ต้องฟังถึงเข้าใจ! ทำไม ต๋อย ไตรภพ ลิมปพัทธ์ อยู่ในวงการบันเทิงคู่กับรายการวาไรตี้มาหลายทศวรรษ
"ชีวิตผมโรยด้วยกลีบกุหลาบ ผมเข้าวงการนี้มาก็ไม่เคยต้องไปขอใคร"
ใครฟังคงหมั่นไส้ แต่อยากให้เปิดใจสัมผัสตัวตนของพิธีกรเบอร์ต้นของประเทศคนนี้ ทุกท่วงท่า ทุกคำพูดกลั่นกรองจากประสบการณ์ 40 ปีในวงการไม่ใช่มายา ไม่ใช้โชคช่วย แต่คือฝีมือจริงๆ
ผมมีพลังเสมอ
เมื่อทำงาน
Thairath Talk : รายการครัวคุณต๋อยถือเป็นมาสเตอร์พีซสำหรับอาต๋อยไหมครับ
ไม่ครับ ผมไม่มีมาสเตอร์พีซสักรายการ ไม่ว่าจะรายการ ฝันที่เป็นจริง เกมเศรษฐี ใครมาถามผมว่ารู้สึกอย่างไร ผมรู้สึกเฉยๆ เหมือนกันหมด แต่ถ้าถามสำหรับผม ทุกรายการเหมือนกันคือ ผมทำสิ่งที่ผมตั้งใจที่สุด ไม่เคยชุ่ย ไม่เคยมั่ว ผมไม่ไปทำงานแบบไม่มีพลัง ผมมีพลังเสมอถ้าทำงาน
...
Thairath Talk : นี่คือปรัชญาในการทำงานเลยเหรอครับ
ผมไม่ชุ่ย ไม่มั่ว เวลาผมพูดเสียงผมจะดังเสมอ ผมเคยบอกทุกๆ คนว่า เวลาทำงานออกทีวีต้องทำงานเป็นรูปตัว W อย่าทำงานเป็น M เพราะตัว W เวลาขึ้นเสียงต้องสูง ไม่งั้นใช้เสียงโทนต่ำ คนดูก็หลับ เสียงสูงคนดูจะตื่นเต้น แล้วค่อยๆ ลดระดับลงมา พอกลางรายการ ก็ต้องขึ้นให้สูงอีก แล้วพอจะจบรายการต้องขึ้นไปให้สุดๆ แล้วเขาก็จะติดตามคุณอยู่ตลอด ดังนั้นคุณจะเห็นว่าเวลาอยู่ในรายการ ผมจะลารายการ ผมไม่เคยทำเสียงอ่อนเลย ผมจะเสียงเข้มสนุกสนาน 'เวลาหมดแล้วนะฮะท่านผู้ชม พบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดีคร้าบ' จนทุกวันนี้พิธีกรรายการอื่นๆ ก็ทำแบบผม คุณไปเช็กทีวีได้เลย
Thairath Talk : เวลาหลับตา เราเห็นผู้ชมของเราเป็นแบบไหนครับสำหรับ ไตรภพ ลิมปพัทธ์
ถ้าคุณเป็นพิธีกรคุณต้องคิดแบบผม ไม่งั้นคุณก็จะทำงานไม่ได้อย่างผม แม้มันจะพูดแล้วดูไม่ดี (ยิ้ม) ผมเห็นผู้ชมของผมทุกคนเป็นเด็กอนุบาล ผมไม่เคยเห็นคนไหนมีอายุเกินเด็กอนุบาลเลยตอนที่นั่งอยู่กับผม แม้คนนั้นจะอายุ 80-90 ปีก็ตาม เพราะผมมีหน้าที่ในการนำเสนอ ผมไม่จำเป็นต้องกลัวใคร กังวลใคร ผมต้องมีจิตอันเป็นเมตตา เพราะคงไม่มีใครที่คุยเป็นเด็กแล้วจ้องจะไปกินเขา คุยกับเด็กต้องคุยด้วยความจริงใจ มีสุขสนุกสนาน ตั้งใจเอาสิ่งดีๆ ให้ แต่ถ้าเวลาทำงานจริง คุยกับคนอายุ 60-70 ปี ก็ต้องมีความเคารพยำเกรง มันอยู่ในท่วงท่า แต่ทุกคำถามมันควรจะเข้มแข็ง มีค่า และมีประโยชน์
Thairath Talk : อยู่ต่อหน้ากล้อง ไตรภพ แสดงไหมครับ
ไม่แสดงอะไรเลย เพราะไม่มีเวลาจะแสดง เป็นผู้ส่งสาร ไม่มีความจำเป็นต้องแสดงอะไร และถ้าถามว่าผมพูดจากใจจริงไหม ผมเอาแต่คำชม ผมบอกเลยผมพูดจากใจจริง เพราะผมบอกแล้วผมเลือกสิ่งดีๆ ของเขามา เอาสิ่งที่ดีมาเป็นตัวตั้งต้นมาพูดคุยกับเขา แต่พอวันนึงเขาอยู่ในวงการนี้มานานแล้ว เก่งแล้ว ผมก็จะไม่คุยกับเขาเรื่องเดิมอีก
...
