ยิ่งยง ยอดบัวงาม ออกมาเปิดใจหลังเจอมรสุมหนักสุดในชีวิต พร้อมควงลูกสาวคนสวย โยโย่ ศิมลมาศ เผยสาเหตุไม่พาลูกออกสื่อ ตั้งใจปิดบังหรือเปล่า? ด้านลูกสาวเล่าโดนบูลลี่รูปร่างจนเสียเซลฟ์ ไม่กล้าออกสื่อ! เคลียร์ใจพ่อลูกสาเหตุอะไรที่ทำให้ โยโย่ รู้สึกไม่น่าเกิดเป็นลูกยิ่งยง!! ทุกประเด็นในรายการ "คุยแซ่บ Show" ทางช่อง One 31 ที่มี ชมพู่ ก่อนบ่าย และ เป๊กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร

เรื่องเกี่ยวกับคดีความ?
ยิ่งยง : ก็จบทุกอย่างมาหลายปีแล้ว 2 ปีผ่านมาแล้ว

เวลาพี่ไปออกรายการไหนก็ไม่มีใครถามเรื่องนี้เลย เลยเป็นห่วงว่าเรื่องนี้เป็นมายังไงแล้ว?
ยิ่งยง : ก่อนอื่นต้องขอบคุณพี่น้องแฟนๆ ที่ให้กำลังใจเรามาตลอด ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง น้องๆ ในวงการก็เป็นห่วง ตอนนี้เคลียร์ตัวเองทุกอย่าง เราได้รับความยุติธรรมจากศาลเรียบร้อยแล้วว่า เราไม่มีความผิดอะไร เพียงเราเผอเรอไปทำ จริงๆทุกคนก็มีความผิดได้คือ 1. เจตนา 2. โดนชักชวน เพราะฉะนั้นการที่ศาลให้ความยุติธรรมกับเราแสดงว่าเราโดนชักชวนไป

...

คดีความจบไปเมื่อไร?
ยิ่งยง : 2 ปีที่แล้ว ตอนโควิดเยอะๆ

ตอนนั้นรู้ข่าวมาว่าพี่เครียดหนัก เพราะมรสุมถาโถม ช่วงนั้นเป็นยังไงบ้าง?
ยิ่งยง : จริงๆ เรามั่นใจในความยุติธรรมของเรานั่นแหละ เพราะเรามั่นใจว่าตัวเราไม่ได้ไปทำผิด ไม่ได้เจตนาไปโกงใคร ไม่ได้ทำผิดโดยที่เราตั้งใจ บางทีอาจจะผิดด้วยความที่เราไปเชื่อมต่อกับคนอื่น

กว่าคดีจะจบใช้เวลาดำเนินการเท่าไร?
ยิ่งยง : ประมาณปีกว่า

เครียดไหม?
ยิ่งยง : ก็มีบ้าง แต่เรามั่นใจในความยุติธรรม เราก็อยู่กันแบบสองคนผัวเมีย ครอบครัว ก็ไม่ได้เครียดมาก

พอศาลตัดสินว่าพี่ไม่ได้มีความผิดอะไร ใจพี่เป็นยังไงบ้าง?
ยิ่งยง : สิ่งที่ผ่านมามันทำให้เราเข้มแข็งขึ้น แข็งแรงขึ้น และเรารู้ระบบการดูแลตัวเองมากขึ้น ในวงการบันเทิงบางทีมองเรามีชื่อเสียง ก็อยากได้เราไปทำโน่นทำนี่หารายได้ จริงๆ ก็ต้องระมัดระวังด้วย สำหรับน้องๆ รุ่นใหม่ นี่คืออุทาหรณ์สอนใจให้กับทุกๆ คนเลย

ตั้งแต่เกิดมาอันนี้คือเรื่องใหญ่สุด หนักสุดในชีวิตเลยไหม?
ยิ่งยง : เป็นเรื่องที่ใหญ่ที่สุด ไม่คิดด้วยซ้ำไป มันจะเกิดกับเรา

