ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เรือนพะยอม ตอนที่ 8


15 ก.ค. 2560 08:01
599,400 ครั้ง

เรือนพะยอม ตอนที่ 8

อ่านเรื่องย่อ

เรือนพะยอม

แนว:

พีเรียด-ดราม่า-สยองขวัญ

บทประพันธ์โดย:

รอมแพง

บทโทรทัศน์โดย:

เริงใจ

กำกับการแสดงโดย:

รฤกฤกษ์ กัลย์จาฤก

ผลิตโดย:

บริษัท ป๊าสั่ง ย่าสอน จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ธาวิน เยาวพลกุล , คามิลล่า กิตติวัฒน์ 

จารุวรรณไม่ยอมรามือ ทันทีที่กลับถึงเรือนพะยอมตามมาที่ห้องหนูมิวเพื่อจะหาเรื่องรสิกาอีก ยังไม่ทันจะก้าวเข้าไปในห้องได้ยินเสียงนิ่มนวลอยู่ด้วยก็ชะงักแอบฟัง

“คุณมิวติดคุณครูมากนะคะ นี่ถ้าคุณครูไม่อยู่ที่นี่แล้ว คุณมิวคงแย่”

“คุณมิวน่ารัก ใครๆก็เลี้ยงเธอได้”

“ถ้าเป็นอย่างที่คุณครูพูดก็คงไม่รับสมัครครูพี่เลี้ยงคนใหม่อยู่เรื่อยหรอกค่ะ โชคดีนะคะที่ได้คุณครูมา คุณครูถูกชะตากับคุณมิว แถมคุณวฤกษ์กับคุณท่านยังชอบคุณครูอีกด้วย”

“อย่าพูดแบบนี้นิ่ม คนบางคนยิ่งหมั่นไส้ฉันอยู่ด้วย”

“ถ้าหมายถึงคุณจารุวรรณล่ะก็ รายนั้นน่ะเกลียดครูพี่เลี้ยงทุกคนแหละค่ะ อย่าไปถือสาเลย” นิ่มนวลพูด ไม่ทันขาดคำ จารุวรรณเปิดประตูผลัวะเข้าไปโวยวายจะให้วฤกษ์ไล่ทั้งคู่ออกฐานนินทาว่าร้ายตนเอง รสิการำคาญ เชิญเธอไปฟ้องได้เลย แต่อย่ามาเสียงดังที่นี่ หนูมิวเพิ่งหลับ

ยัยน้าตัวแสบยิ่งโกรธที่รสิกาบังอาจมาไล่ นำเรื่องนี้ไปฟ้องวฤกษ์และปาริชาตจะให้เอาเรื่องให้ได้ หลังจากได้ฟังความทั้งสองฝ่ายแล้ว นอกจากวฤกษ์จะไม่ไล่รสิกาและนิ่มนวลออก ยังเตือนจารุวรรณถ้าอยากจะอยู่ที่นี่อย่าทำตัววุ่นวายให้มากนัก แล้วเดินหนีออกไปนอกบ้าน จารุวรรณจะตาม ปาริชาตขวางไว้

“ฉันว่าคุณไปอาบน้ำแล้วก็ส่องกระจกดีกว่า ส่องให้ละเอียดด้วยนะ จะได้เลิกสำคัญตนผิดสักที อย่าไปรบกวนวฤกษ์เลย เพราะจะทำให้เขายิ่งเกลียดเธอ”

จารุวรรณตวัดสายตามองรสิกาอย่างโกรธแค้น ก่อนจะเดินกระแทกเท้ากลับห้องตัวเอง รสิกาขอโทษปาริชาตด้วยที่ต้องมาหงุดหงิดใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ดรลปลอบว่าอย่าไปถือสา คนพาลย่อมชอบหาเรื่องพาลคนอื่นวันยังค่ำ คุณครูสาวพยักหน้าเห็นด้วยแต่ก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี...

