เลือกตั้ง 24 มี.ค.จะเป็นวันแผ่นดินไหว ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา นักคิด นักเขียน มือสัมภาษณ์คนสำคัญของเมืองไทยที่หาตัวจับยาก อดีตเจ้าของรายการในตำนานอย่าง ‘ตอบโจทย์ ประเทศไทย’ บอกผมแบบนั้น
เขาเป็นปราชญ์แห่งยุค 4.0 โน้ต อุดม แต้พานิช นิยามความแหลมคม ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ไว้
ผมจีบเขาไปเกือบปี จนฟ้าคลี่คลาย จนได้คุยกันในบ้านที่แสนอบอุ่น เป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อประเทศที่กำลังมี ‘เลือกตั้ง’ หลังจากเราอยู่ภายใต้ร่มเงาทหาร 4-5 ปี และไม่ได้เลือกตั้งมา 8 ปี
บทสัมภาษณ์ที่ผมไปถาม และนั่งฟังอย่างตั้งใจ
เด็กชาย ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
Thairath Talk เล่าชีวิตตอนเด็กๆ ให้ฟังหน่อยครับ
...
เหมือนเด็กบ้านนอกทั่วๆ ไปแต่เมื่อย้อนคิดดูมันก็เป็นชีวิตที่มีความสุขดีเหมือนกันนะ พออายุจะเข้า 49, 50 ความทรงจำเราจะหวนกลับไปที่วัยเด็กมาก มันจะเป็นหวนนึกคิดความความสุขของการใช้ชีวิตในวัยเด็ก
ผมโตมาในตลาดจันทบุรี อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี รอบๆ ตลาดเป็นเรือกสวนไร่นาทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่ง ส่วนใหญ่ก็ใช้ชีวิตขี่จักรยานไปเล่นน้ำคลอง ตอนเย็นๆ เลิกเรียนไหว้ลงไปในคลองยังจำความสวยงามที่แสงแดงมันพุ่งลงไปในลำน้ำแล้วมันเห็นสาหร่ายใต้น้ำ ใส่แว่นอัน 25 บาทที่เอาไว้ยิงปลาอันสีฟ้าๆ แล้วก็ไปดูน้ำไปดูไรก็สวยดี เพื่อนฝูงก็อยู่ในตลาดรอบตลาดคิดง่ายๆ คือมันเป็นประสบการณ์ชีวิตวัยเด็กที่ดี พอแก่ขนาดนี้แล้วนะก็มันโตมาในธรรมชาติที่สวยงาม
Thairath Talk เด็กๆ คุณซนไหม
มันไม่ซนแต่มันก็อยากรู้มันก็เป็นคนชอบถามครูเพื่อนคงรำคาญเหมือนกัน ครูก็คงรำคาญถ้านายกฯอยู่วันนี้ก็คงรำคาญถามเลย ชอบถามมาก เป็นคนอยากรู้
Thairath Talk เป็นอายุที่ 49 ที่กูรู้ลึกว่าจะ 50 หรือว่าเป็น 49 ที่กู 40 เอง
ผมเพิ่งเขียนหนังสือเล่มล่าสุดเรื่องชื่อ Present ผมยังบอกว่าผมเนี่ย 50 ปีนี้ถ้านับจีนเนี่ยเขานับในท้องแม่เนี่ย บวกหนึ่งก็ 50 แล้วก็รู้สึกว่ามันกำลังจะกลายเป็นคนอายุ 50 มันไม่ได้เป็นคนที่อายุ 40 ขงจื๊อบอกว่าไอ้ 40 ไม่ลังเลสงสัย 50 จึงทราบเจตนารมณ์ของฟ้า
