เป็นประเด็นร้อนที่คนจับตามอง สำหรับกรณีที่ หนุ่ม กะลา ชี้แจงเรื่องมีปัญหาความสัมพันธ์กับภรรยา จูน เพ็ญชุลี หนูแก้ว เพราะมีบุคคลที่ 3 พร้อมทั้งขอโทษทุกคนที่ทำให้ผิดหวัง ซึ่งล่าสุด จูน เพ็ญชุลี มาร่วมรายการ “โหนกระแส” ที่อาคารมาลีนนท์ 2 ถ.พระราม 4 เพื่อเปิดใจถึงเรื่องนี้ครั้งแรก ก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว

เบื้องต้นจากการพูดคุยทุกอย่าง จะตัดสินใจดำเนินการอย่างไร?
“ถ้ากับตัวสามีนะคะ มันก็ต้องใช้เวลาเนอะ คือตอนแรกที่คุยกันที่มีคำว่าหย่าหลุดออกไป ก็เคลียร์อย่างนั้นจริงๆ ว่าถ้าคุยกันแล้ว จูนกันแล้ว ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม เราแยกกันอยู่อยู่แล้วเนอะอย่างที่ทุกคนทราบ ในส่วนกระบวนการหย่ามันง่ายนิดเดียวเองค่ะ ถ้าเราจะหย่าจริงๆ ตกลงเรื่องค่าเลี้ยงดู ทรัพย์สิน ก็แค่เซ็นหย่าก็ไม่เป็นไร ช่วงนี้นาทีนี้เราก็แยกกันอยู่อยู่แล้ว ต่างก็ไปเยียวยาจิตใจตัวเอง เอาเป็นว่าโฟกัสลูก ผลประโยชน์ลูกอันดับ 1 ก็พอแล้วค่ะ”

...

พอได้พูดแล้วโล่งไหม?
“สบายใจมากเลยค่ะ ไอ้ที่เราเก็บไว้เป็นปีๆ พอมันหลุดออกมามันแบบ คือตอนหลุดออกมาเราไม่ได้สบายใจนะ แต่รู้สึกว่ามันจบสักที เราจะได้ไม่ต้องกล้ำกลืนฝืนทน เดินหน้าก็ไม่ได้ ถอยหลังก็ไม่ได้ พูดกับใครก็ไม่ได้ ลูกเราจะมีเอฟเฟกต์ เราคิดถึงลูกค่ะ”

ในรายการ หนุ่ม กะลา ขอโทษจูนและทุกคน ถือเป็นการขอโทษครั้งแรกตั้งแต่มีปัญหาไหม?
“คือช่วงที่จับได้ตอนแรก เขาก็ขอโทษแหละ แต่พฤติกรรมเรายังรู้สึกว่าขอโทษแล้วทำต่อคืออะไรวะ แต่วันนี้ผลของการกระทำของเขาวันนี้มันเห็นแล้ว ซึ่งจูนก็รู้สึกว่าเขาได้รับผลเอฟเฟกต์เยอะมากแล้ว เขาขอโทษเราครั้งนี้ เขาก็สำนึกแหละ คนเราทำผิดในใจมันก็ผิดอยู่แล้วล่ะ 

ที่ขอโทษก่อนหน้านี้ขอโทษหลายครั้งไหม?
“เขาก็ขอโทษ คือถ้าขอโทษจริงๆ จังๆ คือช่วงแรกๆ แหละที่เรารู้ ช่วงหลังจะเป็นการทะเลาะกันมากกว่า อันนี้ก็พูดตรงๆ เนอะ”

เขาบอกจะจบกับทางโน้น พอได้ฟังรู้สึกยังไง?
“ก็รู้สึกดีแหละค่ะ แหม ใครจะอยากให้สามีเราไปยุ่งกับคนอื่น มันคือสิ่งที่เขาควรทำอยู่แล้วค่ะ ถามว่ามันต้องฮีลใจไหม มันก็ยังต้องฮีลค่ะ เพราะเราเจอๆๆๆ มาเนอะ มีกระแสถึงเรากับลูกเราเยอะแยะไปหมด เขาบอกขอโทษจ้ะแล้วดีกัน แฮปปี้เอนดิ้ง มันไม่ใช่นิยายค่ะ ต้องใช้เวลาค่ะ”

