ข่าว
100 year

มิย่า ทองเจือ สาวน้อย 13 ปี ทำตามฝันเอาชนะคำดูถูก ‘ลูกดารา = สิทธิพิเศษ’

ไทยรัฐออนไลน์19 พ.ค. 2563 06:05 น.
SHARE

"หนูเตรียมใจไว้เยอะค่ะว่าจะต้องมีบูลลี่อยู่แล้ว" ประโยคนี้ออกมาจากปากเด็กสาววัย 13 ปี 'มิย่า ทองเจือ' เพราะรู้ว่าการมีคุณพ่อ (พีท ทองเจือ) เป็นดาราดัง การก้าวสู่เส้นทางบันเทิง จะเจอคำครหา ใช้เส้นมีโอกาสมากกว่าคนอื่น แต่มิย่าก็กล้าที่จะลองทำ เดินหน้ากับโอกาสที่มี เคารพความฝัน "หนูอยากเป็นนักร้องตั้งแต่ 5 ขวบ"

พบกับบทสนทนาไม่ปรุงแต่ง ความคิดไร้จริตของเด็กสาวช่างฝัน 'มิย่า ทองเจือ' Thairath Talk ที่เดียว

13 ปี เพาะบ่ม ‘มิย่า’

Thairath Talk : ชื่อว่า มิย่า แปลว่าอะไรครับ

มาจากเพื่อนคุณพ่อค่ะ คือเพื่อนคุณพ่อเป็นคนญี่ปุ่น มันเป็นคล้ายๆ ภาษาญี่ปุ่น แล้วชื่อ มิย่า ก็น่ารักดีคุณพ่อก็เลยให้หนู อย่างชื่อพี่สาวหนู เซย่า ก็มาจากการ์ตูนญี่ปุ่น ประมาณนี้ค่ะ

Thairath Talk : มีความหมายไหมครับ

ไม่มีค่ะ แต่ตอนเด็กๆ มีคนล้อบ้าง เขาเรียกว่า มีย่า เขาก็จะแซวเล่นว่ามีย่าหลายคนเหรอ

Thairath Talk : ด้วยความที่มิย่าเป็นลูกคนกลาง ข้อดีของการเป็นลูกคนกลางมีไหมคะ

ข้อดีก็คือจะมีทั้งพี่แล้วก็น้องด้วย

Thairath Talk : แล้วข้อเสียล่ะครับ

ข้อเสีย หนูคิดว่าไม่ค่อยมีข้อเสีย เพราะว่าพี่เซย่าก็ดูแลหนูดี พี่เซย่าจะช่วยตลอด ทางน้องโรเตอร์เหมือนมีเด็กตัวเล็กๆ มาช่วย

Thairath Talk : ตอนเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงดูมิย่าในรูปแบบไหนครับ ตามใจไหม

คุณพ่อคุณแม่ก็จะตามใจ แต่เป็นบางเรื่องค่ะ บางเรื่องที่ไม่ควรคุณพ่อคุณแม่ก็จะไม่ เช่น ถ้าหนูอยากได้อะไรมากๆ แต่หนูไปงอแงร้องไห้ดิ้นที่พื้น ยิ่งไม่ได้ใหญ่ เพราะคุณพ่อคุณแม่ก็จะให้หนูไปทำงานก่อน ถ้าเกิดงานอันนี้ทำเสร็จ คุณพ่อคุณแม่ก็จะมาซื้อให้ ไม่ใช่ว่าได้อะไรง่ายๆ บางทีคุณแม่ให้หนูไปเดินแบบ แล้วพอเดินแบบคุณแม่ก็มาซื้อให้ ถ้าทำดีคุณแม่ก็ซื้อให้ เป็นของขวัญ

นักร้อง

ฝันที่เป็นจริง

Thairath Talk : ตอนเด็กๆ ฝันอยากเป็นอะไรครับ

ตอนเด็กๆ อยากเป็นนักร้องค่ะ ตั้งแต่ 5 ขวบแล้ว

Thairath Talk : อะไรที่ทำให้รู้สึกว่าอยากเป็นนักร้องครับ

คุณพ่ออยู่ในวงการด้วยค่ะ แล้วเวลาหนูไปข้างนอกกับคุณพ่อ คุณพ่อก็จะเจอเพื่อนดารา เจอคนที่อยู่ในวงการ แล้วหนูอยากเป็นอย่างนั้นบ้าง

