แววตาจริงจังกับใบหน้าที่เคร่งขรึม ไม่ได้คิดจะทำเล่นๆ โตโน่ ภาคิน เปิดใจกับ Thairath Talk ถึงโครงการ 'หนึ่งคนว่าย หลายคนช่วย' กระบอกเสียงของสัตว์ทะเลที่ต้องการความช่วยเหลือ เล่าดราม่าชีวิตติดลบ 18 ล้าน วิธีคิด วิญญาณนักสู้ของเด็กชายโตโน่ ไม่ธรรมดากับบทสัมภาษณ์ ที่สุดแห่งแรงบันดาลใจที่ใครได้อ่านต้องฮึกเหิมตาม  

หนึ่งคนว่าย หลายคนช่วย

Thairath Talk : กิจกรรมที่คุณทำมันยิ่งใหญ่มาก ชื่อกิจกรรมว่าอะไรครับ

ชื่อโครงการ ONE MAN & THE SEA หนึ่งคนว่าย หลายคนช่วย ว่ายน้ำตัวเปล่า ข้าม 12 เกาะ เริ่มต้นจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปสิ้นสุดที่เกาะสมุย รวมระยะทาง 82 กิโลเมตร ในวันที่ 19 มีนาคม 2563 ตั้งเป้าสิ้นสุดวันที่ 5 เมษายน 2563 นอกจากว่ายแล้วยังช่วยเก็บขยะในชุมชนและริมชายหาดไปพร้อมกับชาวบ้านในพื้นที่เส้นทางการว่าย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโลกที่น่าอยู่

แต่เอาจริงๆ มันไม่ได้อยู่ที่ความไกลของระยะทาง ความสำคัญคือ เราทำสิ่งนี้ขึ้นมาเพื่ออะไร มากกว่ามองว่าเราว่ายได้ไกลแค่ไหน

...

Thairath Talk : การกล้าคิดเริ่มต้นทำอะไรเพื่อสังคมแบบนี้ ถือว่าการเริ่มต้นก็ประสบความสำเร็จแล้ว

ขอบคุณครับ ผมมองว่าการที่เราคิดว่าจะทำอะไร ใช้วิธีการไหน แต่ทะเลต้องการผลลัพธ์ครับ ต้องการความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา เขาไม่รอเราหรอก เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถทำอะไรได้ เราช่วยกันเลยดีกว่า

Thairath Talk : มีคนเปรียบคุณกับพี่ตูน บอดี้สแลมไหม

ผมไม่กล้าเปรียบเลยครับ พี่ตูนคือพี่ชายที่ผมรัก ทุกครั้งที่พี่ตูนทำอะไรแบบนี้ผมเองก็ไปช่วยกัน แต่ที่สำคัญคือ ทีมงานที่มาช่วยผมในครั้งนี้ก็คือทีมงาน ‘ก้าวคนละก้าว’ เราคือทีมเดียวกันที่มาช่วยกัน ดังนั้น ผมว่าอะไรที่เราช่วยกันถ้าทำให้บ้านของเราดีขึ้น เรามาช่วยกันเถอะ ไม่สามารถดีขึ้นได้ด้วยคนหรือสองคน ต้องให้คน 70 ล้านคนมาช่วยกันมันถึงจะเกิดขึ้นได้

Thairath Talk : มันมี 2 อย่าง ระหว่างคนที่มาทำอะไรยิ่งใหญ่แบบนี้ ไม่เป็นคนกล้ามาก ก็บ้ามาก คุณว่าคุณบ้าไหม

หลายคนพูดแบบนั้นนะครับ แต่ผมว่าผมปกติ เพียงแค่ผมคิดว่าถ้าผมไม่ทำอะไรเลย ผมรู้สึกว่าผมแย่ ดูสิผมมีทุกวันนี้ได้เพราะหลายคนรักและสนับสนุนผม ผมได้มีอากาศหายใจ เพราะมีแผ่นดินให้ผมได้ยืน มีอากาศหายใจ ให้ผมได้ทำตามความฝัน แต่โลกของเราบ้านของเรา มันแย่ลงทุกๆ วันจากสิ่งที่พวกเราทำกันทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ รู้ก็ยังทำ หรือไม่รู้ว่าทำแล้วไม่ดี แต่ถ้าเรารู้แล้ว เราไม่ช่วย ผมมองว่าผมเป็นคนใช้ไม่ได้มากกว่า ผมเลยไม่อยากเป็นแบบนั้น

