เธอมีข่าวว่าผอมจนน่ากลัว เราติดต่อเธอไป แต่ด้วยภารกิจมากมาย แม้จะยินดีออกรายการ แต่ถ้าเป็นสถานที่ในเรื่องความสะดวก แต้วบอกว่ามาเจอกันได้ที่ออกกำลังกาย
"การเป็นนักแสดงต้องเข้าใจชีวิต ได้มองย้อนวิเคราะห์ความคิดจิตใจของคน ทำให้เราเข้าใจโลก เลยรู้สึกว่าโชคดีที่อยู่ตรงนี้ และการที่เรามีผลงานออกไปเหมือนฟิล์มบันทึกเงาของเรา เพราะฉะนั้นทำให้มันดีที่สุด แม้เราจะไม่อยู่แล้ว เหมือนกับเป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้ทำ"
แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ เล่าถึงปรัชญาการทำงานด้วยแววตาแห่งความตื้นตัน ว่าการจะขึ้นมาเป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ของช่องใหญ่ระดับประเทศได้ บันไดชื่อเสียงไม่ได้ปูด้วยกลีบกุหลาบ มันผ่านการเตรียมตัวอย่างหนัก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สู่สายตาประชาชนในฐานะนักแสดงมืออาชีพ
กว่าจะเป็นแต้ว ณฐพร
Thairath Talk : จำวันแรกที่ตัวเองไล่ล่าฝัน เร่ิมต้นเป็นผู้ประกาศแค่คั่นรายการได้ไหม
จำได้คร่าวๆ จริงๆ แต้วเราเป็นคนชิลมาก แต่คุณแม่ให้ไปแคสงาน และมีโอกาสได้เข้าไปอยู่ในนั้น ทำให้เราได้ฝึกการพูด และเทรนด์กับนักแสดงหลายคน มองว่าการอยู่ตรงนี้เป็นการฝึกทักษะและงานอดิเรก ไม่ได้คิดฝันว่าจะมีอย่างวันนี้ แค่ฝันวันต่อวันเท่านั้น
แต้วเข้าวงการด้วยแคสโฆษณา ผู้ใหญ่เลยเห็นแววไปแคสในช่อง เริ่มด้วยผู้ประกาศคั่นรายการ และเข้าช่อง 3 ด้วย Power 3 และเริ่มเล่นละครเรื่องแรก ก่อนข่าวและหลังข่าว
ตอนเด็กๆ ฝันอยากเป็น สถาปนิก เพราะเรียนด้านนี้มา ไม่ได้ฝันว่าจะมีวันนี้เลย ไม่มีว่าเป็นนางเอก ฝันแค่ระยะสั้นๆ แค่ไปแคสงาน
...
Thairath Talk : ตอนเด็กๆ ถูกเลี้ยงดูมาแบบไหน คุณพ่อแม่ตามใจไหม
ครอบครัวเราฐานะปานกลาง พ่อรับราชการ แม่เป็นสถาปนิก ไม่ได้ถูกตามใจ เลี้ยงด้วยเหตุผล ไม่ใช่ลูกคุณหนู และเราก็ไม่ได้เป็นคนมีความอยากได้อะไรเยอะ เราเป็นคนมีเหตุมีผล
Thairath Talk : คุณเป็นสาวอายุ 30 ปีที่หน้าเด็กมากๆ
เป็น 30 ที่ตกใจเหมือนกัน เพราะเราไม่คิดเลยว่า 30 ยังบ้าๆ ต๊องๆ อยู่เลย (หัวเราะ) คิดว่า 30 ในสมัยก่อน คิดว่าอายุเยอะมาก มีลูกไปแล้ว เป็นสาวใหญ่ ก็ไม่เลย พอมาถึงจุดนี้ ความคิดยังเด็กมาก
