หลังจากที่ ป้าตือ สมบัษร ถิระสาโรช ออแกไนเซอร์ชื่อดัง ซึ่งเป็นกรรมการการประกวด Miss Tiffany Universe 2026 ในรอบ The Change Maker โดยเป็นรอบที่ให้ผู้เข้าประกวดนำเสนอโครงการเพื่อสังคม (Social Movement)

ซึ่ง น้องนาบุญ ผู้เข้าประกวด เสนอโครงการแก้ปัญหาหอพักนิสิตในมหาวิทยาลัย สำหรับนิสิตนักศึกษาข้ามเพศที่ต้องไปอยู่หอชายที่มีห้องน้ำรวม ทำให้ลำบากใจและรู้สึกไม่ปลอดภัย ซึ่งน้องนาบุญมองว่าไม่ควรผลักภาระให้นิสิตแก้ปัญหาเพราะไม่ใช่ทุกคนจะมีเงิน มหาวิทยาลัยควรจัดพื้นที่ปลอดภัยให้นิสิตนักศึกษาข้ามเพศ 

แต่งานนี้ป้าตือมองว่าวิธีการนำเสนอมีความ Aggressive และสอนว่าการใช้ชีวิตในโลกนี้ต้องรู้จัก Compromise ก่อนจะถามกลับด้วยประโยคที่ว่า "เรียกร้องกันอยู่ได้ อยากเป็นนางสาว มีมดลูกรึเปล่า? ถ้าไม่มีมดลูก ไม่ต้องเป็นนางสาว... จบ" จนกลายเป็นดราม่าร้อน

ล่าสุดไทยรัฐบันเทิงสัมภาษณ์ บุ๊ค ธีรชยา พิมพ์กิติเดช มิสทิฟฟานี่ 2026 รวมทั้ง มะปราง พิมพ์รตา ป้องชัยวิวัฒน์ รองอันดับ 1 มิสทิฟฟานี่ 2026 และ ซีเกมส์ มินท์ธิตา อ่อนดำ รองอันดับ 2 มิสทิฟฟานี่ 2026 ถึงประเด็นที่เกิดขึ้น หลังทั้ง 3 คนเดินสายขอบคุณสื่อมวลชนที่อาคาร 17 ไทยรัฐทีวี

...

ถามถึงดราม่าการประกวดมิสทิฟฟานี่ 2026 เรื่องป้าตือและน้องนาบุญเกี่ยวกับเรื่องเปลี่ยนคำนำหน้า?

บุ๊ค : จริงๆ วันนั้นพวกเราไม่ได้อยู่ในห้องนั้นเพราะจะเข้าไปทีละคน ก็เพิ่งเห็นจากคลิปวิดีโอที่ถูกตัดออกมาอีกที แต่บุ๊คเชื่อว่าเป้าหมายของการจัดโครงการของน้องนาบุญก็เพื่อให้พวกเราสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้เท่าเทียม แต่บุ๊คเชื่อว่าในการประกวดมีความกดดันที่เพิ่มขึ้น อาจมีปัจจัยอื่นๆ ที่บุ๊คไม่ได้อยู่สถานการณ์ตรงนั้น อาจไม่สามารถอธิบายบรรยากาศตรงนั้นเป็นยังไง

มะปราง : มะปรางมองว่าสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายพูดล้วนเป็นความคิดเห็นแต่ละบุคคล ซึ่งเราสามารถหาช่องว่างระหว่างกลาง ฟังทุกเสียงด้วยเหตุผล และวิเคราะห์กันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหรือเรียกร้องอยู่มันสามารถแก้ไขหรือเยียวยาตรงไหนบ้าง และมะปรางเชื่อว่าถ้าเราหาตรงกลางจนเจอ สิ่งตรงนี้สามารถคลี่คลายขึ้นในระยะยาว และสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข โดยไม่มีเหตุผลอื่นเป็นข้อกำหนดค่ะ

ซีเกมส์ : จริงๆ ซีเกมส์สนิทกับน้องนาบุญและพูดคุยกันตลอดค่ะ ความตั้งใจแรกของน้องคือต้องการเปลี่ยนแปลงสภาพหอในที่น้องอยู่เท่านั้นเอง เจตนาน้องมีแค่นั้นเลย แต่ด้วยความที่เกิดดราม่า มันยึดโยงไปกับมดลูกและนางสาว ซึ่งจริงๆ ไม่อยากให้เอาอวัยวะมดลูกไปยึดโยงกับเพศ ก็รู้สึกว่าสิ่งที่เราเป็นตัวเองไม่ถูกกำหนดโดยอวัยวะ แต่ถูกกำหนดด้วยความที่เป็นมนุษย์ของเรา จากสิ่งในตัวเราเหมือนกันค่ะ เลยมองว่าจริงๆ อยากให้เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนหันมาพูดคุยกัน 

ซีเกมส์เคารพคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เรารับฟังค่ะ แต่เราอยากให้มีช่องว่างตรงกลางระหว่างเรื่องนี้ ถ้าเราเปิดใจพูดคุยกัน เราจะสามารถหาทางออกได้ เพราะจริงๆ แล้วพวกเราทุกคนไม่ได้พูดเรื่องนี้ที่จะขอเปลี่ยนแปลงภายในปีสองปีนี้ มันคือการพูดคุยระยะยาวเพื่อเปลี่ยนความคิดเห็นทั้งสองฝ่าย เมื่อได้บทสรุปแล้ว ผู้มีอำนาจก็จะพิจารณาต่อไป และออกเป็นกฎหมายที่ทำให้เราอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุขค่ะ

คิดยังไงที่คนดังออกมาแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้ มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย?

บุ๊ค : บุ๊คเข้าใจมุมนี้ว่ามันคือบาลานส์อย่างนึงในสังคม มันมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และรู้สึกดีกว่าด้วยซ้ำที่บางทีในคอมมูนิตี้เดียวกันที่เห็นต่าง เราจะสามารถเห็นจุดอะไรที่บุ๊คเองอาจจะมองข้ามไป เขาอาจจะมองข้ามไป ทำให้เจอจุดบอดที่เยอะมากขึ้นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ 

อย่างที่บอกว่า ณ เวลานี้ไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้าย แต่เป็นก้าวแรกที่หยิบประเด็นนี้พูดถึง ฉะนั้นก้าวแรกที่มันเกิดขึ้นควรเกิดจากหลักเหตุและผล จากนี้พอเรารู้ว่ามีความเป็นไปได้หรืออะไรที่จะเกิดขึ้น เราสามารถทำให้ทุกคนเข้าใจและวางใจได้ ในขั้นตอนบัญญัติกฎหมายจะ flow มากยิ่งขึ้นค่ะ

คนที่ไม่เห็นด้วยจะกังวลในเรื่องเพศสภาพ เรื่องการแพทย์ และอีกหลายประเด็น รู้สึกยังไงที่เขาเห็นต่าง?

บุ๊ค : จริงๆ เห็นหลายเรื่องมาก อย่างเช่นเรื่องการหลอกลวง ซึ่งบุ๊คเข้าใจว่าในสภาพสังคมปัจจุบันมันมีการหลอกลวงเกิดขึ้นทุกวัน ต่อให้มี transgender ทำความผิดแบบนี้ สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นคือการรับโทษ กฎหมายต้องทำหน้าที่ของเขาตรงนี้ บุ๊คไม่ได้อยากให้ทุกคนคิดว่า transgender เปลี่ยนเป็นนางสาวเพื่อไปหลอกใคร เพราะท้ายที่สุดแล้วถ้ามันเกิดขึ้น คนคนนั้นจะต้องรับผิดทางกฎหมาย แต่ไม่ควรถูกเหมารวมว่าบุ๊ค น้องมะปราง น้องซีเกมส์ หรือใครที่เป็น transgender จะถูกเหมารวมว่าเป็นคนผิดมากกว่า 

...

ซีเกมส์ : ซีเกมส์มองว่าเรื่องนี้สามารถหาตรงกลางระหว่างกันได้ จริงๆ ซีเกมส์เป็นนักรังสีการแพทย์ ทำงานอยู่กับบุคลากรทางการแพทย์ใน รพ. ประเด็นเรื่องนี้เราสามารถหาทางออกตรงกลางได้เหมือนกัน เราสามารถเพิ่มเพศสภาพ เพศกำเนิดแยกออกจากกันได้ในเอกสารทางราชการ เพราะระบบของ รพ. จะมีการแจ้งประวัติอยู่แล้วว่าคนนี้เคยมีประวัติการผ่าตัดอะไร แพ้อะไร ถ้าเราเพิ่มเพศสภาพ เพศกำเนิด เรามองว่าสามารถอยู่ด้วยกันได้ค่ะ

คนอาจจะโฟกัสว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉิน เราจะรู้ได้ไงคนนี้เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย จริงๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นเพศอะไรก็ตาม การกู้ชีพสิ่งแรกคือใส่ท่อช่วยหายใจ เพศอะไรเราก็ใส่ท่อเหมือนกัน เราใช้วิธีการรักษาแบบเดียวกันค่ะ ไม่อยากให้มองว่าการที่เราได้คำนำหน้ามาแล้วเราจะไปหลอกลวงใครในการแพทย์นะคะ เพราะว่าในปัจจุบันมีการให้คำโกหกเกี่ยวกับประวัติของตัวเองทุกวัน ไม่ว่าจะเพศอะไร มันมีคนที่ปิดบังหรือโกหก 

ซีเกมส์อยากให้ทุกคนเปิดใจดีกว่าค่ะ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่อยากให้ทุกคนใช้อารมณ์หรือด่วนสรุปเกินไป เปิดรับฟังหลายมุมมอง พูดคุยกันด้วยสันติวิธีค่ะ ไม่ใช้ความรุนแรง เพิ่มความเกลียดชัง เพราะว่าเมื่อไหร่ที่ลดอคติทางเพศลง เราจะมองเห็นช่องทางที่สามารถเกิดขึ้นได้ค่ะ

มะปราง : มะปรางคิดเหมือนพี่บุ๊คกับซีเกมส์นะคะ ทุกสิ่งทุกอย่างมีกฎเกณฑ์กติกาของมัน ปัญหาต่างๆ บางทีเราอาจจะมองแค่ตัวเราเป็นหลัก โดยบางทีอาจจะลืมมองความคิดเห็นฝ่ายตรงข้าม ถ้าเราถอยคนละ 1 ก้าว ฟังทุกเสียงด้วยเหตุผล เราจะได้ข้อสรุป ข้อความที่อยากจะส่งออกไปได้ตรงประเด็นทั้งการแพทย์ การหลอกลวง สุดท้ายอยู่ที่ตัวบุคคลอยู่ดี การที่เราเหมารวมมันไม่ได้เกิดผลดีอย่างแน่นอน วิเคราะห์จากตัวบุคคลดีกว่า จะเป็นสิ่งที่กำหนดได้ว่าใครเป็นยังไงมากกว่า

...

หลายคนก็เสนอว่าให้มีคำนำหน้าสำหรับพวกเราโดยเฉพาะ?

บุ๊ค : ตรงนี้บุ๊คก็เคยคิดเห็นเหมือนกันนะคะเพราะว่ามีคนนำเสนอมาไม่ว่าจะเป็นคำว่า “คุณ” เป็น “นายสาว” ซึ่งเป็นอะไรที่แปลกใหม่ จริงๆ แล้วถ้ามันจะเกิดขึ้นจริงและสามารถใช้ได้จริงก็โอเค แต่ระบบสากลเราไม่ได้ใช้ชีวิตคนเดียวบนโลกหรือประเทศนี้ ในโลกโกลบอลเราใช้ระบบ binary ซึ่งมีแค่ชายและหญิงเพื่อให้เราสามารถใช้ชีวิตอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่เป็นระบบระดับสากล เราเลยต้องเข้าสู่คำนำหน้าที่มีนาย นางสาว

ผู้หญิงหลายคนก็รู้สึกว่าเหมือนถูกลิดรอน แล้วอาจจะต้องถูกตรวจสอบเรื่องเพศสภาพอีก เรารู้สึกยังไง?

บุ๊ค : บุ๊คเข้าใจนะคะ เพราะในกลุ่มผู้หญิงมีการต่อสู้ในเรื่องสิทธิสตรีมานานมากๆ อยากให้ผู้หญิงทุกคนมองว่าเราคือหนึ่งในผู้หญิงที่พยายามผลักดันต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีไม่ต่างกัน บุ๊คมองว่าการที่เราจะได้คำนำหน้าเป็นนางสาว เราไม่ได้ต้องการไปเบียดที่ผู้หญิงคนไหนเลย เราอยากสร้างคอมมูนิตี้พลังเพื่อนหญิงให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น 

...

บุ๊คมองว่าการที่เรามีจำนวนคนมากยิ่งขึ้นในพื้นที่คำว่านาย นางสาว มันทำให้เราสามารถผลักดันไม่ใช่แค่ transgender แต่เป็นเรื่องสิทธิสตรีระดับโลกให้มันมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นได้ บุ๊คมองว่ามันคือการเห็นอกเห็นใจมากขึ้นค่ะ เราสามารถใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์คนนึงได้ 

บุ๊ค มะปราง ซีเกมส์ และคนที่เป็น transgender หลายคนเชื่อในตัวเอง พัฒนาตัวเองให้มีความเป็นผู้หญิงมากที่สุดตามที่ตัวเรารู้สึกในเพศสภาพค่ะ บุ๊คว่าวันนึงที่เราได้ใช้นางสาวก็จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากที่สุด เหมือนที่ผู้หญิงคนนึงได้ใช้ชีวิตตามรูปแบบของเขาเองค่ะ

บางคนก็วิจารณ์ว่าเรียกร้องมากไปไหม?

บุ๊ค : ส่วนตัวบุ๊คเองไม่รู้สึกว่าเรียกร้องมากเกินไป แต่บุ๊คเข้าใจว่าการที่เราหยิบประเด็นต่างๆ มาพูดบ่อยครั้ง มันสื่อให้เห็นว่าสังคมไทยของเรามีปัญหาเรื่องสิทธิเสรีภาพมนุษยชนที่ไม่ได้ให้กับกลุ่ม transgender มานาน 

เราถูกมองว่าเป็นประเทศที่ LGBTQ+ เฟรนด์ลี่ แต่ในแง่กฎหมายเราอาจเป็นบุคคลชายขอบเลย ที่สิทธิหลายอย่างยังต้องใช้เสียงของตัวเอง เรายังต้องขอความเมตตาให้ผู้ใหญ่หลายคนที่มีหน้าที่ มีอำนาจทางกฎหมาย เข้ามามีส่วนร่วมและช่วยหยิบความเปลี่ยนแปลงตรงนี้ให้เกิดขึ้นจริง 

ฉะนั้นอย่างที่น้องมะปรางและน้องซีเกมส์บอกว่าสิ่งนี้มันไม่ได้ทำให้เรากลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่ แต่เรากลายเป็นคนคนนึงที่ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพได้เท่าเทียมกับทุกคนอย่างมีความสุขมากกว่าค่ะ

ถ้าสมมติเราจะได้ใช้คำว่านางสาว เราอยากเรียกร้องอะไรให้กับสิทธิผู้หญิงบ้าง?

บุ๊ค : จริงๆ ความเป็นผู้หญิงมีหลายอย่างมาก บางคนจะมีเรื่องของสิทธิการลาคลอด เรื่องผ้าอนามัยที่เป็นของใช้จำเป็น บุ๊คว่าเราสามารถใช้เสียงของ transgender ที่แม้ว่าร่างกายทางชีวภาพไม่เหมือนกัน 100% แต่เรามีความรู้สึกทางจิตใจ เรียกว่าในแง่ค่าฮอร์โมนการรักษาที่ใกล้เคียงกันมากๆ บุ๊คมองว่าเราเข้าใจจุดตรงนี้มาก คล้ายเคียงกันเลย บุ๊คมองว่าสามารถใช้เสียงของเราเป็นหนึ่งเสียงสำคัญที่ซัพพอร์ตผู้หญิงทุกคน เข้าใจถึงจิตใจเขาในวันที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงร่างกายเขา มันมีความแตกต่างจากผู้ชาย เราจะเป็นเสียงๆ นึงที่ยืนหยัดเพื่อคุณเช่นเดียวกัน

สุดท้ายฝากถึงแฟนๆ รวมถึงอยากบอกอะไรกับคนที่อาจยังเห็นต่าง?

บุ๊ค : ก็ขอฝากทีมมิสทิฟฟานี่ 2026 เรายังมีภารกิจปฏิบัติอีกนานตลอดครบปีแน่นอน ฝากติดตามพวกเราทางเพจ Miss Tiffany's Universe ค่ะ สำหรับตัวบุ๊คเองจะเป็นตัวแทนของประเทศไทยประกวด Miss International Queen ในเดือนกันยายน ทุกคนหวังมง 5 บุ๊คก็หวังเช่นเดียวกัน 

ท้ายที่สุดบุ๊คเชื่อว่าความแน่วแน่และปณิธานของมิสทิฟฟานี่คือการสร้างพื้นที่และทำให้ทุกคนมองเห็นถึงความสามารถของ transgender บุคคลหลากหลายทางเพศ บุ๊คเชื่อว่าจะใช้เสียงของบุ๊คเป็นอีกหนึ่งเสียงที่สานต่อปณิธานนี้ให้กับสังคมค่ะ บุ๊คอยากใช้ความเป็นผู้นำของบุ๊ครับฟังทุกความเห็นต่าง 

และที่สำคัญคือแม้บุ๊คจะมีจุดยืนที่ชัดเจน แต่บุ๊คไม่ลืมที่จะเคารพเสียงที่เปล่งออกมา การที่เราจะเห็นต่างไม่ต้องกลัวนะคะว่าจะรู้สึกถูกหรือผิด เราจะไม่มีการตัดสินแน่นอน แต่ตราบใดที่คุณกล้าจะพูดเสียงของคุณขึ้นมา เราพร้อมที่จะรับฟังอย่างมีเหตุผล และหาทางที่เป็นกลาง และทำให้สังคมเรามีความสุขมากที่สุดค่ะ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม