ไม่มีใครเป็นของเล่นไฮโซ 'กึ้ง เฉลิมชัย' ชีวิตผู้ชายหมื่นล้าน

ข่าว

    ไม่มีใครเป็นของเล่นไฮโซ 'กึ้ง เฉลิมชัย' ชีวิตผู้ชายหมื่นล้าน

    ไทยรัฐออนไลน์

    13 ก.พ. 2564 06:05 น.

    • เจาะลึกตัวตนบุคลิกและเรื่องราวชีวิตที่น่าเอาเป็นแบบอย่างของกึ้ง เฉลิมชัย มหากิจศิริ
    • เคล็ดลับการทำธุรกิจในยุควิกฤติโควิด- 19 และ Internet of Things
    • กึ้งตอบเรื่องความรักชัดแบบไม่เคยได้ยินที่ไหน คาสโนว่าจริงหรือ?

    ขณะให้สัมภาษณ์ในรายการ Thairath Talk กึ้ง เฉลิมชัย มหากิจศิริ ทายาทมหาเศรษฐีหมื่นล้านในวัย 42 ปีเล่าทุกเรื่องด้วยท่าทางสบายๆ อาจมีคิดเล็กน้อยกับคำถามแทงใจเรื่องความรักในอดีตที่ผ่านพ้นไป ค้นลึกถึงตัวตนผู้ชายคนนี้ให้สุดตามสไตล์รายการ Thairath Talk พร้อมความเห็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการต่อสู้ในยุคโควิด-19 ครอบงำอนาคต 

    คำถามแรกเริ่มต้นทำความรู้จักกึ้ง เฉลิมชัย แม้เป็นคำถามพื้นๆ ที่เชื่อว่าทุกคนสงสัย ทำไมเขาถึงไว้ผมยาวจนต้องมัดผมจนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว กึ้งขำเล็กน้อยก่อนตอบว่า 

    "แม่บังคับให้ตัดนะครับ (หัวเราะ) แต่พอเราอายุมากขึ้น โอกาสที่จะได้ไว้ผมยาวมันก็เริ่มน้อยลง เราเลยคิดว่าลองไว้ไปก่อนดีกว่า ตั้งใจไว้ยาวเลย แล้วพอมาช่วงโควิด ไม่มีโอกาสได้ตัด ก็เอาสุดๆ ไปเลย แล้วมาเจอหลานสาวผม เรียกผมว่า ‘ตีโต้’ (ตามภาษาฟิลิปปินส์ คุณน้าคุณอาผู้ชายจะเรียกว่าตีโต้ ถ้าผู้หญิงจะเรียกว่าตีต้า) บอกผมว่า ตีโต้ ตัดผมเถอะ ผมก็เลยเอารูปตอนผมสั้นให้เขาดู เขาบอกว่าไม่ต้องตัดละ หลานสาวผม 12 ขวบ เขาบอกว่า ยูหน้าตาลุค Ordinary (ธรรมดา) มากๆ เลย ไม่มีคาแรกเตอร์เลย ซึ่งตอนนี้ก็มีหลานสาวมาอยู่ข้างผมคนหนึ่งละ ก็เลยมีโอกาสได้ไว้ยาวต่อไปเรื่อยๆ" ไขปริศนาเรื่องเบาๆ ก่อนรุกด้วยคำถามฮาร์ดคอ 

    แบทแมน

    ดารา - ไฮโซ - คาสโนว่า?

    Thairath Talk : คุณเรียนจบด้านเศรษฐศาสตร์การเงินมา เป็นสาขาที่เราตั้งใจจะเรียนเองหรือที่บ้านมีส่วนผลักดันครับ

    แน่นอนครับสำหรับลูกชายทุกคน ต้นแบบของเราก็คือคุณพ่อ แล้วพ่อเราเป็นนักธุรกิจ เราก็อยากเก่งแบบคุณพ่อ ตอนเราเลือกสาขาหลัก ณ ตอนนั้น เขาเรียกว่า Economic Finance ได้ทั้งสองอย่างเลย การเงินก็ด้วย เศรษฐศาสตร์ก็ด้วย เราก็เลยเลือกเรียนในสิ่งที่เราอยากจะตามฮีโร่ของเรา

    Thairath Talk : เวลาคนพูดว่าคุณเป็นนักธุรกิจเนื้อหอม ทายาทอาณาจักรแสนล้าน คุณเขินไหม

    เขินครับ ผมไม่ชอบอะไรที่มันดูเยอะเกินไป มันไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ

    Thairath Talk : ตอนนี้ผมต้องเรียกคุณกึ้งว่าอะไร นักธุรกิจ ดารา หรือคาสโนว่าเมืองไทย

