ข่าว
100 year

ที่แรก หลั่งน้ำตา ’อ๊อฟ ปองศักดิ์' เปิดคำสอนสุดท้ายก่อนแม่จากไป

ไทยรัฐออนไลน์10 ก.พ. 2563 06:05 น.
SHARE

ไม่เจอกับตัวไม่รู้จริงๆ ว่าการสูญเสียเป็นอย่างไร เรียกว่า 2019 เป็นปีที่หนักหน่วงที่สุดในชีวิตของนักร้องเสียงสวรรค์ อ๊อฟ ปองศักดิ์ รัตนพงษ์ เลยก็ว่าได้ ที่สูญเสียคุณแม่ซึ่งเป็นที่รักและร่มโพธิ์ร่มไทรในชีวิตของอ๊อฟ เรียกว่าการสูญเสียครั้งนั้นเกือบทำให้ชีวิตเสียหลักแต่กลับกันให้ข้อคิดชีวิตมากมาย

Thairath Talk คุยอ๊อฟ ปองศักดิ์ เศร้าสุดพูดไปน้ำตาไหล เล่า 5 ปีมีชีวิตอยู่กับแม่ ทุกวินาทีมีค่า นับถอยหลังไปด้วยกัน มรดกคำสอนแม่ ลูกต้องเป็นคนดี เข้าใจแม่ไม่อยู่คือวัฏจักรชีวิตที่ไม่มีใครหนีพ้น ฟังทุกคำกลั้นน้ำตาไม่อยู่ อ๊อฟ ปองศักดิ์ ทำดีที่สุดแล้ว  

-2019 ปีแห่งความกดดัน-สูญเสีย

Thairath Talk : ปี 2019 หนักสุดเพราะสูญเสียคุณแม่ 

มันทั้งดีทั้งแย่ครับ เพราะว่าคือเวลาเราใช้ชีวิต มีโอกาสเจออะไรหลายๆ อย่าง ได้มีโอกาสทำคอนเสิร์ต ได้มีโอกาสทำงานจ้างเยอะแยะมากมาย ทำละครทำซิตคอม ได้มีโอกาสทำโชว์ แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นมักจะมีสองมุมเสมอ เรื่องที่มันเกิดในปี 2019 เรื่องที่ดีคือเราได้รับรู้ถึงอารมณ์ของการสูญเสีย แต่เรื่องที่ไม่ดีสำหรับเราในปี 2019 ก็คือการสูญเสีย เขาถึงบอกว่าทุกการสูญเสียมันทำให้เกิดความทรงจำ มันเกิดเรื่องราวที่มันดีในมุมเล็กๆ

-มะเร็ง พรากแม่ไปจากลูก-

Thairath Talk : รู้ว่าคุณแม่ป่วยตอนไหน

ป่วยเป็นมะเร็งครั้งแรก คือคุณแม่อยู่กับมะเร็งมา 10 ปีแล้วครับ ป่วยครั้งแรกคุณแม่เป็นที่มดลูกแล้ว คุณหมอก็บอกโอเคตอนนี้วิวัฒนาการรักษาทางการแพทย์มันดีขึ้นมากเพราะฉะนั้นอีกนานสบายอยู่ด้วยกันได้ ก็คือตัดออกก็สบายแล้วตอนนั้นก็คือโอเคเหมือนเราก็เริ่มมีงานแล้ว รอบที่สองที่คุณแม่เป็นมะเร็งเมื่อ 5 ปีที่แล้วที่ปอดกับตับอ่อน 2 จุด

ตอนแรกก็คือคุณแม่ไอออกมาเป็นเลือดแล้วแม่ก็ไม่ยอมบอกใครเพราะว่าตอนนั้นคุณแม่เขาไปอยู่บ้านพี่สาวที่หาดใหญ่ก็มีหลานๆ แม่เขาก็คิดว่าเป็นไอธรรมดาเขาไม่ได้บอกใครที่บ้านก็คิดว่าเป็นไอธรรมดา แม่ก็ใส่แมสก์อยู่ แต่แม่รู้ตัวเองอยู่แล้วว่าไอออกมาเป็นเลือดแต่ว่าก็ไม่กล้าบอกใครเพราะกลัวว่ามันจะเป็นวัณโรคเพราะถ้าเป็นวัณโรคปุ๊บเขาจะไม่ได้อุ้มหลานๆ คือมุมเขา เขาพูดกับอ๊อฟว่าเขาจะไม่ได้อุ้มหลานๆ ไม่ได้อยู่ใกล้หลานๆ อะไรอย่างนี้ก็เลยไม่กล้าไปบอกก็ปิดไว้จนไม่ไหวจริงๆ เขาก็เลยบอกพี่สาวว่าแบบไอไม่หยุดเลย แล้วก็มีเลือด

สรุปแล้วมันเหมือนเป็นฝ้าเป็นราอยู่ในปอด แผ่นเอกซเรย์เป็นจุดๆ เราก็เลยเจาะชิ้นเนื้อในปอดออกไปตรวจ เจาะเท่าไรก็ไม่เจอเจาะเท่าไรก็ไม่โดน คือได้ชิ้นเนื้อออกมาเอาไปตรวจมันก็ไม่มีเชื้อ ก็ลองต่ออีกรอบหนึ่งกลัวว่ามันจะไม่โดนจุดก็จบไปก็เจาะไปอีกแต่ว่าแม่ก็ยังไม่หายไอก็เลยเอาชิ้นเนื้อเก่ามาตรวจที่โรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ ผลปรากฏว่าเป็นมะเร็ง เป็นมะเร็งระยะ 3 ไป 4 แม่มีอายุไข 5 ปี จริงๆ อย่างที่คุณหมอบอก


Thairath Talk : 5 ปี อาการแห่งการทรมาน 

มันจะทรมานก็ต่อเมื่อตอนที่เราเห็นแม่เจ็บปวดจากอาการข้างเคียงของคีโมจากการฉายแสง แต่ว่าแม่อ๊อฟดีนะคือเขามีพลังใจที่ดี กำลังใจเขาดีมากแล้วพวกเราก็พยายามจะทำให้เขามีความสุขที่สุด เขาทำคีโมมาประมาณสามรอบ ทำฉายแสงอีกสองครั้งที่สมอง เพราะว่ามันขึ้นไปที่สมองด้วย จังหวะที่ทรมานที่สุดคือเห็นเขานอนซมจากอาการข้างเคียงของมัน

อ้วกแต่ผมไม่ร่วงนะแปลกดี เขาก็ยังอยากให้เรารู้สึกว่าเขาเข้มแข็ง ซึ่งตรงจุดนี้อ๊อฟก็คิดว่ามันเป็นพลังที่ทำให้เรารู้สึกว่าต้องสู้เพื่อเขานะ ทำงานเพื่อเอาเงินมาดูแลเขาให้ดีที่สุดไม่ใช่แค่เงินที่เราดูแลเขาดีที่สุด ใจของเราก็เพื่อที่จะเอาไปดูแลเขาอีกที

มีครั้งหนึ่งคือเขาเกือบช็อก เพราะว่าคีโมที่ให้เขาแพ้คือยาตัวนี้เคยให้อยู่แล้ว แต่ว่าวันนี้มันดันเกิดแพ้ขึ้นมาแล้ว แม่ก็บอกว่าแบบแน่นอกหายใจไม่ออกเหมือนเป็นอาการแพ้ขึ้นมาแล้วพยาบาลอยู่ก็ไม่ได้ไกลมากแต่เราต้องไปตามเขา ให้เขามาต่อสายยางออกแล้วก็ฉีดยาแก้แพ้เข้าไปให้ แต่ภาพที่ติดตาหนักกว่านั้นคือหลังจากผ่านการทำคีโมผ่านการทำการฉายแสงมาแล้ว คือเหมือนทุกอย่างเขาพยายามที่จะรักษาไม่ให้มันกระจายไม่ให้มันโตขึ้น

แต่เช้าวันที่ 15 ก.ค. คุณแม่ STROKE ช่วงนั้นต้องทำงาน อ๊อฟก็เช็กตลอดเวลารอส่งแม่เข้าห้องฉุกเฉินอยู่ห้องไอซียูอยู่แบบนั้นเป็นอาทิตย์ อยู่ห้อง ICU เฝ้าอาการแล้วเราก็ต้องมาทำงานเราก็เช็กกับที่บ้านตลอดว่า แม่เป็นไงบ้าง แม่รู้สึกตัวหรือยัง ขยับตัวหรือยัง แล้วพอเราไอ้นี่เสร็จปุ๊บกลับบ้านแล้ววันรุ่งขึ้นก็ไปเฝ้าแม่ที่ ICU แม่นอนนิ่งๆ อยู่ ICU อ๊อฟอะโชคดีตรงที่ช่วงที่อ๊อฟอยู่แม่เขารู้สึกตัวแล้วเหมือนเขางงกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นแล้วเขาก็งงว่าทำไมร่างกายเค้าถึงไม่รู้สึก เขาพูดไม่ได้เลย ด้านขวาเขาไม่รู้สึก ขยับไม่ได้

เราทำใจมาตลอดทั้ง 5 ปี แต่มันเป็นการทำใจที่เรามีความสุขนะ เพราะว่าเราได้เห็นเราได้อยู่ดูแลเขา เราได้ทำทุกช่วงนาทีสุดท้ายช่วงชีวิตของเขาให้มีความสุขที่สุด แม่อายุขัยได้ถึงแค่ 60 แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ นะ คือคุณแม่เสียตอน 60 ผ่านช่วงวัน คือคุณแม่เกิดวันที่ 11 กรกฎาคม พอผ่านวันเกิดปุ๊บ 4 วัน คุณแม่ stroke เลย คือมันจริงหมดเลย


Thairath Talk : อะไรยากที่สุดในระยะเวลาการเตรียมตัว 5 ปี

สิ่งที่ยากที่สุดคือการควบคุมอารมณ์ตัวเอง ควบคุมความรู้สึกตัวเองไม่ให้เราร้องไห้ต่อหน้าเขา กลัวเขาจะรู้สึกว่าแบบเขาเป็นภาระให้เราแล้วอ๊อฟไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าแม่เลยนะ จนช่วงที่แม่เข้าโรงพยาบาลก่อนที่คุณแม่จะเสีย อ๊อฟก็บอก คือมันไม่ไหวจริงๆ คือทุกอย่างมันประดังเข้ามาหมดเลย อ๊อฟก็บอกว่าแม่ อ๊อฟขอร้องไห้ต่อหน้าแม่ได้ไหม จากนั้นอ๊อฟก็ร้องไห้ แล้วแม่ก็พยักหน้า คือตอนนั้นแม่ฝึกพูดใหม่ๆ แม่ก็พูดว่า “ก็คน” โอ้โหแล้วคือตอนนั้น ร้องเลย ร้องแบบร้องหนักมาก เพราะว่าคือเขาแบบ ก็คน ทำไมจะร้องไม่ได้ ก็เราเป็นคน ร้องเถอะ หลังจากร้องก็คือเกือบทุกวัน เราร้องต่อหน้าเขา



Thairath Talk : ร้องไห้เท่ากับปลดล็อก

ใช่ครับ ก็กลายเป็นการปลดล็อกของเราไป แล้วก็ช่วงเวลาที่อยู่ที่โรงพยาบาลกับแม่คือ อ๊อฟเฝ้าแม่เกือบทุกวันเลย นอนกับเขา กินนอนกับเขาเกือบทุกวันเลยที่โรงพยาบาลนะครับ ใช้เวลาทั้งหมดและก็คุยกับเขาตลอดและเหมือนแบบประโยคสุดท้ายที่แม่พูดกับเราได้ คือเราคุยอะไรกับเขาเนี่ยแหละ และแม่ก็พูดว่า “คนดี” เหมือนแบบจับมือแล้วก็บอกว่าคนดี เขาบอกว่าให้เป็นแบบคนดีนะ 

-ดูแลจนวินาทีสุดท้าย-

ก็จะพยายามให้เต็มที่นะครับ อย่างที่อ๊อฟบอกว่า เรารู้ว่าทุกวันที่เราทำเราทำเพื่อใครไง พอรู้แล้วว่าเราจะทำเพื่อใครแล้วเนี่ย ชีวิตเราก็มันเหมือนเราไม่มีตรงนี้ก็ได้เข้าใจ คือ พูดกับตัวเองมาตลอดและก็พี่ๆ อ๊อฟ เขารู้ว่าถ้าเกิดว่าวันหนึ่งที่แม่ไม่อยู่แล้ว อ๊อฟก็พร้อมที่จะทิ้งทุกอย่างซึ่งมันก็จริง เพราะว่าอ๊อฟไม่รู้ว่าจะทำไปเพื่ออะไร ทำไปเพื่อใคร พอแม่เสียพี่สาวส่งไลน์เข้ามาในกรุ๊ปว่า อย่าเพิ่งไปไหนนะเพราะว่ากูรู้ว่า ถ้าแม่ไม่อยู่แล้วมึงพร้อมทิ้งทุกอย่างโดยที่ไม่ต้องแบบ...ไม่คิดด้วย

แล้วพี่สาวก็ส่งรูปหลานๆ มา บอกว่าเนี่ยทำไมจะไม่มีใคร เรายังมีครอบครัววงกลมของเราที่แม่เขาสร้างมาให้ เราจะต้องดูแลอีกเยอะแยะอีกตั้งหลายชีวิต ถ้ามึงไปแล้วใครจะอยู่ดูตรงนี้ให้ 

Thairath Talk : แม่ไม่ได้จากไปไหน


ทุกวันนี้อ๊อฟยังส่งไลน์ อ๊อฟยังคุยกับเขาก่อนออกมาจากบ้าน ว่าอ๊อฟไปทำงานแล้วนะคะ กลับมาบ้าน อ๊อฟก็บอกว่ากลับมาบ้านแล้วนะแม่เป็นประจำทุกวัน มันเป็นเหมือนชีวิตปกติของเราไปแล้ว อ๊อฟก็เปลี่ยนจากมุมที่แบบท้อใจกับการจากไปของเขาเป็นกำลังใจในการคิดถึงดีกว่า

-มรดกคำสอนที่ได้จากแม่-

คือตัวเรา มรดกตกทอดที่ดีที่สุดคือตัวเราและจิตใจของเราคืออ๊อฟ ได้ความเข้มแข็งจากแม่ คือบางทีเราก็รู้สึกเศร้านะพี่แต่มองขึ้นไปกว้างๆ มันก็มีคนที่เขาเจอเรื่องราวที่เศร้าไม่ได้ต่างจากเรา เราไม่ได้เป็นคนเดียวที่เจอเรื่องราวเหล่านี้ อ๊อฟ มองว่าการสูญเสียครั้งนี้มันทำให้เราโตขึ้นและก็ทำให้เรารักตัวเองมากขึ้น หมายถึงว่ารักที่จะมีความสุขกับตัวเองมากขึ้น แล้วก็เราเองก็ไม่มีห่วงด้วย หมายถึงว่าเราจะไปเที่ยวไหนก็ไม่ต้องห่วง รู้สึกว่าเราไปไหนแม่ก็อยู่กับตัวเราทุกที่  

-

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อ๊อฟ ปองศักดิ์อ๊อฟ ปองศักดิ์ รัตนพงษ์อ๊อฟ ปองศักดิ์ แม่เสียThairath Talk

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้