"ฆ่าข่มขืนต้องประหาร พี่ไม่สามารถพูดออกไปได้ในตอนที่พี่อ่านข่าว แต่ในความรู้สึกของพี่มันเรียกร้องอยู่ข้างใน
เพราะพี่เป็นมนุษย์และพี่ก็มีลูกเป็นผู้หญิง"
หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย กับแนวคิดบทบาทสื่อมวลชน ทำเกินหน้าที่หรือไม่
คำถามที่ หนุ่ม กรรชัย ตอบชัดที่แรกใน Thairath Talk
Thairath talk : รายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ของพี่หนุ่ม มันสร้างปรากฏการณ์ พี่หนุ่มใส่ความคิดเห็นตัวเองลงไปในข่าว เรื่องนี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์พอสมควร ได้ยินเสียงเหล่านี้บ้างไหมครับ
เราไม่ได้ปิดกั้นตัวเอง และไม่ได้คิดที่จะปฏิเสธหรือไม่ยอมที่จะรับผิดใดๆ ทั้งสิ้นนะครับ ก็ต้องยอมรับว่าบางครั้งเราเป็นมนุษย์เหมือนกัน ซึ่งเข้าใจว่าเรามีหน้าที่ค้ำหัว การเป็นผู้ประกาศก็ต้องเล่าไปตามข่าวที่เขาเขียนมา แต่บางครั้งมันอดไม่ได้จริงๆ อย่างมีการข่มขืนเด็ก เราก็มีการใส่ความรู้สึกลงไปว่ากฎหมายบ้านเมืองมันควรจะมีบทลงโทษที่หนักกว่านี้หรือเปล่า ไม่ใช่ว่าพอถึงเวลาเข้าไปและถึงเวลาก็ปล่อยออกมา สุดท้ายก็กลับมาก่อเหตุแบบนี้อีก นี่คือความคิดเห็นของเรา
...
เราใส่ความคิดเห็นลงไปแบบนี้ เราก็ไม่รู้ว่ามันผิดหรือถูกหรอกนะ แต่ในมุมของพี่พี่มองว่าก็เรามีลูกเป็นผู้หญิง แล้ววันหนึ่งคุณจับคนผิดเข้าไปและปล่อยตัวพวกเขาเหล่านั้นออกมา ซึ่งไม่ได้บังคับใช้กฎหมายที่รุนแรงจริงๆ มันมีผลไปถึงลูกหลานเราต่อไปนะ ว่าเราจะอยู่ร่วมกับคนประเภทนี้เหรอ เราไม่ได้รุนแรงว่าต้องประหารนะ แต่ถ้าเกิดว่าฆ่าแล้วข่มขืนคุณก็ควรประหารไปเลย และพี่เชื่ออย่างหนึ่งจากประสบการณ์ที่ทำข่าวมา พี่ไม่เคยเห็นว่าใครจะกลับตัวได้จริงๆ พี่อ่านข่าวเรื่องพวกนี้มาเยอะ ส่วนใหญ่จะมีคำหนึ่งก็คือ ประวัตินายคนนี้เคยก่อเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ขึ้นแบบนี้ในทุกครั้งของทุกคนที่พี่อ่าน มันซ้ำๆ ซากๆ
วันนี้ความเลวทรามระยำตำบอนไปถึงขั้นที่ครูข่มขืนเด็กนักเรียน สุดท้ายแล้วให้พักราชการไว้ก่อน พักทำไมเหรอ จะให้ออกก็ออกไปเลย ซึ่งมันน่าออกอยู่แล้วในมุมของพี่ แต่คำเหล่านี้พี่ไม่สามารถพูดออกไปได้ในตอนที่พี่อ่านข่าว แต่ในความรู้สึกของพี่มันเรียกร้องอยู่ข้างใน เพราะพี่เป็นมนุษย์และพี่ก็มีลูกเป็นผู้หญิง พี่แค่รู้สึกแบบนี้
ไม่ใช่คนข่าว
คำด่าแผลในใจ
“พอมาทำงานวงการข่าวมันก็ไม่ได้ราบรื่นเหมือนโรยกลีบกุหลาบ ก็มีถูกค่อนแคะจากคนอื่นๆ จากคนข่าวในวงการ บางคนก็บอกว่าไม่ใช่คนข่าว ไม่รู้จะนิยามว่าอะไร บางคนก็บอกว่าไม่มีมารยาท เพราะไม่ใช่คนข่าวถึงได้ไปสัมภาษณ์เขาแบบนั้น”
จนมีอยู่เรื่องนึงที่พี่ไปจับเรื่องของน้องแพรวา แพรวาที่ขับรถชนแล้วมีคนเสียชีวิต 9 ศพ เรื่องนี้บอกตรงๆ ว่าพี่ไม่รู้หรอกว่าใครเริ่มไม่เริ่ม แต่คือพี่ทำรายการโหนกระแสเป็น Hard talk แล้วเรื่องนี้อยู่ในกระแส พี่ก็เลยดึงเรื่องนี้มาคุย แต่พอดีครอบครัวแพรวาเขาติดต่อพี่มาโดยตรง แม่แพรวาเขาโทรหาพี่เองเลย ซึ่งเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แกก็บอกเลยว่าอยากให้คุณหนุ่มเป็นสะพานให้พูดคุย เจรจาเบื้องต้นกับทางผู้เสียหาย พี่ก็บอกว่าพี่ทำแบบนั้นให้ไม่ได้ จนกว่าที่คุณแม่แพรวา หรือน้องแพรวา จะมีเงินไปซัพพอร์ตพวกเขา เพราะคนพวกนี้กำลังลำบาก ชีวิตเขาเปลี่ยนตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เลย
...
เพราะฉะนั้นแน่นอนว่าผมไม่สามารถที่จะเป็นสะพานให้ได้เลย เพราะฉะนั้นคุณแม่มีความจำเป็นที่จะต้องหาเงินมาให้เขา แต่ผมโดนดอกแรกเลย มึงเข้าข้างแพรวาทำไม ผมบอกเปล่า สิ่งที่ผมคุยกับแม่แพรวา ครอบครัวแพรวา ผมไม่เคยได้ประโยชน์อะไร คนที่ได้คือผู้เสียหาย เพราะผมกำลังขอเงินจากเขามาให้ทางนี้
Thairath Talk : มันทำเกินหน้าที่รึเปล่า ถ้ามีคนถาม
มีคนบอกพี่ว่าคนเป็นสื่อทำหน้าที่สื่อได้ แต่เป็นคนกลางไม่ได้ สำหรับพี่เป็นได้ คำว่าเป็นสื่อสารมวลชน มันต้องมีจริยธรรม มันไม่ใช่การนำเสนอข่าวอย่างเดียว คือผมไม่รู้หรอก ผมไม่ได้เรียนมาทางนี้ แต่สำหรับผม ผมคิดว่าการเป็นสื่อที่ดี ถ้าคุณสามารถช่วยเหลือใครได้โดยที่มันไม่เหนือบ่ากว่าแรง เราก็ช่วยเขาเถอะ ผมว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้สังคมเราอยู่ร่วมกันได้ ถ้าวันนี้ผมไม่ยื่นมือไปคุยกับครอบครัวแพรวา วันนี้คืออะไรก็ต้องไปบังคับคดีกัน ยึดทรัพย์กัน มันก็ยังไม่จบ
...
ผมย้อนถามคุณคำนึง การเป็นสื่อ เป็นสื่อกลางได้แต่เป็นคนกลางไม่ได้ แล้วถ้าวันนี้ผมเป็นสถาปนิกไม่ได้เป็นหมอ ผมเดินออกไปเจอรถชนเด็กคนนึง แล้วเด็กล้มฟุบอยู่กับพื้น แล้วผมเดินผ่านไปพร้อมพูดว่า กูไม่ช่วยมึงหรอก เพราะกูไม่ใช่หมอ ผมเป็นสถาปนิก กูต้องทำแค่ออกแบบเท่านั้น แล้วผมก็เดินจากไปเลย จริยธรรมการเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน ต่อให้ผมเป็นอะไร อย่ามองว่าผมเป็นสื่อ อย่ามองว่าผมเป็นดารา และอย่ามองว่าผมเป็นคนบันเทิง เรื่องที่มันต้องช่วยข้างหน้า ถ้าเราช่วยได้ก็ช่วย ถูกหรือเปล่าครับ
“ผมค้านสุดตัวนะ ถ้าใครจะบอกว่าสื่อเป็นแค่สื่อกลางได้ แต่เป็นคนกลางไม่ได้ ถ้าพูดต่อหน้าผมว่าสื่อเป็นสื่อกลางได้ แต่เป็นคนกลางไม่ได้
ผมจะยกนิ้วกลางให้ด้วย”
Thairath talk : รู้สึกมากใช่ไหมที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์
เป็นแผลเป็นในใจเรา และมันไม่ต่างอะไรกับการที่มีคนมาด่าเราว่า เราเป็นลูกเมียน้อย มันรู้สึกไงครับ มันฝังใจเรา แต่คุณไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่คุณพูดแบบนี้ ผมไม่ได้โกรธคุณนะแต่ผมเอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นแรงบันดาลใจให้ผมเองว่า 'วันหนึ่ง กูจะทำให้ดีกว่ามึง'
...