หันหลังให้กับวงการบันเทิงมาหลายปีแล้ว สำหรับ สเตฟาน ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์ อดีตพระเอกชื่อดัง ที่ตอนนี้ได้หันไปใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา ทำธุรกิจส่วนตัว และไม่ได้เป็นพระเอกหรือรับงานในวงการบันเทิงแล้ว

ล่าสุด บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสเจอ สเตฟาน มาร่วมงานอีเวนต์ จึงได้ขอสัมภาษณ์อัปเดตชีวิตในตอนนั้น ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า ได้หันหลังให้วงการบันเทิงแล้ว และชีวิตในตอนนี้มีความสุขมาก พร้อมกับขอแก้ข่าวที่ว่า ต้องออกจากวงการบันเทิงเพราะรูปร่างอ้วนขึ้น ซึ่ง สเตฟาน บอกไม่เป็นความจริง แต่ออกเพราะต้องไปดูแลคุณแม่ที่กำลังป่วย และเริ่มหมดแพสชันในตัวเอง

เรียกว่าชีวิตของเราตอนนี้หันหลังให้วงการบันเทิงเลยไหม?

"จะบอกว่าใช่ก็ได้ คือผมเป็นคนไม่ค่อยชอบพูดว่า หันหลัง เพราะว่าเราไม่รู้ว่าในชีวิตเราอาจจะกลับมาเล่นละครตอน 60 ก็ได้ แต่ถ้าถามผม ก็ยังบอกเหมือนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ที่ผมยังเก็บความทรงจำดีๆ ไว้ ว่าตอนที่อยู่ผมก็แฮปปี้ดี มาตอนนี้ผมแค่รู้สึกว่ามันไม่ใช่โลกของเรา"

เบรกงานในวงการไปเลย ไม่ได้รับงานเลย?

"ใช่ๆ ผมแก่แล้ว ปีนี้ผม 41 แล้ว"

ทำไมตอนนั้นเราถึงหยุดรับงานในวงการไปเลย?

"เพราะว่ามันมีออกมาหลายอันมากเลย บางอันก็ถูกบางอันก็ผิด เหตุผลหลักๆ เลยคือตอนนั้นคุณแม่ผมไม่สบายด้วย คุณแม่ผมไม่ไหวแล้วจริงๆ เป็นโรคไต เบาหวาน ดูไม่ไหวแล้ว แล้วผมเล่นละคร ไม่มีเวลาว่างเลยจริงๆ ผมก็คิดว่าน่าจะส่วนหนึ่ง บางทีการตัดสินใจของเรามันมีอะไรหลายๆ อย่าง มันเริ่มหมดแพสชันแล้วด้วย และอยากจะทำอย่างอื่นบ้าง โดยรวมก็เลยตัดสินใจครับ"

อันไหนที่บอกว่าข่าวผิด?

"บอกว่าอ้วนแล้วออก ความจริงคือเราออกก่อนแล้วค่อยอ้วน ละครเรื่องที่ผมเล่นเรื่องสุดท้าย ถ้าจำไม่ผิดน่าจะ ฟ้าจรดทราย กับที่เล่นเป็นวินมอเตอร์ไซค์อะ พอจบจาก 2 เรื่องนี้ หลังจากนั้นก็ออกเลย"

...

มีคนตามเรากลับไปเล่นละครมั้ย?

"ช่วง 3-4 ปีแรกก็มีนะครับ ตามบ่อยมาก ช่วงหลังๆ ก็มีมาบ้าง"

แต่เราไม่ได้ใจอ่อนเลย?

"คือจริงๆ ผมเป็นคนที่เล่นละครแล้วไม่ได้รู้สึกว่าผมเล่นดี ไม่ได้เล่นเก่ง แล้วเรารู้สึกว่า เมื่อก่อนเราพูดแบบนี้ไม่ได้ มันจะต้องเป็นภาษาละคร แล้วเป็นคำพูดที่ผมไม่ค่อยชิน มันก็ยิ่งเกร็ง กับมีหลายๆ อย่าง ห้ามเสยผม ห้ามโน่นห้ามนี่ มันก็เลยกลายเป็นไม่เป็นตัวเอง ซึ่งการเล่นละคร จริงๆ มันก็ควรไม่เป็นตัวเองอยู่ดี ผมก็เลยคิดว่า เล่นละครมา 10 ปี ผมแฮปปี้นะ แล้วผมรู้สึกว่าเจอคนที่ดีกว่าผมเยอะมาก สนุกอะ เอาจริงๆ แต่ว่าผมแค่คิดว่ามันถึงเวลาแล้ว"

10 ปีที่เล่นละครมา ไม่เป็นตัวเองเหรอ?