การเป็นครอบครัวยังเป็นไปได้ไหม?
“เอาเป็นว่าตอนนี้ก็เป็นพ่อแม่ช่วยกันดูแลลูกดีกว่า ส่วนเรื่องความรักหนุ่มสาวหรือสามีภรรยา เราใช้ชีวิตแบบเป็นสามีภรรยาที่เหมือนเป็นเพื่อนอยู่แล้วค่ะ ตอนนี้มันก็ดีแล้วค่ะ”

อะไรที่ทำให้เรายังลังเลที่จะกลับมาเป็นครอบครัว?
“เอาจริงๆ นาทีนี้เราก็ไม่ได้อยากกลับแล้วนะพูดตรงๆ แยกกันแบบนี้เราก็สบายใจดี แต่เราก็ไม่รู้เดี๋ยวเผื่ออนาคตเขาพิสูจน์ตัวเองจนเราใจอ่อนแล้วกลับมาก็หาว่าเราพูดไม่ตรงอีก เราก็เลยพูดว่าเอาจริงๆ นาทีนี้เราก็ยังอยากแยกอยู่ เราก็ยังแยกบ้านอยู่ดี แต่จะเซ็นเมื่อไรเดี๋ยวดูข้อกฎหมายเนอะ”

กรณีผู้หญิงคนนั้นที่เคยแซะ พอหนุ่มประกาศยุติความสัมพันธ์ กังวลไหมว่าเขาจะมาระรานคุกคามเราไหม?
“ถ้าเขายังอยากมาเนอะ เราก็ใช้กฎหมายแหละ เราจะไปทำอะไรเขา เพราะถ้าเราทำ เราทำไปนานแล้วแหละ”

ถึงจะแยกกันแล้ว เรายังรักเขาอยู่ไหม?
“อุ๊ย ถ้าตอบตรงๆ ก็ต้องรักแหละ คนเราอยู่กันมาครึ่งชีวิตเนอะ เป็นห่วงมากๆ เลยล่ะค่ะ เพราะจากที่เขาโดน เราก็รู้ว่าเขาหนัก และจริงๆ เขาเป็นคนใจบาง เรารู้ว่าเขาโดน Shake ข้างในเยอะมากแล้ว ที่เขาตอบอะไรไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราว ก็คือข้างในเขาคงแย่ค่ะ เรามั่นใจว่าเรารู้จักเขาดีที่สุด”

เขารับผิดทุกอย่าง อยากให้สังคมให้อภัยเขาไหม ไม่งั้นเขาจะดาวน์ ไม่มีงานเลย?
“ก็อยากให้สังคมให้อภัยเขาค่ะ เพราะครั้งนี้เป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่สำหรับชีวิตเขาแล้ว เรายังพูดคำเดิมว่าเราไม่ได้อยากเห็นใครพังทลาย และยิ่งเขาเป็นคนในครอบครัว เป็นสามีเรา เราไม่ได้อยากเห็นเขาล้ม แต่มันอยู่ที่ตัวเขาด้วยว่าเขาตั้งใจที่จะแก้ไขหรือเปล่า ถ้าเขาตั้งใจ อันนี้ก็คือแยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานเนอะ เรื่องที่เขาทำกับเราส่วนนึง แต่เรื่องงานเขาก็ถือว่าเขาทำงานของเขาเต็มที่ อยากให้สังคมให้อภัยเขาเพราะว่าเอาจริงๆ ก็มีผลกระทบถึงลูกเราแหละ มันก็เลี่ยงไม่ได้ค่ะ”

...