Thairath Talk : ถ้าโลกนี้มีคนคิดแบบโตโน่ โลกของเราก็คงไม่เป็นแบบนี้ ฝุ่น PM 2.5 คงไม่รุนแรงแบบทุกวันนี้

ผมว่าทุกคนรักแผ่นดิน รักพ่อแม่ รักเพื่อนมนุษย์ แต่เพียงแค่โอกาสหรือสถานภาพอาจจะแตกต่างกันออกไป ตัวผมเองมองว่า เรื่องที่เรากำลังทำ ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนนึง ไม่ใช่เพราะผมเป็นนักแสดงเป็นดารา เพราะทุกคนใช้อากาศเดียวกันหายใจ พวกเราทุกคนจึงมีส่วนไปกับมัน เลยอยากชวนทุกคนมาช่วยกันดีกว่า

...

Thairath Talk : คุณเริ่มสนใจสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ เพราะจากบทบาทคุณเป็นนักร้องเป็นนักแสดง

ผมผูกพันมาตั้งแต่เด็ก ผมอยู่บ้านนอกกับสัตว์นานาชนิด แม่เปิดสารคดีให้ดูตั้งแต่เด็ก เราเลยรู้จักสัตว์มากมาย จนเราโตขึ้นมาเรื่อยๆ สิ่งที่รู้สึกคือมันร้อนขึ้นทุกปี และผมเป็นคนรักสัตว์มากอยู่แล้ว จนผมได้มาเป็นทูตพิทักษ์สัตว์ เลยทำให้มีความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ซึ่งกระทบกับสัตว์และมนุษย์ในลำดับถัดมา เช่น ในท้องปลาทูมีพลาสติก เราเลยเริ่มมาดูที่ปัญหา นั่นถึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเก็บขยะ เพราะรู้สึกว่าเก็บปุ๊บ มันสะอาดเลย ทุกคนทำได้ ลดขยะทุกคนทำได้อีก

ครบ 1 ปี ที่ไปมาทั่วประเทศ เก็บได้ประมาณ 100 กว่าตัน ได้แยกขยะ ทำให้รู้ว่าขยะสามารถนำไปทำประโยชน์ได้ และผมเห็นชัดเจนเลยว่า ทะเลคือต้นกำเนิดทุกชีวิตของโลกใบนี้ ให้อากาศ ให้อาชีพ ให้อาหาร แต่ทะเลกลับเป็นปลายทางของขยะบนโลก ผมมองเห็นสิ่งที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ สัตว์ในทะเล

Thairath Talk : ถ้าพลาดพลั้ง คุณเสียชีวิตได้เลยนะ ทำไมกล้าทำในสิ่งแบบนี้

...

อย่างที่บอกเพราะทะเลมันสำคัญ มันจึงเป็นกิจกรรมที่อยากให้ทุกคนมาช่วยกัน เลยใช้การว่ายน้ำในทะเลนี่แหละเป็นการเล่าเรื่อง เพราะสัตว์ทะเลต้องการผลลัพธ์ ตลอดชีวิตผมใช้ตัวเองเดิมพัน ผมไม่มีต้นทุนอื่น เราอยากให้บ้านเราดีขึ้นเทียบเท่ากับบ้านคนอื่นเขา ถ้าเราไม่ทุ่มสุดตัวมันจะดีขึ้นเหรอ ถ้าเราไม่สนับสนุนกัน เราจะเอาอะไรไปสู้เขา

สำหรับผมไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องน่ากลัว วันนึงผมก็ต้องตายอยู่แล้ว ในเมื่อเขาต้องการทุน เราขาดเยอะมาก ทั้งประเทศเรามีเครื่องเลเซอร์สมานแผล 1 เครื่อง ทั้งที่มีศูนย์ดูแลสัตว์ 9 ศูนย์ ทุกปีมีเต่าตาย 600 ตัว วาฬอีก โลมาอีก สัตว์พวกนี้มันพูดไม่ได้ เขียนป้ายบอกไม่ได้ว่ามาช่วยฉันหน่อย ถ้าเราไม่ช่วยมันแล้วใครจะช่วย

Thairath Talk : คุณเลยเอาตัวเองเป็นกระบอกเสียงให้กับสัตว์เหล่านี้

เราช่วยกันดีกว่าครับ กิจกรรมนี้เป็นของทุกคนครับ ผมไม่มีทางทำให้ระบบนิเวศกลับมาดีได้ถ้าไม่ได้ทุกคนช่วย ฝากด้วยครับ

Thairath Talk : คุณซ้อมอย่างไร หลายคนเป็นห่วง

...

