ข่าว
100 year

34 ปี ชีวิต รักอับปาง อ๊อฟ ปองศักดิ์ ประโยคสุดท้ายวันที่แม่ไม่อยู่ ที่แรก

ไทยรัฐออนไลน์4 ก.พ. 2563 06:30 น.
SHARE

34 ปี ชีวิตนักร้องเสียงสวรรค์ 'อ๊อฟ' ปองศักดิ์ รัตนพงษ์ ที่มีมุมแวบแอบหลงระเริง ชื่อเสียง มั่นใจ กูดัง-กูร้องเพลงเพราะ-กูเต้นสุด อยู่ค่ายใหญ่ ความจริงที่ชีวิตไม่มีความสุข หรือสุขแต่ไม่สุด เรื่องเล่า 15 ปีในวงการ แม่ให้ข้อคิดคือกำไรชีวิต นิยามรักมองบวก ถ้าไม่มีอดีตที่น่าจดจำ จะไม่มีอ๊อฟ ปองศักดิ์ ในปัจจุบัน 

Thairath Talk คุยอันคัต กับอ๊อฟ ปองศักดิ์ ทุกมุมมอง ลึกสุดที่แฟนๆ ไม่เคยได้รู้ที่ Thairath Talk  ที่แรก

-15 ปีในวงการคือกำไร- 

Thairath Talk : 15 ปีในวงการถือว่าเป็น 15 ปีที่ดีร้าย

สำหรับอ๊อฟ อ๊อฟคิดว่ามันคือกำไร เพราะว่าคุณแม่สอนอ๊อฟมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าแบบเราต้องมีความสุขกับทุกเวลาที่เราได้ทำอะไรสักอย่างหนึ่งกราฟชีวิตการทำงานมันขึ้นๆ ลงๆ ช่วงไหนที่มันลงเราก็จะรู้สึกท้อว่าทำไมเพราะว่าตัวเราเอง เอาเราไปเปรียบเทียบกับคนอื่นพอเอาไปเปรียบกับคนที่มีงานเยอะๆ เราก็จะรู้สึกว่าตัวต่ำต้อยเรี่ยดินเราก็จะรู้สึกว่าแบบ ทั้งๆ ที่เราศักยภาพเราก็สูงมากคือด้วยความมั่นใจด้วย ทำไมเราถึงแบบศักยภาพเราสูงขนาดนี้แต่ทำไมเราถึงไม่มีงานเท่าคนนี้คนนั้น แต่ว่าแม่พูดเตือนสติจนถึงทุกวันนี้อ๊อฟก็ยังคิดแบบนี้อยู่แม่บอกว่า ตอนเราเข้ามาเรามีอะไร สิ่งที่เราเข้ามาคือเราเข้ามาด้วยความรักใช่ไหมสิ่งที่เรามีติดตัวมาคือเสียงร้องเรา พรสวรรค์เรา เพราะฉะนั้นทุกวันนี้จะมีงานหรือไม่มีงานมันคือกำไร 15 ปีที่ผ่านมา มันคือการใช้ชีวิตที่โคตรคุ้มเลยนะลูก มันคือกำไรที่เราได้เอามาใช้ต่อเราเพราะเราไม่ได้มีทุนอะไรมาลง” ใช่แม่บอกเราไม่มีทุนอะไรเราจะมาเสียอะไรอะ 

Thairath Talk : 15 ปี = ทำงานเต็มที่

เป็นคนเต็มที่ตลอด แล้วอ๊อฟก็จะใช้วิธีการจัดการกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เราเจอที่มันแตกต่างกัน แล้วอ๊อฟรู้สึกว่าเราเป็นคนแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เก่งมาก คนดูที่แต่ละที่ที่เราไปเขาจะมีความหลากหลายแตกต่างกันเวลาเราจะต้องรับผิดชอบหน้าที่อะไรสักอย่างหนึ่งบนเวทีความยากความง่ายมันก็จะแตกต่างกัน ทำกับงานที่เราทำถ้าเรามีความสุขกับงานที่เราทำกับสิ่งที่เราทำอยู่ความสุขเหล่านั้นแผ่ไปถึงคนดูที่เขาไม่สนใจเราเลย

Thairath Talk : เข้าใจวัฏจักรที่เปลี่ยนไป

อ๊อฟก็ไม่รู้เหมือนกันนะแต่ว่าอ๊อฟไม่ได้มีเพลงใหม่บ่อยแต่ทำไมอ๊อฟยังอยู่ในวงจรการขายโชว์ที่ติดอันดับอยู่อะไรอย่างนี้ ประมาณ 1 ใน 10 ครับที่เรายังมีงานโชว์อยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ว่ามันก็เป็นไปตามยุคตามสมัยนะ อย่างยุคนี้มันไม่ได้เป็นยุคของนักร้องที่แบบสายเอนเตอร์เทนมันเป็นยุคของแร็ปเปอร์ เพราะฉะนั้นคือเราก็ต้องเข้าใจยุคของวัฏจักรที่มันเปลี่ยนไป


ไม่ได้เปรียบเทียบอะ อ๊อฟก็เลยรู้สึกว่าแบบเราก็สนุกดีคือโอเคงานน้อยลง แต่ว่าสิ่งที่เราได้ขึ้นคือความสุขในการทำงาน อ๊อฟเคยผ่านที่ช่วงหนึ่งวิ่ง 2-3 งาน แบบเดือนหนึ่งมี 31 วัน อ๊อฟมี 35-36 งาน

-ข้อเสีย-ขี้อิจฉา-ความหลง-

Thairath Talk : ข้อเสียของอ๊อฟที่เรามองตัวเองที่บอกว่าชอบแข่งขันกับตัวเองจริงๆ ที่ผ่านมาข้อเสียของอ๊อฟคืออะไร

ขี้อิจฉา อ้าวมันเป็นธรรมดาใช่ไหมฮะ แต่ว่าอ๊อฟรู้สึกว่าความขี้อิจฉาของอ๊อฟคือข้อเสีย มันทำให้มันปิดกั้นการมองเห็นตัวเองเพราะเรามัวแต่เอาตัวเองไปมองคนอื่นจนเราลืมมองตัวเองว่าข้อด้อยของเรามันคืออะไรแล้วอะไรที่ทำให้เราไม่มีเหมือนเขา 

Thairath Talk : ขี้อิจฉาขนาดไหนลองเปรียบเทียบหน่อย

เช่นแบบเรารู้สึกว่าคนเนี้ยก็แค่เอนเตอร์เทนอย่างเดียว แต่เสียงร้องไม่มีอะไรเลย แต่กับเราพอเราเห็นอย่างงั้นคนเหล่านั้นดันกลับมีงานเยอะ พอมันมีงานเยอะปุ๊บเราก็รู้สึกว่าแบบ กูเสียงดี กูเก่ง กูเอนเตอร์เทน กูเต้น กูใส่สุด แต่ทำไมกูไม่มีเท่ามึง

Thairath Talk : เราก็เป็นนักเปรียบเทียบเหมือนกันเช่นสมมติเรางานน้อยอีกคนทำไมงานเยอะ

เราชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้วช่วงนั้นที่อ๊อฟเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นอ๊อฟจะโคตรไม่มีความสุขเลยเวลาทำงานเพราะเรารู้สึกว่าเราจะต้องแข่งขัน

ถ้าเมื่อเราที่เรารู้สึกว่าเราทำงานด้วยความแข่งขันกับคนอื่นมันจะทำให้เรารู้สึกว่าแบบมันจะมี attitude อะไรบางอย่างที่เราแสดงออกมาแล้วมันจะมีรังสีสีดำๆ มืดๆ

สุดท้ายแล้วเวลามันก็ผ่านไปเราไม่สามารถย้อนไปแก้ไขอดีตได้ ปัจจุบันนี้มันคือผลของอดีตเพราะฉะนั้นเหมือนกันถ้าเราอยากให้อนาคตเราเป็นยังไงทำปัจจุบันให้มันดีสิ