    เรียกกึ้งเฉยๆ ดีกว่าครับ ทุกคนมีสิ่งที่ตัวเองอยากทำหลากหลาย อย่างตัวผม เรียกว่านักลงทุนละกัน ที่มีโอกาสได้ลงทุนในสาขาต่างๆ ได้เรียนรู้อุตสาหกรรมต่างๆ ค่อนข้างเยอะ ซึ่งแต่ละอุตสาหกรรม แต่ละสาขาอาชีพก็ต้องมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไปเหมือนกัน ซึ่งพอเราได้เรียนรู้อย่างหลากหลาย เราก็ได้เข้าใจคนมากขึ้น เพราะคนที่อยู่ในสาขาอาชีพต่างกัน ก็จะมีนิสัยที่ต่างกัน มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้เยอะ

    Thairath Talk : ตอนเด็กๆ ฝันอยากเป็นอะไร

    ฝันของเด็กมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามช่วงวัย ถ้าเด็กมากๆ เลยก็อยากเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ ผมอยากเป็นแบทแมน เดอะ ดาร์คไนต์ (หัวเราะ) ซึ่งพอโตขึ้นมาก็อยากเป็นนักธุรกิจ อยากเป็นนักกอล์ฟ เพราะคุณพ่อตีกอล์ฟตั้งแต่เด็ก มีความชอบที่หลากหลาย มีช่วงหนึ่งก็เคยเข้าวงการบันเทิง เผื่ออยากจะอยู่ในวงการมั่ง

    Thairath Talk : มีสักวันไหมที่อยากเป็นพระเอก

    มีสักแวบครับ แต่พอส่องกระจกปุ๊บก็อย่าเลยดีกว่า (หัวเราะลั่น)

    คำพ่อสอน - ‘ด่าได้ไม่เจ็บ’

    Thairath Talk : ตอนเด็กๆ คุณถูกเลี้ยงดูแบบไหนครับ

    เหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป ตั้งแต่เด็กๆ ผมต้องขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่ทำให้เรารู้ว่ากว่าที่จะได้อะไรอย่างหนึ่ง เราต้องทำงานเพื่อให้ได้ สมมติตอนเด็กๆ อยากจะได้ของเล่น ไม่ใช่อยู่ดีๆ ไปบอกคุณพ่อว่าอยากได้ของเล่นแล้วได้ แต่ต้องได้เกรดเฉลี่ยที่ดีในตอนจบ หรือสอบได้ดี ถึงจะได้ ทุกอย่างต้องทำงานเพื่อแลก ไม่ใช่ขอแล้วได้ หรือนานๆ อย่างวันเกิดถึงจะได้

    Thairath Talk : ประโยคที่คุณพ่อสอนคุณกึ้งและสามารถนำมาใช้ได้จนถึงปัจจุบันมีอะไรบ้าง

    (คิดเล็กน้อย) เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น Action without vision is a nightmare Vision without action is a daydream. ถ้าสมมติว่าเราทำอะไรโดยที่ไม่วางแผนมันก็เหมือนกับฝันร้าย แต่ถ้าเรามัวแต่วางแผนโดยที่ไม่ทำอะไรเลยมันก็เหมือนการฝันกลางวัน นี่คือสิ่งที่พ่อบอก อีกอย่างหนึ่งคือเราให้คนเอาเปรียบได้ถึงจุดจุดหนึ่ง เพราะถือว่าเราเกิดมาเราโชคดี แต่อย่าเกินเส้นนั้นจนเกินไป ถือซะว่าใครเอาเปรียบเรา เราก็ให้เขาไป แต่อย่าให้เกินเส้นที่เรารับไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่เราโตมา เหตุการณ์บางอย่างทำให้เราเข้าใจว่าถ้าเราโดนเอาเปรียบบ้าง แต่ก็ให้ฉลาดกับในอนาคต

    ความเชื่อพลังไม้เรียว

    Thairath Talk : คุณเชื่อเรื่องอาบน้ำร้อนมาก่อนไหม

    เชื่อครับ แต่ตอนเด็กๆ ไม่เชื่อ ผมเชื่อว่าเด็กวัยรุ่นหรือสมัยผม เก่ง โตมารู้เยอะ เราสุดยอด เราต้องไปบอกพ่อแม่ว่าเราต้องทำอะไรบ้าง แต่พอเราโตขึ้นมาอายุ 40 กว่า เราถึงรู้ว่าโมเมนต์นั้นมันเป็นเพียงความคึกคะนองทางความคิด ซึ่งบางอย่างมันใช้ได้ บางอย่างมันใช้ไม่ได้ ผมว่าเราต้องคุยกันมากกว่า เราแชร์ในสิ่งที่เราเข้าใจในยุคปัจจุบัน และเราเข้าใจในสิ่งที่ท่านมีประสบการณ์มากกว่า และทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อบอกก็มักจะตรง มันต้องมีประสบการณ์ชีวิตมาจนถึงจุดจุดหนึ่ง แล้วเราจะถึงบางอ้อ ประสบการณ์นี่สำคัญนะ

    เอาง่ายๆ ผมยกตัวอย่าง พื้นฐานทางอารมณ์ ผมอะสอนหลานไม่ได้เลยนะทางความรู้ เพราะเดี๋ยวนี้เปิด youtube google แล้วใครจะไปชนะ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมจะสอนได้คือ การดูแลอารมณ์ หรือพื้นฐานทางอารมณ์ของตัวเอง เพราะถ้าสมมติเราดูแลอารมณ์ตัวเองได้เมื่อเจอประสบการณ์ เมื่อเจอเหตุการณ์ต่างๆ มันจะเปลี่ยนวิธีคิดของเราเอง แต่ในระหว่างนั้นผมไม่ห้ามนะ ว่าคุณจะทำอะไร ทดลองไปเลย