ผมซ้อมมา 7 เดือนแล้ว ตอนแรกจะใช้ท่ากบว่าย เพราะว่ายฟรีสไตล์ไม่เป็น แต่ครูผู้ฝึกบอกว่า ว่ายท่าเดียว เข่าจะพัง และอ่าวที่ไปว่าย กระแสน้ำแรง ผมเลยเริ่มฝึกท่าฟรีสไตล์ และเพิ่มเทคนิคเพื่อให้ผมว่ายได้นานขึ้น และมีพี่ๆ กองทัพเรือที่คอยดูแลความปลอดภัยอยู่ห่างๆ พยายามที่จะใช้นำ้มันให้น้อยที่สุด ใช้แรงของคนร่วมกับธรรมชาติให้เป็นหนึ่งเดียว

ผมคิดดีแล้ว ผมอาจจะต้องตัวดำ จากแดดที่เผาจากแดดของประเทศเรา น้ำที่ผมสำลักก็เป็นจากอ่าวไทย ขึ้นชื่อว่าไทยประเทศเรา โครงการนี้จะสำเร็จก็ด้วยคนไทยทุกคน ที่ช่วยคนไทยคนนึงว่าย

Thairath Talk : มีคนตั้งข้อสงสัยกิจกรรมที่โตโน่ทำ เพื่อหวังกลับมาดัง

(ถอนหายใจ) คงได้แต่บอกกับทุกคนว่า ไม่สำคัญว่าทุกคนจะคิดว่าผมทำเพื่ออะไร สำคัญที่ว่าไม่ว่าคุณจะชมหรือว่าผม คุณมองเห็นว่าสิ่งเหล่านี้สำคัญไหม และคุณช่วยไหมดีกว่า ผมไม่มีอะไรจะเสีย

ไม่ลืมรากเหง้า

Thairath Talk : คุณเป็นคนที่ภูมิใจในความเป็นอีสานมาก

ภูมิใจมากๆ ครับ ถ้าผมไม่ใช่คนอีสาน ผมก็คงไม่มีวันนี้ ผมมาจากความรักจากคนทุกภาคแหละ แต่เราลืมไม่ได้ว่าเรามาจากไหน

Thairath Talk : ความสำคัญของการไม่ลืมรากเหง้าตัวเอง มันสำคัญมากน้อยแค่ไหนสำหรับโตโน่

ผมมองว่ามันอยู่ในสายเลือดเรา ไม่ว่าจะภาคไหน เราปฏิเสธสิ่งนี้ไม่ได้ ถ้าเราลืมว่าเรามาจากไหน วันนี้เราจะมีคุณค่าอะไรล่ะ

ชีวิตติดลบ 18 ล้าน

Thairath Talk : ตอนเด็กๆ คุณเคยสบายมากและลำบากมาก ช่วงเวลาเหล่านั้น มันสอนอะไรคุณบ้าง

สอนว่าการได้เก็บลูกเห็บตอนที่ฝนตกพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ เป็นอะไรที่มีความสุขมาก รู้สึกว่าเป็นความทรงจำที่สวยงามและน่าเศร้าใจ แต่มันมีคุณค่าทั้งหมดเลย ทุกความทรงจำมันทำให้เราโตขึ้น และรู้สึกขอบคุณกับเรื่องดีๆ และคนดีๆ ที่เข้ามาในชีวิต แม้จะมีเรื่องไม่ดี แต่มันก็ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น

Thairath Talk : ตอนที่เป็นเด็ก โตโน่ผ่านช่วงเวลาที่ที่บ้านติดหนี้ 18 ล้าน ตอนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง

ความทรงจำตอนนั้นจะหดหู่เวลาเห็นแม่ทุกข์มากกว่า เวลาที่ท่านใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ หน้าเครียดๆ คิดว่าค่าน้ำค่าไฟจะพอไหม รู้สึกไม่อยากเห็น แต่ความรู้สึกว่าเราลำบากกว่าคนอื่นไหม อันนี้ไม่รู้สึก เพราะว่ามันไม่ใช่ความผิดของคุณพ่อตาย คุณแม่ต้องเป็นหนี้ 18 ล้านบาท มันไม่ใช่ความผิดของใคร เราต้องใช้ชีวิตต่อไป มันมีไม่กี่ทางให้ผมเลือก ถ้าผมท้อ ไม่อยากสู้แล้ว ไม่ไหวแล้ว ตายดีกว่า ถ้าเป็นแบบนั้น ผมคงต้องมีสัก 5 ชีวิตแหละครับ ผมต้องอยู่ เพราะน้องผมยังไม่รู้ถึงความหมายพ่อตายเลย รู้แค่ว่าพ่อไปสวรรค์นี่แหละ น้องผมยังต้องอยู่ไหม

ดังนั้น มันมีอีกแค่ทางเดียวคือ เรียนรู้กับมัน ถึงจะร้องไห้ แต่ก็ต้องเดินต่อ ถ้าท้อรู้สึกว่าชีวิตตัวเองแย่ ชีวิตคนอื่นช่างน่าอิจฉาจัง แล้วผมรวยขึ้น ผมจะทำ แต่นี่ไม่ใช่ สู้ผมปั่นจักรยานแจกโบรชัวร์ เสิร์ฟอาหาร ล้างจาน ทำอะไรได้โดยไม่ต้องเป็นภาระคนอื่นเขา พอจะช่วยแม่ได้บ้าง และที่สำคัญผมทำไปแล้วผมไม่รู้สึกว่าผมทุกข์ ผมสนุก เพราะผมชอบปั่นจักรยานอยู่แล้ว จากที่แอบปั่นออกถนนใหญ่ กลับมาบ้านโดนแม่ตี แต่ถ้าทำงาน ได้ปั่นแจกโบรชัวร์ได้เงินด้วย วันละ 250 บาท ปั่นไปกับเพื่อน

Thairath Talk : คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดีนะ มันติดจนถึงปัจจุบันเลยไหม

มันจำเป็นนะครับพี่ ในวันที่เราเจอเรื่องราวที่มันเลวร้ายเจ็บปวดในมุมมองของคนอื่น แต่เราเป็นคนที่ต้องแบกรับมัน ในเมื่อเราหนีมันไม่พ้น และเราไม่สามารถเปลี่ยนอดีตได้ ขึ้นอยู่กับเราแล้วล่ะที่จะใช้ชีวิตให้มีพลังเพื่อดูแลคนที่เรารักต่อไป

Thairath Talk : ความสุขในช่วงเวลานั้นในวันที่ลำบากที่สุดคืออะไรสำหรับโตโน่

(คิด) มันก็มีความสุขทุกวัน ผมอาจจะไม่ได้มีมือถือเหมือนเพื่อนของผม มันอาจจะใหญ่มาก แต่ผมมองว่าคลาสสิกดี ผมอาจจะมีมอเตอร์ไซค์คันเก่ามาก แต่ผมก็มีความสุขที่จะเอามาแต่งให้มันดูดี ผมว่าผมไม่ได้ขาด ผมเป็นทุกข์มากกว่าที่จะต้องไปขอหรือลำบากคนอื่น

อดีตแก้ไม่ได้
“เรื่องไม่ดี ผมก็ทำ”

Thairath Talk : ความรักดีของคุณ มันมาจากไหนทุกช่วงเวลาของคุณที่วิกฤติ คุณสามารถมองมันเป็นบวกได้

ชีวิตผมไม่ได้ทำแค่เรื่องที่ดี เรื่องไม่ดีผมก็ทำ ผมเคยเดินโพยบอล ผมเดินโพยหวย ผมทวงหนี้ อย่างที่ผมบอก สถานภาพคนเราไม่เหมือนกัน แต่ผมคิดว่าอะไรที่ไม่ได้ลำบากคนอื่นเขา เราปฏิเสธไม่ได้ว่า หน้าปากซอยบ้านผมก็เป็นโต๊ะบอล ตอนนั้นผมมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ผมไม่ได้ไปบังคับขู่เข็ญใคร

แต่ในวันที่โตขึ้นเรื่อยๆ ผมก็รู้ว่า การที่เราเคยทำมันเป็นเรื่องไม่ดีของสังคมที่มีทางเลือก ถ้าเราไม่เคยลำบาก ไม่เคยยากจน เราไปว่าเขาไม่ได้ ทุกคนทำมันมีเหตุผล แต่สิ่งที่ทำต้องไม่ไปเดือดร้อนคนอื่น