Thairath Talk : กว่าจะเป็นแต้วไม่ง่ายเลย ระหว่างทางเคยท้อบ้างไหม
ท้อตั้งแต่แรกๆ ตั้งแต่แคส 30 งานแรกแล้วไม่ได้เลย แต้วเป็นคนไม่กล้าแสดงออกเลย ขนาดไปพูดหน้าชั้น แต่คุณแม่ไม่อยากให้เสียโอกาส เชียร์เราตลอด แต่การทำอะไรตรงนี้ทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้น ต้องขอบคุณคุณแม่
Thairath Talk : มีวิธี Keep Up ตัวเองยังไง
เวลาท้อแท้จะสู้อีก ลองทำดู ได้ไม่ได้ก็ลองทำ ทุกครั้งที่ไปแคสเริ่มจากความไม่มั่นใจ มันแปลกที่เวลาอยู่หน้ากล้อง รู้สึกเอ็นจอย ได้ท้าทาย เหมือนมีเราอีกคนนึงข้างในที่สนุกอยู่ตรงนี้ ทั้งที่เข้าใจมาตลอดที่เราขี้อาย ก็เลยสงสัยมาตลอด
แต้วมองว่าทุกอย่างมันเหมือนแบบเราไม่ได้มองหาแค่ความสุข ทุกวันที่เจอปัญหาเป็นส่วนที่วันที่ดีมันดีจริงๆ ถ้าเจอแต่ดีๆ หมด วันที่ดีมันจะไม่พิเศษ มันเป็นธรรมดามากที่เราจะท้อ ถ้าเราไม่ท้อ เราจะไม่รู้จักลุกขึ้นมาสู้
Thairath Talk : เชื้อมันมาจากไหน เชื้อการแสดง มีตัวตนอีกคนในตัวเรา
แต้วว่าน่าจะเป็นเรื่องของความรู้สึกเอ็นจอยที่เราได้ลองดีไซน์ทำนั่นทำนี่ ก็เลยชอบ
23 เรื่อง บันทึกมาสเตอร์พีช
Thairath Talk : จำวันแรกที่รับบทในการแสดงได้ไหม
ถ้าวันแรกที่เล่นละคร เป็นละครเกี่ยวคอนแวนส์ เรื่องน่ารัก รับบทน่ารัก ตอนนั้นสนุกค่ะ ได้เข้าไปพร้อมกับเพื่อนๆ อายุเท่าๆ กัน เหมือนไปเที่ยวมากกว่า
Thairath Talk : เล่นละครมาทั้งหมด 23 เรื่อง
ไม่เคยนับ(หัวเราะ) ขอบคุณที่นับให้ค่ะ พอตั้งแต่ 10 กว่าเรื่องไม่นับแล้ว ในความรู้สึกเหมือนไม่เกิน 10 เรื่อง เพราะกว่าเราจะนับว่าเป็นการแสดง เข้าใจการแสดง และทุ่มเท คือ 10 กว่าเรื่องหลัง แต้วว่านักแสดงส่วนใหญ่ในเมืองไทยไม่ได้เริ่มจากที่เรียนการแสดงค่อนข้างเยอะ แต้วด้วย ต้องค่อยไล่เรียนรู้จนกว่าจะเข้าใจและสนุกกับมัน
...
Thairath Talk : ละครเรื่องไหนที่ทำให้รู้สึกว่าเป็นจังหวะเดียวกับชีวิตเรา
ตั้งแต่เริ่มเล่นกับพี่อ๊อฟ (พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) มั้งคะ เพราะว่าการทำงานของเขาไม่ได้เริ่มตั้งแต่ครั้งแรก เขาจะค่อยๆ ให้เราเรียนการแสดงเป็นวัตถุดิบที่ดีก่อน มั่นใจเป็นตัวละครก่อน มีวิชาไปทำงานต่อ
