ข่าว
100 year

เรามีความสวยแบบตัวเอง แก้ม วิชญาณี ‘บูลลี่’ ทำอะไรฉันไม่ได้

ไทยรัฐออนไลน์12 ก.พ. 2563 06:41 น.
SHARE

“ทุกคนเป็นลิมิเต็ดของตัวเอง”

การถูกบูลลี่หรือดูถูกรูปลักษณ์คงไม่มีใครชอบ สำหรับนักร้องสาวเสียงทรงพลัง 'แก้ม' วิชญาณี เปียกลิ่น ที่ถูกดูถูกรูปลักษณ์ภายนอกตั้งแต่เด็กจนโต หรือแม้กระทั่งก่อนที่จะเป็นเดอะสตาร์หญิงคนแรกของเมืองไทย ยังถูกปรามาสว่าจะเป็นได้เหรอ เพราะเดอะสตาร์ทั้ง 3 รุ่นเป็นผู้ชาย และผู้หญิงไม่สามารถเป็นได้

สุดท้ายเธอก็ทำให้คนทั้งประเทศเห็น ว่าคำดูถูกไม่สามารถทำอะไรเธอได้ยิ่งทำให้เธอฮึดสู้มากกว่าเดิม และยิ่งนับวันความสวยเก่งยิ่งทวีคูณขึ้นกว่าเดิมมากยิ่งนัก 

Thairath Talk คุยกับเธอถึงเรื่องราวความแกร่ง คำสบประมาทรุนแรงเหยียดรูปลักษณ์ที่ไม่มีกระทบผลต่อจิตใจของเธอ และเธอไม่มีปมใดๆ นอกจากชีวิต วิธีคิดบวก มุมมองการมองโลกที่พลิกความไม่ดี ให้เป็นเรื่องดี ตอบตรงทุกคำถาม กับ แก้ม TheStar 4  

แม่คือแรงบันดาลใจ


Thairath Talk : ตอนเด็กๆ แก้มได้รับการเลี้ยงดูอย่างไร

พ่อกับแม่แก้มแยกทางกันตั้งแต่เด็กๆ คุณแม่เลี้ยง เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว สำหรับแก้มคุณแม่เป็นทุกอย่าง จนถึงทุกวันนี้ก็ยังเป็นทุกอย่างเป็นนัมเบอร์วันของแก้ม เราไม่มีเงินเลย มีรถมอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะ ไปส่งที่โรงเรียน เขาทำทุกอย่าง เริ่มจากบ้านเช่า อยู่หอโรงพยาบาล จนมีบ้านเรารู้สึกว่าผู้หญิงคนหนึ่งเขาเป็นทั้งไอดอล เป็นทั้งแรงบันดาลใจให้เรา เราจะเต็มที่กับแม่ของเราให้ดีที่สุด มันเลยเหมือนมี Passion มีกำลังใจที่จะทำตรงนี้ต่อไป แม่สอนเสมอว่าแม่ไม่ได้ต้องการให้ลูกต้องเก่งที่สุด ต้องเป็นคนมีฐานะที่สุด แม่อยากให้ลูกเป็นคนดีของสังคม แม่อยากให้ลูกมีความสุขกับชีวิต อยากให้ลูกทำทุกอย่างออกมาอย่างมีความสุขที่สุด ให้คนที่เขาได้รับมีความสุขไปกับเราด้วย มันมีบางครั้งเลยที่เอาง่ายๆ ตอนนี้มีอยู่บ้างที่หนูกดดันตัวเองเครียดอะไรอย่างงี้ค่ะ แม่เป็นอีกคนที่คอยเตือนสติ