Thairath Talk : ชีวิตของผู้ชายเทาๆ แบบนี้ มันคือชีวิตของคนธรรมดาทั่วไปใช่ไหม

ขึ้นอยู่กับผู้ฟังครับ ถ้าคนฟังเป็นคนดีขาวสะอาด อาจจะมองผมไม่ดี แต่สำหรับผมพูดในสิ่งที่ผมเป็น ผมแก้อดีตไม่ได้ ถามว่าผมอยากจะเป็นคนที่ดีพร้อมทุกอย่างไหม ผมอยากครับ แต่ชีวิตผมไม่ได้เป็นแบบนั้น

Thairath Talk : เพราะทางเลือกมันน้อย

ไม่ครับ เพราะผมเลือกทางนั้น ผมไม่อ้างด้วยว่าเพราะผมจน พอดีชีวิตผมมันเป็นแบบนั้น แต่พอวันนึงผมมีโอกาสที่ดีๆ ที่ไม่จำเป็นต้องทำในสิ่งที่มันผิด ผมก็เลือกทำในสิ่งที่มันถูก

Thairath Talk : ถ้าย้อนอดีตกลับไปได้ อยากกลับไปแก้ไขมันไหม

จะไม่แก้ไขและไม่โทษใครด้วย ถ้าเราเกเร เราดื้อ เราไม่โทษว่าโทษคบเพื่อน เพราะเราไปคบมันเอง ผมทำทุกอย่างเต็มที่ในฐานะเด็กชายโตโน่ และผมเองก็ไม่ทำเรื่องที่ทำให้แม่หรือครูจับได้ (ยิ้ม) จะเกเรก็พยายามสอบให้ผ่าน เรียนให้จบ รับผิดชอบหน้าที่ตัวเองก่อน

โตโน่ระเบิดขวด

Thairath Talk : ตอนเด็กๆ เคยทำให้แม่ร้องไห้ไหม

มีสิครับ แต่มีครั้งเดียวนะ ครูเรียกแม่ไปเพราะเห็นว่าเรามีแนวโน้มเป็นเด็กหัวรุนแรง ในช่วงวัยรุ่นมันก็อาจจะมีบ้างที่เรามองว่ามันธรรมดา แต่สำหรับผู้ใหญ่อาจจะมากไป เพราะเรื่องจริงๆ มันเกิดจากผมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ผมสอบติดนะ แต่ในตำแหน่งสำรอง ซึ่งตอนประกาศผล เขารับสำรองเพียง 2 คน จากจำนวนคนติดสำรองทั้งหมด 5 คน และบังเอิญว่าคนที่ติด 2 คนนั้นดันเป็นลูกครู แล้ววันที่ฟังผลสอบ ผมดันมอเตอร์ไซค์ล้ม ผมก็เดินไปฟังผลแบบมีเลือดตามตัว (หัวเราะ) แต่เพื่อนก็ทำตัวให้ชวนคิดครับ เพราะเพื่อนโยนขวดส่งเสียงดังแล้วเดินกันออกมา แต่เอาจริงๆ ว่าตัวผมไม่ได้คิดอะไรเลย

Thairath Talk : ถ้าเพื่อนในตอนนั้นดูอยู่ อยากจะบอกอะไรเพื่อนบ้าง

ขอบคุณมากเลย ทำให้เรื่องมันยุ่งขึ้นกว่าเดิมเยอะ (หัวเราะ)

10 ปี นักร้องสอบตก

Thairath Talk : คุณอยู่ในวงการมา 10 ปีแล้ว ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ยาวหรือสั้นสำหรับคุณ

พูดเหมือนนาน แต่สำหรับผมแป๊บเดียวเองครับ มองกลับไปยังรู้สึกเหมือนฝันอยู่เลย ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีวันนี้ได้ ขอบคุณจังเลยที่ยิ้มให้ มาตะโกนเรียกชื่อ ไม่ว่าจะงานคอนเสิร์ต งานละคร ไปเที่ยวที่ไหน เข้ามากรี๊ดให้ ขอบคุณจริงๆ

