นับว่าเป็นโชคดีของทีมงาน Thairath Talk ที่ได้ตามนางเอกชื่อดัง 'มิน พีชญา วัฒนามนตรี' มาทำงานที่ประเทศภูฏานการสัมภาษณ์ที่ทรงคุณค่า มีทิวทัศน์ที่งดงามเป็นฉากหลัง บวกคำตอบอันชาญฉลาดกว่าจะเป็นนางเอกเบอร์ต้นช่อง 7 บ้านรวยแต่ไม่เป็นคุณหนู

จบด้วยวลีเด็ด "มินถูกเลี้ยงดูโดยคนไทยทั้งประเทศ" ความนึกคิดที่ไม่เคยได้ยินที่ไหนของสาวสวยผู้นี้จะทำให้คุณแทบละสายตาจากเธอไม่ได้อีกต่อไป.

Thairath Talk : วันนี้เรามาทำอะไรกันที่ประเทศภูฏาน

มินมาร่วมงานกับแบรนด์ BVLGARI ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องเพชรระดับโลก เขาได้ยกทุกอย่างมาอยู่ที่ประเทศภูฏาณ ซึ่งเป็นประเทศที่มีสมญานามว่า ดินแดนแห่งความสุข และมีตำนานน่าค้นหาเหมือนกับเพชร อัญมณีที่มีคุณค่า จึงต้องพยายามที่จะเข้ามาค้นหา ณ ที่แห่งนี้ โดย BVLGARI ได้เปิดตัวเครื่องประดับและอัญมณีชั้นสูงในคอลเลกชั่น Cinemagia ท่ามกลางความงดงามของฉากหลังของสายหมอกที่ปกคลุมเทือกเขาหิมาลัยค่ะ 

...

ฝันแรก พีชญา

Thairath Talk : ตอนเด็กๆ มีภาพอยากเป็นนักแสดงไหม ฝันแรกของมิน

เอาจริงไหม มินไม่เคยคิดว่าจะเป็นดาราเลย ไม่เคยมีอยู่ในจินตนาการ มินเป็นคนขี้อาย ไปพูดหน้าชั้นเป็นลมตอนสอบวิชาภาษาไทย จนต้องบอกเพื่อนว่ามินหายใจไม่ออก ต้องส่งโรงพยาบาล แต่ว่าวันนี้ต้องมาขึ้นเวที เรียกว่าชีวิตพลิกผันมากเลยค่ะ

Thairath Talk : ตอนเด็กๆ ครอบครัวเลี้ยงมาอย่างไร คุณหนูไหม ตามใจไหม ร่ำรวยไหม

หลายคนก็ชอบพูดว่าแบบเราคุณหนู ตอนเด็กฟังแล้วโกรธ โตมาก็ดีสิ แต่ไม่ได้ตามใจเลย ด้วยความเป็นลูกผู้หญิง พ่อแม่หวง คุณแม่จะให้มินเข้าบ้านก่อนพระอาทิตย์ตก มินเป็นนักกีฬา พอเสร็จแม่ก็จะมารับพร้อมกล่องข้าว เพราะมินเป็นเด็กที่ซ้อมกีฬาหนักมาก และมีนิสัยไม่ชอบกินข้าว ตอนเด็กๆ มินไม่กินข้าว เนื่องจากติดเกม เล่นจนความดันต่ำ เข้าโรงพยาบาลมาแล้วนะคะ (หัวเราะ)