Thairath Talk : เวลาเราหลงแล้วมันไม่พัฒนา

ใช่เวลาเราหลงเราจะไม่พัฒนา เพราะว่าเราจะคิดว่าแบบเก่งแล้ว กูเก่งแล้ว ทำไมแต่สุดท้ายแล้วเราก็อยู่กับที่อะ เราก็ย่ำอยู่กับที่ เพราะเราไม่เห็นตัวเองไงครับ พอเราได้มีโอกาสมาเห็นตัวเองปุ๊บเราเริ่มมีความสุขกับสิ่งที่เราทำโดยที่เราไม่ต้องไปมองเปรียบเทียบกับคนอื่นเราเปรียบเทียบแค่กับตัวเองเท่านั้นเวลาทำงานมันโคตรจะมีความสุขเลยครับ

Thairath Talk : รู้สึกตัวได้ใช่ไหมแล้วพอเรารู้เราก็เปลี่ยนเลยใช่ไหม

เรารู้สึกตัวได้ คืออ๊อฟจะเป็นคนคอยเช็กอัปตัวเองตลอดทุกๆ ปีในช่วงแต่ละปีที่ผ่านไป เราจะชอบเช็กอัปตัวเองอยู่ตลอดเวลา พอรู้ก็ค่อยๆครับ คืออ๊อฟยังโชคดีที่มันอยู่ในขั้นตอนจากนิสัยมันจะกล้าเป็นสันดาน มันยังไม่เป็นสันดานคือมันก็เลยแก้ง่ายมันก็ยังแก้ได้แต่ว่ามันคงต้องใช้เวลานิดหน่อย

Thairath Talk : มันมีจุดเทิร์นนิ่งพอยต์ที่ทำให้เรามีวิถีคิดแบบนี้ไหม

มีครับ เช่นแบบมันจะมีจุดหนึ่งที่เรามั่นใจในสิ่งที่เราเป็นในสิ่งที่เราทำแล้วเราสูญเสียอะไรหลายๆ อย่างที่เราเคยได้เคยมีเช่นแบบกลุ่มคนที่เขารักเราอะไรอย่างนี้บางที่เรามั่นใจมาก attitude ของเราเวลาเราโชว์เวลาเราคุยกับเขาก็จะมีความเย่อหยิ่งมีความจองหองอะไรอย่างนี้นิดหน่อย

-อ๊อฟ ปองศักดิ์ ไบโพลาร์-

เอาง่ายๆ คืออ๊อฟค่อนข้างเป็นคน sensitive กับทุกอารมณ์ เศร้า โอเคสมมติเราคุยๆ กันอยู่พี่พูดขึ้นมาเรื่องแม่อ๊อฟก็จะมีภาพอยู่ในหัวตลอดเวลามันก็เลยจะทำให้มันสะกิดกับความรู้สึกเราง่าย หรือบางทีพี่คุยเรื่องตลกขึ้นมาอ๊อฟก็ยังสามารถร่วมคุยกับวงสนทนาเรื่องตลกกับพี่ได้โดยที่เราก็แบบไม่รู้สึกว่าเราแปลกแยกมันเป็นอารมณ์แบบเราสามารถอินกับทุกความรู้สึกได้ง่าย

สมมติว่าปกติอ๊อฟเล่นคอนเสิร์ตโชว์อ๊อฟมันจะเป็นแบบขึ้นๆ ลงๆ มากคือบางทีอ๊อฟร้องเพลงช้าอยู่อ๊อฟร้องเพลงช้าเสร็จปุ๊บอ๊อฟมาหัวเราะแล้วก็นำเพลงเข้าเต้นยาวคนดูก็จะรู้ ตั้งรับไม่ค่อยทันเหมือนกันในบางครั้งแต่มันกลายเป็นว่าทุกๆ ครั้งเวลาเราเล่นเวลาเราสับเปลี่ยนอารมณ์มันสามารถสวิตช์ได้เหมือนคนที่มีสวิตช์ที่คอยกดเปิดปิด

