ไลฟ์สไตล์
100 year

แย่สุดในชีวิต! เฌอปราง BNK48 กรีดร้อง โดนบูลลี่ 'หนูโดนติทุกเรื่อง'

ไทยรัฐออนไลน์
6 มี.ค. 2564 06:05 น.
SHARE

ใช้เวลาหลายเดือนทีเดียวกว่าเราจะสามารถนัดคิว เฌอปราง อารีย์กุล หรือ เฌอปราง BNK48 ได้สำเร็จ แต่ไม่ผิดหวังกับการรอคอย น้องเฌอของพี่ๆ น่ารักสมวัย เมื่อก้าวเข้ามาในห้อง เฌอปรางสดใส พูดคุยอย่างเป็นกันเอง แทนตัวเองว่า 'หนู' ทุกคำ หัวเราะเฮฮา แต่เมื่อนับเข้ากล้อง 5 4 3 2 1 กัปตันวง BNK48 ก็แสดงสปิริตพูดคุยกับทุกคำถามอย่างสนุกสนาน ขนาดเรื่องที่ว่าคนฟังแล้วน้ำตาเกือบไหล แต่พิเฌอตอบยิ้มๆ แถมเสียงหัวเราะตบท้ายทุกครั้ง

สายตานักวิทยาศาสตร์
ฝุ่น - โควิด

Thairath Talk : กว่าจะชินใช้เวลานานไหม

ไม่รู้เหมือนกันค่ะ มันค่อยๆ มาเอง กล้องแบบนี้ แสงแบบดี เราพร้อมทำงาน

Thairath Talk : เฌอปรางอายุใกล้เบญจเพส อายุ 25 ปี คุณหน้าเด็กมาก เราเชื่อเรื่องเบญจเพสไหม ในฐานะที่เราเรียนวิทยาศาสตร์

มีคนบอกเราแบบนี้บ่อยค่ะ ถามว่าเชื่อไหม เราจะฟังไว้ค่ะ แต่ไม่ได้นำมาเป็นเรื่องเครียด เพราะทุกวันมันขึ้นอยู่กับตัวเรา มีสติอยู่กับตัวเอง

Thairath Talk : คุยกันแบบนักวิทยาศาสตร์ เรามี 2 เหตุการณ์ที่เราเผชิญอยู่ เรื่องฝุ่น PM 2.5 กับ ไวรัสโคโรนา โควิด-19

หากเป็นเรื่องฝุ่น เฌอรู้สึกว่ามันมีมานานแล้ว และหลายๆ ประเทศ เขา เผชิญปัญหาที่หนักกว่าเรา และเรามีอุตสาหกรรมมานานแล้ว แต่แค่มันเยอะจนเรารู้สึกได้ และมันส่งผลกระทบแบบชัดเจน จนต้องเตือนและให้ทุกคนรู้สึกมากขึ้น หรือว่าเรารู้สึกเอง เวลาออกไปข้างนอก ทำไมหมอกมันเยอะจัง แต่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่หมอก มันคือฝุ่น แต่หากเป็นประเทศไทยในตอนนี้ยังไม่ได้มีฝุ่นมาตลอด มีเรื่องแบบลมบ้าง และได้ดูข่าว รู้สึกว่ามันเป็นทั่วโลกแล้ว สำหรับตัวเฌอคือหาเทคโนโลยีที่จะกรองอากาศ เพราะหากจะให้อุตสาหกรรมหยุด ก็ไม่ได้ บางอย่างเราไม่รู้ว่ามีปริมาณฝุ่นมากน้อยแค่ไหนเหมือนกัน แต่ว่าเราจะมีชีวิตต่อไปอย่างไรมากกว่า