Thairath Talk : หลายคนบอกว่า ละครเรื่องนาคี คือมาสเตอร์พีชของคุณ
สำหรับแต้วคิดว่าก็ใช่ค่ะ ในมุมคนรู้จัก แต่แต้วชอบ 'รากนครา' มากกว่า ความยากมันคือเรารับบทเป็น 'แม้นเมือง' บทมีความนิ่ง เราจะทำยังไงให้น่าสนใจ ก่อนที่จะถ่ายได้ไปเรียนกับหม่อม เราผูกพันเป็นตัวละคร ศึกษาจริงจัง อินกับตัวละครมากๆ มันยากแต่ละซีนในการถ่าย แต่ด้วยความเชื่อ การทำงานมันสนุกมาก
Thairath Talk : ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ อยากแก้ไขอะไรในบทแม้นเมืองนี่ไหม
ไม่ได้กลับไปแก้ไขอะไร ไปจำความรู้สึกดีๆ ในการทำงาน
Thairath Talk : ย้อนกลับไปนาคีหน่อย เพราะทุกคนจำแต้วในบทนี้ มีความยากง่ายยังไง
อย่างแรกคือภาษา ไม่ใช่เรื่องแรกล่ะที่พูด เรื่องนี้ตอนแรกไม่รู้เลยว่าจะดังขนาดนี้ แต่พี่อ๊อฟพูดว่ามันต้องดี เราแค่ทำหน้าที่นักแสดงให้ดีที่สุด ความยากคือโลเคชั่น ทีมงานต้องถ่ายในถ้ำ ไม่ใช่แค่จอดรถแล้วเดินไป ต้องขึ้นเขา กระเตงขึ้นไป ไม่เหนื่อยเลย สนุก
Thairath Talk : ความเชื่อที่มันเกี่ยวกับนาคี
แต้วมีสติอยู่ตลอดนะ แต่อาจจะเป็นที่โฟกัสมาก อยากให้ออกมาดี อาจจะเป็นช่วงจำท่ารำไม่ได้ รู้ตัวมาตลอด เชื่อเรื่องพญานาค
...
Thairath Talk : พูดถึงอ๊อฟ พงษ์พัฒน์ สำคัญสำหรับเราเขาเป็นมากกว่าผู้กำกับใช่ไหม
พี่อ๊อฟคืออาจารย์ของแต้ว ได้คุยตอนนี้มีครอบครัวดูแล จิตใจแข็งแรงมาก พี่อ๊อฟเขาเป็นพ่อมดอะสำหรับแต้ว ไม่ใช่คนจ้ำจี้จ้ำไชสอน แต่พลังของเขาทำให้เราต้องคอยฟัง อาจจะเอาแบบอย่างแบบเขาให้ได้
ถามว่าดุไหม ไม่ดุเลย ใจดีมาก แต้วรู้สึกว่าเขาเป็นทั้งผู้กำกับและนักแสดง เขาทำได้ดี เขาเอาตัวเค้าเป็นบทเรียนให้เราดูว่าเราก็ทำได้ เวลาเขาทำอะไรเขาเชื่อมาก
Thairath Talk : ผลงาน 23 เรื่อง เราเป็น Perfectionist ไหมคะ หลังกล้องเป็นอย่างไรบ้าง
นิดนึงค่ะ ก่อนไปแสดงเราต้องเตรียมทุกอย่างให้ดีมาก อะไรไม่ดี จะเก็บมาคิด ขอเทคกลางคันก็แก้ใหม่ ถ้าเราคิดว่ามันต้องดี มันแป๊บว่าเราคิดแทนตัวเอง เอาใหม่คือเริ่มใหม่ เซตศูนย์ แต้วว่าความยากของนักแสดงที่สอนการใช้ชีวิต ทุกอย่างมันเริ่มต้นใหม่ให้ได้ ต้องไม่ยึดติด
...