    Thairath Talk : เชื่อเรื่องไม้เรียวทำให้คนได้ดีไหมครับ ตอนเด็กๆ เคยโดนตีไหม

    เคยครับ คือเราต้องเข้าใจก่อนว่าคนที่ลงไม้เรียว เขาลงด้วยความรัก ไม่ใช่ด้วยอารมณ์ ผมว่าโดนไม้เรียวก็ดีเหมือนกัน ทำให้เราเข้าใจ ส่วนตัวนะ ผมชอบ มันทำให้เราเรียนรู้ถูกผิด มันทำให้เราแกร่งขึ้น เพราะผมโตมาโดยที่ไม่ได้มีคำชมเยอะ พ่อจะมีแต่คำว่าตลอด เช่น ทำไมไปล้มมา ทำไมทำแบบนี้ แต่จะไม่มีคำชม ซึ่งวันนี้ผมขอบคุณนะ เขาเรียกว่า Tough Love วันนี้ด้วยเหตุการณ์ สถานะปัจจุบันของสังคม ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย คอมเมนต์ต่างๆ หรืออะไรที่คนสามารถคอมเมนต์ได้ พูดได้ เขียนอะไรก็ได้ เด็กบางคนโดนว่ารู้สึกเสียใจกดดันกับอะไรแบบนี้ แต่ด้วยความที่เราโดนสอนมา โดนว่ามาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว ก็มาเลย จัดมาเลย ถ้าทำให้คุณสบายใจ เอาเลย เพราะผมไม่ได้เจ็บ

    ผมเกือบตาย

    สิ่งได้จากวิกฤติชีวิต

    Thairath Talk : เขาบอกคนรวยมักจะใช้ชีวิตเปราะบาง เพราะไม่เคยเจออุปสรรค คุณกึ้งเป็นแบบนั้นบ้างไหม

    ไม่นะ ผมว่าทุกคนมีปัญหาเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะรวยหรือจน แต่ว่าปัญหาแต่ละอย่างเราเอามาแก้แบบไหน เราไปเครียดกับปัญหานั้นไหม ถามว่าผมมีปัญหาไหม มีอยู่แล้ว เด็กๆ กว่าจะโตขึ้นมาต้องผ่านการใช้ชีวิต การใช้ชีวิตในแต่ละช่วงอายุ ต้องมีความคิดความอ่านที่ไม่เหมือนกัน สมมติเรามองย้อนกลับไปตอน 20 ปีที่แล้ว ชีวิตเราก็ผ่านการทำอะไรโง่ๆ มาค่อนข้างเยอะนะ เราผ่านวิกฤติมาได้ทั้งๆ ที่สิ่งที่เราทำมันก็ค่อนข้างจะอันตราย หลากหลายมากมาย ที่ผมเชื่อว่าถ้าเรารู้แผนที่ดีของช่วงอายุที่ดีมันก็สามารถช่วยให้เราตัดสินใจได้ดีขึ้น

    หลังจากนั้นทายาทมหาเศรษฐีผู้นี้ก็เล่าถึงวีรกรรมตอนวัยรุ่นที่เรียกได้ว่า เฉียดตาย ถึงขั้นบาดเจ็บจนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ 

    "ตอนเด็กๆ ด้วยความคึกคะนองเราก็ไม่รู้หรอกว่าความอันตรายมันขนาดไหน ผมเข้าโรงพยาบาลหนักๆ มาแล้ว 2 ครั้งจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์นี่แหละครับ ครั้งแรกผมซัดมาด้วยความเร็วโดยที่ไม่ได้ใส่อะไรป้องกันเลย ใส่แค่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น เสื้อนี่ไหม้ติดกับเนื้อไปเลย อันนั้นคือครั้งแรกถือว่าล้มไม่แรง ถือว่ายังไม่เจ็บตัวมาก เลยมีครั้งที่สอง

    ครั้งที่สองนี่คือออกไปขับรถเล่นกับเพื่อน ไปขี่ในสนามแข่ง ก็คิดว่าในสนามแข่งน่าจะปลอดภัยและด้วยความคึกคะนอง เราไปลองรอบแรกเราก็บิดเต็มที่เลย 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตอนอยู่ทางตรง พอหลังจากทางตรงมันมีทางโค้งขาลง แล้วเราเบรก รถมอเตอร์ไซค์เสียหลัก ตัวเราก็ลอยข้ามรถไปกลิ้งกับพื้นเลย กลิ้งไปหลายตลบมากจนไปชนกับกำแพง ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่าอย่าหักเลย เพราะถ้าหักต้องบอกคุณพ่อ เราก็แอบกลัว แต่พอหันมาดูขาตัวเองก็คือหัก อยู่โรงพยาบาลเกือบ 2 เดือนเพราะล้มแรงมาก