ถามถึงเรื่องรายได้ที่หนุ่มบอกว่าทางแกรมมี่จะโอนเงินให้เราโดยตรงเลย?
“คือตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว เงินมันอยู่กับพี่อยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าเพิ่งจับได้แล้วฉันเอาเงินยึดคืน อีกอย่างเราเปิดเป็นบัญชีบริษัท ดังนั้นการจัดการบริหารบริษัทเป็นหน้าที่พี่อยู่แล้ว เวลาไปรับเช็คก็เอาเข้าบัญชีอยู่แล้วค่ะ 

ทุกวันนี้พี่จ่ายเขาเป็นเงินเดือนเนอะ ค่าใช้จ่ายทุกอย่างพี่แมเนจ ถ้าเขาอยากได้อะไรเขาก็ขอ แต่พอเราแยกกันไปบางทีเขาอาจจะอยากได้อะไรแล้วอาจไม่กล้าพูดกับเราหรือเปล่า ถามว่าเขาขออะไรบ่อยไหม ส่วนใหญ่ไม่บ่อยนะ ก็จะเป็นเรื่องงาน ซื้อนู่นนี่ บวกอันนั้นอันนี้นิดหน่อย ก็ไม่เยอะค่ะ”

คิดว่าเงินเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ปัญหานี้เกิดขึ้นด้วยไหม?
“ก็อาจจะมีนะ เขาอยากจะซื้ออะไรเป็นแสนเป็นล้าน เราไม่ให้ไง เราก็ยอมรับ บางชิ้นเรารู้สึกว่าไม่โอเค แต่มันก็เป็นเรื่องปกติของสามีภรรยาเนอะ คือถ้าชิ้นใหญ่ๆ แล้วไม่เมคเซนส์ก็มี”

คิดว่านำไปสู่การมีคนอื่นเพื่อให้เปย์เขาแทนไหม?
“อ๋อ เอาจริงๆ นะ จริงๆ เงินเราก็มี เราไม่ใช่คนที่ไม่มีเงิน เพียงแต่ถ้าสมมติจะซื้อแบรนด์เนมสักอย่าง เราไม่ให้ พอคนอื่นมีมาให้เราก็ไม่รู้ เขาอาจจะชอบหรือแฮปปี้ตรงนั้น แต่ถามว่าเป็นสาเหตุที่ไปชอบผู้หญิงเปย์หรือเปล่า เราตอบแบบนี้ดีกว่า ถ้าใครมาเปย์เรา เราก็ชอบ เราก็รับเนอะ แต่ถึงกับไปรักเขา เห็นดีเห็นงาม อันนี้มันอยู่ที่วิจารณญาณของแต่ละคนมากกว่า”

...

เขามีไปพูดกับครอบครัวของเขาไหม?
“อันนี้ไม่รู้เลยค่ะ”

กับครอบครัวหนุ่ม ความสัมพันธ์เป็นไงบ้าง?
“อ๋อ มันหลายปีเนอะ มันก็มีดีไม่ดีบ้างแหละค่ะ มันก็มีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่เราไม่แน่ใจว่าที่เขาโพสต์ออกไป เขาได้ยินอะไรมา เขาเข้าใจผิดอะไรเราหรือเปล่า หรือด้วยอารมณ์ ไม่ได้กลั่นกรอง”

คนจับสังเกตว่าครอบครัวเขาไปญี่ปุ่นกับอีกคน แทนที่จะไปกับเรา?
“เราก็ตกใจแหละ เราก็อ้าว มันยังไง เราก็สับสนเหมือนกัน แต่อันนี้เราไม่รู้ในส่วนนี้จริงๆ เลยไม่ตอบดีกว่า ถามว่าได้คุยกับคุณแม่ไหม ไม่ได้คุยเลยค่ะ กับน้องสาวก็ไม่ได้คุย ตั้งแต่มีเรื่องกลับมาก็ไม่ได้คุยกัน”

ในเน็ตมีข่าวว่าหนุ่มเคยมีลูกกับอีกคนนึง?
“อันนี้ไม่รู้เลยค่ะ ไม่ขอตอบ มันไม่ใช่ส่วนของเราแล้ว”