ไตรภพไม่เคยตาย
Thairath Talk : ไตรภพ ทำไมไม่เคยตาย ทำรายการใหม่ทุกครั้งเหมือนเกิดใหม่ทุกครั้ง
ผมทำทุกๆ ครั้ง ผมคิดหมด ตั้งใจจริงๆ เลยคุณ เหมือนชีวิตผมโรยด้วยกลีบกุหลาบ ผมเข้าวงการนี้มาก็ไม่เคยต้องไปขอใคร ผมได้รายการไม่เคยขอนาย รายการครัวคุณต๋อยก็บอกนายตรงๆ เพราะนายสนิทกัน อยู่กันมานาน ชีวิตผมดูเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่พอเข้าไปทำงาน ไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบเลย มีแต่ขวากหนาม มีแต่ทางอันขรุขระจนเป็นชีวิตปกติของผมเลย ดังนั้นผมเลยต้องมั่งคงมาก เตรียมตัวมาก ตั้งใจมากๆ เป็นสูตรสำเร็จที่ดีสำหรับชีวิตผม เพราะผมไม่เคยได้อะไรมาง่ายๆ
...
Thairath Talk : เคยโดนดูถูกเวลาก่อนทำรายการ ว่าแบบทำไม่ได้หรอก
อูย กล้ามากนะมาดูถูกผมน่ะ ผมไม่เคยเห็นหรือได้ยินแม้ใครคนเดียวนะว่า ดูสิเดี๋ยวมันจะเจ๊ง ไม่มีเลยนะ มีแต่คนพูดว่า ฉันเชื่อแกว่ะต๋อย คนดูถูกไม่มีเลยนะสาบาน คุณเป็นคนแรกในประเทศเลยนะที่ถามคำถามนี้กับผม
Thairath Talk : เพราะรายการของอาต๋อยมันประสบความสำเร็จตลอดเลยไง
ใช่ครับ ยิ่งตอนนี้มีแต่คนบอกว่า ตอนนี้น่าเอารายการ 'ฝันที่เป็นจริง' 'เกมเศรษฐี' กลับมาทำใหม่ เพราะสังคมเป็นแบบนี้ แต่ผมพูดชัดเจนเลยนะว่า ผมไม่เอาของเก่ามาทำ ผมทำได้แต่ไม่ทำ ขี้เกียจ น่าหมั่นไส้นะ แต่ธรรมดา ทำไมผมต้องไปหากินกับตรงนั้นล่ะ ตอนนี้ผมทำ 'ฝันที่เป็นจริง' ไม่เกิดให้เตะเลย อะไรที่ไตรภพทำแล้วจะไม่ทำอีก นี่เป็นนิสัยผม
บาดแผล ไอทีวี
Thairath Talk : ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่อยู่ในวงการมา มีบาดแผลไหมครับที่เราอยากกลับไปแก้ไข อย่างเหตุการณ์ ไอทีวี
ไม่ใช่บาดแผลของผม เป็นบาดแผลคนอื่น ผมบอกทุกขั้นทุกตอนว่าอะไรจะเกิดขึ้น บอกทุกอย่างแล้วว่าต้องทำแบบนี้แบบนั้น บอกก่อนมันเกิด 3-4 เดือน พอเรื่องมันเกิดไปสักพัก มาบอกผมว่า ถ้าตอนนั้นเชื่อต๋อยก็ดีแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไรเขานะ
...