-ความสุขของการเป็นนักร้อง-

อ๊อฟโชคดีตรงที่อ๊อฟรู้ว่าจุดดีของตัวเองคืออะไรเสียง เสียงของอ๊อฟเป็นเสียงที่เหมือนคนร้องไห้เหมือนคนสะอึกสะอื้น เราก็เลยรู้สึกว่าโอเคละบวกกับอารมณ์ที่เราเป็นตุ๊ดด้วย เรามันก็เลยจะมีความแบบว่าอินทุกอย่างง่ายๆ แล้วพอมันบวกอารมณ์กัน เราก็ใช้จินตนาการเราซึ่งมันมีมากอยู่แล้วพิจารณากับเนื้อเพลงว่าเขาตั้งการสื่อสารอะไรเพราะว่าจริงๆ แล้วร้อยเพลงมันไม่ใช่เรื่องของเราหรอก จะเป็นเรื่องของเราประมาณ 8 เพลง นอกนั้นก็เป็นเรื่องของคนอื่น



-จุดอ่อนของฉันอยู่ที่หัวใจ-


Thairath Talk : ความรัก 6 คนที่ผ่านมาเจอมาหลากหลายมาก รุ่นพี่ตบตี คนที่สองนี่คือเป็นสจ๊วตมีแฟนอยู่แล้วมาหลอก สามแฟนคลับกลายเป็นแฟนและก็ต้องเลิกราอีก คนที่สี่อยู่เมืองนอกคบมาหกปีแพ้ระยะทางเลิกกันอีก คนที่ห้าหนักหน่อยโดนโกง แล้วก็คนที่หกคนปัจจุบัน อ๊อฟ คุณเคยส่องกระจกและคุยกับตนเองบ้างไหมว่าฉันทำไมโชคร้ายอย่างนี้

คือเอาจริงๆ แล้วเนี่ย มันก็คงจะเป็นในเรื่องของถ้าคิดให้เป็นแบบไม่ต้องมานั่ง ไอ้นี้กับตนเองนะ ชาติที่แล้วเราคงไปทำเขาไว้แหละ เออ..คิดอย่างงี้อะไรอย่างงี้สบายใจที่สุด คือ อ๊อฟมองในมุมมันเป็นเรื่องของโชคดีมากกว่า โชคดีตรงที่เราโชคดีกว่าหลายๆ คน ที่เขาไม่เคยเจอประสบการณ์แบบเราอ๊อฟก็เลยมองว่าเราได้ประสบการณ์เราได้เรียนรู้อะไรต่างๆ จากคนเหล่านั้น



Thairath Talk : ครั้งไหนที่เรารู้สึกว่ามันเป็นบาดแผลที่สุด สำหรับเรา 5 คน

5 คนที่เป็นบาดแผลที่สุดก็คือคนที่มันหลอกเอาเงินเราไป แล้วมันรู้สึกว่าแบบมันช็อกไง ช็อกแล้วไม่ว่าอะไรคือมันรู้สึกเสียหน้ารู้สึกเหมือนตัวเองโง่ เพราะว่าคนเกือบทั่งประเทศเขารู้เรื่องนี้ และเขาจะมองเรายังไง มองเราว่าเป็นอีโง่หรือเปล่า เสียเงินไม่ว่าเสียหน้าไม่ได้

Thairath Talk : อยากบอกอะไรกับเขา บอกได้ขอหน่อยที่แรก

'อย่าให้กูเจอข้างนอกกูกระทืบให้ จริงๆ'

ตอนแรกมันเหมือนถูกทำลายความเชื่อเรา ถูกทำลายความเชื่อไป แต่ว่าอันที่สองคือมันรู้สึกเสียหน้า อันที่สามคือแบบมันรู้สึกว่าเอยเสียดาย เสียดายเงินเสียดายแบบทุกอย่างที่เรารู้สึกแบบจะให้เขาอ่าหมายถึงว่าความรู้สึกนะอะไรอย่างเนี้ย แต่ว่ามันเป็นโชคดีตรงที่มันพอมันรู้ปุ๊บมันเป็นรู้วันเดียว ในทุกๆ เรื่องเลย 


Thairath Talk : ความรักระหว่างเพศเดียวกันกับความรักแบบหนุ่มสาวเหมือนหรือแตกต่างไหม