จะดำเนินการฟ้องผู้หญิงคนนั้นอยู่ไหม?
“ยืนยันว่าฟ้องเหมือนเดิม คือเราก็ฟ้องตามสมควรเนอะ”

ถามทนายบ้าง ยืนยันว่าฟ้องได้ใช่ไหม เพราะหลักฐานบางอย่างมันนานแล้ว?
ทนาย “คือเนื่องจากพยานหลักฐานมันต่อเนื่องนะครับ เป็นการกระทำหลายปีจนถึงปัจจุบันนี้ ล่าสุดก็ยังไม่นานไม่เกินปี อันนี้อายุความน่าจะไม่ขาด ส่วนตัวเลข 10 ล้าน ก็เป็นตัวเลขที่เหมาะสม ไม่ใช่ว่าต่ำเกินไปหรือแพงจนเกินไป ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ดูศาลด้วยว่าท่านจะพิจารณาให้ประมาณไหน และอีกส่วนนึงทางพี่จูนไม่ได้เน้นที่ว่าฟ้องแล้วได้เงินจำนวนที่เยอะ เพียงแต่ว่าอยากปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองเท่านั้นครับ”

เอาเรื่องให้ถึงที่สุด ไม่ยอมความแน่นอน?
“ไม่ยอมค่ะ”

...

ถ้าในอนาคตหนุ่มมาขอร้อง?
“หมายถึงว่าขอร้องไม่ให้ฟ้องผู้หญิงเหรอคะ ไม่น่ากล้านะคะ (ยิ้ม)”

10 ล้านคุ้มค่าไหม?
“ไม่คุ้มค่ะพูดจริงๆ ถ้าเทียบกับความรู้สึกที่เราเสียไปมันไม่คุ้มหรอก”

ถ้าเกิดเรียกได้อีก เอาอีกไหม?
“(หันไปมองหน้าทนาย) ได้อีกก็เอานะ (ยิ้ม)”

มั่นใจว่าหนุ่มจะทำได้อย่างที่เขาพูดในรายการไหม?
“โห เราจะไปตอบแทนใคร เราตอบไม่ได้หรอก มันอยู่ที่เขาแล้วล่ะ โอกาสที่เขาต้องพิสูจน์ให้ทั้งเราทั้งสังคมเห็นว่าเขาตั้งใจจริงที่จะปรับปรุงแก้ไข เพราะในโลกโซเชียลถ้าเขาผิดคำพูดอีก แป๊บเดียวคนก็เอารูปมาลงแล้ว ก็ต้องอยู่ที่เขาแหละ”

ก่อนหน้านี้ผู้หญิงคนนั้นแซะเราเยอะ วันนี้อยากบอกอะไรเขาไหม?
“เขาเคยอยากให้เราติดต่อไปเนอะ เราก็ไม่เห็นประโยชน์ในการติดต่อไป ณ วันนั้น แต่ตอนนี้เดี๋ยวเราให้ทางทนายติดต่อไป ถ้าอยากคุยกันก็เดี๋ยวไปเจอกันที่ศาลดีกว่า เราพูดคุยกันด้วยพยานหลักฐานดีกว่า”

มั่นใจในหลักฐานที่มีไหม?
“อืม ก็มั่นใจเนอะ เราก็มั่นใจนะ”

ถามถึงเรื่องการแยกกันอยู่กับหนุ่ม?
“ก็เวลาเราจับได้แหละ คนทั่วไปไม่ว่าจะเป็นเราหรือเป็นใครก็เสียความรู้สึกเนอะ เรามีลูกเล็ก แล้วเราต้องทำงานด้วย ถ้าเราทะเลาะกัน บรรยากาศในบ้านลูกเราก็รับรู้ได้ เราก็เลยคิดว่างั้นเราแยกไปก่อน ไม่ต้องหน้าบึ้งตึงใส่กัน ก็ให้เขากลับไปอยู่บ้านกับคุณแม่เขาก่อน เราก็อยู่กับลูกเราค่ะ”