Thairath Talk : ตลอดระยะเวลา 10 ปี ในการทำเพลง ถึงจุดพีคสำหรับเราหรือยัง

ไม่เลยครับ ผมไม่ประสบความสำเร็จในการทำเพลงเลยถ้าวัดกันเป็นยอดวิว ไม่มีเพลงที่ดัง ไม่มีใครรู้ว่าโตโน่ร้องเพลงอะไร จะรู้จักเฉพาะแฟนจริงๆ

Thairath Talk : 10 คะแนนให้คะแนนตัวเองเท่าไหร่

3 หรือ 2 คะแนน ให้คะแนนในความที่ยังไม่หยุด แค่การที่เราได้ทัวร์คอนเสิร์ตกับเพื่อน มีเพลงของตัวเอง สำหรับผมมันดีใจแล้วที่ได้ทำ แต่เพลงดังนี่ผมแค่หางอึ่ง แต่ก็โชคดีที่เวลาที่ไปเล่นคอนเสิร์ตคนดูมีความสุข มันทำให้ผมมีทัวร์อยู่ตลอด ในเรื่องของโชว์ผมมั่นใจในการทำให้คนสนุก

Thairath Talk : ท้อแท้ไหม

ไม่มีเลย ผมมาจากพื้นฐานที่ไม่มีอะไรจะเสีย ชีวิตผมตั้งแต่เด็กจนวันนี้ จะมีคนดูไม่กี่ล้านวิว ก็คือคนที่ผมรัก แต่ในเมื่อมันมีคนฟังอยู่ แต่ถ้าการที่ผมต้องเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่น แล้วผมต้องหยุดทำ ผมจะหยุดเพื่ออะไร ตอนที่ผมอยู่ในบ้านเดอะสตาร์ เราต้องแข่งกับเพื่อนๆ เรา เราออกมาก็ต้องแข่งกับคนต่างค่าย ต่างชาติอีก แต่มีคนเดียวที่ผมอยากชนะ คือตัวผม

Thairath Talk : ถ้ามีหน้าเวทีร้อยคน เลิกไหม

ผมเคยเล่นมีคนดู 16 คนก็เคยมาแล้ว ขายบัตรละ 5,000 บาท แค่ผมกับสมาชิกวงผมก็มากกว่าคนดูแล้ว (หัวเราะ) เราก็เล่นมาแล้ว แสนคนก็เคยเล่น ซึ่งผมถามกลับกันนะ 16 คนที่มาดูผม กับแสนคนนั้น เขาหมดค่าน้ำมันขับรถมาดูผมเหมือนกันไหม ฉะนั้นผมมีสิทธิ์อะไรที่ผมจะไม่ทำให้มันเต็มที่ การที่ผมมีทุกวันนี้ได้ มีกี่พันกี่หมื่นคนที่เก่งกว่าผม การที่ผมทิ้งอะไรง่ายๆ แปลว่าผมดูถูกคนพวกนั้นไหม ชีวิตผมมีแต่จะต้องสู้ พัฒนาตัวเอง ตลอดชีวิตของผม ผมไม่มีต้นทุน ไม่มีพ่อด้วย มีแต่หนี้ ต้นทุนที่มีค่าที่สุดคือชีวิตผม ผมไม่มีเงินไปแลกกับเขา ผมเอาตัวเองไปอัดกับมัน ไม่ว่าผมจะเล่นละครหรือคอนเสิร์ต ผมเอาตัวเองไปอัดกับมันเต็มที่

Thairath Talk : ตอนนี้เป็น 34 ปีที่ดีที่สุดในชีวิตไหม

ก็ดีครับ เป็นช่วงที่ได้ทำอะไรมากขึ้น 10 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงทำตามความฝัน เล่นคอนเสิร์ต อยากจะเล่นหนัง เล่นละคร อยากให้คนดูมีความสุข แต่ว่าเราก็มาคิด สิ่งที่เราทำอยู่ มันคือตามความฝันของเรา แต่หน้าที่ของความเป็นคนไทย เราทำอะไรได้อีกไหม ทั้งเพื่อตัวเองและเพื่อคนอื่น การที่เรามาเก็บขยะ หรือการที่ผมจะว่ายน้ำ ถ้าสังคมดีขึ้น เราก็ดีขึ้น เพราะอากาศ น้ำ ถ้าไม่มีสิ่งเจือปน ผมก็ได้ด้วย ผมเลยมองว่ามันเป็นปีที่ดี.