Thairath Talk : แล้วหลังจากนั้นมันพัฒนามาเป็นรูปแบบนี้ได้ยังไง

พี่เซย่าก่อน พี่เซย่าก็เรียนร้องเพลง หนูก็เรียนบ้าง แต่ถนัดด้านเต้นมากกว่า แล้วพอประมาณ 11 ขวบหนูก็เริ่มมาเรียนร้องเพลง ไม่ได้เรียนแบบจริงจังด้วยค่ะ เรียนแบบเล่นๆ เฉยๆ เพราะจะได้มี ทักษะด้านนี้ด้วย

นิยามศิลปิน

Thairath Talk : จริงๆ เป็น ความเป็นศิลปินเนี่ยครับ มิย่ามีความเป็นศิลปินเต็มตัว เท่าๆ กับคุณพ่อคุณแม่เลย มีได้คุณพ่อคุณแม่ ได้ใครมามากกว่ากันครับ ความเป็นศิลปิน

ได้คุณพ่อมากกว่าค่ะ คุณพ่อก็จะเหมือนหนู มีความคิดเป็นของตัวเอง

Thairath Talk : ความหมายของศิลปินสำหรับมิย่าคืออะไร

ศิลปินสำหรับหนู ต้องมีความสามารถหลายด้านด้วยค่ะ แล้วก็สามารถขึ้นไปบนเวทีแล้วก็ทำให้ผู้คนร้องตาม และมีความสุขไปด้วยกันได้ค่ะ

Thairath Talk : ทุกวันนี้คิดว่าเราไปถึงคำว่าศิลปินรึยัง

ก็ใกล้ถึงแล้ว มีซิงเกิลออกมาก็คือเป็นการเริ่มต้นแล้วค่ะ

Thairath Talk : ซิงเกิลออกมาเป็นไงครับ มีความสุขไหม

ซิงเกิลทีแรกก็จะทำเป็นแบบ เพลงเล็กๆ เพลงเล่นๆ ให้แฟนคลับใน Tik Tok แต่พอทำไปทำมาคุณพ่อคุณแม่ก็เริ่มให้ทำเต็มตัว ติดต่อโปรดิวเซอร์เพลง ก็เป็นพี่นีโน่ ซึ่งพี่นีโน่ก็มีชื่อเสียงมากในวงการ The Rapper ส่วนแรปก็ได้พี่มิลลี่มาช่วยแต่งให้ พอมารวมกันทุกอย่างมันแมสมาก แล้วก็เลยทำเล่นๆ ไม่ได้แล้ว เราก็เลยทำให้มันจริงๆ

โอกาสคือแรงหนุน

Thairath Talk : เวลาเราอายุน้อยๆ แล้วเข้ามาในวงการ รู้ไหมว่าการแข่งขันค่อนข้างสูง

ทราบค่ะ หนูรู้ว่าส่วนมากเด็กที่อายุประมาณหนู ความฝันก็คือเป็นศิลปิน ส่วนมากก็อยากอยู่ในวงการ อาจจะมีคนที่เก่งกว่าหนู อาจจะมีเยอะด้วยซ้ำค่ะ เพราะว่าทุกคนก็พยายามทั้งนั้น แต่น้อยคนที่จะมีคือโอกาส ที่หนูมีโอกาสเพราะคุณพ่อคุณแม่ช่วยสนับสนุนด้วย ก็เลยมีโอกาสมาทำเพลงเอง

Thairath Talk : คำว่าโอกาสสำหรับเรา มันมีความสุขไหมเมื่อได้รับโอกาส

มีความสุขค่ะ เพราะว่าสมมติบางครอบครัวไม่มีโอกาส ไม่ต้องในวงการก็ได้ค่ะ เขาก็อาจจะไม่สนับสนุนในสิ่งที่เราทำ แล้วเราก็อาจจะท้อด้วย รู้สึกว่าไม่มีโอกาสที่จะทำ ไม่มีใครให้กำลังใจ

Thairath Talk : มันเหนื่อย มันไม่ง่ายนะมิย่า กับการอยู่ในวงการบันเทิง

ไม่ง่ายค่ะ เพิ่งรู้ก็วันนี้แหละค่ะ (หัวเราะ) เพิ่งรู้ตั้งแต่ตอนที่ออกเพลงว่ามันไม่ง่าย บางครั้งหนูก็คิดว่าทำไมเราต้องอยากอยู่ในวงการด้วย แล้วทำไมเราถึงไม่เป็นแอร์โฮสเตส หรือว่าเป็นคนทำอาหารก็ได้ ทำไมต้องเป็นนักร้องด้วย บางครั้งหนูก็ถามตัวเองว่ามันเหนื่อยจะตาย ทำไมอยากเป็น