Thairath Talk : เสียใจไหมครับ เพราะถ้ามันประสบความสำเร็จ มันจะเป็นตำนาน
ถึงไม่ทำไอทีวี ก็เป็นตำนานอยู่แล้วครับ ไม่เคยคิดเรื่องนั้น และไม่ได้เคยเสียดายอะไรเลยกับสิ่งที่ไม่ได้ทำ ผมคิดเสมอว่า อะไรที่ไม่ได้ทำ อย่าไปผูกพันกับมันนักเลย เพราะคุณจะเศร้าด้วยความโง่เขลา ในเมื่อมันเปลี่ยนอะไรไม่ได้
Thairath Talk : วันนี้ชื่อเสียงยังสำคัญสำหรับไตรภพอยู่ไหมครับ
ไม่สำคัญเลย เงินทองด้วย เพราะมีเยอะแล้ว อยู่ได้มาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่อายุ 45 ปีแล้ว
Thairath Talk : แล้วที่ทำงานอยู่นี่เป็นเพราะ?
(ถอนหายใจ) ความโง่มั้ง ผมรักคนอื่นมากไป รักลูกน้องมาก แต่บอกเขา เขาไม่เชื่อหรอก เขาคงคิดว่าผมทำเพราะผมทำได้ เพราะเรื่องเงินเรื่องอะไรเหล่านี้
ย้อนดูวันที่มันไม่เป็นเงิน วันที่ไอทีวีถูกปิด คนในบริษัทก็กังวลว่าจะถูกเลิกจ้างหรือไม่ ผมเองก็รู้ว่าผมน่าจะโดนภาวะแบบนี้เล่นงานไปประมาณปีนึง ทุกคนมาถามว่าผมจะทำอย่างไร ผมบอกเลยไม่ทำอยู่เฉยๆ แต่ผมจ่ายเงินเดือนครบทุกบาททุกสตางค์ สลึงนึงก็ไม่หักทุกเดือนเลยนะตลอด 8 เดือน ลูกน้องผมวันๆ เล่นหมากรุก ถักโครเชต์ จนกระทั่งเริ่มจะมีงาน ทุกคนเริ่มมองแล้วว่า ผมไม่บ้าก็จริง เพราะผมพูดแต่แรกแล้วว่า อยู่เถอะ ผมเลี้ยงได้ ทุกคนมาถามผมว่า ทำไมยังเลี้ยงลูกน้องไว้ ผมบอกเลยตลอดที่ผมทำงานมา คนพวกนี้ทำมาด้วยกัน
"กระบวนการทั้งหมดนี้เรียกว่า ชีวิต เราต้องเข้าใจมันและอยู่กับมันอย่างมีความสุข ผมออกจากไอทีวี ผมไม่เคยพูดถึงไอทีวีอีกเลย และในรายการสัมภาษณ์ต่างๆ ผมไม่เคยพูดให้ร้าย มันไม่ใช่เรื่องของผม ผมรับเรื่องนี้ได้ ไม่เห็นจะเป็นไร"
ปรัชญาชีวิต
Thairath Talk : ความทุกข์ของไตรภพ ลิมปพัทธ์คืออะไร
ไม่มี ทุกข์มันมีตลอดเวลา แต่เป็นเรื่องที่ต้องเกิด ระวังแค่ทุกข์ที่เกิดเพราะตัวเอง ผมเตรียมพร้อมตัวเองทุกอย่าง สุขภาพผมต้องแข็งแรง เพราะผมยังต้องทำงาน ถ้าผมออกทีวี พูดจาช้าตามอายุ ใครจะดู ผมเลยเริ่มออกกำลังกายตอนอายุ 50 ปี
Thairath Talk : พี่ต๋อยเคยพูดว่าคิดจะเกษียณตอนอายุ 45 ปี แต่ไม่เคยทำได้เลยสักที มีคิดสักแวบไหมครับว่าเมื่อไรจะเกษียณ
คิดทุกวันที่เดินขึ้นบันได พอเถอะ ขี้เกียจมาก ผมเป็นคนขี้เกียจมากจนต้องฝึกตัวเอง ผมคิดเสมอว่า ถ้าผมตื่นตาผมจะสว่างไสวทันที ทุกครั้งที่ผมนอนตอนเช้า ผมจะบอกตัวเองอย่าลืมตา ไม่งั้นมันจะสว่างไสว มันเป็นปกติในชีวิตผมเมื่อลืมตา ทุกอย่างสว่างไสว ผมจะไม่หลับตาอีก.