ปีนี้ 50 ขายหนังสือให้เรย์เลย ถ้าไปอ่านหนังสือเล่มล่าสุดของผม Present บรรยายจักรวาล ครับ จะเริ่มรู้สึกเลยว่าเจตนารมณ์ของฟ้าเริ่มคลี่คลายตัวเองแล้วเผยตัวเองออกมาผมก็เริ่มรู้สึกว่าอ๋อถึงเจตนารมณ์ของฟ้า ฟ้าเนี่ยให้มนุษย์เกิดมาทำไม ฟ้านี้มีพยากรณ์หลายอย่างที่จะบอกเราในเวลาอันสมควรถ้าเรารับคลื่นจากฟ้าดินได้เราก็จะเข้าใจอะนะ ครับเขาบอกอะไรเรา
Thairath Talk เขาบอกอะไรภิญโญ
บอกว่าเรามาจากจักรวาลแล้วเราก็ส่วนหนึ่งของจักรวาล ปัญญาอยู่ในจักรวาลแล้ววันหนึ่งเราจะคืนกลับคือคืนกลับไปเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลเรากับฟ้าดินเป็นเรื่องราวเดียวกันทั้งหมด คุณเข้าใจหรือเปล่าแค่นั้นครับ ถ้าคุณเข้าใจคุณก็จะเป็นส่วนหนึ่งของฟ้าดินและจักรวาลความทุกข์ในชีวิตคุณก็จะน้อยคุณก็จะหาความหมายชีวิตลึกซึ้งขึ้นแต่คุณคิดว่าคุณไม่เข้าใจคุณก็คิดว่าคุณเป็นชีวิตที่ของมนุษย์ที่โดดเดี่ยวคุณยิ่งใหญ่คุณมีความสำเร็จที่มีของตัวคุณเองมากมายคุณก็จะแสวงหาความสำเร็จทางโลกไปเรื่อยๆ เพราะคุณคิดว่าคุณยิ่งใหญ่
แล้วคุณเป็นหนึ่งเดียวไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครคุณก็จะแข่งกับผู้คนเต็มไปหมดคุณไม่เห็นภาพรวมทั้งหมดว่าเราทั้งหลายนั้นก็เป็นแค่อนูหนึ่งของจักรวาลที่อยู่ร่วมกันมา ครับ นี่อย่างสั้นอย่างยาวก็คง 49 นาทีคงไม่พอ
Thairath Talk เป็นที่ช่วงที่ก้มหน้าอ่านตำราหรือใช้ชีวิตมากกว่ากัน
มันเรื่องเดียวกันเลยตำราเนี่ยหรือว่าคัมภีร์ หรือว่าหนังสือเนี่ยมันเป็นสะท้อนของจักรวาลทางความคิดของผู้คนข้างนอกเมื่อคนเขาคิดอย่างนั้นเห็นอย่างนั้นความเมตตาอย่างเขาเนี่ยคือเขาถ่ายทอดหรือว่าสะท้อนปัญญาและความคิดเหล่านั้นออกมาในหนังสือ
มันเลยกลายเป็นหนังสือฉะนั้นเมื่อเราเอาไปใช้ชีวิตข้างนอกสัมผัสผู้คนธรรมชาติฟ้าดินเราก็จะเกิดปัญญาชุดชุดหนึ่งและถ้าเรามีความเมตตาใจดีเราก็จะถ่ายทอดปัญญาชุดนั้นเป็นเครื่องสะท้อนกลับมาที่หนังสือ ฉะนั้นการก้มหน้าอ่านหนังสือกับการไปใช้ชีวิตข้างนอกมันไม่ได้แยกกันมันเป็นเรื่องเดียวกัน กระทั่งการเขียนหนังสือการใช้ชีวิตการอ่านหนังสือการเขียนหนังสือมันเป็นเรื่องเดียวกันวันหนึ่งเราจะเข้าใจ
Thairath Talk ไม่ได้หมายความว่าอ่านแต่ตำราเก่ง เก่งแต่ตำราและปฏิบัติจริงเราแล้วเราจะสอบตก
...
