ไลฟ์สไตล์
100 year

'จอมขวัญ' ถึงผู้มีอำนาจเหนือสื่อ "คุณกำลังท้าทายเสรีภาพของมนุษย์"

ไทยรัฐออนไลน์
20 มี.ค. 2564 06:05 น.
SHARE
Closed in: 45
  • บทสัมภาษณ์จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ หลายเรื่องไม่เคยได้ยินคำตอบแบบนี้ที่ไหน
  • เหตุผลที่จอมขวัญหันมาสะสมฟิกเกอร์
  • ความในใจจอมขวัญฝากถึงสื่อมวลชน 

จากภาพคุ้นตา 'จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์' เสื้อผ้าหน้าผมที่เป๊ะตลอดเวลาที่เดินชนกันในไทยรัฐ แต่วันที่ไร้สังกัด จอมขวัญปรากฏตัวมาให้สัมภาษณ์กับรายการ Thairath Talk พิธีกรคิ้วขมวดในวันนั้น กลายเป็นสาววัย 43 ปี ที่ยิ้มร่าเริง ทักทายทีมงานอย่างเป็นกันเอง และแทนตัวเองอย่างอบอุ่นว่า 'พี่ขวัญ' และเมื่อเราถามถึงการเปลี่ยนสีผมของพี่ขวัญ นางตอบสุดฮาว่า 

"ภาพพจน์มันอาจจะเปลี่ยน แต่ไม่ได้เป็นตัวตนใหม่ ส่วนการเปลี่ยนสีผมแล้วดูสาวขึ้น ไม่เลยค่ะ ถุงใต้ตาดิฉันก็หย่อนคล้อยเหมือนเดิม ตีนกาของดิฉันก็ฟาดไปถึงขมับเหมือนเดิมค่ะ" จากนั้นเธอก็หัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตาย

การันตีเลยว่าบทสัมภาษณ์ครั้งนี้มีเสียงหัวเราะแทรกมาเป็นระยะ แต่เนื้อหาการเมือง บทบาทพิธีกร หรือแม้แต่เรื่องส่วนตัว พิธีกรจอมขยี้จัดจุกๆ แน่นอน ล้วงลึกขนาดจอมขวัญยังยืนยันว่า ไม่เคยพูดที่ไหน Thairath Talk ที่เดียว 

Thairath Talk : ฟิกเกอร์คืออีก 1 สิ่งที่เห็นจอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ สนใจ โดยเฉพาะตัวละครจากเรื่อง Onepiece 

เอ่อ เนื่องจากเป็นคนสะสมฟิกเกอร์นะคะ เราเห็นฟิกเกอร์ของเรื่องนี้เยอะ พอๆ กับดราก้อนบอล คุณสามีซื้อฟิกเกอร์วันพีช แล้วเราไม่ได้อ่านเรื่องเป็นราว แล้วเราเลือกไม่เป็น เราอยากมีส่วนร่วมในเงินเขา ก็เลยลองอ่าน พออ่านแล้วก็ชอบค่ะ ตอนนี้ก็มีเต็มบ้าน เพราะบ้านเล็ก ไม่ใช่ว่าเรามีเยอะ (หัวเราะ)

Thairath Talk : ขอถามถึงสังกัดตอนนี้ เห็นไปทำสื่อออนไลน์แล้ว ทำไมสนใจออนไลน์มากกว่าทีวีครับ 

ตอบแบบตรงไปตรงมาเลยนะคะ โดยบริบทสังคมไทย สื่อออนไลน์ของไทย ยังมีข้อจำกัดอย่างเป็นทางการน้อยกว่าโทรทัศน์ 

Thairath Talk : นี่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ฟังอยู่ อยากพูดอะไรหน่อยไหมครับ 