Thairath Talk : เรามารู้ถึงคุณค่าที่คุณแม่มอบให้เมื่อไหร่คะ

ตั้งแต่เด็ก เพราะว่าเราเป็นเด็กขี้เกียจ ชอบกิน กินเก่งมาก แม่ทำกับข้าวอร่อยมาก แต่สิ่งสำคัญเลยเราจะตั้งใจเรียนทำในสิ่งที่เรารักคือเราเป็นเด็กกิจกรรมไปด้วยไม่อยากให้แม่เสียใจ จะเป็นคนดี อยู่ในกรอบ คือแม่สอนอะไรมาจะอยู่ในกรอบตลอด กรอบในที่นี้คือทำในสิ่งที่เรารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ดีทำแล้วมันเป็นสิ่งที่ดีกับเราแล้วแม่สบายใจด้วย


Thairath Talk : แม่คือทุกอย่างสำหรับแก้มจริงๆ

ขนาดเรานั่งรถเป็นมอเตอร์ไซค์ไปโรงเรียนซ้อนสามกันตอนเด็กๆ นะคะ หรือแม้แต่ตากฝนกันไป เราก็ไม่ได้รู้สึกว่าลำบาก แต่มันรู้สึกมันอบอุ่นจังเพราะว่ามีแม่อยู่ กลับรู้สึกปลอดภัย ถึงแม้กระทั่งเราประกวดร้องเพลงบางครั้งเราตื่นเต้นมากก่อนขึ้นเวที แต่พอแม่พูดมาคำเดียว "ลูกทำให้ดีที่สุด ไม่ต้องคิดว่าจะต้องได้หรือไม่ได้ ลูกทำให้ดีที่สุด ร้องในแบบของลูกออกมานั่นแหละ" และทุกครั้งแก้มก็เลยผ่านมันไปได้ ได้รับพลังกลับมาทุกครั้งเวลาประกวดร้องเพลง เขาไม่อยากให้เราไปโฟกัสอย่างอื่น โฟกัสที่ตัวเราไม่ต้องไปคิดว่าแข่งกับใคร

ขนาดตอนประกวดเดอะสตาร์ หนูไม่ได้คิดนะว่าหนูจะได้ เราเป็นเด็กบ้านๆ อ้วนๆ ดำๆ คนหนึ่ง ไม่ได้สวยในพิมพ์นิยม แต่ว่าเราสู้กับตัวเราเองว่าเราจะผ่านมันไปได้ เพราะเราใช้ความสามารถที่เรามีทำเต็มที่ที่สุด ในเมื่อเราได้โอกาสแล้วทำยังไงให้มันเต็มที่ที่สุด

Thairath Talk : ท่ามกลางความไม่พร้อมของครอบครัว แต่คุณแม่ของแก้มก็ทำให้แก้มมั่นใจ ส่งกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยม แก้มอยากบอกอะไรกับเด็กๆ ที่กำลังรู้สึกขาดสิ่งเหล่านี้บ้าง

จริงๆ แล้วเราไม่ได้มีความสุขตลอดเวลาหรอกค่ะ ความสุขมันไปเร็ว ความทุกข์มันก็ไปเร็ว แต่จิงๆ เราทุกข์ไงคะมันเลยเหมือนอยู่กับเรานานเพราะฉะนั้นปัญหาต่างๆ เราเชื่อว่ามันผ่านไปได้ เรามองให้มันเป็นสิ่งหนึ่งที่เข้ามาในชีวิตแล้วเรียนรู้กับมันแล้วเราลองมองว่า พรุ่งนี้มันยังมีเวลาให้เราทำอีก เวลามันเดินไปข้างหน้า เราลองมองอีกมุมไหม มุมนี้มันอาจจะแก้ไขได้

Bully นักร้องต้องสวย

“ทุกคนก็เป็นลิมิเต็ดของตัวเองค่ะจริงๆ เพราะว่าทุกคนมีดีในแบบของตัวเอง”

Thairath Talk : สมัยก่อนถูกเรียกว่าอะไร ดูถูกรูปลักษณ์ของเราหรือไม่

ยักษ์แหละ แต่ส่วนมากทุกคนเรียกเราว่า ‘พี่แก้ม’ น้องดำๆ บ้าง เอาจริงๆ ตอนนั้นไม่รู้สึกว่ามันแย่ เพราะเราอยู่ภาคใต้ เราไม่ได้รู้สึกว่าเราดำคนเดียวเพราะเรามีน้องเรามีเพื่อน (ยิ้มภูมิใจ) เรารู้สึกว่าแม่เลี้ยงเราดีเลยไม่ได้เอาไปเป็นปมของตัวเองเท่าไรนัก