บ้างเรื่องในชีวิตอ่านไม่ตำราไม่เข้าใจถ้าไม่มีประสบการณ์ ครับ บ้างเรื่องในชีวิตอ่านตำราไม่เข้าใจถ้าไม่ปฏิบัติจริงไม่ได้ไม่มีใครวายน้ำเป็นโดยการอ่านตำรา ไม่มีใครปีนเขาเอเวอร์เรสเป็นโดยการอ่านตำราหลายเรื่องในชีวิตไม่สมารถทำด้วยการอ่านตำราได้และการจะอ่านตำราได้อย่างเข้าใจและซาบซึ้งต้องมีประสบการณ์ตรงและมีผลต่อการปฏิบัติจริง ถึงจะเข้าใจบ้างเคล็ดวิชาที่มันลึกมาก สักครู่คุยกันข้างนอกพี่โญค่อนข้างนิ่งกับช่วงอายุวัยเท่านี้นะครับ ที่จริงอาจจะนิ่งมานานแล้วจริงๆ
รายการ ตอบโจทย์ ประเทศไทย
Thairath Talk ย้อนกลับไปสมัยก่อนคุณทำนิตยสาร Open และมีคนรู้จักมากขึ้นจากรายการ 'ตอบโจทย์' ยุคนั้นยังจำได้ไหมว่าบรรยากาศเป็นไงบ้าง
ยุคนั้นทางความขัดแย้งทางการเมืองมันสูงใช่ มันเป็นฝั่งเป็นฝ่ายก็มีสองฝ่ายเป็นเหลืองเป็นแดงมาล่ะ สมัยผมทำนี่คือดีเบตวันต่อวันเลยใช่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พอมาอีกวันหนึ่ง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อีกวัน จตุพร พรหมพันธุ์ สลับไป เสธ.ไก่อู สลับกันอย่างนี้ทุกวันแล้ว เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ คือสลับกันจนเหนื่อยความขัดแย้งคือสูงมากแต่อย่างน้อยก็ยังมีพื้นที่ให้สองฝ่ายนั่งคุยกันได้แต่เราทำรายการอยู่ตรงกลางนี่เราเหนื่อยนะ
...
แต่ทุกวันนี้ ไอ้ตอนที่เราทำโซเชียลมีเดียยังไม่รุนแรงขนาดนี้ แต่ทุกวันนี้เนี่ยทุกคนมีที่มั่นประจำการในโซเชียลมีเดียใช่ และทุกคนก็รู้สึกว่าใช้ฐานที่มั่นของตนเองและก็ยิงถล่มฝ่ายตรงข้ามอย่างเมามัน ใช่ฮะพื้นที่ตรงกลางไม่มี และถ้าใครเผลอไปเป็นพื้นที่ตรงกลางก็จะกลายเป็นหมู่บ้านกระสุนตกใช่และอาจจะถูกทิ้งระเบิดจากข้างบนไม่รู้ใครบินมาย่อนนระเบิดลงมาด้วย
ฉะนั้นไม่มีพื้นที่ปลอดภัยในการสนทนากันเนี่ย ครับมันก็ยากที่จะเคลื่อนความคิดของสังคมที่เห็นพ้องต้องการไปข้างหน้าได้แต่มันง่ายที่จะเข้าป้อมค่ายและยิงกัน ทางความคิดนะไม่ได้ยิงกันจริงๆ มันง่ายที่จะอย่างนั้น งั้นยุคนั้นมันยังพอคุยกันได้แต่ยุคนี้เนี่ยแทนที่มันจะคลี่คลายไปความขัดแย้งทางการเมืองทางความคิดดูเหมือนจะหนักข้อยิ่งขึ้น จากการไม่มีพื้นที่ที่จะคุยกันทุกคนก็ต้องเข้าที่มั่นของตนเอง รักษาพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง
Thairath Talk สมมติถ้ารายการตอบโจทย์วันนี้ยังอยู่ใช่ไหม มันจะเป็นรายการรูปแบบไหน
ผมจินตนาการยากเพราะมันไม่อยู่แล้วไง และการไม่อยู่มันก็ไม่ได้อรรถาธิบายสังคมได้ดีเหมือนกันทำไมมันไม่อยู่แล้วทำไมถึงไม่อยากมีคนให้มันอยู่ ซึ่งมันก็คือสภาพสังคมในตอนนี้ไงและการที่มันไม่อยู่ได้ไรมาซึ่งเสียอะไรไปสังคมก็จะเป็นคนอธิบายมันทั้งหมดจะอยู่หรือไม่อยู่มันก็อธิบายความบางอย่างได้
Thairath Talk ไม่ใช่เจตนาของเราใช่ไหมที่ทำให้มันอายุสั้น ล่อเป้า หรืออยากทำให้มันกลายเป็นตำนาน
เวลาเราทำรายการทีวีเรตติ้งดีมากนะ อะใช่ คนดูเยอะมากถ้าพูดถึงความมีชื่อเสียงมันก็กำลังมีชื่อเสียงมีรายได้ก็กำลังมีรายได้ มีใครอยากจะทำรายการของตัวเองที่เขาเรียกว่าอู่ข้าวอู่น้ำเป็นชื่อเสียงเป็นรายได้ไม่มีหรอก อ้าวคิดง่ายๆ เหมือน common sense แบบมนุษย์ โห.. รายการกำลังดังคนกำลังดูชื่อเสียงก็มีรายได้ก็มีออกทีวีทุกวัน
...