Thairath Talk : มองด้วยสายตานักวิทยาศาสตร์

ไม่ใช่ค่ะ มองด้วยเฌอเอง เราไม่ได้เป็นนักวิทยาศาสตร์ เฌอเป็นแค่นักเรียน

Thairath Talk : แล้วโควิด- 19 เรามองมันด้วยสายตาแบบไหน 

(หัวเราะ) เรามองว่ามันเป็นเชื้อที่ติดต่อง่าย ทำให้เกิดการแพร่ระบาดได้ง่าย และมีผลต่อคนที่ไม่ค่อยแข็งแรง ค่อนข้างมาก ทำให้ระบบสาธารณสุข การแพทย์ รับมือไม่ทันในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่หากมีการเตือน มีการป้องกันมากขึ้น ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น ล้างมือบ่อยขึ้น รู้ว่าตัวเองเริ่มมีไข้ เราต้องเริ่มออกห่างคนอื่น หรือใส่แมสก์ตลอดเวลาออกไปข้างนอก จะเป็นการช่วย ให้ไม่มีการแพร่ระบาดเกินไปจนการรองรับของระบบการแพทย์ก็ยังจะสามารถรับมือได้ เขาบอกว่ามาเป็นโรคใกล้เคียงกับไข้หวัด แต่มันแค่ติดต่อง่ายเกินไป

Thairath Talk : ได้รับผลกระทบไหม เรื่องของไวรัสโควิด-19 ในเรื่องงานและการใช้ชีวิตมันเปลี่ยนไปเยอะไหมสำหรับเรา

เปลี่ยนค่ะ เพราะตารางงานหายไปหมดเลย (หัวเราะ) เดือนหนึ่งที่มี คือหายไปเลย เลยได้ทดลองอยู่บ้าน และเริ่มทำคอนเทนต์ ลงในโซเชียลมีเดียมากขึ้น

มาสเตอร์พีซ
ชีวิต ความกดดัน

Thairath Talk : อยู่วงการมา 5 ปี อะไรเป็นมาสเตอร์พีซสำหรับเรา

ผลงานที่สุดของเฌอ คือการได้ทำวงค่ะ เพราะเฌอมาด้วยความชอบ AKB48 เลยรู้สึกว่า การได้มีประสบการณ์ ไปถ่ายทอดให้ รุ่นต่อๆ ไป ดีใจที่ได้ทำ

Thairath Talk : หลายคนสงสัย เฌอปรางเหมือนแบกรับความกดดัน ไว้ด้วยตัวเองคนเดียว เราเลยคล้ายเป็นสัญลักษณ์ของ BNK48 ไปแล้ว

เราอาจจะรู้สึกไปเองคนเดียวค่ะ (หัวเราะ) เรารู้สึกว่าเราไม่ได้เป็นสัญลักษณ์ของ BNK48 แต่หากคนนอกมองแบบนั้น ขอบคุณทุกคนค่ะ

Thairath Talk : เวลาคนภายนอกมองแบบนั้น เรากดดันไหม

ไม่กดดันค่ะ มันไม่ได้ใช้คำว่ากดดันค่ะ มันใช้คำว่า ระมัดระวังมากขึ้น เพราะรู้สึกว่าการกระทำทุกอย่าง ด้วยความที่เราเป็นหัวหน้าวง เพราะถ้าเราทำอะไรบางอย่างที่ไม่ดีไป มันส่งผลกระทบกับวงด้วยทันที จริงๆ ทุกคนในวง มีผลหมด และที่วงเป็นวงเพราะมีทุกคน มีทีมงาน มีหลายๆ ฝ่าย รวมกันทำงาน มีแฟนๆ ที่ผลักดันเรา จนมาเป็น BNK48 ในทุกวันนี้ เพราะหากเป็นเราคนเดียว แล้วไม่มีคนชื่นชอบเรา ไม่น่าจะเกิดผลอะไรขึ้นด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เฌอคนเดียว

Thairath Talk : เราเหนื่อยไหม หรือเรารับมือกับมันได้แล้ว เพราะเข้าปีที่ 5 แล้ว

ไม่ได้รู้สึกว่าเหนื่อยค่ะ รู้สึกว่าแบกไหม เราแค่รู้สึกระมัดระวังมากขึ้นเฉยๆ ค่ะ สุดท้ายเฌอก็คือเฌอ เรามีความสุขในการทำงาน