Thairath Talk : เมื่อเราไม่ได้อยู่รอยของสาวพิมพ์นิยม มีปัญหาไหม

ยุคนั้นมันก็มีบ้างเราเป็นเด็กตัวใหญ่แล้วเพื่อนๆ ก็จะชอบเรียกพี่หมดเลย ทั้งๆ ที่รุ่นเดียวกัน ‘พี่แก้ม’ ด้วยความเป็นเด็กกินเก่งก็ต้องตัวใหญ่เป็นธรรมดา (หัวเราะ)

Thairath Talk : มีเหตุการณ์อะไรที่ฝังใจไหม

เราเป็นนักร้องโรงเรียน ประกวดร้องเพลง คนส่วนใหญ่มักพูดว่า “โอ๊ยร้องเก่งแค่ไหน แต่ไม่สวยไม่ได้เป็นหรอก" ดาราเขาต้องสวย นักร้องเขาต้องสวย เราก็เห็นด้วย ณ ตอนนั้น แต่เรารู้สึกว่าการร้องเพลงคือสิ่งที่เรารัก เรามีความสุขกับการร้องเพลง เราเลยอยากพัฒนาตัวเอง แต่ก็ไม่คิดเราไม่ได้คิดว่าจะมาถึงจุดจุดนี้

ณ ตอนนั้นเรายังเด็กอยู่เลยไปประกวดเวทีไหน เขาก็จะมองคนน่ารักคนสวย แต่พอเราขึ้นไปร้อง เขาบอกว่าเหมือนถูกสะกดว่าต้องฟังมัน มันเลยกลายเป็นความภาคภูมิใจของเรา แต่คนสวยคนน่ารักคนหล่อก็เป็นสิ่งที่ดีค่ะเขาเกิดมาพร้อม ยิ่งเขาร้องเพลงดีด้วย อันนี้ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ สำคัญที่ตัวเราเองอย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร

Thairath Talk : เขาบอกว่าเวลาเราเก่งจะลบคำว่า 'ไม่สวย' ได้

ตัวแก้ม แก้มบอกว่ายิ่งทุกวันนี้ทุกคนดูดีในแบบของตัวเอง แก้มไม่ได้บอกว่าคนนี้สวยหรือไม่สวย แต่คุณดูดีในแบบที่คุณเป็น แต่ว่าสวยแบบพิมพ์นิยมที่ทุกคนรู้ว่าเป็นสไตล์ไหน แต่ ณ ปัจจุบันนี้ You’re beautiful อาจจะเป็นมุมมองของแต่ละคนด้วย สำหรับแก้ม แก้มมองว่าเราไม่ต้องไปโฟกัสเรื่องนั้นอย่างเดียวในชีวิต เราโฟกัสเรื่องอื่นที่เราภูมิใจก็ได้ คุณค่าในตัวเอง มองโฟกัสตั้งเป้าหมายให้กับตัวเอง มันสำคัญมากๆ ว่าอยากทำอะไรเพื่อให้มีความสุข เราขยายจุดนั้นมองจุดนั้นให้เป็นจุดสว่างมากขึ้นแล้วเราขยายมันมองเห็นมันแล้วมีความสุขไปกับมัน แล้วทำตรงนั้นออกมาให้ดีที่สุด บางครั้งคนเราชอบไปมองจุดเล็ก ๆ จุดสีดำ แต่มันขยายกว้างกว่า เราต้องลองมองจุดที่มันใหญ่ๆ แล้วมีสิ่งดีๆ อยู่ตรงนั้นแล้วมองให้มันชัดมากขึ้น พูดง่ายนะแต่มันก็ทำยาก

