เรียกว่าเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้นักร้องนักแสดงสาว จันจิ จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย รู้สึกเสียใจ เมื่อเจ้าตัวตั้งใจไปช่วยเหลือคนที่ล้มในงานเทศกาลดนตรีโคเชลล่า 2024 ที่สหรัฐอเมริกา แต่กลับถูกขโมยโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าสตางค์ไป เสียหายไปนับแสนบาท แต่งานนี้ก็มีหวานใจอย่างพระเอกหนุ่ม มาริโอ้ เมาเร่อ เยียวยาด้วยการพาไปซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ และพาไปธุระทำบัตรประชาชนและบัตรต่างๆ ล่าสุด จันจิ มาร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ "NEUTROGENA VISIBLE REPAIR" ณ ลานอีเดน 1 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นักข่าวเลยถามถึงเรื่องดังกล่าว
รีวิวโทรศัพท์ที่มาริโอ้ซื้อให้หน่อย?
“มันใช้ดี ถ่ายรูปดี ถ่ายชัด มีความสุขค่ะ เหมือนมีเขาอยู่ใกล้ๆ ถามว่างงมั้ยที่อยู่ดีๆ เขาซื้อให้ ไม่งง เพราะเป็นไฟต์บังคับค่ะ เพราะว่าเราโดนขโมยเครดิตการ์ดทุกอย่าง จันจิไม่สามารถจะซื้อได้จริงๆ ไม่มีเงินสดด้วย ก็เลยบอกว่ารบกวนแอดวานซ์ก่อนได้ไหม เขาก็บอกว่าได้ๆๆ แล้วเราก็บอกว่าเดี๋ยวค่อยว่ากัน (หัวเราะ)”
...
มาริโอ้บอกให้เราผ่อน?
“เขาไม่ทวงนะ เขาคงสงสาร เราเสียหายไปหลายแสน เขาเลยปลอบขวัญ สรุปกลับบ้านไปเรียกเก็บตังค์”
เขาเยียวยาเราด้วยการซื้อโทรศัพท์ให้?
“จันจิว่าเขาพาไปทำธุรกรรมทุกอย่าง บัตรประชาชน แล้วไปช่วยยืนยันหน้าจันจิด้วยนะ เพราะเขาบอกว่าหน้ามันไม่เหมือนเดิม (หัวเราะ) ต้องมีพยาน เพราะที่เขตเขาบอกว่าหน้าไม่แมตช์กับอันเก่า รบกวนขอหลักฐานด้วย”
สะเทือนใจไหมตอนเจ้าหน้าที่พูด?
“ก็ไม่นะคะ เพราะว่าเราก็ทำจริงๆ พี่โอ้ไปเซ็นรับรอง เขาบอกว่าหน้าเหมือนเดิมจะตาย เพราะว่าเอาพาสปอร์ตไปผิดเล่ม”
ตอนที่เห็นรูปตัวเองในระบบรู้สึกอย่างไร?
“ก็มีพัฒนาการที่ดีนะคะ โดนถามว่าน้องทำอะไรมาบ้าง น้องหน้าเปลี่ยนนะเนี่ย ก็บอกว่าทำตาและจมูกนิดหน่อยค่ะ”
ตอนที่โดนเจ้าหน้าที่ทักขนาดนั้นมันเสียเซลฟ์ไหม?
“นิดนึง แต่มันคือกระบวนการในการสอบถาม เขาบอกพี่ว่าไม่เหมือนเดิม เขากลัวไม่แมตช์กัน มันเป็นไปตามระบบของเขาเพราะว่าจันจิเอาพาสปอร์ตไปผิดเล่ม เอาเล่มเก่าไป เขาก็เลยไม่สามารถยืนยันตัวตนจันจิได้ค่ะ”
รู้สึกแฮปปี้ไหมที่แฟนเราบอกว่าหน้าเราเหมือนเดิม?
“เราก็เหรอๆ เบาๆ หน่อย ไม่เหมือนเลย (หัวเราะ)”
พอจันจิกลับมาต้องเดินเรื่องยังไงบ้าง?