กสทช.ต้องทำหน้าที่มากกว่านี้ ไม่ใช่กำกับดูแลแบบที่เรามองเห็นได้ว่า ท่านเองก็มีความหวาดกลัว และทำมากกว่ากำกับดูแล หรือแม้กระทั่งอาจจะทำให้เข้าใจผิดได้ว่า กสทช.รับคำสั่ง

Thairath Talk : จากรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารอะไรอย่างนี้เหรอ

ใช่ อย่าทำให้เราเข้าใจผิด และอย่าทำให้เรามีความกังขา หรือข้อสงสัยในการทำงานของ กสทช. ดิฉันไม่ได้สามารถจะยืนยัน หรือการันตีได้นะคะ แต่ว่าในแง่ของโครงสร้าง ถ้ามันมีความสัมพันธ์กันอยู่ในช่วงที่มันเป็น คชส.นะ แต่ว่าใครก็แล้วแต่ที่จะบริหารอำนาจ หรือว่าควบคุมอิสรเสรีภาพ ของประชาชนผ่านการทำงาน ของ กสทช.แล้วก็มาถึงสื่อ ก็แล้วแต่ ก็ทำไป ดิฉันบังคับให้คุณไม่ทำไม่ได้ แต่จะบอกว่า มันไม่ได้ผล

"เพราะประชาชนไม่ได้มีสื่อแบบเดิมในวงที่แคบเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไปแล้ว คุณกำลังท้าทายอิสรเสรีภาพของมนุษย์โดยพื้นฐานด้วยซ้ำไป
ไม่ใช่แค่ประชาชนคนไทยในสังคมเท่านั้น" 

ถามเอียงๆ กับจอมขวัญ

จอมขวัญเป็นกลางหรือไม่?

Thairath Talk : ทำไมจอมขวัญถึงชอบจับเรื่องยาก มันเพราะเรตติ้ง หรือเพราะว่าความนิยมของเรา

จริงๆ ไม่ได้เป็นความตั้งใจ ว่าจะพุ่งไปเพื่อจับสิ่งเหล่านั้นค่ะ แต่ว่ามันเป็นเนื้อหาในงานอยู่แล้ว แต่ว่าในช่วงหลังเท่านั้นแหละ ที่เรารู้สึกว่ามีจุดตัดนิดหน่อยตรงที่ว่า ทำไมรู้สึกว่าบางเรื่อง มันเป็นเรื่องที่ต้องพูดได้ พูดสิมันเป็นเรื่องที่มีจริง มีอยู่จริงในสังคม ทำไมเรารู้สึกมันถูกพูดถึงน้อย ทั้งที่จริงๆ แล้ว มันเป็นเรื่องของสาธารณะ ไม่ใช่เราไม่เข้าใจบริบทสังคมไทยว่า เรื่องนี้เปราะบาง เรื่องนี้แบบว่าฟังแล้วลำบากใจ เรื่องนี้ฟังแล้วระคายหู ไม่ใช่ว่าเราไม่รู้ แต่ถ้ามันยังอยู่ในนิยายเดิมของเราว่า มันเป็นเรื่องที่มีอยู่จริงในสังคม มันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เรารู้สึกว่าเราไม่ควรจะทิ้งมันไป วิธีแบบกลบเกลื่อน หรือว่าหาอะไรมาแทน แล้วก็ทำเป็นมองไม่เห็น


Thairath Talk : มันเพราะเรตติ้งรึเปล่า ที่ผมจะถาม

ไม่เลย ในทางกลับกันในทีวี เรื่องร้อนขนาดนี้ เรตติ้งไม่ขึ้นนะ เรตติ้งไม่เปลี่ยน 

Thairath Talk : เรตติ้งคุณไม่ดีเหรอ รายการคุณในโซเชียลนี่

โซเชียลใช่ แต่ว่าไม่ใช่ในทีวี ซึ่งสังกัดดิฉัน งานหลักอยู่ทีวี เท่ากับว่าคุณเห็นการทำเรื่องแบบนี้เพื่อเรตติ้ง ผิดค่ะ และรู้มาตลอดว่าเรื่องพวกนี้ไม่ได้ทำเรตติ้ง แล้วที่สำคัญนอกจากจะไม่ได้ทำเรตติ้งแล้ว ยังเสี่ยงด้วย