ฝั่งลูกสาวคุณพ่อเจอเรื่องเครียดแบบนี้ ให้กำลังใจคุณพ่อยังไงบ้าง?
โยโย่ : ก็ให้กำลังใจค่ะ แต่หนูเป็นคนไม่ค่อยพูดความรู้สึกตรงๆ เท่าไร ถ้าลงในโซเชียลหนูเคยโพสต์ให้กำลังใจคุณพ่อผ่านทางไอจีส่วนตัว มีคนเอาไปทำข่าว แล้วก็มีคนมาว่าหนูว่า “พ่อตัวเองทำผิด ยังมาให้กำลังใจอีกว่าจะผ่านไปด้วยกัน” หนูก็ลบโพสต์นั้นออกไป แล้วก็ไม่พูดออกทางโซเชียล แต่ก็บอกปะป๊าว่า เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น สู้สู้นะ ตอนนั้นหนูอยู่ต่างประเทศด้วยค่ะ เลยไม่ค่อยได้พูดกันเท่าไร

ตอนนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เรื่องนี้สอนอะไรพี่บ้าง?
ยิ่งยง : สอนให้วิเคราะห์ พิจารณาดูคนว่า เราควรจะทำด้วยไหม เห็นด้วยกับเขาไหม เราต้องระมัดระวังในเรื่องของคนมากขึ้น ที่ผ่านมาหลานก็โดนหลอก มีคนโทรศัพท์ไปหาบอกว่า แม่ค้ายาเสพติด หลานโอนเงินจากธนาคารหมดเลย ทั้งแม่ทั้งลูกเลย

ผ่านพ้นไปได้ ขอให้หลังจากนี้มีแต่สิ่งดีๆ งานเข้าเยอะๆ?
ยิ่งยง : ต้องขอขอบคุณน้องๆ ทุกคน ขอบคุณแฟนเพลงที่ให้โอกาสผม เพราะว่าผมเองก็ไม่ได้มีเจตนาตรงนั้น

มาพูดถึงลูกสาวบ้าง ไม่ค่อยได้เห็นออกสื่อ แม่ยกบอกว่าตั้งใจปิดหรือเปล่า?
ยิ่งยง : จริงๆ ก็อยากจะเปิด แต่เขาไม่ค่อยอยากมา ชวนไปไหนก็ไม่ไป ไม่อยากมาออกรายการ ไม่ชอบ

...

ถามสาเหตุว่าทำไมถึงไม่ออกมาเปิดตัวว่าเป็นลูกยิ่งยง?
โยโย่ : ตอนนั้นพอโย่ไม่ได้เล่นละครแล้ว และกลับไปอยู่ต่างประเทศก็อ้วนขึ้น เวลาจะออกไปไหน คนก็เริ่มทักว่าอ้วนขึ้นหรือเปล่า หนูก็เลยไม่อยากออกไปไหนกับพ่อ ทุกวันนี้ก็ยังโดนอยู่

แล้วป๊าเค้ารู้ไหมว่ามีคนมาทักเราแบบนี้ แล้วเราเสียความมั่นใจ?
โยโย่ : น่าจะรู้นะคะ
ยิ่งยง : ก็ต้องยอมรับความเป็นจริงที่มันเกิดขึ้นกับตัวเรา ในเมื่อเราพยายามแล้วมันไม่ได้เป็นในสิ่งที่คิด ทุกคนสามารถโตได้ อ้วนได้ อวบได้ แต่มันก็อยู่ที่เราว่าเรามีความพยายามที่จะลดแล้วแต่มันไม่ลง ก็เรื่องธรรมดาของคนทั่วไป

คุณพ่อได้บอกลูกไหมว่าไม่เป็นไร ให้กำลังใจลูก?
ยิ่งยง : ก็บอกเขา แต่ทุกครั้งที่แนะนำเขาก็คืออยากให้พยายามดูแลตัวเองให้มากขึ้น ก็เป็นห่วงเขา อายุน้อยแบบนี้ไม่เป็นไรหรอก แต่พออายุมากขึ้น มันจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ

เวลาโดนบูลลี่เราต่อสู้กับคนที่มาบูลลี่เรายังไง?
โยโย่ : หนูว่ายาก หนูรู้สึกว่าคนที่โดนบูลลี่ไม่มีใครโอเคกับคำพูดที่คนมาพูดใส่ แต่หนูก็รู้สึกว่า ทุกวันนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ใครจะอ้วน จะผอม ไม่ควรมีใครมาพูดกับเขาแบบนี้ว่า ผอมไปหรือเปล่า อ้วนไปหรือเปล่า ทุกคนไม่ควรมีใครเจอคำพูดพวกนี้
ยิ่งยง : บอกลูกตลอดว่า ไม่ต้องไปสนใจหรอก ในยุคนี้คนที่เขาโดนกระหน่ำ เขาก็ยังอยู่ในสังคมได้

โยโย่อยากฝากไหม สำหรับคนที่ชอบดูถูกคน ชอบบูลลี่คน?
โยโย่ : ก็ให้เขาคิดค่ะว่า ถ้าเขาโดนบ้างเขารู้สึกยังไง แต่ถ้าโดนบ้างแล้วไม่ได้รู้สึกอะไร แล้วไง ก็ขอให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขค่ะ

...