ทางด้านวฤกษ์ยืนหน้าเครียดอยู่ที่ลานพะยอมกลัวเหลือเกินว่ารสิกาถูกจารุวรรณเล่นงานบ่อยๆจะหอบผ้าหนี ตั้งใจมั่นจะไม่ยอมให้เธอไปจากที่นี่ ผีแม่จิตปรากฏตัวขึ้นด้านหลังโอบเอวเขาไว้ แนบใบหน้ากับแผ่นหลังวฤกษ์ชะงัก รู้สึกถึงสัมผัสนี้ได้ ครั้นเอามือแตะบริเวณเอวกลับพบแต่ความว่างเปล่า

“แม่พะยอมจะไม่หนีไปไหนดอกเจ้าค่ะ แม่พะยอมต้องอยู่ที่นี่” ผีแม่จิตกระซิบข้างหู ชายหนุ่มตกใจหันขวับทันทีแต่ไม่เห็นใคร

ooooooo

ผีแม่จิตเอาคืนที่จารุวรรณชอบหาเรื่องรสิกาโดยใช้อิทธิฤทธิ์ทำให้ซุปที่แมวยกมาให้กินถึงห้องนอนมีหนอนว่ายฟรีสไตล์อยู่ เธอเห็นเข้าถึงกับร้องกรี๊ดๆ ลั่นบ้าน แทบจะโยนทั้งช้อนทั้งชามทิ้งโดดผลุงเดียวขึ้นไปอยู่บนเตียง ไล่ตะเพิดให้แมวเอาซุปหนอนออกไปแล้วเอาผ้าห่มมาคลุมโปง แมวรีบยกชามออกมาแทบไม่ทัน...

ปาริชาตได้ยินเสียงร้อง จัดแจงจะวิ่งไปดูที่ห้องจารุวรรณ แต่ดรลที่เพิ่งเดินเข้ามาร้องห้ามไว้ คงแค่เรียกร้องความสนใจเท่านั้น ตนไม่เข้าใจญาติผู้พี่เป็นถึงนักธุรกิจมือดีทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ แต่กลับกำจัดผู้หญิงคนนี้ไปจากชีวิตไม่ได้สักที ปาริชาตเชื่อว่าถ้าไม่มีหนูมิว แม่นั่นคงไปนานแล้ว

“คิดเอาเด็กเป็นตัวประกัน ชั่วร้ายมาก ต่อให้ผูกคอตายต่อหน้า ผมก็จะไม่ช่วย”...

วฤกษ์ซึ่งยืนอยู่หน้าบ้านกับนายแสงได้ยินเสียงร้องเช่นกันแต่ทำเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฝ่ายหลังต้องทักจะไม่เข้าไปดูหน่อยหรือ เขาส่ายหน้า อย่าไปสนใจ เหนื่อยแล้วก็เลิกร้องเอง แล้วถามนายแสงว่าเคยได้ยินเสียงผู้หญิงที่ลานพะยอมบ้างไหม คนขับรถผู้ซื่อสัตย์ถึงกับสะดุ้งโหยง

“สะ...เสียง...เสียงอะไรนะครับ”

“เสียงผู้หญิงที่ต้นพะยอม ได้ยินเมื่อครู่นี้เอง แปลกจัง เหมือนพูดอะไรบางอย่างกับฉัน” ว่าแล้ววฤกษ์เดินเข้าข้างใน นายแสงหันขวับไปที่ต้นพะยอม ก่อนจะจ้ำอ้าวออกไปทันที...

รสิกากำลังเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าเดินทางตอนที่นิ่มนวลเอานมอุ่นๆเข้ามาวางให้ เห็นสิ่งที่เธอทำอยู่ถึงกับชะงักถามว่ากำลังทำอะไร เธอจะไปจากที่นี่ เรือนพะยอมจะได้ไม่ต้องวุ่นวายเพราะเธออีก

“คุณครูไม่สงสารคุณมิวหรือคะ” นิ่มนวลมองรสิกาที่เก็บของต่อไปไม่สนใจจะพูดอะไรด้วยก็รีบนำเรื่องนี้ไปรายงานให้ทั้งวฤกษ์และปาริชาตทราบ เขานึกถึงเสียงที่ผู้หญิงที่พูดกับตัวเองตรงลานพะยอมขึ้นมาทันที

“ผมเชื่อว่าเธอไม่ไปไหนหรอกครับ” พูดจบวฤกษ์เดินกลับห้อง ปาริชาตมองตามไม่สบายใจ

“ถ้าไป คุณมิวจะอาละวาดแค่ไหนก็ไม่รู้” นิ่มนวลบ่นสีหน้าไม่สบายใจ...

