กาละแมร์ 6 เดือนที่หายไป ชีวิต 44 ปี  'วันที่ร่ำไห้หนักสุดในชีวิต'

ข่าว

    กาละแมร์ 6 เดือนที่หายไป ชีวิต 44 ปี  'วันที่ร่ำไห้หนักสุดในชีวิต'

    ไทยรัฐออนไลน์

    6 ต.ค. 2564 10:08 น.

    "คนเป็นพิธีกร ก็อยากตอบคำถามบ้าง ถามคนมาทั้งชีวิต เราก็อยากให้คนมาถามเราบ้าง" กาละแมร์พูดกับเราเมื่อเริ่มต้นบทสัมภาษณ์ และเธอการันตีเปิดใจทุกเรื่องราวชีวิต บทเรียนจากความผิดพลาดจนต้องยุติบทบาทพิธีกร เรื่องเล่าเคล้าน้ำตา บีบคั้นอารมณ์ เข้าใจมุมมองแบบพัชรศรี เบญจมาศ Thairath Talk ที่เดียว 

    "ปีนี้เป็นปีที่เราได้เจอเรื่องราว ได้เผชิญ และได้รู้จักชีวิตที่มันเป็นชีวิต เมื่อก่อนแมร์ใช้ชีวิตแบบ มีความทุกข์ไหม มันมีนะ แต่เราก็รู้สึกว่าเดี๋ยวก็ผ่านพ้นไป เหมือนทุกข์เล่นๆ แต่ในชีวิตที่เพิ่งผ่านพ้นมา เพิ่งเคยรู้จักว่าทุกข์เป็นยังไง เราเข้าใจแล้ว บอกกับตัวเองเลยว่านี่ใช่ไหมคือความทุกข์

    มันเป็นอายุที่ครบเครื่อง และรู้เลยว่าชีวิตคนเราที่พระพุทธเจ้าบอกแล้วว่า จงอย่าประมาท ถ้าเราไม่ได้เจอความรู้สึกแบบนี้ เราคงคิดแบบนี้ไม่ได้ สำหรับแมร์ที่เราได้เผชิญมาทุกอย่าง จะบอกว่ามันดีจัง มันก็คงไม่ใช่ แต่ว่ามันได้ให้อะไรกับเราได้มากเหมือนกันนะ"

    Thairath Talk : คุณหายไปจากหน้าจอโทรทัศน์ จากที่เราได้เห็นคุณแทบทุกวัน เป็นเวลา 6 เดือนแล้ว เหงาบ้างไหม

    สำหรับแมร์เหรอ (ยิ้ม) แมร์ทำงานทุกวันเลยค่ะ ทุกวันจริงๆ การเป็นเจ้าของบริษัทมันไม่ใช่เรื่องสบายนะ เข้าใจเลยจากตอนเป็นพิธีกร เรารับจ้าง เราไปอัดรายการ ถ้าเป็นรายการสามแซ่บทุกวันอังคาร รายการ Take Me Out ทุกวันพุธ จบรออีกสองสัปดาห์ไปอัดใหม่ เรามีหน้าที่รับผิดชอบแค่ตัวเราคนเดียว แต่การเป็นเจ้าของบริษัทรับผิดชอบตั้งแต่เข้าเวลาทำการ ตื่นคนแรกและเข้านอนคนสุดท้าย

    Thairath Talk : อะไรที่ยากที่สุดสำหรับการเป็นเจ้าของธุรกิจครับ

    ไม่ว่าสถานการณ์จะเกิดขึ้นอย่างไรก็ตาม เราต้องนำพาบริษัทให้ผ่านพ้นให้ได้และผ่านไปได้ด้วยดี

    วันที่ร่ำไห้สุดในชีวิต

    "แมร์ทำงานมายี่สิบกว่าปี แล้วเรารู้ว่าเบื้องหน้าเบื้องหลังเราต้องปฏิสัมพันธ์กับใครบ้าง มีทั้งเจ้าของรายการ สปอนเซอร์รายการ ทีวี ผู้ร่วมงาน แขกรับเชิญ ประเด็นเหล่านี้มันเป็นประเด็นอ่อนไหว พอมีกระแสอะไรมา เราก็ไม่ได้อยากให้ไปกระทบกระเทือนคนอื่น เรารู้สึกเกรงใจเขา

    เราเลยอยากแสดงความรับผิดชอบของเรา"

    อดีตพิธีกรวัย 44 ปีกล่าวเหตุผลที่ต้องขอยุติบทบาทพิธีกรลง และยังไม่รู้ว่าอนาคตจะกลับมาเป็นพิธีกรในพื้นที่เดิมอยู่อีกหรือไม่ เนื่องจากเมื่อลาออกก็มีคนมาแทน จะเดินกลับไปอีกครั้ง มันก็ผิดมารยาท แต่เธอก็ไม่ได้ทิ้งหน้าที่ที่เคยทำ เพียงแต่อาจจะเปลี่ยนรูปแบบออกไป 

    "การเป็นพิธีกร มันก็จะอยู่ในสายเลือดของเราตลอดอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเราไม่ได้จำกัดว่าอยู่ในทีวี รายการนี้ เวลานี้อีกแล้ว โลกมันเปลี่ยนไป คนดูเราดูจากไหนก็ได้ ดิฉันเป็นพิธีกรได้ทุกที่"

    Thairath Talk : วันที่เราได้โทรศัพท์ไปคุยกับคุณนิด (อรพรรณ วัชรพล กรรมการผู้จัดการ บริษัทโพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด) และคุณโจ้ (ภัทรภร วรรณภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน) เหตุการณ์เป็นอย่างไร ร้องไห้ไหมวันนั้น

    ร้อง (ตอบทันที แววตาเศร้า) ร้องด้วยความที่เราเหมือนกำลังโทร.หาญาติผู้ใหญ่ เหมือนเราโทร.หาคนในครอบครัว (เสียงเครือ) คือเราไม่อยากให้เขาเดือดร้อน แมร์บอกไว้เสมอว่า แมร์ไม่ลืม เราเป็นกาละแมร์ได้ทุกวันนี้เพราะอะไร การที่เราเติบโตมาเป็นเจ้าของกิจการ มีผลิตภัณฑ์ หรือจะเติบโตไปแค่ไหนเป็นอย่างไรก็ตาม

    แมร์ไม่เคยลืมว่าเรามาจากไหน และแมร์รู้ว่าจากเด็กดำๆ คนนั้น แล้ววันนี้เราได้ทำงานที่เรารัก ได้มีคนดูเรา มีคนสนับสนุนเรา จะติเตียนเพื่อให้เราดีขึ้น เราไม่เคยลืม ดังนั้นในวันที่เราจะต้องลา เราจะไม่ได้ทำงานตรงนี้ มันก็ใจหาย แต่ว่าหนูมีสิ่งที่หนูต้องรับผิดชอบจริงๆ มันมีสิ่งที่หนูต้องจัดการด้วยตัวของหนูเอง ซึ่งพี่ทั้งสองก็เสียงเศร้า และบอกว่าถ้ามีอะไรเราเหมือนเดิม พี่น้องกัน ซึ่งเรารู้สึกและสัมผัสได้

    แมร์ - หนุ่ม

    'เราไม่ได้โกรธกัน'

    เมื่อพิธีกรรายการ 3 แซ่บถูกเปลี่ยนมือจากกาละแมร์ เป็น หนุ่ม กรรชัย บวกกับการเชิญกาละแมร์ไปรายการโหนกระแส เจอคำถามหนักหน่วง เป็นสาเหตุที่ทำให้สองพิธีกรใหญ่ มีเรื่องหมางใจกันหรือไม่ ซึ่งกาละแมร์ก็ยิ้มเมื่อฟังคำถาม และตอบชัดเจน

    "ไม่ค่ะ พี่หนุ่มเขาก็ทำหน้าที่ของเขา เอาจริงๆ ตอนนั้นมีความคิดอย่างเดียวคือ อยากให้พี่หนุ่มจัดไฟให้หนูใหม่ ตอนไปรายการโหนกระแส คือหน้าตาหนูแย่มาก ทำไมหนูดำแบบนั้นวะ หรือว่าช่วงนั้นดวงตกด้วยหรือเปล่า แล้วไปเจอคุณกรรชัยคือ โอ้โหดำไปกันใหญ่เลย

    แต่ถามถึงว่าโกรธเขาไหม ไม่โกรธ ไม่เกลียด หนูเป็นคนไม่มีเรื่องกับคน เห็นแมร์อย่างนี้นะ มันไม่มีในสมองเลย ไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น แมร์รู้ว่าทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง รายการเขาเป็น Hard Talk จะให้มาคุยจิ๊จ๊ะกับหนูก็ไม่ได้อีก คือไม่ได้โกรธไม่เกลียดใครทั้งสิ้น เวลาเกิดอะไร แมร์จะกลับมาที่ตัวเอง เราจะย้อนกลับมาที่ตัวเอง ตอนนี้เราควรต้องทำอะไร จิตใจเราเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แมร์ต้องเยียวยาตัวเอง มาคิดว่าคนนั้นอย่างงั้นอย่างงี้ มันไม่มีประโยชน์"

    ความในใจ

    พัชรศรี เบญจมาศ

    "แมร์ขอบคุณจากใจจริง แมร์ได้อ่านทุกคอมเมนต์ การยืนอยู่บนโลกนี้แบบไม่เดียวดาย มันมีความหมายเสมอ ในวันที่เราโดนพายุโหมกระหน่ำ เรารู้ว่ามีคนจับมือเราอยู่ ในวันที่เราล้ม มีคนรอเราอยู่ (น้ำตาคลอ) ในวันที่แมร์อัปรูปที่แมร์ยิ้ม แมร์ไม่คิดเลยว่าจะมีคนเข้ามาดีใจกับเราขนาดนี้ เพราะในวันที่แมร์ไม่พร้อมยิ้ม แมร์ก็ไม่อัปรูปอะไรเลย เพราะเราไม่อยากแชร์พลังงานที่ไม่โอเค

    แต่ในวันที่เราสามารถยิ้มได้อย่างเต็มที่ แล้วเราแชร์รูปนั้นออกไป มันเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดเลยว่า คนเข้ามาดีใจกับเรา รอคอยที่จะเห็นวันที่เรากลับมายิ้มได้อีกครั้ง เราถึงรู้ว่า แมร์ต้องผ่านมันไปให้ได้ เอาจริงๆชีวิตหนูไม่ได้ต้องการอะไรแล้วค่ะ มันเกินเป้าหมายแล้ว หนูจบ Chapter หนูไปตั้งแต่อายุ 40 ปีแล้วค่ะ หนูทำความฝันของหนูจบแล้ว แต่หลังจากนี้ การที่หนูจะเป็นอะไร คนอื่นจะได้ประโยชน์จากตรงนั้น"

    กาละแมร์ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มแม้ดวงตาจะปริ่มไปด้วยน้ำตา แต่เชื่อว่าเป็นน้ำตาแห่งความดีใจที่ได้พูดในสิ่งที่อยากพูด ตามสไตล์รายการ Thairath Talk ที่เน้นทุบประเด็นที่แขกรับเชิญเคยผิดพลาด ก็เพื่อให้ผู้ที่มาได้กล่าวในสิ่งที่ไม่เคยได้พูดที่ไหน เปิดประตูส่วนลึกของจิตใจ ทบทวนความรู้สึกตอนเกิดปัญหา และวันที่ตกผลึก

    ชมคลิปฉบับ UNCUT

    ผู้เขียน : Bouquet Talk

    กราฟิก : Sathit Chuephanngam 

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กาละแมร์กาละแมร์ พัชรศรีพัชรศรี เบญจมาศ3 แซ่บหนุ่ม กรรชัยไทยรัฐทอล์กspecial contentThairath Talk

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 15:18 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์