Thairath Talk : มันมีข้อเสียของความร่ำรวยไหม เด็กๆ มองย้อนกลับมาจนถึงปัจจุบัน

จริงๆ แล้วมินมองว่าการที่ครอบครัวเรามีอะไรมาให้ เป็นสิ่งที่เราต้องขอบคุณ สุดท้ายไม่เคยได้อะไรง่ายๆ จากครอบครัวเลย ป๊ะป๋าเลี้ยงแบบดุมาก ตอนเด็กๆ ขอคอมพิวเตอร์กับคุณพ่อ ในวันครบรอบ 12 ขวบ พอคุณพ่อจะซื้อแต่ก็บ่น บ่นจนโต ก็บ่นไปอีก 5 ปี บ่นจนมินไม่ขออะไรอีกเลยตลอดชีวิต มินเลยตั้งปณิธานว่า มินจะไม่ขออะไรเลย มินจะหาเงินเอง ไม่อยากฟังป๊ะป๋าบ่น บ่นต้องน้ำตาไหล เลยเป็นที่มาของการเก็บเงินเก่ง จนพ่อแม่เรียกว่า ยัยเคี่ยว

Thairath Talk : ข้อดีของน้องคนเล็กคืออะไรคะ

เยอะมาก การเป็นน้องคนเล็กดีมาก ไม่มีความคาดหวังจากพ่อแม่ ด้วยความที่เราเป็นลูกสาวคนเล็ก มีความอิสระ อาชีพอยากทำอะไรก็ทำ อยากเข้าวงการก็ทำ ห้ามแต่งโป๊ไรนี้ ซึ่งห้ามไม่ได้ (ขำ)

Thairath Talk : เราเป็นสาวห้าวๆ 

ไม่ จริงๆ มินเป็นคนเรียบร้อย (หัวเราะ) มินเรียกว่ามินเป็นคนซนมากกว่า เพราะว่าในตระกูลเนี่ยเป็นครอบครัวคนจีน ครอบครัวมินเด็กผู้ชายเยอะมาก มินเป็นเด็กผู้หญิงคนแรกจากฝั่งคุณพ่อ เวลามารวมตัวกันในวันสำคัญ ด้วยความที่เราอยู่ในบ้านที่มีแต่เด็กผู้ชาย เลยมีคาแรกเตอร์แบบเด็กผู้ชายมากกว่า

...

Thairath Talk : เห็นบอกว่าเล่นกีฬา มีประเภทไหนบ้าง 

ตอนเด็กๆ เริ่มเล่นจากปิงปอง แบดมินตัน เปตอง บาสเกตบอล เวทบอร์ด วิ่ง ฟิตเนส เป็นนักกีฬาโรงเรียน

ไม่ก่อกำแพงกับประสบการณ์ใหม่

Thairath Talk : เรียนต่างประเทศมาด้วย หลายคนไม่รู้

เคยไปเรียนที่อเมริกา เรียนแลกเปลี่ยน 1 ปี พอไปเรียนที่โน่นมันก็ปรับตัวจากที่มีพ่อแม่ดูแล เพื่อนสนิทมาตั้งแต่เด็ก วันแรกคือดราม่ามาก เดินทางคนเดียว ขึ้นเครื่องคนเดียว ไปอยู่บ้านโฮสวันแรกหลับไป 1 วันเต็มๆ มินพูดได้แค่ Yes, No, OK, Thank you แต่มินใช้ภาษามือได้ดีมาก (หัวเราะ) และอาหารมื้อแรกคือองุ่นใส่กับถุงกระดาษสีน้ำตาล และขนมปัง 2 แผ่น พอเปิดประตูเข้าไปโรงอาหาร เพื่อนทั้งห้องอาหารมองเราคนเดียว เราก็น้ำตาคลอ ร้องไห้ วิ่งไปห้องน้ำ กินข้าวคนเดียวเงียบๆ แต่ก็ใช้เวลาปรับตัวแค่วันแรกแหละค่ะ วันหลังๆ ก็ปกติแล้ว 

Thairath Talk : ได้อะไรจากการเรียนต่างประเทศบ้าง

...