Thairath Talk : ทำงานมาในวงการบันเทิง 5 ปี มีช่วงเวลาไหนที่ตกต่ำที่สุด แล้วยังไม่เคยเล่าที่ไหนมาก่อน เล่าให้ฟังหน่อย

ค่อนข้างมีความเครียดในตัวเองสูง อยากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ทุกอย่างต้องทำให้ดี ต้องไม่ทำให้ใครผิดหวัง ถึงขั้นที่มีช่วงขึ้นเวที แล้วสลับตัวเองไม่ทัน จนขึ้นเวทีด้วยคำถามว่า "ทำไมเราต้องขึ้นเวที ฉันเหนื่อยมาก ขึ้นเวทีแล้วไม่มีความสุข" ตอนนั้นจิตใจ ไม่รู้ตัวว่าตอนนั้นมีอะไรบางอย่างอัดอยู่ แต่รู้สึกว่าช่วงนั้นไม่โอเค รู้สึกเหนื่อย รู้สึกระแวงไปทุกอย่าง

เลยไปทำกายภาพ แต่เหมือนโดนจุดที่มันช่วยคลาย ร้องไห้หนักมาก กรี๊ดออกมาทุกอย่าง อารมณ์เหมือนกรีดร้องหนีสัตว์ประหลาด ด้วยความที่เรากดไว้ ไม่รู้ตัว ว่าเราเก็บอะไรไว้ พอมันถึงจุดที่มันหนักมากจริง ๆ เรื่องจิตใจกับร่างกายมันสัมพันธ์กัน ถ้าสุขภาพเราดี มักจะสบายตัว เป็นจุดที่เหนื่อยกับการร้องไห้ที่สุด ร้องไห้ประมาณ 15 นาที แล้วกรี๊ดตลอดเวลา แต่สุดท้ายเรารู้อยู่แล้วว่าเราจะผ่านมันมาได้ แต่เราต้องปล่อยมันออกไป

ต้องขอบคุณกำลังใจจากคนข้างๆ และแฟนๆ รู้สึกว่ามีเขาเฝ้ามองดูอยู่นะ กับอีกเรื่องคือชอบทำงานมาก คือพรุ่งนี้มีงานต้องตื่นไปทำงาน ไม่งั้น คนที่ทำงานกับเรา เขาจะเดือดร้อน ไม่อยากให้คนเดือดร้อนเพราะตัวเอง หากไม่ถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาลก็จะลุกไปทำงานให้ได้

คำบูลลี่ 

"หนูโดนติทุกอย่าง"

Thairath Talk : มีคอมเมนต์แบบไหนที่อยู่ในใจเรา แล้วไม่เคยเล่าไหม

ไม่ค่อยเก็บมันมาคิดแล้ว แต่ถ้านึกขึ้นมาแล้วจะมี คำที่รู้สึกไม่ดีที่สุด คือการถูกพูดถึงคุณพ่อคุณแม่ เรารู้สึกว่า เขาไม่เป็นแบบนั้น ถ้าพูดถึงเรา เรายังพอรับได้ บางเรื่องเราผิดจริง สุดท้ายเราใส่ใจมากขนาดไหน เรารู้ว่าพ่อแม่เราเป็นอย่างไร เรามีส่วนที่ผิดพลาดหรือไม่ได้ดีที่สุด เราก็มี เพราะมันไม่มีใครดีที่สุด คุยกับแม่ว่าโอเคไหม เขา (คนที่บูลลี่) ไม่รู้จักเรา ปล่อยผ่านไปเถอะ

Thairath Talk : เฌอปรางโดนบลูลี่ในโซเชียล มีอะไรบ้าง ที่เราไม่สมควรโดน

(ทำท่าคิด) มีทุกเรื่องนะคะ เหมือนจะโดนทุกเรื่อง เรื่องรูปร่างก็มีบ้าง อ้วนไปบ้าง ผอมไปบ้าง คิดแบบนั้นไม่ดี คิดแบบนี้ไม่ถูก และบางคนมาด้วยความเป็นห่วง แค่อยากแนะนำก็มี บางส่วนก็มาแบบ "ไม่ชอบเรา ไม่น่ารักเลย" หลังๆ ไม่ค่อยเห็นแล้วค่ะ หรือไม่ได้เข้าไปดูขนาดนั้น ก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน

Thairath Talk : รับมืออย่างไร สำหรับที่คนอื่นบูลลี่เรา

หาของหวานรับประทานค่ะ (ทำท่าทางน่ารัก) เหมือนจะแก้ด้วยการกินค่ะ ปัจจุบันเราออกห่างจากสิ่งนั้น ไม่อ่าน รู้ว่ามี แต่ถามว่าสุดท้ายเรารู้สึกอย่างไร ถ้ารู้สึกว่ามันต้องปรับ เราก็ต้องปรับ บางพฤติกรรมของเราอาจไม่ตรงใจบางคน ถามคนทำงานกับเราว่าโอเครึเปล่า ถ้าเรามาคิดพิจารณาแล้ว ปรับได้ต้องปรับ หากบางอย่างไม่ใช่ตัวเรา เราต้องเป็นคนร่าเริงตลอด ยิ้มตลอด ก็คงไม่ใช่ เฌอจะแคร์คนที่เราทำงานด้วยมากที่สุด ถ้าทำอะไรผิดหรืออยากให้ปรับตรงไหนก็จะฟัง

Thairath Talk : ในฐานะที่เราเป็นไอดอล จะมีสตอล์กเกอร์ตามคนดัง เคยโดนบ้างไหม

ที่บ้านสงสัยว่ามีรถมาจอด โดยที่ไม่มีคนลงมาจากรถ เขาเลยกังวล วิธีการแก้ของเราคือติดกล้องวงจรปิดแล้วกัน

Thairath Talk : และน้องๆ ที่ไม่ได้มีภูมิคุ้มกันแบบเรา รับมืออย่างไร

ตอนนี้เรามีพื้นที่ของพวกเรา เป็นทั้งไว้ซ้อมเต้น เป็นที่อยู่ให้ทุกอย่างอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ในเรื่องของความปลอดภัย ทางบริษัทได้ช่วยดูแลอยู่ และมีกล้องวงจรปิดทุกที่ เพื่อความสบายใจที่สุดค่ะ เรากังวล และหวังว่าจะไม่มีเรื่องราวที่กระทบ หรือเดือดร้อนต่อคนที่บ้าน อีกทางคือเตรียมใจค่ะ ระมัดระวังตัวเอง เท่าที่เราทำได้ และเวลาไปไหนมาไหน คือ ต้องมีคนรู้ อย่างน้อยให้ครอบครัวสบายใจ

Thairath Talk : ในฐานะคนรุ่นใหม่ อยากขอถามเรื่องการคุกคามทางเพศ เราเป็นผู้หญิง เรามีความคิดเห็นอย่างไร

ไม่มีใครควรโดน เห็นใจเขาเห็นใจเรา เราคงไม่อยากไปทำแบบนั้นกับใคร เคยโดนไหม สำหรับตัวเฌอ ถ้าเป็นในอินเทอร์เน็ต เป็นการให้เขาระบายรึเปล่าไม่รู้ หากอะไรที่มันเยอะไป เป็นการเข้าใจผิด ต้องมีการดำเนินเรื่องราวต่อไป ถ้าเป็นอะไรที่เจอชีวิตประจำวัน เราไม่โอเค ก็ห้ามและบอก หากเราทำไม่ได้ เราต้องหาคนช่วย สำหรับเราเองต้องพยายามดูแลตัวเอง ไม่อยากให้เกิด ไม่อยากให้เกิดกับใคร ไม่ว่าเพศไหนก็ตาม

ฝันแต่งงานริมทะเล

Thairath Talk : นิยามความรักสำหรับ เฌอปราง ปัจจุบันมันเปลี่ยนไหม

น่าจะเปลี่ยนนะคะ เราจำตอนเด็กไม่ได้แล้ว เรารู้สึกว่า ความรักอยู่รอบตัวเรา เราให้ใจกับงาน พ่อแม่รักเรา เลี้ยงดูเรามา เพื่อนคอยซัพพอร์ตอยู่ตลอด หากเป็นเรื่องของคู่ชีวิต เจอก็ดี แต่ไม่ได้อยากได้อะไร มันไม่ได้จำเป็นกับเรา ไม่ว่าช่วงไหนก็ตาม เราอยู่ได้ด้วยตัวเอง สามารถพึ่งพาตัวเองได้ หากเขาเข้ามาแล้วมันเป็นบวกก็ดี หากเป็นลบ ไม่จำเป็นต้องเข้ามาก็ได้ 

Thairath Talk : มีงานแต่งงานในฝันไหม

ตอนนี้ไม่มีแล้วค่ะ เมื่อก่อนคืออยากแต่งงานริมทะเล ปัจจุบันไม่ต้องแต่งก็ได้ (หัวเราะ) แต่ถ้าคนที่เข้ามาอยากจะจัดงานแต่งงาน ในเวลานั้นก็ไม่ได้ติดอะไรค่ะ 

Thairath Talk : สเปกเรา

คนที่เข้ากับเราได้ คุยกันรู้เรื่อง อาจจะไม่ต้องคุยกันก็ได้แค่มองตาแล้วรู้เรื่อง หรือว่ารู้ใจเรา

หากวันที่เฌอปราง
ไม่ใช่คนดัง

Thairath Talk : อาชีพนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 เกินความคิดที่เราใฝ่ฝันไว้ไหม

เกินไปเยอะเลยค่ะ แค่ผ่านออดิชันก็ผ่านไปเยอะแล้วค่ะ ไม่เคยคิดชีวิตนี้จะมีโอกาส ได้เรียนรู้เพิ่ม ไม่เคยคิดว่าการที่เราทำงานตรงนี้ มันเปิดโอกาสให้เราอย่างมาก ถามว่าเราอยากไปต่อกับมันไหม เราเลือกที่จะไปต่อและทำกับมันเต็มที่ และมีความสุขกับงานมาก

Thairath Talk : วันนี้เราไปไกลเกินฝันแล้ว วันนี้หากกลับมาเป็นคนธรรมดา เรารับได้ไหม

ได้ค่ะ ปัจจุบัน เราก็ยังเป็นเรา เราก็ยังทานข้าวน้อยบ้าง เยอะบ้าง ทานข้าวเต็มที่ แฮปปี้เล่นเกม สิ่งหนึ่งอาจจะหายไปจากโซเชียลมีเดีย หากเราไม่ทำในตรงนี้แล้ว แต่สิ่งหนึ่งคือเรารู้สึกว่า มีแฟนๆ ที่คอยส่งเรา ในการที่ช่วยซัพพอร์ต เราไม่อยากหายไปให้แฟนคลับเสียใจ เขาอยู่กับเรามา เราก็อยากจจะอยู่กับเขาต่อไป ถ้าเป็นกำลังใจให้ได้สักเล็กน้อย คนที่ยังตามเราอยู่ เราอยากจะมีผลงาน อยากจะเป็นสิ่งที่เขาภูมิใจอยู่

"บอกทุกคนให้ทำใจนิดหนึ่ง หากไม่ได้อยู่ใน BNK48 แล้ว อาจจะค่อนข้างจะเงียบนะคะ" หัวหน้าวง BNK48 ส่งท้ายบทสัมภาษณ์ด้วยเสียงหัวเราะ บอกแล้วว่าแม้จะเป็นเรื่องเศร้าที่สาวน้อยผู้นี้วางแผนจะวางฉายา BNK48 ไว้เบื้องหลัง แต่เธอก็ยังห่วงแฟนคลับว่าจะเหงา เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมแฟนคลับเฌอปรางถึงเหนียวแน่นได้ขนาดนี้ 

ติดตามคลิปเฌอปราง

ผู้เขียน : Bouquet Talk

ภาพ : Sathit Chuephanngam

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เฌอปราง อารีย์กุลเฌอปรางBNK48เฌอปราง BNK48เฌอปราง ล่าสุดspecial contentThairath Talk

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม 2564 เวลา 01:50 น.