Thairath Talk : มีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า จอมขวัญไม่เป็นกลาง ถึงขนาดมีแฮชเท็ก ถามเอียงๆ กับจอมขวัญด้วย 

การวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่กลาง เราพร้อมจะถกอย่างเป็นทางการกับทุกคนในเรื่องนี้ เพราะว่าสื่อไม่เคยคุยกันเลยตลอดมา 10 ปี คำว่าเป็นกลางที่คุณทิ่มแทงกันไปมาตอนนี้ คุณเข้าใจมันถูกรึเปล่า แล้วก็ในเรื่องของการที่จะมองว่าเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เป็นเรื่องที่โดนอยู่แล้ว ดิฉันขอคนเดียว (ยกนิ้วชี้ขึ้นมา หน้าจริงจังมาก) ขอชื่อเดียว ที่จะไม่โดนบอกว่าคนนี้ไม่เป็นกลาง

แท้จริงจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ มันไม่ได้อยู่กับสิ่งที่เราเป็นเท่านั้น มันขึ้นอยู่กับคนมอง เราพูดเปรียบเทียบง่ายๆ ถ้าเรายืนตรงกลางเหมือนกัน แล้วเราเห็นกัน เราอาจจะพูดได้ว่าเราอยู่ตรงกลาง แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง คนวิจารณ์ยืนเอียงไปข้างหนึ่ง คำถามคือคุณมีสิทธิ์จะวิจารณ์ดิฉันหรือไม่ว่าคุณกลาง แล้วคุณจะวิจารณ์ได้ไหมว่า ดิฉันเอียง ไม่ได้บอกว่าเราเป็นอย่างไร แต่บอกว่าภาวะวิสัยมันมีเกลื่อนกลาดไปหมด เต็มไปหมดเลย ความคิดเห็นของคนก็มากมายไปหมด

เบื้องหลัง

ดีเบตสะท้านสังคม

Thairath Talk : หลายคู่เป็นมวยชกที่จอมขวัญทำแล้วเกิดกระแสมากมาย อย่างอุ๊กับไผ่ ดร.อานนท์กับรุ้ง มายด์กับคุณปารีณา มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เยอะ อยากจะให้อธิบายเบื้องหลังของทั้ง 3 เทป

คนมักจะนึกว่า งานที่ทำมันเปิดด้วยคู่คุณปารีณากับมายด์ ซึ่งจริงๆ แล้วก่อนคู่นี้มันมีมาก่อนแล้ว แต่มันอาจจะไม่เป็นกระแสพูดถึงมากนัก ทีนี้มาคู่คุณปารีณา อันนี้เรายอมรับคำวิจารณ์ จะมีคนบอกว่าจับคู่มวยไม่ถูกคู่ ยอมรับคำวิจารณ์ เพราะว่าคู่นี้ไม่ได้เกิดจากการเลือกโดยเรา เกิดจากการที่คุณปารีณา จะใช้คำว่าท้าก็ได้ ท้าผ่านสื่อ เราก็เลยได้ลองถามคุณปารีณา ถ้าสมมติจัดได้อย่างนี้ แล้วปรากฏว่า 1 ในนั้น เราเรียกเขาว่าแกนนำก็ได้นะคะ ก็คือมายด์เนี่ยตอบรับ ไม่มีเงื่อนไขอะไร ก็เลยเกิดคู่นั้นขึ้น