    ตอนที่นอนอยู่โรงพยาบาลแล้วขาใช้ไม่ได้ คอยกไม่ได้ เราก็คิดไปแล้วว่าถ้าวันหนึ่งเราเกิดเดินไม่ได้ เพราะขามันบวมเป่ง หัก เอ็นขาด มีช่วงเวลาสั้นๆ ที่ท้อมาก เราอยู่ไม่ไหวแล้ว เราไม่อยากอยู่โดยที่เดินไม่ได้ เพราะตั้งแต่เด็กจนโตเราเป็นนักกีฬา แล้วถ้าเราต้องเดินไม่ได้ มันเป็นโมเมนต์ที่แย่มาก เคยแวบมาว่าไม่อยากอยู่แล้ว แต่สุดท้ายแล้วเราก็อยู่ มีคุณพ่อคุณแม่ มันเริ่มดีขึ้นแล้วก็ผ่านมาได้ ทำให้เราเรียนรู้ว่า ความคึกคะนองของเรามันอาจจะสนุก ณ เวลานั้นๆ โดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา แต่ผลที่ตามมาบางทีมันอาจยากเกินกว่าที่คุณจะรับได้ ก็อย่าไปถึงจุดนั้นเลย"

    หลังจากพูดจบพิธีกรก็ถามว่า ถ้าให้มาดวลกันอีก ยังสนใจอยู่ไหม คุณกึ้งยิ้มเล็กๆ แล้วตอบ "ผมชอบท้าทายด้วยสิ" แต่ก็ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ 

    ผู้ชายถูกสาปเรื่องรัก
    ของเล่นไฮโซ?

    พอพิธีกรเข้าคำถามเรื่องความรัก กึ้ง เฉลิมชัย ถึงกับขยับตัวด้วยความอึดอัด บ่งบอกชัดเจนว่าไม่สะดวกใจที่จะเล่าเท่าไรนัก เนื่องด้วยอาจจะกังวลว่าจะกระทบกับใคร ซึ่งเราก็พยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในอนาคตอยู่แล้ว ชายวัย 42 ปีผู้แสนจะกังวลคนนี้เลยเริ่มเปิดปากเล่าอย่างสบายใจมากขึ้น 

    Thairath Talk : ทั้งที่คุณเป็นนักธุรกิจ แต่ทำไมคนถึงโฟกัสเรื่องเกี่ยวกับความรัก เกี่ยวกับผู้หญิงของคุณกึ้งมากเป็นพิเศษครับ

    ต้องเข้าใจก่อนว่า สำหรับคนไทย เวลาเราเสพข่าว ข่าวบันเทิง เป็นข่าวที่คนเสพเยอะในหมู่กว้างมากที่สุด อย่างข่าวธุรกิจคนก็จะเสพน้อยลงหน่อย ดูจากยอดวิวได้ หรือข่าวการเมืองข่าวสังคมก็จะน้อยกว่าข่าวบันเทิง แล้วพอเรามีชื่อเกี่ยวกับวงการบันเทิง มันก็เกี่ยวกับความรัก เพราะที่ผ่านมามันก็มีคนที่เราเคยคุยด้วยอยู่ในวงการบันเทิง ประมาณนี้ครับ กลายเป็นว่าสิ่งที่ผมทำในเรื่องธุรกิจหรือสังคม พอคนไม่ได้อ่าน คนก็จะมาโฟกัสในสิ่งที่คนสนใจง่าย

    Thairath Talk : คุณเป็น 1 ในผู้ชายที่ถูกต้องคำสาปเหมือนกันเพราะไม่เคยสมหวังในความรักเลย 42 ปีแล้ว ผมดูลิสต์แฟนคุณกึ้งมา 11 คนเป็นอย่างน้อย เคยวิเคราะห์ไหมครับว่า ทำไมเราถึงตกเป็นผู้ชายที่ถูกต้องคำสาปเรื่องความรัก

    ผมว่าโชคของผมอาจจะยังไม่ดีเท่าผู้ชายคนอื่น แล้วบังเอิญเรื่องหน้าที่การงานที่ผมต้องดูแล ซึ่งตอนนี้ผมก็ดูแลอยู่หลายส่วน แล้วก็อีกหลายครอบครัวที่ผมต้องดูแลไปด้วย เขาต้องมีความสุขไปด้วย มันก็เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของผม มันอาจจะทำให้ผมยังไม่มีเวลาที่จะไปดูแลใครได้เต็มที่ อันนี้ก็อาจจะเป็นความผิดของผมด้วยที่ยังไม่โชคดีเท่าคนอื่นที่จะมีเวลาไปดูแลผู้หญิงที่รัก ต้องรอเวลาเมื่อคนเข้าใจว่าผมมีหน้าที่รับผิดชอบอะไรบ้าง