ทางฝ่ายรสิกาเก็บกระเป๋าเรียบร้อยก็ลากไปไว้ที่มุมห้องพึมพำกับตัวเองจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว จากนั้นเดินกลับมาที่เตียง ยังไม่ทันจะล้มตัวลงนอน กระเป๋าเดินทางเลื่อนเข้าหา เธอถึงกับผงะถอยหนี พลันผีแม่จิตโผล่พรวดมาอยู่ตรงหน้า

“จำไว้ว่าที่นี่คือที่ของเธอ...ที่นี่คือที่ของเธอ...” เสียงพูดของผีแม่จิตดังซ้ำๆอยู่อย่างนั้นเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง ก่อนร่างจะหายวับไป รสิกาถึงกับพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ooooooo

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทำให้รสิกาไม่สบายใจมาก ลุกขึ้นใส่บาตรแต่เช้าเผื่อผลบุญจะส่งให้ผีแม่จิตไปผุดไปเกิดเร็วๆ ระหว่างจะเดินเข้าบ้าน หนูมิวในชุดนักเรียนวิ่งมากอด ขอร้องทั้งน้ำตาอย่าทิ้งแกไป นิ่มนวลปรี่เข้ามารับถาดใส่ของไปถือให้ โดยมีปาริชาตคอยลุ้นอยู่ใกล้ๆ

“อย่าทิ้งมิวไปไหนนะคะคุณครู...คุณครูต้องอยู่ที่นี่ อยู่กับมิว” หนูมิวร้องไห้สะอึกสะอื้น

“ค่ะ ครูสัญญาว่าครูจะไม่ทิ้งคุณมิวไปไหน”

“จริงๆนะคะคุณครู” หนูมิวโผกอดรสิกาด้วยความดีใจเช่นเดียวกับปาริชาตและนิ่มนวล...

อีกมุมหนึ่งหน้าห้องพักของรสิกา วฤกษ์เปิดประตูห้องเข้าไปเห็นกระเป๋าเดินทางวางอยู่ก็ใจหาย ค่อยๆปิดประตูขยับจะไป เจ้าของห้องกลับมาเสียก่อน ทั้งสองคนมองกันอึ้ง ก่อนที่วฤกษ์จะคว้ามือรสิกามากุมไว้ เธอพยายามดึงมือออกแต่ไม่สำเร็จ เขาตัดพ้อรังเกียจเขามากนักหรือถึงจะไปจากที่นี่ เธอแค่ไม่อยากเป็นตัวปัญหา ที่วุ่นวายอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะเธอเป็นต้นเหตุ จารุวรรณเดินมาเห็นทั้งคู่รีบหลบมุมแอบฟัง

“ปล่อยฉัน ถ้ามีใครมาเห็นฉันต้องเป็นเหยื่ออารมณ์ของใครบางคนอีก ปล่อยสิ”

“ให้โอกาสฉันอีกครั้งได้ไหม ฉันสัญญาว่าจะไม่ยอมให้ใครมาระรานเธออีก”

รสิกาดึงมือออกจนได้ แล้วเดินเข้าห้องปิดประตู วฤกษ์ได้แต่มองตามตาละห้อย เธอเดินไปทรุดตัว

ลงนั่งที่เตียงอดนึกถึงภาพผีแม่จิตที่ทำอิทธิฤทธิ์ให้กระเป๋าเดินทางเลื่อนเข้าหาเธอพร้อมกับบอกว่าที่นี่คือที่ของเธอ

“ไม่...ที่นี่ไม่ใช่ที่ของฉัน” รสิกาพึมพำหน้าเครียด...