มากกว่าแค่สวยงาม เบื้องหลังดารา
Thairath Talk : การเป็นดารา แค่สวยๆ ก็เป็นดาราได้ จริงๆ แล้วใช่ไหม
ถ้าคำว่าดาราก็คือไอดอล ใครก็เป็นได้ แต่แต้วว่าการเป็นนักแสดง แค่นั้นไม่ได้ ต้องอดทนมากๆ นักแสดงเหมือนนักกีฬา ต้องมีการเตรียมพร้อม การทำงานมันมากกว่า 70-80% มันคือก่อนที่จะไปแสดง เหมือนภูเขาน้ำแข็งเห็นนิดเดียว แต่คนข้างล่างต้องทำจิตใจให้พร้อม ร่างกาย เตรียมหมด ไม่ง่ายเลย
Thairath Talk : วันนี้เรียกได้ว่า เป็นจุดที่ชีวิตการแสดงพอใจไหม หรือต้องไต่ไปสูงมากกว่านี้
ยังไม่พอใจ เราคิดว่าเราไม่ได้เป็นคนแก่ง เราต้องเรียนรู้อีกเยอะมาก
Thairath Talk : ถ้าให้แต้วมองวันแรกที่เข้าวงการ การไปแนะนำอะไรให้เขาพัฒนาตัวเองได้ไหม
คงไม่ล่ะค่ะ เพราะถ้าแต้วพูดกับแต้วในตอนนั้นคงไม่เข้าใจหรอก ทุกอย่างสอนกันไม่ได้ ใช้ประสบการณ์ให้ไปเจอเอง คำพูดเดียวกันแต่เราเพิ่งมาเก็ตเมื่อเราได้สถานการณ์อะไรบางอย่าง ถ้ากลับไปแนะนำก็ยักคิ้ว เดี๋ยวก็รู้
บทบาทใหม่ ถ้า'แต้ว'ไม่ใช่นักแสดง และติ่งลิซ่า
Thairath Talk : อนาคตมีอะไรที่อยากทำแล้วยังไม่ได้ทำ นอกจากเล่นละคร เล่นหนังยัง
ยัง เอางี้เคยเล่นหนังแบบชะแว้บ อยากเล่นหนังแต่ไม่มีแนวไหนในใจ
Thairath Talk : บทใครมาเสนอต้องเป็นบทประเภทไหน
พูดยากอะ บางทีมันอยู่ที่จังหวะ บางทีเรารู้สึกอินกับอะไร เห็นภาพเราหรือการทำงานมันสนุกใน 4-8 เดือน
Thairath Talk : มีบทที่อยากเล่นแต่ไม่ได้เล่น
ก็คงเป็นคนที่คิดไม่ดีกับคนอื่น แต่ไม่ต้องเป็นตัวร้าย ส่วนใหญ่เป็นคนคิดดีคิดบวก ในบทบาทนั้น
Thairath Talk : เรื่องเต้น เห็นเต้นบนคอนเสิร์ตพี่เบิร์ด
แต้วจะบอกว่าตอนที่แต้วรอขึ้นคอนเสิร์ต แต้วอินมาก ได้ดูไทยรัฐทอล์กด้วย
Thairath Talk : วิธีการเต้นมืออาชีพ มันผ่านการเคี่ยวกรำมา ภาพลักษณ์ดูเรียบร้อย
ก็เต้นไม่เป็นหรอก แค่เรารู้สึกว่าเอ็นจอยกับการเต้น พี่เบิร์ดมาชวนแต้ว แล้วเราก็แบบไป เราเองยังไม่เชื่อเลยว่าเราจะทำได้
Thairath Talk : พูดถึงลิซ่าหน่อย เป็นไงบ้างสำหรับเรา
จริงๆ แล้วไม่รู้ตัวว่าเป็นติ่งน้องได้อย่างไร เริ่มจากเห็นคลิปเต้นของเด็กคนนึง รู้เรื่องราวเขามาเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีใครพูดถึงเราก็เล่าประวัติ เลยรู้ว่าเราติ่งมากๆ เลย ที่เห็นเราคัฟเวอร์น้องเขาก็สนุกดี เต้นเพราะความชอบและได้ออกกำลังกาย มันเหนื่อยมาก เวลาเต้นมันเหมือนเราได้ฝึกร่างกายและจิตใจไปด้วยกัน แต้วสนับสนุนน้องๆ ที่ชอบเต้น พ่อแม่ถ้าเห็น ควรสนับสนุนเพราะเป็นทักษะที่ดีมาก เต้นแล้วสารความสุขมันหลั่ง
คำถามที่อยากบอก - นักแสดงอิสระ?