อยู่ดีๆ ก็วางแผนเพื่อที่จะทำรายความสำเร็จทุกอย่างในชีวิตตัวเองให้พังเพื่ออะไรเหรอ โดยความมั่นใจไม่มีใครทำอย่างงั้นหรอกผมก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งธรรมดารักตัวเองไม่มีใครอยากทำร้ายตัวเองทำร้ายผลประโยชน์ตัวแองหรอก
Thairath Talk คนเข้าใจว่ารายการถูกปลด จริงๆ ไม่ใช่
ผมยุติรายการเองเจ็บใจไหมครับนั่น ณ ช่วงเวลานั้น ความเสียใจมันมีเรย์แต่มันผ่านมาหลายปีละ นี่มันเบาบางทำให้ผมพูดผมก็พูดไม่ค่อยรู้สึกอะไร ปล่อยมันได้ วันดีคืนดีอายุ 50 เรื่องที่ควรปล่อยก็ต้องปล่อยเรื่องที่ไม่ควรปล่อยยังต้องปล่อยเลยเรย์
สถานการณ์สื่อ - ภิญโญ
Thairath Talk สถานการณ์สื่อลองวิเคราะห์หน่อยปัจจุบันเป็นยังไงบ้างมีความหวังบ้างไหม
สื่อมันมีหลาย layer รึมันมีหลายชั้นที่มันซับซ้อนกันเองผมคุยบ่อยๆหนึ่งเทคโนโลยีมันเปลี่ยน ฉะนั้นในเมื่อเทคโนโลยีมันเปลี่ยนความเป็นคนกลางมันหายไปสื่อมีเดียมันแปลว่าคนกลางอยู่แล้วเทคโนโลยีเปลี่ยนคนกลางหายไปเปลี่ยนสื่อเดือดร้อนอยู่แล้ว เพราะเขาค้าขายกันโดยตรงได้เมื่อเขาค้าขายกันโดยตรงได้มันไม่ต้องมีความจำเป็นที่ต้องมีสื่ออันนี้ก็เดือดร้อนกันอยู่ข้อหนึ่ง ฉะนั้นสื่อโดยส่วนใหญ่ถ้าไม่เป็นเจ้าของธุรกิจก็เป็นเนี่ยลูกจ้างทั่วไปเป็นแบบเราเจ้าของธุรกิจเขาแบกไว้
Thairath Talk วันดีคืนดีเขาแบกไม่ไหวเขาทำไงกับลูกจ้างเขาจะทูนหัวไว้เหรอ
ผมพูดมา 5 ปีแล้ว ปรากฏการณ์มันก็เริ่มขึ้นปรากฏขึ้นเรื่อยๆ คือเทคโนโลยีเปลี่ยนโมเดลธุรกิจใหม่ยังหาไม่เจอมันได้รับผลกระทบด้วยตัวของมันเองแค่นี้สื่อก็เหนื่อยอยู่แล้ว นี่เมื่อแค่ในสื่อเหนื่อยอยู่แล้วประเทศเรายังมีมาตรา 44 ซึ่งนึกจะปลดใครก็ได้สั่งใครสั่งอะไรก็ได้หมดสื่อจะทำงานอย่างไร
ถ้าไม่มีความแหลมคมไม่มีความกล้าหาญจะหาคนดูที่ไหนเมื่อไม่มีคนดูจะหาโมเดลธุรกิจใหม่ที่ไหนมันก็พันตัวเองกันไปหมดไงถูกความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีกดดันแต่ว่าไม่สามารถมีเสรีภาพที่จะใช้อย่างเต็มที่เพื่อที่จะพาตัวเองออกไปสู่อนาคตได้ไม่มีโมเดลธุรกิจใหม่ๆการเมืองก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงแบบนี้สื่อเลยถูกภาวะที่ถูกปิดล้อมทุกด้านมี 4 ด้านถูกปิด 4 ด้านสื่อไม่รู้จะหาทางออกทางไหน ยกเว้นพวกที่ออกได้เข้าโซเชียลมีเดียสมัยใหม่แล้วเข้าสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่แล้วไปสู่อีกมิติหนึ่งเลย