ไม่แตกต่างเลยครับ ความรักก็คือความรัก จริงคือในมุมของอ๊อฟ โอเคเอาง่ายๆ เลยคือบางทีแบบมีทอมหล่อๆ อ๊อฟยังชอบเลยหมายความว่าถ้าเกิดว่าทอมที่เขาหล่อ อ๊อฟก็ชอบไม่ได้มีอารมณ์ทางเพศนะ แต่แค่รู้สึกว่า เฮ้ย ทำไมทอมคนนี้หล่อจังเลย ความรักอะ มันเป็นเรื่องของใจมากกว่าถ้าเกิดว่าเราถูกใจเข้าใจ และก็พอใจแค่นั้นเพราะมันคือเรื่องของใจ



Thairath Talk : นิยามรัก

ความเข้าใจ มันคือความเข้าใจเพราะว่าเมื่อเราโตขึ้นมาช่วงเด็กๆ มันอาจจะมีอารมณ์พลุ่งพล่านเยอะอารมณ์แบบอยากจะตื่นเต้นอยากจะมี Out door อยากจะมีอะไรอย่างนั่น ความรักไม่ใช่เรื่องบนเตียงบนเตียงเสมอไป เรื่องนอกเตียงก็มีหมายถึงว่ามันยังมีความตื่นเต้น ความอยากจะแบบว่าเล่นกับความรู้สึกของคน เล่นกับความรู้สึกตัวเอง เล่นกับความมีเสน่ห์ของตัวเองเฟิร์สนู่นเฟิร์สนี่ไปทั่ว แต่พอถึงจุดหนึ่งที่เราแก่ตัวขึ้นเราจะต้องการความมั่นคงและสบายใจ และก็ต้องการความเข้าใจเพราะฉะนั่นคืออย่างไรก็ได้ ถ้าเกิดคนที่เข้ามาในชีวิตเราเข้าใจเรา เข้าใจสิ่งที่เราเป็นเข้าใจงานของเราเข้าใจเวลาของเรามันก็จะอยู่กันรอดแล้ว อ๊อฟเป็นหนึ่งที่ค่อนข้างจะหัวโบราณ โดยการที่แบบอ๊อฟเป็นคนที่ไม่ชอบออกไปตระเวนแรดกับคนอื่นอะ

Thairath Talk : แรดแต่ไม่ร่าน

อ๊อฟอาจจะแรดแต่อ๊อฟไม่ร่าน ร่านคือเป็นคนแบบร่าน กูอยากได้ตลอดเวลาเหมือนแบบคันอยู่ตลอดเวลา แต่ว่าอ๊อฟไม่ใช่คนอย่างนั้น อ๊อฟอาจจะแรดแบบแกไปเหอะไปสนุกแต่ถ้ามีคนเข้าแบบ เตาะแตะนัวเนียอ๊อฟก็จะอยู่นิ่งไว้ตัวเห็นดูแรดอย่างนี้แต่แบบไว้ตัวนะจ๊ะ

 

Thairath Talk : พ.ร.บ.คู่ชีวิต ชายรักชายสามารถแต่งงานกันได้คุณมีความคิดเห็นยังไงบ้าง


อ๊อฟอาจจะคิดต่างจากคนอื่นๆ อ๊อฟแค่รู้สึกว่าแบบถ้าในมุมอ๊อฟนะเราไม่ได้อยู่ในประเทศที่มันเสรีขนาดนั่น เราไม่ได้อยู่ในประเทศที่มันแบบอิสระทางความคิดขนาดนั่นอ่า คือแค่ปัจจุบันนี้เขายอมรับที่เราเป็นแบบนี้ได้เขาโอเคกับการที่เรามีคู่แบบนี้ได้ ก็มากพอแล้วเกินพอแล้ว