    Thairath Talk : ทุกครั้งที่ต้องอกหักหรือเลิกรา คุณเสียใจไหม

    จะเหลือเหรอครับ (ตอบเร็วมาก) ผมเป็นคนที่อินกับความรักมากนะ ผมว่าความรักที่ผมเจอมาสามารถเอาไปเขียนละครได้หลายเรื่องเลย ไปนั่งตามผู้หญิงก็มีแล้ว นั่งเฝ้าหน้าบ้านก็มี ไปนั่งรอ 7-8 ชั่วโมง ไปเฝ้าดูหน้าต่างห้องนอนเขาว่าไฟปิดหรือยัง ผ่านมาหมดแล้วครับ บินไปเซอร์ไพรส์แฟน มันมีมาเยอะมาก จนเราอิ่ม ตอนนี้เราทำอะไรให้ตัวเอง ทำให้คนอื่นมากกว่านั้นได้

    Thairath Talk : ส่วนใหญ่เวลาเลิกรา เราขอเขาเลิก หรือเขาขอเราเลิก เพราะดูคุณเป็นคนที่ยุ่งๆ ผมเดาว่าน่าจะเป็นอย่างหลัง

    ผมเป็นคนที่ไม่กล้าเลิกกับคน เป็นคนขี้สงสาร ส่วนใหญ่เขาคงทนผมไม่ได้ หรือผมคงทำให้เขาทนผมไม่ได้ หรืออาจจะสองอย่าง ก็เขาบอกเลิกผมเป็นเสียส่วนใหญ่ ความเสียใจมันมีอยู่แล้วครับ ผมเป็นคนที่ความรักกับความผูกพันมันอยู่ใกล้กัน การที่เราได้อยู่กับใครสักคนซึ่งผมก็เป็นคนที่ค่อนข้างติดแฟนอยู่เหมือนกัน

    Thairath Talk : มีรักครั้งไหนที่เสียใจมากที่สุดไหมครับ เล่าให้ฟังหน่อย

    ผมว่าผมเสียใจทุกคนนะครับ (ยิ้มเศร้า)

    Thairath Talk : ทั้ง 11 12 13 14 คนเลยเหรอ

    ในข่าวมันไม่จริงทุกคน มันไม่ใช่ครับ มันก็มีบ้าง แต่มันก็เสียใจทุกคนครับ ผมไม่อยากที่จะพาดพิงถึงใคร แต่พอเราโตขึ้นความเสียใจมันก็น้อยลง เพราะว่าภูมิคุ้มกันเยอะขึ้น อย่างที่บอกว่าเรามีประสบการณ์ที่ผ่านมา วุฒิภาวะทางอารมณ์เราเข้มแข็งขึ้น เราเข้าใจมากขึ้นเราก็เสียใจน้อยลง

    Thairath Talk : ส่วนใหญ่ข่าวคราวคุณจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับดารา คนในวงการเยอะ ทำไมความสนใจของเราเกี่ยวกับดาราสวยๆ หลายลิสต์ของคุณทำให้ผมอิจฉาเหมือนกันนะ สเปกเราต้องเป็นดาราเท่านั้นใช่ไหม

    อย่างที่บอกว่าดารามีสื่อบันเทิงที่ทำให้คนรับรู้ ผมก็มีคบคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการบันเทิงเหมือนกัน แต่คนก็ไม่ได้รับรู้ คนก็จะรับรู้เฉพาะในสิ่งที่เขาได้อ่าน แล้วก็จะได้วิเคราะห์ตัดสินบนข้อมูลที่เขาได้อ่าน ซึ่งบางอย่างอาจจะมีข้อมูลไม่ครบ ซึ่งเราก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะการที่เราอยู่วงการในแต่ละวงการเราก็ต้องเข้าใจ ข้อดีและข้อเสีย

    Thairath Talk : สเปกผู้หญิงสำหรับกึ้งเป็นแบบไหน

    เปลี่ยนไปเรื่อยครับ เปลี่ยนตามอายุ ตอนเด็กๆ อยากได้ผู้หญิง สวย เซ็กซี่ พอโตขึ้นมาหน่อยมันก็มีผ่านมาเรื่อยๆ จนตอนนี้เราอยากอยู่กับคนที่เขาเข้าใจเรา และเราเข้าใจเขา แล้วเราไม่จำเป็นต้องไปบังคับเขา ซึ่งเราเคยผ่านช่วงที่แบบ ทำไมเธอไม่โทรหาฉัน มันเป็นอารมณ์ความเป็นเจ้าของ เป็นรักที่ครอบครองในสมัยเด็กๆ ตอนนี้ผมคงไม่ขนาดนั้น มันเป็นรักที่เข้าใจมากกว่า มันทำให้อะไรๆ ง่ายขึ้นเยอะเมื่อเรามีแบบนั้น

    Thairath Talk : อายุ 42 มีภาพที่อยากจะมีครอบครัวไหม

    ผมรักหลานเหมือนลูก มีคนบอกผมหลายคนนะ ซึ่งผมก็ยังไม่สามารถไปแย้งหรือโต้เถียงได้ ‘ถ้าคุณมีลูกจะรักมากกว่าหลาน’ ซึ่งผมเถียงไง เป็นไปไม่ได้ เพระว่าความรักที่ผมให้เป็นความรักที่สุดที่ผมจะให้ได้ เพราะผมเลี้ยงเขาเหมือนลูก ผมสอนเขาเหมือนเขาเป็นลูกของผม พอมีปัญหาอะไรเขาจะมานั่งอธิบาย ซึ่งเราคุยกันตลอด เวลามีอะไรเขาจะมาอัปเดตตลอด