แต่ถ้าจะบอกว่าทำไมเราจับมากระดูกคนละเบอร์ แต่ว่าเราไม่เคยปฏิเสธที่จะบอกเงื่อนไข ทั้งหมดที่เขาจะเจอนะ เราไม่เซอร์ไพรส์แขกค่ะ บอกทั้งหมด คุณเจอใคร กติกาเป็นแบบไหน คุณจะเจอภาวะอะไรบ้าง บอกหมด ให้ตัดสินใจเอง สิ่งที่เกิดขึ้นในกรณีเทปของอาจารย์อานนท์กับรุ้ง สำหรับดิฉันนะคะ ไม่เกินคาด

Thairath Talk : คุณกำลังจะบอกว่า เกิดจากความตั้งใจที่อยากจะให้ออกทีวี โดนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ให้ออกไปวิพากษ์วิจารณ์แบบนั้นเหรอ

ดิฉันไม่ทราบว่าเจ้าตัวประเมินแบบไหน แต่ว่าในแง่ของทีมงานเราไม่ได้เพิ่งทำงานเป็นวันแรก เราประเมินได้ ให้คำตอบสุดได้แค่ไม่เกินคาด ถึงไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น

Thairath Talk : คุณอุ๊กับคุณไผ่ล่ะ

อันนั้นเกินคาด

คนเราพูดได้ไม่เท่ากัน

"ประเด็นเรื่องของความรู้สึกมากๆ มันไม่ใช่ความรู้สึกเวลาเราโดนวิจารณ์ แต่มันจะเป็นความรู้สึกที่เรา ในฐานะผู้ดำเนินรายการรู้สึกต่อแขกรับเชิญ ซึ่งขวัญขอพูดแบบตรงไปตรงมา ขวัญรู้สึกต่อแขกรับเชิญฝ่ายเดียว เพราะกติกามันไม่ได้ถูกใช้อย่างเท่ากันทั้ง 2 ฝั่ง ถ้าเป็นเรื่องเปราะบาง ซึ่งในรูปธรรม คือ หมายถึง ข้อ 3 ของข้อเรียกร้องฝั่งหนึ่ง ดิฉันใช้คำว่าฝั่งหนึ่ง เพราะว่าทางฝั่งของคนที่ต้องการจะออกมาพูดไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องนี้ สามารถพูดได้เต็มที่

ในขนาดที่อีกฝั่งหนึ่งก็คือ ฝั่งที่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้อง เขาไม่สามารถพูดได้ เพราะอย่างที่เราบอก บางอย่างมันไม่ชิน มันฟังแล้วมันระคายหู ดูแล้วมันไม่สบายใจ มันเป็นเรื่องที่ถูกนิยามว่าเปราะบางในสังคม มันก็เลยทำให้คนที่ยืนอยู่กับข้อเรียกร้องนี้ เขาพูดได้ไม่เต็มที่ ซึ่งตอนแรกเราตัดสินใจ ว่ารายการจะยังเดินหน้าต่อไปไหม ถ้าเป็นเราเราเลือกที่จะไม่ ทีมงานเองทุกคนก็น้ำเสียงไปค่อนข้างห่วงว่าถ้าจัดไป มันไม่ดีหรือเปล่า"

Thairath Talk : สุ่มเสี่ยง?

ใช่ แต่ว่าสิ่งที่เราคิดว่าสำคัญที่สุด คือว่าแขกเขาจะมาเหรอ สุดท้ายเราตกลงกันว่า เอาอย่างนี้ เราลองยื่นเงื่อนไขทั้งหมด แบบไม่มีเซอร์ไพรส์แขกนะ ทุกอย่างเขารู้ทั้งหมดไป แล้วถ้าเขาเลือกที่จะมา เราจัด แต่จุดสะดุดคือ เรารู้สึกเมื่อทำไประยะหนึ่งแล้ว ไอ้ความเปิดเผยของทีมงาน กติกาเรามาได้แค่นี้ ต่อให้แขกรับเชิญเขาตัดสินใจที่จะมาบนกติกาที่ไม่ชอบธรรมสำหรับเขา แต่ผลที่มันเกิดมันแรงกว่าที่เราจะปล่อยผ่าน