Thairath Talk สื่อที่ดีต้องมีองค์ประกอบยังไงบ้าง
ผมตอบง่ายๆ คือตอบสั้นๆ จริงมันยาวก็คือว่าเนี่ยหนึ่งคือต้องมีโมเดลทางธุรกิจใหม่เพื่อจะตอบตัวเองให้ได้ว่าจะเอารายได้จากไหนจะรอดแล้วไปสู่อนาคตได้ไงถ้าไม่มีโมเดลธุรกิจดีแค่ไหนไม่รอดก็เป็นสื่อที่ดีไม่ได้สื่อที่ตายแล้วเป็นสื่อที่ดีไม่ได้สื่อที่ดีต้องมีชีวิตอยู่ก่อนถ้าไม่มีชีวิตสื่อที่ตายแล้วเป็นสื่อที่ดีไม่ได้คนที่ตายแล้วเป็นคนดีไม่ได้คนดีต้องไม่ตายนะต้องมีชีวิตอยู่
เลยต้องเอาตัวให้รอดก่อนต้องหาโมเดลธุรกิจที่จะอยู่ให้ได้ก่อนถ้าโมเดลธุรกิจอยู่ได้มันจะตอบคำถามเองว่าอะไรที่เป็นปัจจัยที่ทำให้อยู่ได้แล้วมันค่อยสร้างคุณภาพจากโมเดลที่อยู่ได้แล้วถ้าโมเดลนี้อยู่ได้คุณจะทำเป็นสื่อคุณภาพอย่างไรนั้นไอ้โมเดลที่อยู่รอดได้มีคนยอมจ่ายเงินคุณเพื่อซื้อสินค้าของคุณก็คือสื่อของคุณแต่ถ้าคุณทำไม่ดีจริงทุกอย่างฟรีหมดจะมีใครอยากจ่ายเงินเพื่อซื้อสื่อของคุณไหมไม่มีใช่ไหมคุณต้องตอบให้ได้ว่าคุณสภาพของสินค้าคุณที่ดีคืออะไรนั้นโมเดลธุรกิจจะบังคับให้เราทำสินค้าคุณภาพถ้าไม่คุณภาพเนี่ยไม่มีใครจ่ายตัง
ภิญโญ มองคนรุ่นใหม่
Thairath Talk คุยเรื่องเด็กรุ่นใหม่หน่อย เราชอบด่าเด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยมี Passion ทำอะไรก็ง่ายๆ เด็กสมัยนี้มีต้นทุนมากแต่หาจุดยืนของตัวเองไม่ได้เพราะอะไร
สมัยผมมันมาจากความไม่พร้อมในเศรษฐกิจ เงินทองก็ไม่มีต้องเอาตัวให้รอดเรียนให้จบ และหางานทำ ทีนี้คนรุ่นหลังจากผม รุ่นลูกผม รุ่นหลานผม พ่อแม่มันตั้งหลักได้แล้ว รุ่นอากงวางรากฐานทางเศรฐกิจให้แล้ว คุณไม่มีความยากลำบาทางเศรษฐกิจ เมื่อไม่มีความยากลำบากทางเศรษฐกิจคุณควรจะไปใช้ชีวิตที่คุณเลือกได้ ชีวิตที่เป็นความมุ่งมาดปรารถนาของคุณ แต่ในด้านหนึ่งคือ พ่อแม่ลืมไปว่าไม่ได้ยากลำบากทางเศรษฐกิจแล้วพ่อแม่ก็ยังมีความหวั่นว่า ลูกจะไม่ได้ทำงานที่ดี ลูกจะไม่ได้อยู่ในสังคมที่ชอบ พ่อแม่ก็เลยจะเคี่ยวเข็ญลูกไปในวิธีคิดของตัวเองในอดีต เรื่องนี้ผมเตือนบ่อยๆ มันได้เปลี่ยนไปหมดแล้วนะ
ฉะนั้น พ่อแม่ถ้าไม่ได้ไปฝากความหวังไว้กับลูกเยอะ เคี่ยวเข็ญเขามากลูกก็จะมีเสรีภาพในการเลือกมาก แต่ที่นี้ว่าถ้าเราไม่ฝึกเสรีภาพในโรงเรียน ในประเทศให้มีเสรีภาพในการขบคิด ในการกล้าแสดงออก ในการกล้าลองผิดลองถูกและวันดีคืนดีบอกให้เด็กกล้าอย่างที่ผมบอกเนี่ย แล้วเด็กจะเอาความกล้ามาจากไหน ไม่เคยให้เขาแสดงความคิดเห็น ไม่เคยให้เขาลองผิดลองถูก และก็ไม่ฟังความคิดเห็นของเขา ใช้เสียงของเราข่มเสียงของเขาตลอดเวลา แล้ววันดีบอกให้กล้าให้หา Passion หาความกล้า หาความมุ่งมาดปรารถนา