"มันรู้สึกไม่เป็น แต่ผมเชื่อว่ามันก็สนุกอยู่ไง แต่พอมีวันนึงเราจะรู้ตัวด้วยตัวเราเอง"

เสียใจไหมที่มีคนบอกว่าเราเปลี่ยนไปเพราะเราอ้วน?

"ไม่ ถ้าวันนี้พี่ไม่ได้สัมภาษณ์ผม ผมก็ไม่ได้ซีเรียสเลย และผมก็ไม่ได้ซีเรียสว่าผมอ้วนหรือผอม และผมเชื่อว่ามันไม่ได้มีเอฟเฟกต์อะไรมาก คนเรามันต้องมีช่วงอ้วน ช่วงผอมเป็นเรื่องปกติ สมมติมีคนมาถามแล้วว่าอ้วนขึ้นใช่ไหม เราก็ไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้ว เราโตแล้ว และเราก็ชิน"

แสดงว่าตอนนั้นเราก็มีความสุข เรามีความเป็นตัวตนของตัวเองใช่ไหม?

"ใช่ เรื่องมาคนเป็นคนอ้วน คนผอมหรืออะไร จริงๆ มันก็เฉยๆ บ้านเราควรจะหยุดทักเรื่องพวกนี้ได้แล้ว ผมว่ามันเสียมารยาท แน่นอนว่าถ้าตอนที่เรายังเป็นเด็กเราเสียเซลล์แน่นอน แต่พอมาโตแล้วเราก็ไม่ได้ซีเรียสเพราะว่าเราก็อ้วนจริง แต่ไม่เป็นไร"

ที่เราไลฟ์ล่าสุดเห็นบอกว่าลดน้ำหนักลงไป 10 โล?

"ลงไป 9 โล เพราะว่าผมออกกำลังกาย ช่วง 4-5 ปีหลังจากที่ออกจากวงการ ผมไม่ได้ออกกำลังกายเลย มาตอนนี้ผมตีกอล์ฟ เล่นเทนนิส และเข้าฟิตเนสตอนตีสองทุกวัน แล้วผมกินคลีนด้วย ผมไม่ดื่มแอลกอฮอล์มาประมาณปีนึงแล้ว"

เรากลับมาบิ้วร่างกายใหม่เหรอ?

"ไม่ ผมแค่รู้สึกว่าร่างกายเราไม่ไหวแล้ว ต้องปฏิวัติใหม่ซะหน่อย"

วันนี้ถามว่ามีโอกาสกลับมาเล่นละครในวงการบันเทิงไหม หรือว่าสนุกกับการใช้ชีวิตเป็นนักธุรกิจ?

"เรียกว่าสนุกกับการใช้ชีวิตทั่วไปดีกว่า ยังไม่มีแพลนที่จะกลับเข้าสู่วงการ"

หรือว่าเพราะมันเป็นนักธุรกิจแล้วมีรายได้ดีกว่า?

"ไม่เกี่ยวหรอก ผมว่ามันก็ดีทั้งสองอย่าง เพียงแต่ว่าผมมองว่าชีวิตเราไม่อยากทำอย่างเดียว อยากลองทำประสบการณ์ใหม่ๆ เยอะๆ"

...

ตอนนี้ธุรกิจที่เราทำอยู่มีอะไรบ้าง?

"ผมทำแคมปิ้งอันใหม่เลย เพราะว่าเราทำโรงแรมอยู่แล้วใช่ไหม แต่อันนี้ทำแคมปิ้งใหม่ชื่อ Yellowstone Camps มี 3 สาขาคือที่ ปากช่อง, ไทรโยค และสะปัน ลองไปเที่ยวดูได้ครับ และกำลังทำบริษัททัวร์ พาไปดูบอล"

ณ วันนี้มีความสุขกับการใช้ชีวิตเป็นคนธรรมดาที่ไม่ใช่ดาราใช่มั้ย?
"ใช่ครับ เป็นสามัญชนทั่วไป (ยิ้ม)"

อยากกลับมาเล่นละครเหมือนเดิมใหม่ด้วยความคิดถึง?

"ไม่ครับ ก็ยืนยันว่าไม่เหมือนเดิม ใครจะมาลากยังไงก็ไม่กลับ จริงๆ ผมว่าผมอยู่อย่างนี้ผมแฮปปี้ดีอยู่แล้ว แต่ขอบคุณมากจริงๆ ถ้าใครยังคิดถึงก็ขอบคุณจริงๆ ครับ อยากให้จำภาพ 10 ปีที่แล้วเคยฝากผลงานไว้มากกว่าครับ".