Thairath Talk : คุณเป็นคนคิดบวกนะ คิดบวกได้มาจากคุณแม่เลยใช่ไหม

ใช่ค่ะ รวมถึงคนรอบข้างด้วย เราอยากจะคิดบวกเพื่อพลังบวก ถ้าเราคิดลบ มวลความลบมันออกมา ถึงแม้บางครั้งเราไม่มีพลังบวกตลอดเวลาหรอกค่ะแต่เราอยากส่งพลังบวกให้กับทุกคน

Thairath Talk : ประสบการณ์มันก็จะสั่งสอนอบรมเราให้เป็นอย่างนี้ใช่ไหม

ใช่ จงภูมิใจจงมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองเป็นมันไม่ใช่ทุกเรื่องที่เราจะข้ามผ่านไปได้เวลานั้นแต่แก้มว่าเวลาทำให้เราข้ามผ่านไปได้

ความสุขของการเป็นนักร้อง


Thairath Talk : เวลาไปยืนบนเวทีแล้วเป็นคอนเสิร์ตของเรารู้สึกยังไงบ้าง

มันภูมิใจนะ แก้มว่าศิลปินทุกๆ คนแหละอยากจะมีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเอง อยากจะให้คนที่เขารักเรา มาดูว่าเราเต็มที่มาตลอดเราพัฒนาตัวเองมาตลอด เราเลยเกิดความภูมิใจกับสิ่งที่เราได้ทำ หายเหนื่อยไหมมันยิ่งกว่าหายเหนื่อยเพราะมันได้พลัง

Thairath Talk : เห็นแววตาทุกคนไหมเห็นพลังของทุกคนยังไงมันอยู่กับเราจนถึงทุกวันนี้เลยใช่ไหม

ตอนนี้ยังจำได้อยู่เลยเอาจริงๆ คือมันเห็นสิ่งที่คนที่เขารักเราเขามาเพื่อเราจริงๆ แล้วเขามาเพื่อที่จะฟังเพลงเราร้องจริงๆ ภาพมันชัดมาก เราได้ทำอะไรที่แบบเราคิดว่าจะไม่ได้ เราได้ร้องเพลงดิสนีย์เราได้ร้องเพลงตัวเอง เราได้ร้องเพลงกับศิลปินที่เขาให้เกียรติมาร้องกับเรา จากทั้งเราและกับคนดูที่มา

Thairath Talk : ความสุขของนักร้องมันเป็นความสุขประเภทไหน

คือเวลาเราเห็นคนที่มาฟังเราแล้วเขายิ้ม หรือเขามีความสุข หรือเขาอินไปกับเรา ก็คือความสุขอย่างหนึ่ง บางครั้งเสียงกรี๊ดมันก็เป็นพลังให้เรา เสียงปรบมือมันพลังยิ่งกว่าอีก เพราะเขาตั้งใจฟังเราอันนั้นเป็นกำลังใจ เรารู้สึกว่าแค่เขามา เขาจำเราได้ การที่เป็นนักร้องแล้วยังมีคนฟังเพลงของเราอยู่ การที่เป็นนักร้องแล้วยังมีคนชื่นชอบเราอยู่ ไม่ใช่เฉพาะการร้องเพลง เวลาเราทำอะไรไปแล้วเขายังสนับสนุนเราอยู่ อันนั้นก็คือที่สุดของการเป็นศิลปิน


Thairath Talk : รางวัลที่ยิ่งใหญ่สำหรับศิลปินอย่างเรา

ใช่ค่ะ สำหรับตัวแก้มนะคะเพราะว่าแก้มมาด้วยการเป็นนักร้องประกวดมาจากเด็กที่ได้รับกำลังใจจากตรงนี้ แล้วเพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญต่อไป คือเราอยากเป็น Inspiration ให้กับคนอื่นๆ ที่เขามีความฝันหรือคนที่ไม่ใช่เฉพาะการร้องเพลงนะ แก้มว่าทุกอย่างมันสามารถใช้ได้หมด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แก้ม วิชญาณีแก้ม เดอะสตาร์แก้ม the starแก้ม วิชญาณี เปียกลิ่นประวัติ แก้ม เดอะสตาร์Thairath Talk

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้