เราไม่ได้บอกใครถูกผิดนะ แต่คนกลุ่มหนึ่งสู้เรื่องความชอบธรรมความเป็นธรรมอยู่ สู้เรื่องความเท่าเทียมอยู่ แต่เราดันยื่นขอเสนอเป็นกติกาซึ่งไม่เป็นธรรมให้เขา ต่อให้เรารู้ เขาตัดสินใจมาเองนะ ต่อให้เป็นอย่างนั้นก็ตาม แต่เราก็รู้สึกเหมือนยัดเยียดข้อเสนอให้เขาต้องตัดสินใจ

สมมตินะ เราลองแทนใจของคนที่ตัดสินใจมา ตอนนั้นสื่อโดนวิจารณ์เยอะว่าเรื่องพวกนี้ทำไมไม่มีรายงานเลย ทำไมไม่มีสื่อวงกว้างพูดเรื่องนี้เลย เราก็เลยรู้สึกว่า เราต้องทำ แต่พอเราหยิบยื่นแบบนี้ เรารู้สึกว่ามันยัดเยียดให้เขาต้องตัดสินใจ ว่าดีกว่าไม่มี ดีกว่าไม่มีพื้นที่ คือมันเหมือนเราเข้าใจได้ว่าเขาตัดสินเอง แต่เรารู้สึกว่าเราดันไปทำให้มันเกิดเงื่อนไขการตัดสินใจนี้รึเปล่า แต่ก็โอเค ก็ไปต่อ ไปต่อโดยระวังที่สุด นั้นอาจจะเป็นจุดหนึ่งนะคะที่ทำให้ขวัญพูดถึงเรื่องนี้ชัดเจน แม้กระทั่งตอนดำเนินรายการสดอยู่ว่า เงื่อนไขมันมาแบบไหน แล้วก็เป้าหมายที่บอกก็คือว่า ขวัญต้องการให้รายการนี้ เป็นสิ่งแสดงออกอย่างหนึ่ง ว่าสังคมของเราตอนนี้มันเป็นอย่างไรอยู่ 

เทวดา หรือ ฆาตกร

Thairath Talk : ในเนื้องานการทำงานสื่อมวลชนคือ เทวดาหรือฆาตกร

ดิฉันก็คือเป็นลูกจ้างตลอดเลยค่ะ มีอันนี้ให้เลือกไหมคะ เป็นลูกจ้างมาตลอดเลยค่ะ (หัวเราะ) 

Thairath Talk : เทวดาก็คือคนให้โอกาส ให้คนได้พูดได้แสดงออก คนที่ฆ่าคนก็คือฆาตกร เอาแขกรับเชิญมาเชือดกลางจอ 

เราไม่ได้เป็นฆาตกรแน่นอน ด้วยความตั้งใจ เพราะเราไม่เห็นประโยชน์ของการเอาคนมาแล้วก็ต้อนให้จนมุม แล้วรู้สึกสะใจ เป็นกระแสให้คนพูดถึง แล้วก็เชิดชูสิ่งที่เราทำ ไม่ ไม่อยู่ในห้วงคำนึงเราเลย แต่ถามว่าเป็นเทวดาไหม คงไม่ แค่ทำตามหน้าที่ที่เราสามารถจะทำได้ ไม่เป็นอะไรสักอย่าง นอกจากลูกจ้าง(ยิ้ม)

จอมขวัญลงการเมือง?