Thairath Talk : คำตอบที่ได้คืออะไรครับ

เพราะว่าหนูชอบร้องเพลง แล้วก็ชอบ เราเลี่ยงสิ่งที่เราชอบไม่ได้ค่ะ แล้วเราก็อยากให้คนร้องเพลงเราแล้วมีความสุข

Thairath Talk : คิดถึงวันที่ไม่ประสบความสำเร็จไหม

จริงๆ แล้วหนูเป็นคนคิดมาก ก่อนทำเพลง Mini Heart นี้หนูก็คิดมาก ว่ามันจะสำเร็จไหม คนจะชอบไหม หนูก็เลยต้องคัดทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อความสำเร็จ เพราะว่าหนูเป็นคนคิดมาก ไม่ได้คิด Positive ทุกอย่าง ก็เลยคิดว่าบางครั้งเพลงมันอาจจะไม่ดังก็ได้ คุณแม่ก็จะช่วยบอกว่า อย่างน้อยก็ต้องมีแฟนคลับให้กำลังใจเรา

ลูกดารา = สิทธิพิเศษ

Thairath Talk : ในฐานะที่เด็กรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำในวงการนี้ค่อนข้างเร็วนะ เดี๋ยวนี้เด็กๆ สิบกว่านี่ก็ทำงานกันแล้ว มิย่าเป็นตัวแทนสำหรับเด็กรุ่นใหม่ที่มีฝันแล้วไม่มีโอกาส ให้กำลังใจเขาหน่อยค่ะ

ก็ต้องพยายามทำให้ดีไปตลอดค่ะ ต้องพิสูจน์ให้พ่อแม่ดูด้วย เพราะถ้าพ่อแม่ไม่ซัพพอร์ต เราไม่ใช่ว่าหยุดทำเลย คุณพ่อคุณแม่ก็จะยิ่งคิดว่า เออดีแล้วที่ไม่ซัพพอร์ต เราควรทำไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณพ่อคุณแม่จะเห็นว่าเราจริงจังจริงๆ นะ เดี๋ยวสักวันนึงเขาจะหันมาสนับสนุนเอง

Thairath Talk : มีวิธีการดูโซเชียลมีเดียแบบคัดกรองยังไงบ้าง เพราะเดี๋ยวนี้ Hate Speech มันเยอะ บูลลี่กันก็มาก

ใช่ค่ะ บูลลี่เยอะ หนูเตรียมใจไว้แล้วว่ามันต้องมีบูลลี่อยู่แล้ว แต่ว่าหนูก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติที่มีคนชอบกับไม่ชอบ บูลลี่ในอินเทอร์เน็ตใครๆ ก็ทำได้ แค่มี Account อีเมลก็มาด่าคนได้เลย บางครั้งหนูก็รู้สึกว่าทำไมต้องทำแบบนั้นด้วย ไม่ใช่แค่หนูนะคะ การเอาคนอื่นไปนินทาลับหลัง หนูรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ควร ถ้าอยากบอกก็ไปบอกตรงหน้าเลยว่าเราควรปรับอะไร หรือว่าเก็บความคิดของตัวเองไว้ก็ได้ ไม่ต้องไปพิมพ์ด่าคนอื่น เพราะว่าคนอื่นก็มีความรูสึกเหมือนกัน

“คนที่โดนบูลลี่ก็เหมือนมีดแทงไปเรื่อยๆ อาจจะทำให้ใครเสียความพยายามหรือว่าหมดความพยายาม”

Thairath Talk : สิ่งที่เราโดนบูลลี่ที่สุด ตลอดชีวิตคือเรื่องอะไรครับ

ที่โดนเยอะที่สุดก็คือเป็นลูกดารามีสิทธิ์เยอะ มีสิทธิพิเศษเยอะ จริงๆ แล้วหนูคิดว่าไม่ใช่คนที่ด่าน่าจะเอาคำนั้นกลับไปปรับปรุงตัวเอง จะได้มาเป็นเหมือนหนู มาเป็นเหมือนเราได้ หรือว่าจะได้มีชื่อเสียง แล้วก็สามารถทำให้ตัวเองเป็นอย่างนั้นได้ เก็บคำด่าไว้ไปเป็นความพยายาม

