แต่วิธีการต่างกัน มันก็เลยพักยกแล้วคุยเรื่องอื่น สุดท้ายมันมีความรัก มีแพสชันให้กัน มันยังไม่หาย มันก็เลยยังต่อกันติด หาเรื่องรักกัน ไปเที่ยว ไม่คุยเรื่องงาน ส่วนลูกๆ รู้สึกชิน เพราะพ่อแม่ทำงานด้วยกันเยอะ

...

ส่วนมุมมองการเป็นผู้บริหารที่ดูแลพนักงานนับร้อยชีวิต นานาบอกว่า ทุกคนที่อยู่ในบริษัทเหมือนเป็นครอบครัวเรา สิ่งที่เราเป็นผู้บริหารที่ต้องทำมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย คือเราทำให้คุณภาพชีวิตของลูกน้องดีขึ้นเสมอและต่อเนื่อง เขาก็จะรักและอยากอยู่กับเรา ให้เขารู้สึกว่าเราอยู่ตรงนี้ มาเล่ากันได้ นานาไม่ได้ทำถูกทุกอย่าง มีอะไรบอกกันคุยกันได้ เขาก็จะรู้สึกว่ามันใกล้ชิด องค์กรมันไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคนคนเดียว มันขับเคลื่อนด้วยทุกคน ฉะนั้นเขาจะมีความเป็นทีมสูง มันจะไม่อึดอัด ไม่ว่าจะเป็นนานาหรือเวย์คุยได้หมด

เมื่อถามว่าแสดงว่านานาเป็น Good Listener นานาบอกว่า ต้องเป็น เพราะว่าเราฟังเยอะ เรายิ่งได้เปรียบ สิ่งนั้นเราอาจเห็นด้วยหรือไม่ แต่ฟังไว้ก่อน แล้วเรามากลั่นกรองอีกที แล้วค่อยเลือกรับฟังในสิ่งที่สมเหตุสมผลแบบมีสติ พิธีกรบอกว่านั่นเป็นสิ่งที่ทำให้มีเพื่อนเยอะ เพราะเป็นคนรับฟังเพื่อน จะเป็นเซ็นเตอร์ของเพื่อนทุกคน นานาบอกว่า การฟังเป็นสิ่งสำคัญ เพราะบางทีเพื่อนบางคนเขาไม่ได้อยากได้การแก้ไข เขาแค่อยากได้คนรับฟัง พอวันที่เราอยากให้เขารับฟังเรา ก็มีเพื่อนที่รับฟังเรา เราก็รู้สึกว่าทำไมเราโชคดีแบบนี้

ด้วยความที่นานาเป็นคนที่ทำให้เพื่อนๆ ดีกัน มีโมเมนต์ไหนไหมที่เพื่อนพยายามให้เราทำให้ 2 คนนี้ดีกัน แต่เรายังไม่พร้อมและคิดว่ายังไม่ใช่ นานาบอกว่ายังไม่มีเหตุการณ์ที่มีใครมาบอกว่าให้คู่ไหนดีกัน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นออร์แกนิกที่คิดเอง แล้วไม่ได้คิดกับ 2 คนด้วย สมมติ A กับ B ทะเลากัน ก็ไม่ไปคิดกับ A และไม่ได้คิดกับ B พี่คิดของพี่คนเดียว และจะดูว่าโมเมนตัมหรือตรงไหนมันใช่ ให้มันดูออร์แกนิกที่สุด ไม่ดูเป็นการสร้างหรือกดดันขึ้นมา ซึ่งทุกอย่างมันใช้เวลา แล้วต้องเข้าใจว่าเขาโกรธหรือไม่เข้าใจเรื่องอะไร แล้วค่อยๆ ซึมซับให้เป็นโมเมนต์ที่ถูกต้องมากกว่า บางทีมันดูเหมือนสร้างขึ้นมาแต่จริงๆ ไม่ใช่

ถามว่าในอีกมุมนึง ช่วงที่เราโอเคกับเพื่อนทั้ง 2 คนที่เขาทะเลาะกันอยู่ เคยถูกมองเป็นนกสองหัวไหม นานาบอกว่า เคยคิดเหมือนกัน มีความรู้สึกว่ามันต้องคุยกับคนที่มี Logic เข้าใจว่าโตๆ กันแล้ว เธออาจจะไม่ชอบ A เพราะ A ไม่น่ารักกับเธอ แต่ A น่ารักกับฉัน ความสัมพันธ์ของเขากับฉันก็มีไง แต่เธอมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกัน เราเข้าใจ แต่เรากับเขามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพราะฉะนั้นมันต้องมีความเป็นตัวของตัวเองที่ชัดเจน ถ้าเขาคิดว่าเป็นนกสองหัว เขาคงไม่เข้าใจความคิดนี้ เราแค่รู้ว่าถ้าฉันคุยกับคนนี้ แน่ใจได้ว่าเราไม่ได้พูดร้ายให้กับอีกคนนึง

...