ก็ถามมาไม่เคยสอนกูมาตลอดชีวิต อยู่ดีๆ จะให้ว่ายน้ำ ถีบกูลงสระกูก็ขึ้นอืดพอดีสิ เด็กทุกวันนี้ก็เลยเจอปัญหานี้เพราะเราไม่เคยสอนให้เขากล้าหาญลองผิดลองถูกให้เขาได้เลือกให้เขาได้ตัดสินใจชีวิตเขาแล้ววันดีคืนดีของเขาโตขึ้นอยากเป็นอะไร เด็กๆ อยากเป็นอะไรมึงยังไม่ให้กูเป็นอะไร โตขึ้นจะให้กูเป็นอะไร กูก็เป็นตามมึงสั่งนั่นแหละ มันก็เลยเจอปัญหานี้ฉะนั้นเด็กมีความพร้อมทางเศรษฐกิจแต่มันหาตัวเองไม่เจอ เพราะว่าสังคมเราไม่ได้มีเสรีภาพให้เด็กมากพอที่จะค้นหาตัวเองระบบการศึกษาไม่ได้มีเสรีภาพมากพอในการให้เด็กลองผิดลองถูก หมาิทยาลัยไม่ได้สอนเรื่องความกล้าหาญแบบนี้ ฉะนั้นวันดีคืนดีเมื่อเขาต้องออกมาสู่ชีวิตจริงเนี่ยแล้วเขาจะมีความพร้อมเรื่องเหล่านี้ได้ไง อันนี้เรื่องใหญ่มาก
Thairath Talk ทำไมเด็กยังไม่สามารถสร้างที่ทางให้กับตัวเองได้ในโลกใหม่
โลกใหม่เนี่ย Landscape มันเปลี่ยนภูมิทัศน์มันเปลี่ยนเหมือนเดิมสมมุติว่าเราเรียนสายวิทยาศาสตร์เก่งเราก็ไปเรียนคณะแพทย์ จุฬาฯ รามาธิบดี ศิริราช เหมือนพวกโรงเรียนผมเนี่ยโรงเรียนเตรียมเนี่ย ทุกคนก็จะไปเอนทรานส์เข้าคณะแพทย์กันหมด ไอ้ที่ไม่อยากเป็นหมอก็ไปเป็นวิศวะ ทางมันชัดขนาดนี้ ไอ้พวกที่เรียนศิลปะ ก็ไปสอบพวกนิติศาสตร์นิเทศศาสตร์แล้วแต่ความนิยมแต่ละยุคสมัยที่เปลี่ยนไป คือทางมันแคบอยู่แค่นี้ ถ้าเรียนเก่งเป็นหมอเป็นวิศวะ อีกสายก็ไปเป็นอีกสายนิเทศฯ สายนิติฯ หรือสายอะไรก็สุดแล้วแต่ว่ากันไป อักษรศาสตร์ก็ว่ากันไป
แต่เดี๋ยวนี้ในเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้สูงขนาดนี้ อาชีพการงานมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้วนะ มหาวิทยาลัยยังจัดหมวดหมู่แบบนั้นยังไม่ค่อยจะถูกเลยนะ จัดว่าเรียนเก่งก็ไปเป็นได้แค่ไม่กี่อาชีพ อาชีพในโลกสมัยใหม่หลังการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีมันเกิดขึ้นมากมายเต็มไปหมด งั้นถ้าไม่เข้าใจ Landscape ของการเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกของอาชีพ เราจะวางแผนการศึกษาให้ลูกผิดหมด แล้วเด็กก็จะไม่รู้ว่าจะไปยืนอยู่ตรงไหน