Thairath Talk : มีคำถามไหนตลอดเวลาที่อยู่ในวงการที่นักข่าวถามแล้วไม่อยากตอบ
น่าจะเป็นช่วงนี้มั้ง ทำไมผอมจัง
Thairath Talk : แล้วทำไมถึงผอม
ก็ออกกำลังกาย อยู่ดีๆ ที่ซ้อมเต้นคอนเสิร์ตพี่เบิร์ด เราก็ออกกำลังกายเยอะมาก ขาดการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและรับประทานเพียงพอ แต่ยังแข็งแรงนะคะ
Thairath Talk : แล้วเวลาว่างๆ แต้วทำอะไรบ้าง
เวลาว่างก็ดูแลตัวเอง ดูแลทั้งแบบสปา ว่างแล้วไม่เอาเวลาไปทำอย่างอื่น ให้พร้อมเวลาไปทำงานต่อไป
Thairath Talk : มีความคิดอยากเป็นนักแสดงอิสระไหม ตอนนี้ฮิตมากเลย
คงไม่ล่ะค่ะ ด้วยความที่เราโตมากับช่องสาม แต้วเลยรู้สึกว่าเรายังมีโอกาสอยู่ตรงนี้ ไม่เคยคิดเลย ช่องสามให้โอกาสเราในหลายๆ ครั้ง ถ้าไม่มีช่องสามก็คงไม่มีแต้ว
Thairath Talk : อยากจะเป็นผู้จัดไหมในอนาคต
ไม่ คือเรารู้สึกว่าแค่เป็นนักแสดงความรับผิดชอบเยอะแล้วสำหรับเรา ผู้จัดเราเห็นการทำงาน Oh My God ควรจะเป็นนักแสดงที่ดีให้ได้ก่อน
Thairath Talk : คิดไหมว่าจะเป็นนักแสดงอีกนานแค่ไหน
ไม่ได้คิด บอกแล้วว่าแบบวางแผน วางแผนปีต่อปี ณ ตอนนี้เรายังมีแพทชั่นกับนักแสดงอยู่ ยังมีคนที่เห็นความตั้งใจของเราอยู่ เราก็จะทำให้มันเต็มที่
Thairath Talk : ปรัชญาในการทำงานของแต้วคืออะไรคะ
ก็คงทำให้ดีที่สุด Do The Best That You can Do การทำงานตรงนี้เป็นโอกาสที่ดีมากเลย การเป็นนักแสดงต้องเข้าใจชีวิต ได้มองย้อนวิเคราะห์ความคิดจิตใจของคน ทำให้เราเข้าใจโลก เลยรู้สึกว่าโชคดีที่อยู่ตรงนี้ และการที่เรามีผลงานออกไปเหมือนฟิล์มบันทึกเงาของเรา เพราะฉะนั้นไม่ทำให้มันดีที่สุด แม้เราจะไม่อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้ดีที่สุด เหมือนกับเป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้ทำ
Thairath Talk : ถ้าย้อนกลับไปวันที่คุณแม่ปลุกขึ้นมาจากเตียง ไม่อยากมา ท้อแท้ วันนี้จะมีแต้วอย่างวันนี้ไหม
ไม่มี คงเป็นแบบคนขี้อาย ไม่กล้าทำอะไร
Thairath Talk : สมมติถ้ามันมีวันนั้นเราจะเห็นแต้วทำอาชีพอะไรถ้าไม่ใช่นักแสดง
ก็คงเป็นสถาปนิกนี่แหละ ไม่ใช่ไม่ดีนะคะ ก็จะเป็นเส้นทางชาเลนจ์อีกแบบนึง จะเป็นสถาปนิกมีคุณและคนยอมรับ
Thairath Talk : ตอนนี้เอาวิชาคืนอาจารย์ไปหมดยัง
อาจารย์ดูอยู่ไหมง่า (หัวเราะ)
ที่มาของแก๊งเฟอร์บี้
Thairath Talk : ตอนนี้แก๊งเรา เฟอร์บี้ คบกันยาวนานมาก
เหมือนเริ่มเข้ามาในช่องพร้อมกัน อายุไล่เลี่ยกัน แม้เราจะอายุมากสุดก็ตาม
Thairath Talk : ทำไมถึงชื่อแก๊งเฟอร์บี้
เหมือนเกิดจากเราอยู่ในช่องมานาน มันสวนกันไปมา ไม่ได้มีการฟอร์มแก๊ง แล้วก็นัดกันแล้วนัดได้ มันเป็นเรื่องยาว แล้วคุยกันเรื่องไปวิ่งมาราธอนมา แมทไปวิ่งมา เล่าโจ๊กอันนึงที่แบบคนที่วิ่งเรียกกันเฟอร์บี้ เลยกลายมาเป็นเฟอร์บี้
ติดตามฉบับเต็ม เร็วๆนี้