 -ช่วงชีวิต ปองศักดิ์ หลงระเริง-

ก็เป็นแบบช่วงแรกๆ เลย ออกมาจากบ้าน AF ใหม่ๆ คือมันเป็นช่วงที่เราแบบรู้สึกว่าเฮ้ยชีวิตเราจากคนธรรมดา คือเรามีความฝันตั้งแต่เด็กๆ ว่าอ๊อฟเนี่ยอยากเป็นนักร้องแต่ว่าแค่รู้สึกว่าฝันที่เป็นนักร้องเนี่ย มันไกลเกินตัวเพราะเราเป็นเด็กธรรมดาเลยแค่ชอบร้องเพลง จนเราได้มีโอกาสเข้ามาอยู่ในบ้าน AF และเราออกมาแล้วมันดังข้ามคืนเหมือนแบบหน้ามือเป็นหลังมือ มันพลิกแบบเร็วมากในชีวิตเราก็ตั้งตัวไม่ทันจากคนปกติที่ไปเดินสยามสแควร์แล้วคนแบบไม่ได้สนใจอะไรเรา เราเป็นคนธรรมดาแต่ว่าวันหนึ่งเราเดินลงจากรถตู้ลงไปที่สยามสแควร์ปุ๊บคนวิ่งกรี๊ด เราเดินไม่ได้ เราผ่านจุดนั่นมาแล้วและเรารู้สึกว่า “กูดัง”

คนให้ความสนใจ เพราะฉะนั้นลอยจ๊ะ ลอยแล้วก็แบบคนที่เข้ามาแต่ละคน ที่เข้ามาเขา Treat เราหมดเลยอะดูแลเทคแคร์ให้ทุกอย่างดูแลเราเหมือนแบบยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม ไข่ในหินอะไรอย่างเนี่ย และยิ่งได้มีโอกาสมาทำงานกับแกรมมี่ด้วย โอ๊ย ยิ่งผยองเข้าไปใหญ่ ยืดคอเลยจากที่เราสนุกสนาน เฮฮา ตลกอะไรอย่างเนี่ยแล้วก็เปลี่ยนไปอีกคนหนึ่งเลยเรากลายเป็นคนที่ไม่สนใจอะไร ไม่สนใจใครวิธีการพูดที่เราพูดกับแต่ละคนก็แบบก็เอาง่ายๆ ก็คือเป็นคนพูดแบบไม่สนใจว่าเข้าจะรู้สึกยังไง เป็นคนอย่างงั้นแล้วนิสัยเสียของตัวเองส่วนตัวแล้วก็คือเป็นคนที่พูดอะไรก็ได้ให้เจ็บใจมากที่สุด

เอออะไรอย่างงั้นแหละเป็นโรคนั่นเลยครับ จนทุกอย่างมันก็เข้ามางานมันก็เข้ามาโอ๊ยตายแล้วตอนนั้นก็เริ่มดังนะพี่ เพลงจากคนรักเก่าปล่อยมา Would U Please โห..ทุกคนให้ความสนใจและอยู่ในบริษัทใหญ่จนแม้แต่เพื่อนเราเองและดันเป็นเพลงที่ประสบความสําเร็จ ที่สุดในโปรเจกต์อัลบั้ม V-Friend เราก็ทำตัวแบบว่าทำตัวเหนือ ทำตัวเหนือกว่าเพื่อนๆ ด้วยจนเพื่อนๆ ก็ แทบจะไม่อยากจะคุยกับเราแล้วแล้วก็แฟนเพลง แฟนคลับต่างๆ ก็เริ่มลดลง ลดลงหายไปหายไปเรื่อยๆ

จนเรามานั่งพิจารณากับตนเองว่าแบบสิ่งที่เราเป็น สิ่งที่เราทำเนี่ยมันดีเหรอวะ เพื่อนๆ เริ่มหาย ไม่ค่อยอยากจะสนทนากับเรา มันเป็นเพราะเหตุใดจนเรามาเจอสาเหตุของมันก็คือ การหลงระเริงกับสิ่งที่เราได้แต่โชคดีตรงที่ อ๊อฟ รู้ตัวเร็วพอรู้ตัวเร็วปุ๊บเราก็ปรับเปลี่ยน และอ๊อฟก็คือคุยกับกลุ่มแฟนคลับเลยนะว่าแบบ เฮ้ย เรา อ๊อฟขอโทษนะอะไรที่อ๊อฟเคยแบบทำไปอะไรอย่างงี้จริงๆ แล้วตอนนั่นมันไม่ใช่อ๊อฟหรอกแต่ว่าด้วยความที่อะไรหลายๆ อย่าง เราก็คุยกับเขาตรงๆ เพราะว่าอ๊อฟเองกับแฟนคลับเราไม่ได้วางตัวเหมือนแบบศิลปิน 