Thairath Talk : มีโอกาสเห็นจอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ เล่นการเมืองไหม 

ถามช่วงนี้ซะด้วย ก็มีคนมาจีบตลอดนะคะ แต่ว่าไม่ได้ตัดสินใจง่าย ถ้าจะตัดสินใจมันต้องเห็นชัดมากๆ เราทำงานที่มีความเป็นสาธารณะมาตลอดใช่ไหมคะ การเป็นสื่อ มันก็อยู่ในเนื้อหาที่เป็นสาธารณะ เป็นองค์ประกอบหลักอยู่แล้ว

เพราะฉะนั้นการทำงานการเมือง ก็แค่เปลี่ยนรูปแบบไปนิดหน่อย มันมีความหมายตรงที่ การขับเคลื่อนนโยบายอย่างชัดเจน การพูดอย่างเป็นทางการ มีอำนาจ มีงบประมาณ มันเกี่ยวหมด แต่ว่ามันก็ต้องเฉือนกันให้ชัดว่า ถ้าเราจะต้องก้าวไปวงการการเมือง ต้องเฉือนกันให้ชัด เพราะว่าเราเองก็รู้สึกว่าตรงนี้เราก็ทำได้ไม่น้อยเหมือนกัน 

Thairath Talk : สนใจสิ พูดแบบนี้

มีโอกาสค่ะ มีโอกาสทั้งนั้นแหละ แต่ว่าไม่ง่าย สุดท้ายแล้วอาจจะไม่เลยก็ได้ แต่คำว่ามีโอกาสคือว่าขวัญเปิด

Thairath Talk : มีคำถามไหนที่ผมไม่ได้ถาม แล้วจอมขวัญอยากจะบอก เชิญเลยครับ

เราไม่ได้อยู่ในสถานะที่เราจะพูดแทนสื่อมวลชน แต่ว่าในฐานะที่เราเคยถูกนิยามว่าเราเป็นสื่อมวลชน เหมือนกำลังเผชิญกับโครงสร้างอำนาจที่ทำให้วิชาชีพมันไม่เป็นไปตามอย่างที่มันควรจะเป็น ไม่แพ้อาชีพอื่น แต่ว่าขวัญอาจจะเห็นทั้ง 2 มุม แล้วอาจจะพูดได้ทั้ง 2 มุม ตรงที่เราพูดแทนประชาชน เราก็จะบอกว่า สิ่งที่พยายามจะอธิบาย มันฟังไม่ขึ้น

อีกมุมหนึ่งซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกัน คือจะบอกว่า ใช่ สิ่งที่สื่อมวลชนกำลังเผชิญอยู่มันฟังไม่ขึ้นหรอก แต่อย่ากันสิ่งเหล่านี้ออกไป สื่อมวลชนเป็นอีกกลุ่มคนหนึ่งที่ก็อยู่ในสถานะที่ต้องสู้ อย่างที่วิชาชีพบอก ให้เราต้องทำ หรือวิชาชีพกำหนดไว้ให้เราต้องเป็น เพราะฉะนั้นถ้าคุณจะบอกว่าตอนนี้สังคมแบบพัฒนาตัวเองหรือว่า เดินหน้าไปสู่สิ่งที่ดีกว่า หนึ่งในกลุ่มคนที่ต้องสู้ด้วยก็คือสื่อมวลชน

เพียงแต่ว่าในระหว่างทาง เราไม่สู้เพื่อตัวเราเอง สิ่งที่เราทำ มีผลต่อการสู้ของสังคมด้วย มันมีความสลับซับซ้อน อาจจะใช้คำพูดได้ไม่ครอบคลุม หรือว่าไม่ดีเท่าไรคะ แต่ขวัญคิดว่า คนที่อยู่ในวิชาชีพนี้ รู้ ขวัญไม่ควรพูดแทนทุกคน แล้วขวัญก็คงไม่สามารถพูดหรือสอนใครได้ ขวัญก็พิสูจน์งานของขวัญเองด้วยตัวขวัญเองคนเดียวเหมือนกัน

ชมคลิปฉบับเต็ม

ผู้เขียน : Bouquet Talk

ภาพ : Jutaphun Sooksamphun

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จอมขวัญspecial contentจอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ถามตรงๆกับจอมขวัญจอมขวัญ ล่าสุดไทยรัฐทีวีไทยรัฐทอล์กThairath Talk

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 15:12 น.