    Thairath Talk : นิยามความรักของเราต่างจากสมัยก่อนไหมครับ

    พื้นฐานของนิยามความรักยังเป็นเหมือนเดิม รักโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน คือสิ่งที่ผมรู้สึกจากพ่อแม่ได้คือ เขารักเราโดยที่ไม่หวังอะไรจากเราเลย นั่นคือนิยามที่ผมได้โตขึ้นมานั้นคือการที่เราได้รักใครสักคน มันไม่จำเป็นที่ว่าเขาต้องมาให้อะไรเรานะ การที่เราได้ให้เขามันคือความรู้สึกดีนะ มันคือความรัก เราไม่ได้ทำเพื่อเขานะ แต่เราทำเพื่อตัวเอง เพราะการที่เราให้กับคนที่เรารักมันเติมเต็มแล้วครับ

    "แต่นิยามความรักในการมองหาคนรัก ก็จะเปลี่ยนไปตามเวลาและประสบการณ์

    อย่างที่ผมเคยบอกว่าตอนสมัยเด็กๆ เราอยากได้คนรักแบบนั้นแบบนี้ เราคิดว่าแบบนั้นคือความรัก ซึ่งมันไม่ใช่"

    Thairath Talk : ตอนนี้คู่ชีวิตของเรา ต้องมีองค์ประกอบแบบไหน

    ถ้าจากประสบการณ์ผมคิดว่า ข้อหนึ่ง เคมีต้องตรงกัน คุณเคยไหมเวลาอยู่ใกล้คนนี้แล้วรู้สึกว่ามันใช่ นั่นคือสิ่งที่ทำให้เรามาเจอกัน เรียนรู้กัน แต่หลังจากที่เราเรียนรู้สิ่งที่จะทำให้เราอยู่กันได้ยาวๆ ผมว่ามันคือความเข้าใจ

    *หลังจากนี้จะเป็นคำถามที่ทุกคนอยากรู้ เราถามทะลุกลางปล้อง ซึ่งคำตอบที่ได้มา ผู้ชมควรพิจารณาหาความกันเอง เราไม่ตัดไม่ต่อ แกะคำต่อคำ

    Thairath Talk : ตอนนี้มีแฟนไหม

    ผมขอไม่แสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้นะครับ

    Thairath Talk : คนนี้รักมากไหม คบมากี่ปีแล้วครับ

    นั่นคือคำถามแรกที่ผมไม่ได้ตอบ

    Thairath Talk : มีแพลนที่จะแต่งงานไหม

    ทำวันนี้ให้ดีที่สุดครับ

    Thairath Talk : เป็นคนสวีตไหม

    ส่วนตัวผมนะ เมื่อก่อนเป็นคนสวีต แต่เดี๋ยวนี้ผมโฟกัสเรื่องงานมากขึ้น หน้าที่หลักของผมคือจะทำยังไงให้คนรุ่นหลังที่เราดูแลอยู่ มีความสุขได้มากขึ้น วันนี้ต้องเข้าใจว่าผมไม่ได้ดูแลบริษัทเดียว ผมดูแลหลายบริษัท ซึ่งในแต่ละบริษัทเนี่ย คนทำงานเป็นร้อย ซึ่งร้อยคนเขาดูแลครอบครัวเขาอีก ไม่รู้ว่ากี่ร้อยกี่พันคน ด้วยช่วงเวลานี้ผมอยากให้เขามีความสุขได้มากขึ้นแค่นั้นเอง

    Thairath Talk : เวลาเราอายุเยอะ ความสุขของคนอื่นจะเป็นความสุขของเรา

    ถูกต้องครับ นั่นคือสิ่งที่ผมเรียนรู้จากคุณพ่อคุณแม่ด้วยครับ เวลาเรามีความสุขเขาก็ยิ้ม มันเลยเป็นรักที่บอกว่าไม่หวังสิ่งตอบแทน เราอยากให้เขา ซึ่งรอยยิ้มที่เราได้รับกลับมามันคือการเติมเต็มแล้ว

    Thairath Talk : สิ้นปีนี้ก็มีแพลนที่จะแต่งงาน

    ผมแต่งงานกับเรื่องงานมานานแล้วครับ

    Thairath Talk : คำว่าของเล่นไฮโซ ดารามักจะเป็นของเล่นไฮโซเสมอ

    ผมว่าอาจจะต้องไปว่าคนที่คิดคำนี้ มันไม่แฟร์เท่าไร ที่เราไปให้คำจำกัดความที่เป็นความหมายทางลบ แต่ผมก็เข้าใจสื่อ เวลาเขียนพาดหัวข่าว ถ้าต้องเขียนว่าวันนี้ไปทำบุญมา ก็คงไม่มีใครสนใจ ซึ่งผมเข้าใจแต่ก็อยากให้อยู่ในกรอบนิดหนึ่ง เพราะคำบางอย่างเป็นคำจำกัดความที่แรงเกินไป แล้วทำให้คนอ่านเข้าใจผิดไปได้ ซึ่งผมไม่ค่อยชอบให้คนว่ากัน อยากให้ทุกคนรักกันมากกว่า