“เริ่มใหม่ด้วยการไปทำบัตรประชาชน อ๋อ ไปซื้อมือถือก่อน (หัวเราะ) แล้วค่อยไปทำเรื่องเครดิตการ์ดต่างๆ (เขาพาไปทำทุกอย่าง?) ใช่ เยียวยาเลย แล้วจันจิยังเจ็ตแล็กอยู่ พอทำเสร็จก็บอกพี่โอ้ ขอกลับบ้าน เขาก็พากลับบ้าน แล้วเขาก็ไปทำธุระต่อ ต้องกราบขอบคุณพี่เขาด้วย โชคดีวันนั้นพี่โอ้ว่างพอดีเลยเป็นธุระให้”
ปกติมาริโอ้ซื้อของพวกนี้ให้เราบ่อยไหม?
“ไม่บ่อยนะคะ เพราะของเขาเองก็ไม่ได้ซื้อบ่อย ถ้าเราไม่ได้รู้สึกว่าจำเป็นจริงๆ แต่อันนี้ต้องใช้ทำงานจริงๆ พี่เขาก็เลยซื้อ ถามว่ามีมูลค่าไหม จริงๆ ก็มีหลากหลาย หลายแบบค่ะ (เขาบอกว่าเราทำมือถือตกบ่อย?) จริงๆ เขาบอกว่าเขาไม่น่าตอบอย่างนั้นเลย แต่มือถือก็ตกบ่อยมาก แต่เราก็ใช้เคสที่แน่นหนาค่ะ”
อย่างในโทรศัพท์มันมีข้อมูลและรูปเยอะไหม?
“จันจิแบ็กอัปข้อมูลทุกอย่างไว้ ก็โชคดีมากๆ แต่ว่าวันแรกของโคเชลล่าที่จันจิถ่ายงานของลูกค้าหายหมดเพราะยังไม่ได้แบ็กอัปไว้ นอกนั้นอยู่หมด ก็เลยรู้สึกว่าไม่เป็นไร ยกเว้นเงินที่เขากดไป สรุปแล้วก็คือยังไม่ได้เคลียร์ กดไปแล้วไปเลย”
...
รูปคู่ยังอยู่ไหม?
“ยังอยู่ค่ะ แต่พูดตรงๆ ไม่ได้ถ่ายรูปคู่นานมากแล้ว แล้วมือถือจันจิอัปเดตล่าสุดไปอยู่เซินเจิ้นเรียบร้อยแล้ว ดูจาก Find My iPhone จากอเมริกาไปเซินเจิ้นแล้ว เขาท่องเที่ยวรอบโลกยิ่งกว่าจันจิอีกนะ เราเลยต้องรีบลบข้อมูลของเราเพราะว่าไปจีน แล้วพี่จีนอาจจะแฮกข้อมูลของเรา เรากลัวเรื่องการเงินของเรา เรื่องรูปไม่มีอะไรเลยจริงๆ ไม่ต้องกลัวเลยจริงๆ กลัวเรื่องข้อมูลการเงินและข้อมูลส่วนตัวมันหายแค่นั้นเลย”
แล้วเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำยังไงบ้าง?
“เรายังไม่ได้จัดการให้เรียบร้อยเลยค่ะ เรายุ่งมาตลอดหลังจากกลับมา เดี๋ยวจะไปตามให้เรียบร้อยแล้วจะมาอัปเดตกันค่ะ”
ที่เขาเอาบัตรเราไปรูด มูลค่าความเสียหายครั้งนี้เท่าไร?
“เงินที่เขารูดไป 8 หมื่นกว่าบาท รวมทั้งมือถือด้วยก็เป็นแสนบาทค่ะ ไม่เป็นไรเราโอเค (หน้าเศร้า)”
...
หลังจากนี้จะเลิกเป็นคนใจดีไหม?
“จริงๆ จันจิว่าถ้าเราจะช่วยใคร เราต้องจับมือถือเรา จับของมีค่าของเราไว้ด้วย เขาอาจจะล้มจริงๆ ก็ได้ แล้วอาจมีคนที่คิดไม่ดีเขาใช้จังหวะที่จันจิช่วยคนเข้ามาก็ได้ จันจิไม่มีวันรู้ได้เลยว่า เป็นเหตุการณ์จริงหรือเขาสร้างขึ้นมา เพราะฉะนั้น ถ้าต้องช่วยก็ต้องช่วยค่ะ แล้วถ้าเกิดตอนนั้นเขาล้มหัวกระแทกพื้นอีก เราก็กลัว แค่ดูแลของตัวเองให้ดีที่สุด ก็เป็นประสบการณ์ที่ไม่ดี แต่ครั้งหน้าถ้ามีโอกาสไปก็ไปอีก แต่จะทำให้ดีกว่านี้ จะเซฟตัวเองและทุกอย่าง”.
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม