ทำเอาหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่รู้สึกเจ็บไม่น้อย สำหรับครอบครัวของ เป้ บดินทร์ หรือ เป้ วงมายด์ และภรรยาสาว กร ษิภูตา ที่โดนเกรียนคีย์บอร์ดเข้ามาวิจารณ์เรื่องหน้าตาของลูกด้วยถ้อยคำหยาบคายเกินจะรับไหว โดยที่ผ่านมาได้ใช้กฎหมายจัดการแล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องใจอ่อน เพราะอีกฝ่ายทักเข้ามาขอโทษ ขอโอกาส ที่บ้านลำบากและไม่มีเงินจ่าย 

แต่ล่าสุดทั้งกรและเป้ ได้เหตุการณ์ดังกล่าวอีกครั้ง ทั้งคู่ได้โพสต์ข้อความที่แคปจากคอมเมนต์จากชาวโซเชียลรายหนึ่งที่เข้ามาคอมเมนต์ในภาพครอบครัวที่ไปออกงานอีเวนต์ โดยวิจารณ์ถึงหน้าตาลูกๆ และยังเขียนถึง กร ในแง่ลบอีกด้วย 

โดย กร ได้เขียนข้อความว่า "เอาจริงๆ กรพยายามทำความเข้าใจและยอมรับกับความวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกรหรือพี่เป้ก็ตาม เราโตกันแล้ว รับได้กับเรื่องพวกนี้ พอมามีลูกก็เริ่มมีคนมาบูลลี่เรื่องหน้าตาและสีผิวลูก

ตอนแรกยอมรับว่าโมโหมาก ลูกใครใครก็รัก เลยเริ่มปรึกษาผู้ใหญ่ถึงขั้นตอนการดำเนินคดี และได้รู้ว่าคนเหล่านี้ต้องชดใช้ด้วยเงิน บางคนก็ลำบาก ไม่ได้มีเงินมีทรัพย์สินอะไร ถ้าเราไม่ยอมความ เค้าไม่มีจ่าย=เค้าติดคุก ใจจริงไม่อยากให้ต้องมาจ่ายเงินเลย เพราะเราไม่ได้อยากได้เงินใคร แค่อยากให้บทเรียนกับคนเหล่านั้นว่าเรื่องพวกนี้มันมีกฏหมายคุ้มครองนะ จะพิมพ์อะไรลงที่สาธารณะคุณต้องคิดก่อน

...

สุดท้ายพอรู้ว่าเราจะใช้กฏหมายก็ทักมาขอโทษ ขอโอกาส ที่บ้านลำบาก ไม่อยากติดคุก กรก็ใจอ่อนให้อภัยหมด แต่นี่ไปถึงขั้นบอกว่า “หน้าเหมือนเด็กไม่สมประกอบ” กรว่ามันเกินไปมากๆ เด็กเค้าไปทำอะไรให้คุณ ไม่ชอบก็แค่ไม่ต้องดูแค่นั้นเอง

หรือถ้าดันบังเอิญผ่านมาเห็นแล้วอยากจะวิจารณ์มากๆ ก็หาคนแถวๆ นั้นมาฟังไหม อยากพูดอยากแสดงทัศนคติต่ำแค่ไหนก็พูดไปถ้าคนฟังของคุณเค้ารับได้ แต่ไม่สมควรมาพิมพ์ลงพื้นที่สาธารณะแบบนี้ พวกคุณคงไม่มีวันเข้าใจว่าหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่มันเจ็บปวดแค่ไหน… #เราควรจัดการกับคนเหล่านี้ยังไง #ขอความเป็นธรรม"

ด้าน เป้ เองได้เขียนเล่าว่า เขานั้นเคยไปร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากองค์กรที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่สุดท้ายมันก็สิ้นหวัง เจ้าหน้าที่ได้บอกว่า เขาไม่สามารถหาคนผิดมาลงโทษได้ แบบนี้ต้องทำยังไง ต้องยอมให้คนมาทำร้ายแบบนี้เหรอ พร้อมขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวด้วย

"ผมไม่ขอพูดในเรื่อง emotional ที่มีต่อเรื่องนี้แล้วกันนะครับเพราะทางน้องกร @piingpiingk ภรรยาผมได้พูดไปหมดแล้ว แต่ผมจะขอพูดในทางกฎหมายที่คุ้มครองเกี่ยวกับเรื่องนี้หน่อย เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เกิดครั้งแรกกับครอบครัวผม

ซึ่งตัวผมเองพยายามเรียกร้องความเป็นธรรมจากองค์กรที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปแล้วตามที่สื่อเคยออกข่าวไปครั้งก่อน แต่สุดท้ายสิ่งที่ผมได้กลับมามันคือความสิ้นหวังครับ เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจรับผิดชอบเรื่องนี้อธิบายกับผมตรงๆ เลยว่า

ทางเค้าไม่สามารถตามหาคนผิดเหล่านี้มาลงโทษได้ ถ้าคนคนนั้นใช้ acc หลุม หรือที่เรียกกันว่า Avatar แม้แต่คดีใหญ่ๆ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยตามตัวสำเร็จเลยซักครั้ง แล้วแบบนี้ผมจะต้องทำยังไงครับ ที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนไม่สามารถช่วยเหลือผมได้ผมต้องไปพึ่งใครอีก

ถ้าในเมื่อกฎหมายก็ยังเอาผิดกับคนประเภทนี้ไม่ได้ หรือผมต้องยอมรับสภาพให้คนแบบนี้มาพ่นอะไรเสียๆหายๆ ใส่ครอบครัวผมและครอบครัวอื่นๆ แบบนี้ต่อไปเหรอครับ แบบนี้เราคงต้องก้มหน้ายอมรับว่าจะมีคนประเภทนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ในสังคมใช่ไหมครับ

ผมจึงอยากจะใช้พื้นที่ตรงนี้ตามหาใครซักคนที่สามารถเอาผิดกับคนที่กระทำความผิดในเชิงนี้ได้จริงครับ ทำให้เป็นเยี่ยงอย่าง สังคมของเราจะได้น่าอยู่มากขึ้น เพราะถ้ามีคนที่สามารถนำคนกระทำผิดมารับโทษได้ ผมจะได้บอกกับทุกๆ คนที่เป็นผู้ติดตามของผมได้อย่างเต็มปากว่า ประเทศไทยของเรายังมีความยุติธรรม ขอความเป็นธรรมให้ครอบครัวผมด้วยครับ".

...