-โซเชียลแรงมา ด่ากลับทันที-

Thairath Talk : วิธีจัดการของอ๊อฟกับคอมเมนต์ในโซเชียลมีเดีย

จริงๆ แล้ว อ๊อฟมองว่าถ้าคุณละลาบละล้วงในสิทธิ์ของเรา มันก็เป็นเรื่องปกติที่เราจะสามารถใช้สิทธิ์ของเราในการโต้ตอบได้บ้างใช่ไหม มันคือพื้นที่ของเรา ล่าสุดที่มีคนไปคอมเมนต์ ในคลิปหนึ่งที่อ๊อฟสัมภาษณ์เรื่องแม่ ที่อ๊อฟบอกว่าทุกวันนี้อ๊อฟคิดถึงมากเลย เข้าไปคอมเมนต์ว่าแบบคิดถึงก็ตายตามไปดิ อ๊อฟก็เลยโมโหมากด้วยความสาระแนของตัวเองด้วยแหละ ที่เป็นคนชอบเสพคอมเมนต์ไง

อ๊อฟก็เข้าไปเห็น อ๊อฟก็แคปรูปแล้วก็มาโพสต์ลงแล้วก็ตอบโต้ด่าทอว่าแบบว่า เออ.."มึงเป็นบ้าอะไร มึงเป็นคนประเภทไหนเนี่ย แม่กูตายมึงจะให้กูตายตามบ้าหรือเปล่าอะไร" คือด้วยความที่เราก็เป็นอย่างนั่น เราก็แบบเป็นคนแบบคือก่อนหน้าเนี่ย อ๊อฟเป็นคนประเภทแบบแรงเลยนะบางทีแบบมีคนมาคอมเมนต์ว่า อีตุ๊ด สายเหลือง เหลืองพ่อมึงดิ บางทีเราก็ตอบแบบนี้ไง คือเราก็เป็นคนที่ตรงๆ แล้วรู้สึกว่าแบบ มึงไม่มีมารยาทกับกูก่อน แล้วทำไมกูต้องมีมารยาทกับมึงวะ แต่ต่อมาอ๊อฟก็จะมีวิธีกลั่นกรองตัวเองว่าแบบเราควรจะแสดงความคิดเห็นได้ประมาณไหนที่มันไม่มาย้อนแทงตัวเราเอง แต่ว่าเราก็จะแฝงไปด้วยความจริงที่เราจะต้องการ ต้องการที่จะต้องตอบอยู่นะ ไม่ใช่ว่าสูญเสียความเป็นตัวเองแต่เพียงเปลี่ยนประโยคพูดให้มันดู soft ลงแต่ใจความเท่าเดิม 

Thairath Talk : ล่าสุดคุณร้องไห้เกี่ยวกับแม่ถ้าเขาคอมเมนต์ว่ามันเป็นการแสดง คุณอยากจะบอกอะไร?

มึงรอแม่มึงตายดิ ใช่มึงจะได้รู้ไง อ้าว งี้ก็เรื่องจริงก็รอแม่มึงตายดูมึงจะได้รู้ว่าแบบมึงเป็นยังไงถูกไหมล่ะ คืออารมณ์พวกนี้มันไม่สามารถเฟกได้หรอกมานั่นเฟกตลอดกูไม่ใช่นักแสดงระดับออสการ์ไหม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อ๊อฟปองศักดิ์อ๊อฟปองศักดิ์เพลงอ๊อฟปองศักดิ์แฟนไฮโซภูมิเตชะหรูวิจิตรอ๊อฟภูมิเลิกThairath Talk

Most Viewed