ในเวลาต่อมา ขณะรสิกากำลังนั่งกินมื้อเช้าเพียงลำพังในห้องกินข้าวโดยมีแก้วตาคอยบริการอยู่ใกล้ๆ จารุวรรณเข้ามาหาเรื่องด่าว่าอีก สองสาวมีปากเสียงกันรุนแรงถึงขนาดจะลงไม้ลงมือกัน แก้วตาต้องปราม หากเสียงเอะอะไปถึงหูคุณย่าเป็นเรื่องแน่ รสิกาลดมือลงเดินเลี่ยงออกมา แมวได้ยินเสียงทะเลาะกันเข้ามาถามจารุวรรณว่าเกิดอะไรขึ้น เธอหาว่ารสิกาจะตบเธอ แมวเสียดายที่มาไม่ทันจะได้ตบนังนั่นแทนให้

“ทำให้ได้อย่างที่ปากพูดเถอะ อย่าเก่งแต่ปาก” จารุวรรณพูดจบผละจากไป แมวจะตามแต่แก้วตาเรียกไว้

“รู้ไว้ด้วยนะ นายของแกเป็นคนก่อเรื่องก่อน ถ้าเรื่องนี้ถึงหูคุณวฤกษ์ ฉันพร้อมจะเป็นพยาน ฝากไปบอกนายแกด้วย นังแมว”...

ฝ่ายรสิกาทนต่อไปไม่ไหวที่ถูกจารุวรรณหาเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน ตัดสินใจจะไปจากที่นี่ ผีแม่จิตปรากฏตัวขึ้นไม่ยอมให้รสิกาทิ้งเธอและวิญญาณทุกดวงที่นี่ให้ทุกข์ทรมาน แล้ววูบเข้าหา รสิกาผงะถอยกรูด

“ไม่...ฉันไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ฉันไม่อยากสนใจ แล้วก็ไม่กลัวเธอด้วย”

“ไม่อยากรับรู้เหรอ แม่พะยอม ไม่อยากรับรู้ใช่ไหม” ว่าแล้วผีแม่จิตลากแขนรสิกาย้อนกลับไปในอดีตเมื่อร้อยปีก่อน เห็นคุณหญิงมุกในชุดสวยงามนั่งอยู่บนตั่งโดยมีแจ่มคอยปรนนิบัติรับใช้อยู่ไม่ห่าง ท่านอยากรู้ว่าเธอให้ใครไปรอรับคุณหญิงทิพย์ที่ท่าน้ำ หรือยัง เดี๋ยวเรือมาเทียบท่าไม่มีใครคอยดูแล

แจ่มรายงานว่าแม่จิตอาสาทำหน้าที่นี้ คุณหญิงมุกยิ้มพอใจ ให้มันคอยรับใช้คุณหญิงทิพย์ดีแล้ว มันจะได้ ไม่ผยองพองขนคิดว่าตัวเองเป็นลูกสาวเกลอเก่าของท่านเจ้าคุณ

“เห็นจะยากเจ้าค่ะคุณหญิง คนมักใหญ่ใฝ่สูงมันก็คอยต่อบันไดป่ายปีนให้สูงอยู่ตลอดเวลาล่ะเจ้าค่ะ”

คุณหญิงมุกสั่งการ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็ให้แจ่มช่วยถีบมันตกบันไดให้คอหักตายด้วยแล้วกัน แจ่มยินดีทำตามคำสั่ง แล้วหัวเราะชอบใจ ท่านนึกขึ้นได้แล้วถามหาแม่พะยอมอยู่ที่ไหน แจ่มเห็นยายล้อมเรียกตัวไว้ให้ช่วยงานในครัว คุณหญิงมุกกำชับให้ทำอย่างไรก็ได้ อย่าให้นังสองพี่น้องนั่นมาเสนอหน้าบนเรือนระหว่างที่คุณหญิงทิพย์กับแม่จันทร์มากินข้าว เพราะคราวก่อนท่านกับคุณหญิงทิพย์แทบกระอักเป็นเลือด