    Thairath Talk : เขาเรียกคุณว่าไฮโซ คุณเป็นไฮโซไหม

    ผมไม่ได้ให้คนมาตัดสินเรา เราต้องตัดสินตัวเองมากกว่า ว่าวันนี้เราทำตัวดีแล้วหรือยัง ถ้าคำพูดนี้ผมมองว่าเขาจะตัดสินเรายังไง เราไม่รู้ เราแค่ต้องทำตัวเองให้ดีก่อน

    เกาหลีโมเดล - ขาดทุนร้อยล้าน?

    Thairath Talk : วิกฤติโควิดเปรียบเสมือนสงครามโลกครั้งที่สาม ในมุมของคุณมันหนักหนาสาหัสขนาดนั้นไหม

    คือต้องเข้าใจครับว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาการเงินของโลกเรามีการเชื่อมโยงกันอยู่ มีคนใช้เงินหมุนในการดำเนินชีวิต แต่ว่าในแต่ละประเทศมีเงินหมุนผ่านมาผ่านไป มีการทำธุรกิจผ่านไปผ่านมา มันคือการหยุดชะงักของฟันเฟือง สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือผลกระทบค่อนข้างใหญ่ คือถ้ามองในวันนี้เราต้องร่วมกันหาทางออกว่ามันจะเป็นอย่างไรมากกว่า ถ้าถามว่ามันคือวิกฤติที่ใหญ่ไหม ก็ใหญ่

    Thairath Talk : โควิด-19 สอนบทเรียนอะไรให้กับเราบ้าง

    ชีวิตไม่แน่นอนและก็ต้องใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความระมัดระวังให้ดี อย่างที่บอกว่าพออะไรดี อย่าตามกระแส อย่าตามอะไรไปมาก พออันนี้ดีเราไปลงทุน พอมันเจออะไรขึ้นมาเรากลับตัวไม่ทัน

    Thairath Talk : ประสบการณ์จะช่วยให้เราผ่านจุดที่ลำบากไปได้

    ถามว่าประสบการณ์ช่วยเราได้ไหม เราก็ต้องเรียนรู้มันไปเรื่อยๆ แต่อย่างที่บอกเราต้องเรียนรู้การเงินของเราให้ดี อย่างที่บอกสมมติเรามีเงินอยู่ 100 อะไรที่มีความเสี่ยงสูงๆ เราลงทุนสัก 10% พอ แต่ถ้าคนอยากเสี่ยงเยอะหน่อยก็สัก 20% แต่คุณยังมีเงินเหลืออีก 80% ในการที่ดูแลเวลาคุณพลาด

    เราต้องเข้าใจบัญชีของตัวเองให้ดี ผมว่าถ้าเรียนรู้ต้องเรียนรู้บัญชีให้เป็น ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ทุกอย่างเหมือนกันอยู่เรื่องหนึ่งคือ คุณจะหนีตัวเลขไม่ได้ อย่างไรคุณต้องรู้ว่ากำไรคุณเท่าไร ส่วนแบ่งการตลาดของคุณเท่าไร คุณไปกู้หนี้ยืมสินมาไหมในการที่คุณทำการลงทุน ถ้าคุณกู้หนี้ต้นทุนของค่าเงินคุณก็จะเพิ่มขึ้นไปอีก มันมีความหลากหลายแต่ถ้าคุณรู้อะไรเหล่านี้ คุณจะรู้ได้เลยว่า คุณลงทุนธุรกิจหรือสมมติว่าคุณลงทุนบันเทิงไปปีนี้ขาดทุนนะ 10% ทำยังไง ถ้าเรามีเงินเราต้องรู้ว่าเราต้องวางแผนอนาคต 3 ปีข้างหน้า อันนี้คือสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ในทางการเงินให้ดี

     

    อดีตไม่อยากแก้ - เล่นการเมือง?

    Thairath Talk : มีช่วงเวลาไหนในวัยเด็กไหมครับ ที่เราอยากกลับไปแก้ไข

    มีครับ เยอะเลย แต่พบมองว่าข้อผิดพลาดนั้นมันเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีการตัดสินใจที่ดีขึ้นในอนาคต แต่ถ้าถามว่าอยากให้กลับไปแก้ไหม ก็คงไม่ เพราะถ้าเราไปแก้ เราคงไม่ได้เรียนรู้ประสบการณ์ ทำปัจจุบันให้ดีดีกว่า โดยเอาข้อผิดพลาดจากอดีตมาทำให้ปัจจุบันของเรามีการตัดสินใจที่เข้มแข็งมากขึ้น อันนั้นเป็นสิ่งที่เราควรจะแก้ไขในปัจจุบัน