คิดว่าเราตัดสินใจถูกไหม เพราะมันเป็นช่องที่ทำให้เขาไปไกล?
“เราคิดว่าไม่ว่าเราจะอยู่บ้านเดียวกันหรือแยกกัน ถ้าเขาจะทำเขาก็ทำ คนไม่ทำก็ไม่ทำ ฉะนั้นไม่ได้มีความคิดว่าอุ๊ย เป็นเพราะฉันให้เธอไป เธอถึงมีคนอื่น ไม่ได้คิดแบบนั้นค่ะ”

ตลอดเวลา 2 ปี เขาแยกออกไปเลย ไม่ได้กลับมาเลย?
“กลับค่ะ เขาก็ยังมาหาลูกปกติ แค่ไม่ได้นอนด้วยกัน ไม่ได้นอนบ้านเดียวกัน ก็มาเล่นกับลูกจนดึกๆ ลูกหลับเขาก็กลับไป ถามว่าบ่อยไหมก็บ่อยแหละ เวลาเขาว่างจากงานหรือกำลังจะบิน มีเวลาเขาก็มา ซึ่งไม่ได้ขัดขวางค่ะ อยากมาก็มา เพราะเขายังเป็นพ่อของลูก ลูกเราก็ปะป๊าอยู่ไหน ปะป๊ามาหรือยังค่ะ”

อยากให้จบยังไง?
“กับหนุ่มถ้าในเรื่องสามีภรรยา อันนี้ยังพูดเหมือนเดิมว่าขอให้เวลามันฮีลใจ ดูการกระทำของเขา จะให้วันนี้ขอโทษแล้วกลับมารักกันอันนี้เป็นไปไม่ได้ เอาเป็นว่าทุกอย่างถ้าเห็นประโยชน์ของลูกสำคัญ มองเป้าหมายเดียวกัน ก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ คุยกันได้ นาทีนี้ก็ไม่ได้เกลียดเขานะ เพราะเขาก็น่าจะได้รับบทเรียนที่สาหัสแล้วค่ะ”

อะไรที่ทำให้เราเข้มแข็งมากๆ?
“ลูกค่ะ พอเรามีลูก เราโฟกัสที่ลูก อะไรที่เป็นประโยชน์กับลูก ลูกมีความสุข แฮปปี้ เราไม่ทะเลาะกันให้ลูกเห็น เราคิดแค่ว่า worst case ถ้าเราแยกกัน 1 2 3 4 ที่ต้องมีให้ลูกคืออะไร เราได้ดำเนินการตามนั้นหมดแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้มีหรือไม่มีก็เลี้ยงลูกได้ เลยไม่ได้เฮิร์ตอะไร เพราะผ่านความเฮิร์ตมาแล้วค่ะ (ถ้าต้องหย่ากันก็รับได้?) รับได้ค่ะ ดูแลตัวเองได้ค่ะ”

อยากบอกอะไรแฟนๆ ที่ให้กำลังใจ?
“ขอบคุณจริงๆ นะคะ (ยกมือไหว้) อินบ็อกซ์แทบแตก ตอบไม่ถูกเลย คือเราเข้าใจแหละเรื่องแบบนี้ คนที่ถูกกระทำเนอะ ประชาชนก็เห็นใจ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ คือตั้งแต่แรกเรารู้สึกว่าเราไม่ใช่คนผิด เพราะฉะนั้นเราไม่อาย ต่อให้เรื่องนี้จะแดงเมื่อไร เราไม่ใช่คนที่จะต้องอายอยู่แล้ว พอเรื่องเกิดขึ้น ทุกคนให้กำลังใจ เห็นใจว่ากว่าจะผ่านตรงนี้ เราก็ดีใจที่มีคนเข้าใจเนอะ”

ทนายจะยื่นฟ้องเมื่อไร?
ทนาย “น่าจะเป็นสัปดาห์หน้า สัปดาห์นี้ไม่ทัน เนื่องจากงานเยอะด้วย เราต้องรวบรวมพยานหลักฐานด้วยครับ มีหลักฐานชิ้นสำคัญอยู่ อาจจะเป็นรูป เป็นคลิป ก็มีโอกาสชนะครับ”.