“คุณหญิงวางใจเถิดเจ้าค่ะ” แจ่มรับคำหนักแน่น

ooooooo

เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น ยายล้อมต้องการให้แม่จิตไปช่วยงานในครัว แม่พะยอมก็เลยต้องอยู่รอคุณหญิงทิพย์แทนญาติผู้พี่ โชคไม่ดีพฤกษ์กับภูมิกลับจากทำงานมาก่อน แม่พะยอมหันรีหันขวางจะหลบก็ไม่ทัน จะบอกว่ามารอรับคุณหญิงทิพย์กับลูกสาวก็ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร แจ่มร้องเอะอะขึ้นเสียก่อน

“คุณหญิง...คุณหญิงเจ้าขา อัปรีย์แท้ๆเจ้าค่ะ”

ภูมิกับพฤกษ์ตกใจไม่แพ้แม่พะยอม พยายามร้องห้ามก็ไม่ทัน คุณหญิงมุกพรวดพราดลงจากเรือนเล่นงานแม่พะยอมอุตลุดหาว่ามาเสนอหน้าที่ท่าน้ำทั้งที่ให้ทำงานอยู่ในครัว พฤกษ์พยายามกันไม่ให้แม่ทำร้ายเธอแต่ไม่สำเร็จ เธอถูกด้ามพัดตีไม่ยั้ง

“คุณแม่ตีพะยอมทำไมครับ พะยอมเป็นลูกสาวเกลอเก่าคุณพ่อ ไม่ใช่บ่าวในเรือนนะขอรับ”

ป่วยการจะขอร้อง คุณหญิงมุกเลือดเข้าตาไม่ฟังอะไรทั้งนั้น แม่จิตได้ยินเสียงน้องสาวร้องไห้รีบเข้ามาดึงกัน แล้วผลักคุณหญิงมุกเซเสียหลัก พฤกษ์เห็นท่าไม่ดีรีบพาแม่ขึ้นเรือน ขณะที่แจ่มหัวเราะชอบใจที่สองพี่น้องถูกเล่นงาน แม่จิตไม่พอใจถ่มน้ำลายใส่ แจ่มโกรธจะเข้าไปเอาคืน แต่ภูมิร้องห้ามแล้วไล่ขึ้นเรือน ก่อนจะหันไปสั่งเทียบให้ดูแลพะยอมแทนตน หายามาใส่ให้ด้วย แม่จิตสงสารน้องที่โดนรังแกพลอยร้องไห้ไปด้วย...

รสิกาไม่อยากรู้ไม่อยากเห็นเรื่องราวในอดีตของแม่พะยอม แต่ผีแม่จิตจับตัวไว้ไม่ยอมให้หนีเหมือนที่ผ่านมา สั่งให้ดูต่อไปจะได้รู้ว่าเหตุใดแม่พะยอมถึงต้องอยู่ที่นี่ หรืออย่างน้อยเธอจะได้รู้ว่าเหตุใดเรือนนี้จึงได้ชื่อว่าเรือนพะยอม รสิกาหนีไปไหนไม่ได้จำต้องดูสองพี่น้องถูกบ่าวชายลากตัวไปที่ยุ้งข้าวโดยมีแจ่มยืนกำกับอยู่ใกล้ๆ แม่จิตโวยวายจะมาขังพวกตนทำไม เราไม่ได้ทำผิดอะไร แม่พะยอมรอรับคุณหญิงทิพย์แทนตน

“แต่คุณพฤกษ์ดันมาก่อน ช่วยไม่ได้นี่หว่า”

“ปากดีนักนะอีจิต” ไม่พูดเปล่าแจ่มเงื้อมือตบ แต่แม่จิตไวทายาดหลบทันถีบสวนจนล้ม แจ่มลุกขึ้นได้จะเอาเรื่อง แม่พะยอมต้องขอร้องอย่าทำอะไรพี่สาวตนเลยปล่อยพวกเราไปเถิด แจ่มไม่สนใจคำขอร้องสั่งให้บ่าวชายจับทั้งคู่มัดมือมัดปากจะได้ไม่ต้องส่งเสียงร้องให้เป็นที่รำคาญของคนบนเรือน ภูมิจะเข้ามาช่วยแต่คุณหญิงมุกตามมาขัดขวาง ไล่เขากลับขึ้นเรือน สั่งห้ามบอกพฤกษ์เรื่องนี้ไม่อย่างนั้นท่านจะลงโทษเขา