อีกหนึ่งแรงกดดันเลยก็คือ การเป็นลูกของพ่อยิ่งยง มันมีความกดดันตรงไหน?
โยโย่ : เหมือนถ้าเราจะทำอะไรคนจะมาคาดหวังกับเราเยอะ ตั้งแต่เด็กด้วยความที่ป๊ายังไม่ได้เปิดว่าเป็นลูกพ่อ แต่คนข้างในเขารู้ แล้วพอหนูเล่นละครหรือทำอะไร เขาก็จะพูดแบบเก่งมากเลย พี่ยงสอนลูกดีมากเลย ไม่เคยมาชมหนูเลย ที่ทำอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะยิ่งยงนะ ก็เพราะพ่อนะ รู้หรือเปล่า ทุกคนจะพูดใส่หนูแบบนี้ตลอด จนหนูรู้สึกว่า หรือเพราะเราเป็นลูกคนดังเลยไม่ได้รับคำชม เพราะทุกคนไปชมพ่อหมด

เสียใจไหมช่วงนั้นที่โดน?
โยโย่ : มันก็เฟลค่ะ มันก็รู้สึกว่าทำไมถึงไม่ชมเราบ้าง หรือเขาอาจจะชมหนู แต่หนูรู้สึกว่าไม่ได้รับคำชมจากตรงนั้น
ยิ่งยง : เขาเคยคิดว่าที่ได้เป็นนักแสดง ได้เป็นนักร้อง เพราะลูกยิ่งยง ไม่ได้เป็นเพราะเขาเก่งเอง

เห็นบอกว่าเคยรู้สึกแย่ รู้สึกอะไร?
โยโย่ : เคยคิดว่าไม่น่าเกิดมาเป็นลูกยิ่งยงเลย หนูโชคดีค่ะที่เป็นลูกปะป๊า เป็นลูกพ่อ แต่ว่าคนข้างนอกมักจะมองว่าแบบ มันได้มาอยู่ตรงนี้ได้ก็เพราะพ่อ เขาไม่เคยเห็นศักยภาพในตัวเรา ก็เลยเสียใจ แต่ไม่เคยมานั่งพูดกับพ่อตรงๆ ว่า เจอแบบนี้รู้สึกแบบนี้

นี่เป็นครั้งแรกที่พี่ยงได้ยินแบบนี้?
ยิ่งยง : ใช่ครับ เราเป็นพ่อก็ไม่ได้คิดอะไร ทำทุกอย่างให้ลูก เพื่อให้ลูกเป็นคนดี เราอยากให้ลูกมีอาชีพที่ดี การศึกษาที่ดี เขาอยากเล่นละคร แต่เขาก็ไม่สามารถเล่นได้ เขาก็ฉีกตัวเองไปเรียนการกำกับละคร เพราะเขาชอบวงการบันเทิง แต่เขาไม่สามารถที่จะเข้าไปได้

ตอนที่เขาโดนกดดันแบบนั้น พ่อไม่ได้ทราบเลย?
ยิ่งยง : ไม่รู้เลยครับ ทุกคนก็มาชมกับเราว่า โยโย่เล่นละครดีมาก เราก็แอบดีใจ

...

วันนี้มีอะไรอยากจะบอกคุณพ่อไหม?
โยโย่ : ขอบคุณปะป๊าที่คอยเป็นที่ปรึกษา คอยดูแลทุกเรื่อง คอยซัพพอร์ตในทุกๆ เรื่อง ขอโทษด้วยถ้าหนูใช้เงินเก่ง ไม่เชื่อฟัง บางทีอาจจะเถียง ก็รักพ่อเสมอ
ยิ่งยง : ฝากบอกลูกว่า ต่อไปนี้ต้องหาเงินให้พ่อคืน ให้แม่คืน เพราะเราโตแล้ว เราพร้อมที่จะดูแลคุณพ่อคุณแม่ตอบแทนแล้ว พ่อรออยู่ รักลูก เป็นห่วงลูก.