และเป็นคนที่ไม่โอเคกับคนอื่นน้อยมาก เป็นคนมีห้องในความเข้าใจที่ใหญ่มาก แม้กระทั่งใครคนหนึ่งทำอะไรผิด พี่จะเข้าใจมากว่าเขาผิดเพราะอาจจะไม่แน่ใจหรือมั่นใจพอเลยทำไปแบบนั้น เลยไม่ค่อยมีความรู้สึกโกรธ โมโห หรือไม่เข้าใจค่อนข้างน้อย แต่ถ้าไปถึงจุดที่โกรธและไม่เข้าใจ เพราะหาเหตุผลแล้วมันไม่มีเหตุผลไหนที่รองรับสิ่งนี้ได้แล้วมันสมเหตุสมผลถึงจะโกรธ

แต่ถามว่าถ้าเราเข้าใจแล้วเราแก้อะไรเขาได้ไหม มันไม่ใช่เรื่องของเรา ไม่สามารถไปพูดแทนเขาได้ว่าทำผิดเพราะอะไร มันเป็นพาร์ตของเขาที่ต้องอธิบายกับทุกคน ถามว่ามีเรื่องที่เราจะไม่ยุ่งไหม นานาบอกว่ามี ถ้าไม่ใช่เรื่องพาร์ตความเป็นเพื่อน เช่น เรื่องในครอบครัว ธุรกิจ รับฟังได้แต่ไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ถ้าเป็นอะไรที่ต้องปกป้องเพื่อนเพราะไม่ถูกจริงๆ ก็จะ Stand Up ทันทีเช่นกัน

กับคำถามว่ามีวิธีรักษาความเป็นเพื่อนอย่างไร เพราะนานาเป็นคนมีเพื่อนเยอะมาก ทำยังไงให้มีเพื่อนอยู่ด้วยกันตลอดเวลา นานาบอกว่า อย่างแรกคือเรื่องความจริงใจจากข้างในจริงๆ แล้วก็อีโก้ต้องไม่มี นานาผิดได้ พูดไม่ถูกได้ บอกได้เตือนได้ พร้อมเข้าใจ และเรื่องการพูดตรงไปตรงมาแบบมีฟิลเตอร์ เชื่อว่าสิ่งนี้มันจำเป็น

มารยาทในการที่จะพูด เอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดก่อนพูด เพิ่มฟิลเตอร์ไปให้สวยงามนิดนึง แต่ไม่ประดิษฐ์ แต่ไปสู่เป้าหมาย เชื่อว่าถ้าคนที่ตั้งใจฟังจริงๆ เราพูดจากใจจริงๆ เขาจะสัมผัสได้ว่าสิ่งนี้ว่าเรารักเลยพูด แต่ถ้าใครรู้สึกต่อให้เราใช้ความพยายามพูดแล้วยังว่าเรา ก็อาจจะเป็นเพื่อนกลุ่มนึงที่ไม่สนิทมาก ซึ่งเราก็จะโอเค มันก็มีสเปซห่างกัน

...

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของครอบครัวกับสามี เราจะรักษายังไงให้อยู่นาน นานาบอกว่า แต่ละคู่ไม่เหมือนกัน เราจะเลิกทำงานด้วยกันไม่ได้ เลยหาเวลาหาเรื่องไปรักกัน ไปเที่ยวด้วยกัน 2 คน ไม่พูดเรื่องงานกันเลย มันต้องเกิดขึ้นบ่อย สิ่งที่ลูกอยากเห็นที่สุดคือไม่อยากเห็นพ่อแม่แยกทางกัน วันนี้เขาอาจจะคิดถึงพ่อแม่ที่ไปเที่ยว 4-5 วัน แต่ว่าเขารู้ว่าเป็นพาร์ตหนึ่งของการทำเพื่อทีมของเรา เพื่อครอบครัวของเราเช่นกัน ทำให้เราไปด้วยกันตลอด

เราปรับตัวเยอะ เรื่องภาษาอังกฤษก็ต้องไปเรียน ไม่อายที่จะพูด แต่สิ่งที่ต้องปรับมากกว่านั้นคือวัฒนธรรม วิธีการ ความคิดที่เติบโตมา มันตรงข้ามทุกเรื่อง แต่เราก็รู้ตั้งแต่วันแรกว่าเรารับคนคนนี้มาด้วยจิตใจที่ชอบรักจริงๆ ฉะนั้นเราต้องยอมรับมัน จะไปเปลี่ยนก็ยาก เขาก็ต้องเข้าใจเราด้วย แต่ถามว่ายากไหมก็ยาก

ปิดท้ายการพูดคุย นานาฝากถึงกำลังใจให้ทุกคนว่า “วันนี้ไม่มีใครในโลกใบนี้ไม่เคยผิดหวัง ไม่เคยล้มเหลว ไม่เคยแฮปปี้สุด ทุกคนมีหมดทุกโมเมนต์ เพราะฉะนั้นวันนี้เดินมาถึงจุดนี้แล้วคุณเก่งมากแล้ว อยากให้ยึดสิ่งนี้ต่อไป แล้วมีความสุขทุกวัน ยิ้มให้คนในกระจกเยอะๆ”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม