รอยยิ้มที่ใครเห็นเป็นต้องยิ้มตาม เจ้าของรอยยิ้มนางฟ้า 'ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์' ปรากฏตัวในรายการ Thairath Talk กับเรื่องราวชีวิตหลายมุมที่ณิชาบอกชัดเจน "เรื่องนี้หนูไม่เคยเล่าที่ไหน" สัมผัสตัวตน ความรู้สึกนึกคิดของนางเอกวัย 25 ปีผู้นี้ ที่แรกและที่เดียว
"ความฝันวัยเด็กอยากเป็นสถาปนิก Interior Design หรือ จิตรกรรม ให้วาดรูปไปเรื่อยๆ ก็ได้" ณิชาเล่าว่าตอนเด็กๆ เห็นหนังสือการออกแบบวางอยู่ในบ้านก็เลยเกิดเป็นแรงบันดาลใจ แต่แล้วโชคชะตาก็พัดพาให้กลายมาเป็นนักแสดงช่อง 3
"เพื่อนของแม่ค่ะ เขาเป็นคนดูแลเชียร์ลีดเดอร์โรงเรียน ซึ่งณิชาไม่ได้เป็นเชียร์ลีดเดอร์นะคะ หนูเป็นนักกีฬา ซึ่งเพื่อนคุณแม่เขาเห็นรูปหนู เลยเอารูปส่งไปให้พี่เบิ้ม ซึ่งเป็นผู้จัดการของหนูตอนนี้ ตอนนั้นเขาเห็นว่าหนูน่าสนใจเลยลองมาคุยกัน แล้วพาไปที่ช่อง 3 ค่ะ"
จากวันนั้นจนวันนี้ผ่านมา 8 ปี วงการบันเทิง ละครที่ณิชาได้สวมบทบาทมีมากกว่า 20 เรื่อง พอณิชาได้ยินตัวเลขละครที่ตัวเองเคยเล่น เธอก็หน้าเหวอเก็บทรงไม่อยู่ บอกงงๆ ว่า "หนูไม่รู้ตัวเลย แต่ถ้าถามว่าละครเรื่องไหนเป็นละครที่เป็นมาสเตอร์พีซของหนู คือเรื่องเสน่ห์นางงิ้ว เพราะเป็นเรื่องที่หนูจำมันได้ดี เป็นละครที่ยากมากๆ สำหรับหนูและไกลตัวมากๆ
...
ย้อนกลับไปช่วงที่ถ่ายทำละครเรื่องนี้ เรายังไม่เก่ง ไม่ได้เข้าใจการแสดงขนาดนั้น พอไปรับเสน่ห์นางงิ้ว ทั้งผู้กำกับ ผู้จัดละครและแอ็กติ้งโค้ช ทุกคนช่วยสอนและเคี่ยวกับหนูมากๆ ด้วยบทละครที่ยากมาก และเป็นแนวดราม่าเรื่องแรกของณิชา
พอละครเรื่องนี้ออกมา เรารู้สึกภูมิใจค่ะที่เราผ่านมันมาได้ หนูพยายามเรียนงิ้ว ร้องและรำงิ้ว พยายามด้วยตัวเองให้ได้มากที่สุด เลยได้บทเรียนว่า การเป็นนักแสดงแล้วเราศรัทธาในอาชีพของเรา มันคือแบบนี้นี่เอง"
หนูเป็นนักแสดง
ไม่ใช่ดารา
"ดาราสำหรับคนอื่น หนูมองว่าเขาคือดาวโดดเด่นสปอตไลต์ส่อง แต่หนูรู้สึกว่าหนูไม่น่าจะเป็นแบบนั้น หนูรู้สึกว่าตัวเองเป็นนักแสดง แม้เราไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์ในการแสดง ไม่ได้เก่งหรือทำได้เลยในทันที หนูต้องเรียนรู้มัน ต้องใช้พรแสวงในการทำความเข้าใจในสิ่งที่เราอยากจะทำ ก็เลยรู้สึกว่า เวลามีคนยอมรับเราว่าเป็นนักแสดงที่ดี มันมีความสุข"