    Thairath Talk : เป็น 42 ปีที่สนุกที่สุดในชีวิตไหม

    ต้องสนุกสิครับ โควิดมาขนาดนี้ (ยิ้ม) ก็ถือว่ามันทำให้เราได้เห็นอะไรบนโลกของเราที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยที่ไม่มีใครทันคาดคิด และทุกคนก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เร็ว พบว่าโควิดมันทำให้สิ่งที่เราต้องเปลี่ยนแปลง มันเร็วขึ้น เพราะว่าคนอาจจะไม่ได้มองในเรื่องของการลงทุนทางออนไลน์ หรือ Internet of Things จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตเรายังไง ซึ่งที่ผ่านมาผมก็มีศึกษามาอยู่ตลอด ซึ่งเราก็คิดว่าคงพอมีเวลามั้งที่เราจะเปลี่ยนแปลงองค์กรของเราให้ทันสมัย แต่โควิดมันทำให้ทุกอย่างที่เราจะต้องเปลี่ยนแปลงมา ณ ปัจจุบันทันที จากที่เราคิดว่าจะมีเวลาสัก 3 ปี 5 ปี 9 ตอนนี้มันขยับมาเร็วใกล้เราทุกทีแล้ว

    Thairath Talk : คุณมองพลังคนรุ่นใหม่ปัจจุบันเป็นอย่างไร

    ผมมองว่าเด็กรุ่นใหม่เป็นคนที่มีองค์ความรู้เยอะขึ้น เพราะว่าเขาได้เรียนรู้มาตั้งแต่เด็กๆ เลย มีความรู้ที่เข้าถึงได้ ต่างจากสมัยเราที่ต้องไปอ่านในห้องสมุด เดี๋ยวนี้เขาเปิดในโทรศัพท์ก็ได้องค์ความรู้แล้ว ความรู้เขาต้องแน่นกว่าเราอยู่แล้ว และเป็นคนที่กล้ามากขึ้น เป็นคนที่มีการรวมตัวทางความคิด หรือว่าช่วยกันทำอะไรมากขึ้น

    แต่ว่าในทางเดียวกันผมก็อยากให้เด็กๆ รุ่นใหม่ มีประสบการณ์ในชีวิตที่ต้องเรียนรู้ไปด้วย อย่างที่ผมเล่าให้ฟังด้วยตัวเองว่าเราก็ผ่านวัยเด็กที่คิดแบบหนึ่ง อกหักยังไม่เคยเลย เราก็จะมีความคิดแบบหนึ่ง พอผ่านการอกหักมาสัก 3 ครั้ง ผิดหวังมาสัก 5 ครั้ง ความคิดองค์ความรู้ก็จะเปลี่ยนไป และการที่เราไปเห็นอะไรที่เป็นของจริงมากขึ้น กว้างขึ้น หลายที่มากขึ้น ความคิดของเราก็จะเปลี่ยนไป

    แต่ชอบในเด็กรุ่นใหม่ตรงที่เขามีไฟเยอะ ผมอยากมีไฟแบบนั้น ตอนนี้ไฟเหลือน้อย อายุเริ่มเยอะ อยากให้เรามาช่วยกันคิด เราใช้ไฟของเขาได้ แต่เราก็แชร์ประสบการณ์ของเขาได้ ผมเชื่อว่าเราจะไปในทางที่สร้างสรรค์ในทางบวกร่วมกันเยอะๆ แชร์ความคิดของคนที่ประสบการณ์เยอะ ไฟของคนรุ่นใหม่ๆ สิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นเยอะ

    Thairath Talk : สุดท้ายแล้วอยากจะเล่นการเมืองไหมครับ

    เคยเล่นไปแล้วครับ ผมเคยอยู่การเมืองมาแล้ว เป็นรองโฆษกรัฐบาลตอนอายุ 24 นานมาแล้ว เป็นรองเลขาธิการนายกฯ ตอนประมาณอายุ 20 กว่าเหมือนกัน คือผมคิดว่าผมอยากหาประสบการณ์ให้มากขึ้น ถ้าวันใดวันหนึ่งข้างหน้ามีโอกาสและเราพร้อมมากกว่านี้ คือวันนี้เรายังดูแลคนในธุรกิจที่เราดูแลอยู่ เจอโควิด-19 อีก เรายังดูแลไม่ดีเลย แล้วเราจะเอาเวลาไหนไปดูแลคนที่มากกว่านี้ เราเอาคนที่อยู่ในมือเราตอนนี้ให้ดีก่อน ถ้าเขามีความสุขแล้ว และในอนาคตโอกาสมาถึงค่อยว่ากัน ซึ่งมันก็ไม่จำเป็นต้องการเมืองก็ได้ ยังมีอีกหลากหลายที่เราสามารถทำให้คนไทยได้

    ผู้เขียน : Bouquet Talk

    ภาพ : Sathit Chuephanngam

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กึ้ง เฉลิมชัยเฉลิมชัย มหากิจศิริกึ้ง เฉลิมชัย แฟนใหม่special contentThairath Talk

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2564 เวลา 01:56 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์