สมมติว่าสนใจเรื่องปรัชญา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี มานุษยวิทยา แต่ว่าอยากจะอยู่ในโลกสมัยใหม่มันจะไปเรียนที่ไหนผสมเอไออาร์ทิสสเปเชี่ยลอินเทเลเจนท์เข้าไปด้วยผสมเทคโนโลยีดิจิทัลแอนด์เทคโนโลยีที่ผสมเข้าไปด้วย มันต้องเอาศาสตร์มาผสมกันซึ่งคณะมันยังปรับตัวไม่ทันแล้ว เด็กก็ไม่รู้ว่าจะผสมกันยังไงเพื่อให้มีที่ยืนในอนาคตเพราะฉะนั้นการศึกษามันจะต้องมีการดีไซน์ที่จะต้องออกแบบใหม่เพื่อให้มันเห็นที่ทางใหม่แล้วเด็กได้รู้ อ๋อ ความสนใจของเราขณะนี้มันมีที่ยืนอยู่ในอนาคตนะเรย์
Thairath Talk เด็กไม่กล้าตั้งคำถามยากๆ กับตัวเอง
ก็ผู้ใหญ่ยังไม่กล้าตั้งคำถามกับตัวเองคือถ้าผู้ใหญ่ไม่เคยฝึกตั้งคำถามที่ยากกับตัวเองเราจะไม่เคยตั้งคำถามที่ยากกับเด็ก เมื่อเด็กไม่เคยถูกตั้งคำถามที่ยากกับตัวเอง เด็กจะฝึกตั้งคำถามที่ยากที่สุดกับตัวเองได้ไง ในเมื่อไม่เคยมีใครตั้งคำถามมาโดยตลอด อยู่ดีๆ ไม่เคยโดนตั้งคำถามมาเลย แล้วอยู่ดีๆ จะบอกไหนช่วยตั้งคำถามที่ยากกับตัวเองสิ ผู้ใหญ่จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีคิด วิธีการตั้งคำถามเหมือนกันให้รู้สึกว่าเออเรื่องนี้เราไม่เคยถามเลยเว้ย ผู้ใหญ่เคยตั้งคำถามตัวเองอะไรคือความมุ่งมาดปรารถนาของชีวิตของฉันในชีวิต ตอบตัวเองไม่ได้แล้วไปถามลูก แล้วลูกจะตอบได้ไง เรย์อะไรคือความมุ่งมาดปรารถนาในชีวิตของเรย์ตอนนี้อายุเท่าไหร่
Thairath Talk ฉะนั้นถ้าเรายังตอบตัวเองไม่ได้ คนรุ่นเรายังตอบตัวเองไม่ได้สมมติความมุ่งมาดปรารถนาในชีวิต อะไรคือความสำเร็จในชีวิตคุณ อะไรคือ
ความหมายในชีวิต ถ้าคนรุ่นเรายังตอบไม่ได้ พ่อแม่ยังตอบไม่ได้ จะเอาไรไปถามลูก และลูกย้อนมาถามว่าของแม่คืออะไรของพ่อคืออะไร ของลุงคืออะไรเหรอ มันก็ตายนะ และถ้าเรายังตอบไม่ได้ จะไปคาดหวังอะไรให้เด็กตอบได้ และถ้าเรายังสอนลูกไม่ได้ ระบบการศึกษายังสอนเด็กรุ่นหลังไม่ได้ แล้วเราจะไปคาดหวังอะไรกับเขา จะไปว่าเขาได้ยังไงทำไมเด็กมันไม่มีความมุ่งมาดปรารถนาแสดงว่าสังคมไม่ได้สอนให้เด็กรู้จักความมุ่งมาดปรารถนา ตั้งแต่อยู่ในระบบการศึกษา และเมื่อพ้นระบการศึกษาไปแล้วนะ