เยอะค่ะ เรียนรู้การอยู่ด้วยตัวเอง ไม่ตั้งกำแพงก่อนเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แต่ก่อนมินเป็นคนกินแต่อาหารอีสาน กินอาหารต่างชาติไม่ได้ อนุรักษ์นิยมมาก ถ้าไม่เผ็ดไม่กิน แต่ถ้าไปอยู่โน่น ไม่กินก็ตาย น้ำหนักลงไป 5-6 โล เรากินข้าว แต่มันไม่มีข้าว เจ้าของบ้านที่มินไปอยู่ด้วยก็พยายามหาว่าคนไทยกินอะไร หลังจากนั้นเขาก็มีหม้อหุงข้าว มินกินแบบนั้นทุกวัน แล้วก็กินกับอะไรก็ได้ กินข้าวกับแตงโมก็ได้ ขอให้มีข้าว

พลังความพ่ายแพ้ ‘ช่อง 7’

Thairath Talk : เข้าวงการบันเทิงมาได้อย่างไร

พอดีเพิ่งกลับมาจากอเมริกา มีความอยากหาเงิน เราเห็นว่าเพื่อน ม.3 หาเงินเอง เราอยากสร้างตัวด้วยตัวเอง อยากมีอาชีพ แต่กลับมาประเทศไทยมีค่านิยมเรียนให้จบ พ่อแม่ก็ว่าตามนั้น ก็เลยเจอการประกวดมิสทีนไทยแลนด์ มินปี 2016 ได้รองอันดับหนึ่ง หลังจากนั้นได้เงินก้อนใหญ่ก้อนแรก 3 แสน แต่ก่อนเก็บเงินมาตั้งนานยังไม่ได้เท่านี้เลย เราก็เลยมีความอยากเติบโตอยากมีอาชีพ ตอนนั้นอายุ 17 ปี อยากทำงาน ก็เลยเริ่มแคสติ้ง ไม่มีใครเอาเลย (ยิ้ม) ไปแคสไม่กี่งาน พ่อแม่ก็ให้เตรียมเอ็นทรานซ์ก่อน 

...

Thairath Talk : แคสติ้งไม่ได้หลายๆ หน ท้อบ้างไหม

ท้อ แต่ที่เจ็บที่สุดคือช่อง 7 คือเขาเรียกไปแคสติ้ง วันนั้นมีเวลา 1 ชั่วโมง มีคนไปแคส 5 คน ด้วยความที่มินแคสเป็นคนสุดท้าย มินได้แค่ 5 นาที คนที่ไม่มีพื้นฐานการแสดง ตื่นเต้นอยู่แล้ว บทที่ต้องพูดคือ "เอะอะอะไรกันคนจะหลับจะนอน" เขาว่ามินว่า เล่นแข็งมาก เล่นไม่ได้ก็กลับบ้านไปเลยไป ซึ่งทำให้มินแค้นมาก ไม่เคยมีใครว่าขนาดนี้ แต่ครั้งนั้นก็ทำให้มีวันนี้ พอมินมีโอกาสมินเลยกลับมาที่ช่อง 7 เป็นเหตุผลที่มินกลับมาช่อง 7 จริงๆ

My way นางเอกเบอร์ 1

Thairath Talk : ละครเรื่องแรกที่เล่นกับช่อง 7 เป็นไงบ้าง

ตอนนั้นมินเรียน ABAC ก็มีผู้จัดการเขาดูแลเราอยู่ มีคนเห็นรูปมินแล้วสนใจอยากให้ไปแคสติ้งเรื่องปลาบู่ทอง เลยไปลอง ได้เงินเอาหมด

Thairath Talk : มองผลงานชิ้นแรกของเรา หลังจาก 20 เรื่อง เป็นไงบ้าง

ตลก (ยิ้ม) แล้วมีเพื่อนส่งคลิปมา ที่เล่นเป็นฝาแฝด ยิ่งตัวที่เป็นตัวร้าย ความละครอะนะ พูดไปก็คล้ายกุ้ง ดูแล้วเขินๆ ยักไหล่ทุกคำ แต่กลายเป็นว่าละครเรื่องนั้นอะดัง จำได้ว่าผู้กำกับเหนื่อยกับเรามาก สอนเราทุกขั้นตอน นั่งรอมินร้องไห้ 2 ชั่วโมง ก็บทเรียนสำคัญที่ทำให้มินไปเรียนการแสดง เข้าใจถึงวิธีเล่นจริง หลังจากที่มีชื่อเสียงจากละครเรื่องแรก มันปรับตัวยากกับเด็กอายุ 19 เท่านั้นเอง ไม่รู้จะทำตัวอย่างไร ครอบครัวก็ไม่ได้อยู่วงการมาก่อน หลายอย่างอาจจะผิดพลาด มันก็ปรับตัวไปเรื่อยๆ ในทุกๆ ปี

Thairath Talk : อะไรมันทำให้มินกลายเป็นที่จดจำ มีชื่อเสียงในระดับแถวหน้า

เป็นโอกาสที่ดีที่ผู้ใหญ่ คุณแดง (สุรางค์ เปรมปรีดิ์) เป็นผู้ให้โอกาสมิน หลังจากนั้นอัดละคร 5 เรื่องเลย หลังจากนั้นมีพัฒนาการที่ดีขึ้น คนเริ่มรู้จักเรามากขึ้น 

Thairath Talk : ละครเรื่องไหนเป็นมาสเตอร์พีซสำหรับมินบ้าง 

ปลาบู่ทองเป็นเรื่องแจ้งเกิดอยู่แล้ว แต่เรื่องที่มินชอบสุดคือ ปิ่นอนงค์ เป็นเรื่องที่คาแรกเตอร์ บทเอยยังสนุกตื่นเต้นตลอดเวลา ออกมาเป็นละครที่เรารักกันมาก นักแสดงเก่งๆ ทุกคน ไม่มีใครยอมกันเลย

Thairath Talk : เรื่องไหนอยากกลับไปแก้ไขไหม ย้อนดูแล้วดูเป็นบาดแผล

ไม่มี เต็มที่กับมันทุกเรื่อง ไม่เคยมีเรื่องไหนอยากกลับไปแก้ไขอดีตเลยนะคะ เพราะมินมองว่าทุกครั้งเกิดข้อผิดพลาดคือการเรียนรู้ ถ้าไม่ผิดพลาดคือเด็กที่ไม่เคยโตเลย คนเรามันต้องล้ม ล้มแล้วต้องลุกก็แค่นั้นเอง

ดราม่า เจ้าหญิงนักช็อป - พรมแดง

Thairath Talk : คุยเรื่องเกี่ยวกับข่าวดราม่า ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีข่าวเสียหาย เป็นความตั้งใจไหมที่ไม่มีข่าวดราม่าเท่าดาราคนอื่น

มินคิดว่าน่าจะเป็นด้วยปัจจัยองค์รวมที่ไม่ได้มีอะไรดราม่ามากสักเท่าไหร่ นอกจากเรื่องของงาน

Thairath Talk : รับมืออย่างไรเวลาถูกวิพากษ์วิจารณ์ อย่างเรื่องเจ้าหญิงนักช็อปปิ้ง

ฉายานี้เหรอคะ หนูช็อปเก่งนะ พี่ไหวหรอ (หัวเราะ) มินว่าเป็นเรื่องของผู้หญิง ทุกคนชอบ Shopping Therapy แต่มาจากเงินเราเอง ตอนเด็กๆ เราไม่ได้ช็อปปิ้งเลย เพิ่งมาใช้เงินจริงๆ คือตอนเรียนจบ มินเก็บเงินเก่งมาก มินแบ่งสัดส่วนเงินที่หามาได้ 20% คือเอามาใช้ นอกนั้นคือเรื่องอื่นๆ แล้วค่ะ

Thairath Talk : ส่วนใหญ่ รสนิยมในการซื้อของของเราคืออะไรบ้าง

ทุกอย่างที่สวยที่ดูดีเหมาะกับเรา ไม่เกี่ยงว่าแพงหรือถูก เพราะมีของดีที่ราคาดีด้วย