แต่เวลาที่ต้องให้สัมภาษณ์ ณิชากลับออกตัวว่า ทำได้ไม่ดี อาจจะพูดจาไม่รู้ด้วยซ้ำ ซึ่งเธอก็ขำตัวเองก่อนตอบว่า เธอเป็นนักแสดงที่ดี แต่ไม่ใช่ดาราที่ดี เวลาให้สัมภาษณ์หรืออยู่เวที แล้วมีสปอตไลต์ส่อง คนมอง ยังรู้สึกว่ายังไม่ลื่นไหล แต่ถ้าให้ทำงานเป็นนักแสดง ก็จะสบายใจเพราะมันคืออาชีพ
เอาชนะ
ภาวะซึมเศร้า
รอยยิ้มที่สดใสของณิชา ก็เคยมีช่วงภาวะซึมเศร้า นั่งรับประทานอาหารก็กลายเป็นกินน้ำตาต่างข้าวแทน ซึ่งน้องออกตัวว่าเป็นผลจากการทำงาน
"ตอนนั้นที่เกิดเหตุการณ์ เป็นช่วงหลังจากถ่ายละครเสน่ห์นางงิ้วมาสักพักใหญ่ๆ ต่อด้วยละครเรื่องเพลิงพรางเทียน มันเป็นช่วงการทำงานที่ยาวนานทั้งสองเรื่อง และเป็นละครดราม่าทั้งสองเรื่อง เลยทำให้เราใช้สารเคมีที่หลั่งความเศร้ามาเป็นระยะเวลานานมากๆ
แล้วพอปิดกล้องละครทั้งสองเรื่องไป เลยกลายเป็นว่าสารเคมีในสมองปรับตัวไม่ทัน มันเลยยังหลั่งอยู่แบบเดิมทุกวัน เลยทำให้เราเศร้าโดยที่ไม่มีสาเหตุ กินข้าวอยู่ รู้สึกอยากร้องไห้ก็ร้องออกมา แม่ก็ถามว่า น้องมีเรื่องเครียดอะไรหรือเปล่า มีอะไรที่ไม่มีความสุขไหม ซึ่งความจริงคือไม่มีเลยค่ะ ชีวิตทุกอย่างแฮปปี้ การทำงานก็ไม่ได้กังวลอะไร
...
พอมานั่งหาสาเหตุว่าตัวเองเป็นอะไร ทุกวันเลยรู้สึกอยากร้องไห้ มันออกมาเองโดยที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร
สุดท้ายแล้วเจอพี่ออม สุชาร์ ซึ่งแนะนำว่าให้อยู่กับมัน เมื่อไหร่ที่รู้สึกก็รู้สึกแล้วก็ปล่อยมันออก แล้วก็ค่อยๆ กลับมา ใช้ชีวิตให้ปกติไปเรื่อยๆ อย่าไปฝืนว่าฉันจะต้องมีความสุข ต้องไปทำนั่นเพื่อให้มีความสุข แค่มีสติในการใช้ชีวิต ดึงตัวเองออกมาให้ไวเมื่อรู้ว่ากำลังจะเศร้า ให้หาอย่างอื่นทำ อย่าไปโฟกัสกับมัน อย่าไปเครียดว่าเราเป็นอะไร แล้วมันก็ค่อยๆ หายไปเอง
เธอย้ำว่าอาการไม่ได้ถึงขนาดมีความคิดจะฆ่าตัวตาย เพียงแค่รู้สึกเศร้าและอยากร้องไห้เท่านั้น โดยณิชาก็ไม่ได้การันตีว่าวิธีที่เธอกล่าวว่ามันถูกต้องเหมาะสมกับการรักษาหรือไม่ แต่ก็ทำให้อาการค่อยๆ ดีขึ้น ใช้เวลาช่วยในการปรับตัว และตอนนี้ก็หายเป็นปกติแล้ว
ชมคลิปฉบับเต็ม
ผู้เขียน : Bouquet Talk
กราฟิก : Sathit Chuephanngam