Thairath Talk : เสียใจไหมเวลาคนเขาบูลลี่

นิดหน่อยค่ะ เพราะว่าบางอันที่ไม่จริงหนูก็ มันไม่จริงเราก็ไม่ต้องไปฟัง เพราะว่าถ้าฟังทุกอันคงเป็นโรคซึมเศร้า หนูคิดว่าอันไหนที่ไม่จริงก็ทิ้งมันไป อันไหนที่จริงก็เก็บมันมาแล้วก็มาปรับปรุง

Thairath Talk : ถ้าวันนี้คุณไม่มีพ่อ ไม่มีแม่เป็นดารา เป็นคนมีชื่อเสียง เป็นคนมีฐานะประมาณนึง ร่ำรวยประมาณนึง คุณจะมีวันนี้ได้มั้ย ถ้ามีความฝันแบบนี้

หนูคิดว่ามีได้ค่ะ เพราะว่าส่วนมากดาราในวงการไม่ใช่ว่ามาจากลูกดาราถึงมาเป็นดาราได้ ส่วนมากก็มีจากความพยายามทั้งนั้นเลย ดาราที่อยู่ในวงการตอนนี้

กระบอกเสียง เด็กรุ่นใหม่

Thairath Talk : เขาบอกคนสมัยนี้ เด็กรุ่นใหม่โตเร็ว แก่แดด ยังไม่ทันเป็นสาวเลยก็มีแฟนซะแล้ว แต่งตัวโป๊ ในฐานะมิย่าเป็นกระบอกเสียงของคนรุ่นใหม่ อายุ 13 เนี่ยครับ อยากจะบอกอะไรพวกเขาบ้าง

หนูคิดว่า Focus ในสิ่งที่เราอยากทำมากกว่า ก็คือใครอยากเป็นเชฟ อยากเป็นนักบิน หรือว่าอยากเป็นอะไร ก็ Focus ไปทำสิ่งนั้นให้มันสำเร็จก่อน แล้วค่อยมีแฟนก็ได้

“เราก็ควรทำสิ่งที่เราอยากทำก่อน เพราะว่ามันมี Limit time ของช่วงอายุ”

สมมุติถ้าเกิดหนูเลย 18 ไปแล้วก็ทำอะไรยากแล้ว เพราะว่าเริ่มตั้งแต่ 13 หนูคิดว่ากำลังดี เพราะว่าเรามีเวลาเปลี่ยนแพลนด้วย สมมติหนูอายุ 15 แล้ว แล้วหนูไม่เอาแล้ววงการ เหนื่อย อยากเป็นเชฟ หนูก็ไปเรียนต่อถึง 18 ยังทันเลย หนูก็คิดว่ามันดีกว่าที่จะ Focus อย่างนี้ไป พอเรามั่นใจแล้วว่าเราจะไปทางนี้ แล้วเราทำมันสำเร็จแล้ว แล้วก็ค่อยไป Focus เรื่องอื่นได้

Thairath Talk : การแต่งตัวโป๊ล่ะครับ เราค่อนข้างแต่งตัวเซ็กซี่เนี่ย ถือว่าเป็นตัวแบบ ต้นแบบที่ไม่ดีไหม

หนูคิดว่าเราไม่สามารถตัดสินคนอย่างที่เขาแต่งตัว อย่างที่เขาเป็นได้ เพราะคนอาจจะแต่งตัวโป๊มากแต่อาจจะนิสัยดีกว่าบางคนที่แต่งตัวแบบมิดชิด หรือว่าเรียบร้อย อาจจะดูเรียบร้อย จริงๆ แล้วไม่สามารถมองคนจากภายนอกได้

Thairath Talk : ยาเสพติดล่ะครับ เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่

ไม่จำเป็นเลยค่ะ หนูคิดว่ามองแล้วไม่มีข้อดีเลย แทบจะไม่มีข้อดีเลยนอกจากที่จะทำให้เรามีความสุขก็ จริงๆ แล้วความสุขมีได้จากหลายอย่าง มันไม่มีข้อดีเลย ทำให้พ่อแม่ผิดหวังด้วย สุขภาพของตัวเองก็ไม่ดีด้วย ประสาทก็ไม่ดี อะไรก็ไม่ดี ไม่มีข้อดีเลย มันมีแต่ข้อเสียอย่างเดียว ไม่ดูเท่ด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มิย่า ทองเจือพีท ทองเจือลูกพีท ทองเจือไทยรัฐทอล์กMini heartThairath Talk

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้