Thairath Talk : รับมือกับมันอย่างไร 

ตอบในมุมที่ตอบได้ คือตอบความจริง นอกเหนือที่มันพัฒนาไป ก็คือไม่เกี่ยวแล้ว และมินมองว่าประชาชนก็คือครู ทุกอย่างที่เราทำมองว่าเป็นความรักที่มอบให้กับเรา การที่เราเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง แปลว่าเราคือคนของประชาชน การเป็นคนของประชาชน หมายถึงคนรักและหวังดีกับเรา รักมาก รักน้อย รักจริง ไม่จริง อันนี้ไม่รู้

แต่สุดท้ายสิ่งที่เขาให้กับเรามันเป็นผลบวกเสมอ เราใช้คำพูดเขามาขัดเกลาตัวเองให้เป็นมุมที่ดีที่สุดในแบบของเราเอง มินคิดว่า ถ้าคนไม่รักไม่พูดนะคะ ถ้าเป็นดาราที่คนไม่ติ ไม่ใช่คนของประชาชนนะคะ ประชาชนรัก เขาถึงได้พูดถึง

Thairath Talk : มีเสียกำลังใจจากเสียงเล็กๆ เหล่านี้ไหม

มีค่ะ เคยได้ยินคุณพ่อคุณแม่พูดคำนึง มินก็จำได้จนทุกวันนี้ว่า สังเกตไหมหนึ่งคำชมมักจะไม่มีความหมายสำหรับเรา แต่เราเลือกที่จะฟังหนึ่งคำติ มากดเราไว้ ซึ่งทำไมเราถึงไม่มองคำชมต่างๆ และขอถามกลับไปกับทุกคน ในครอบครัวเราก็มีใครสักคนที่รักเรา หรือเป็นเพื่อนหรือคนสักคนที่สัมผัสได้ว่าเขารักเรา มันมีพลังนะ แต่เรามักจะมองไม่เห็นต่างหาก ทำไมไม่เลือกมองตรงนั้นแล้วสนุกกับมัน ชีวิตจะได้มีความสุข

ในเมื่อเราเลือกที่จะก้าวเติบโต ทำไมเราไม่ทำอย่างมีความสุข เพราะทุกนาทีของชีวิตมันน้อยนะ ถ้าเกิดเขาคิดไม่ดีกับเราจริงๆ ต้องแสดงว่าเสียใจกับเขา เพราะคำพูดของเขายิ่งทำให้เราแข็งแรงขึ้นซะอีก

Thairath Talk : การมองโลกแบบนี้ มันถูกปลูกฝังตั้งแต่เด็กไหม

เครดิตทั้งหมดขอมอบให้คุณพ่อคุณแม่เพราะเขาเลี้ยงมินมาทุกจังหวะของชีวิต แต่สุดท้ายก็คือประชาชนทั้งประเทศแหละค่ะที่ขัดเกลามินมา จนเป็นมินที่เขาอยากให้มินเป็น เพราะเขารักเรา มินเข้าวงการตั้งแต่อายุ 17 ปีค่ะ เด็กมาก เป็นไปได้เหรอที่เด็กคนนึงจะเพอร์เฟกต์แล้ว มินจะเติบโตขึ้นในทุกๆ ปี มันทำให้มินภูมิใจกับความเป็นคนไทย ทำให้มินเติบโตมากขึ้น จนทำให้มินภูมิใจมากที่ได้บอกว่าเป็นคนไทย เพราะมินถูกเลี้ยงมาโดยคนไทยทั้งประเทศ

Thairath Talk : ข่าวอีกหนึ่งข่าวเรื่องเกี่ยวกับพรมแดง เสียเงินไปเหรอ

ไม่ค่ะ ทางภาพยนตร์จ่ายให้ค่ะ จริงๆ มินมองว่าเวลาไปตรงนั้นมีคนจับตามอง ต้องขอบคุณกำลังใจค่ะ มินต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เรื่องของงาน เรื่องของการประชาสัมพันธ์ อันนี้มินไม่มีส่วนรับผิดชอบ แต่โดยรวมคือออกมาเป็นบวกค่ะ.

**ติดตามฉบับเต็มได้เร็วๆ นี้**