ซึ่งมันมีเวลาตั้ง 20 ปีกว่าจะเรียนจบกันมา แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปคิด ก็เวลาที่ดีที่สุดคือเวลาที่อยู่ในระบบการศึกษา 20 ปี เมื่อจบออกมาแล้วโหมันต้องทำงานผ่อนบ้านผ่อนรถ ต้องมาสัมภาษณ์ผู้คนมากมาย มันจะไปเอาเลาอ่านหนังสือหาความมุ่งมาดปรารถนาได้ทีไหนเดี๋ยวคุยไปแบตก็หมดอยู่ดี กูกำลังจะคิดความมุ่งมาดปรารถนา แบตหมดพอดีวะ แต่อยู่ในระบบโรงเรียนเป็นลักชัวรี่ ไปเช้าเย็นกลับมีเวลาคิดไปเรื่อย ต้องเจอตั้งแต่ตอนนั้นตั้งแต่อยู่ในระบบการศึกษา ถ้าไม่เจอจบมาแล้วมันยาก ภาระมันเยอะในชีวิต
49 ปี แก้ไขอดีต
Thairath Talk 49 มีอะไรที่อยากทำแล้วยังไม่ได้ทำบ้าง
อยากไปใช้ชีวิตอยู่ในชนบทแล้วก็กลับไปเป็นเด็กอีกครั้งหนึ่งเหมือนที่เล่าให้ฟัง ไปว่ายน้ำในลำคลอง ไปเดินดูทุ่งนาตอนเย็นอยู่ริมแม่น้ำ อ่านหนังสือ เดินทาง จิบชา เขียนหนังสือตามสมควร นานๆ ให้สัมภาษณ์ที ขี้เกียจโดนไฟ แล้วก็อยู่ไปเพลินๆ ซึ่งก็คงได้ทำแหละภายในปีนี้ คงได้ทำแล้วก็เปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง แอดมิชชั่นที่มีความทะเยอทะยานอยู่น้อยมาก แอดมิชชั่นคืออยากกลับไปเป็นเด็ก ใช้ชีวิตที่มีความสุขอีกครั้งแค่นั้นเอง ไม่มีอะไรสูงกว่านั้น
Thairath Talk ย้อนกลับไปแก้ไขอดีตอยากไปแก้ไขอะไรบ้าง
ไม่มีเลย มันไม่ได้ดี มันมีดี มีชั่ว มีเลว มีร้าย มีสุข มีทุกข์ มีธรรมดา แต่เป็นภาวะที่สร้างเราเป็นเราทุกวันนี้ เราไปดึงอดีตออกไม่ได้ จากสายธารประวัติศาสตร์เราไม่ได้ ถ้าเราไม่ผ่านทุกข์โศกมันก็ไม่มีความเข้าใจในปัจจุบัน ถ้าเราไม่ผ่านความสุขมันก็ไม่สอนความรักเราในปัจจุบัน ถ้ามันไม่มีความผิดพลาดมันก็ไม่สอนให้เรากล้าหาญในอนาคต มันเป็นประสบการณ์ซึ่งกันและกันที่มันผูกโยงไว้เป็นเรือใหญ่ที่ประกอบด้วยชิ้นไม้เต็มไปหมดที่ทำให้เราฝ่าคลื่นมรสุมไปได้ไม่มีประโยชน์ที่เราจะไปดึงชิ้นใดชิ้นนึงออกมา เรายอมรับในความเป็นไปของมันไม่รู้จะไปแก้อะไร ก็อยู่ไปอย่างนี้แหละเพลินๆ
Thairath Talk มีความเข้าใจอะไรผิดในตัวภิญโญที่ทุกคนไม่รู้ไหมแล้วอยากจะบอก
ไม่มีมันเป็นทุกข์ของเขาอะ ความเข้าใจผิดก็เกิดในใจเขา เขาไม่รู้ก็เกิดจากความไม่รู้ของเขา ไปบอกเขาก็อาจจะไม่เชื่อไม่มีประโยชน์มันเป็นเรื่องแก้ในใจเรามาก กว่าไปแก้ความเข้าใจผิดในใจคนอื่นมีประโยชน์อะไร แก้คุณภาพจิตใจเราดีกว่า เขาจะเข้าใจผิดก็เรื่องของเขา
ก็แผ่เมตตาให้เขา วันนึงเขาเข้าใจเขาก็เข้าใจเอง เขาไม่เข้าใจไปอธิบายออกทีวีวันละ 45 นาทีเขายังไม่เข้าใจเลย จริงไหม คนเกลียดลุงตู่ก็เกลียดอยู่นั่นแหละ คนเข้าใจก็เข้าใจอยู่นั่น ต่อให้พูดไปสองเท่า 90 นาที คนก็ไม่เข้าใจเหมือนเดิมมีประโยชน์อะไรมันอยู่ในใจเขา แก้ในใจเราดีกว่า.