แม้จะไม่พอใจที่แม่ทำร้ายแม่จิตกับแม่พะยอม แต่ภูมิก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง คุณหญิงมุกรอจนลูกชายคนเล็กไปแล้ว สั่งให้แจ่มกล้อนผมแม่พะยอมให้สั้นเป็นนางชี อยากรู้ว่าพฤกษ์จะยังชอบพอมันอยู่อีกไหม แม่จิตด่าคุณหญิงมุกว่าจิตใจโสมมก็เลยถูกท่านตบหน้าหัน แล้วสั่งแจ่มให้ขังแยกกัน ก่อนจะผละจากไป

“เป็นอย่างใดอีจิต โดนตบจนหน้าหัน เห็นสวรรค์เลยไหมล่ะมึง” แจ่มหัวเราะสะใจ รสิกาน้ำตาคลอเบ้าสงสารสองพี่น้องจับใจทนดูไม่ได้เดินหนี ผีแม่จิตตามมาขวางหน้าไว้

“ทนดูไม่ได้รึแม่พะยอม หล่อนควรรู้ว่าชาติที่แล้วมีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตหล่อนบ้าง...มานี่” ผีแม่จิตฉวยมือ รสิกาไว้ก่อนที่ทั้งสองคนจะเลือนหายไปด้วยกัน

ooooooo

พฤกษ์ไม่มีกะจิตกะใจจะกินข้าวกินปลา แม่จันทร์สังเกตเห็นท่าทางแปลกๆของเขาร้องทักว่าอาหารไม่ถูกปากหรือ เขาแก้ตัวมัวแต่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย พระยาสุนทรพนาเวทต้องปราม

“คิดเรื่องการบ้านการเมืองรึ บางทีมันก็ไกลตัวเราเกินไปนะพฤกษ์ คิดมากไปก็ช่วยอะไรขึ้นมาไม่ได้”

“ผมขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยวมา” พฤกษ์เดินลงจากเรือนไปเลย ไม่สนใจเสียงทักท้วงของแม่ ภูมิสบช่องอาสาจะไปตามเขากลับมาให้เอง พระยาสุนทรพนาเวทมองหน้าเมียรักเหมือนรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เช่นเดียวกับคุณหญิงทิพย์ ถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นใช่ไหม เล่าให้ตนฟังก็ได้

“เอ้อ ไม่มีอะไรหรอก ตาพฤกษ์ก็เป็นอย่างนี้แหละค่ะ ชอบเอาเรื่องวุ่นๆที่กระทรวงกลับมาที่เรือนเสมอ”

“แต่จันทร์เป็นห่วงพี่พฤกษ์ค่ะ ขอตัวไปดูพี่พฤกษ์ก่อนนะคะคุณหญิงป้า” พูดจบแม่จันทร์ลุกออกไป คุณหญิงมุกกลัวความลับแตกรีบลุกตามโดยมีคุณหญิงทิพย์ตามติด พระยาสุนทรพนาเวทหันถามเทียบกับอิ่มว่าเกิดอะไรขึ้นในเรือนนี้ ทั้งสองบ่าวไม่กล้าเล่าได้แต่ก้มหน้า ท่านจึงลงเรือนตามทุกคนไป...

ที่ห้องกักขัง แจ่มกำลังกล้อนผมแม่พะยอมอย่างสนุกมือ ต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อพฤกษ์กับภูมิเปิดประตูผลัวะเข้ามา ละล่ำละลักว่าทำตามคำสั่งของคุณหญิงท่าน พฤกษ์โผกอดแม่พะยอมไว้ด้วยความสงสาร สัญญาจะไม่ยอมให้ใครมารังแกเธออีก แม่พะยอมร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่ขออยู่ที่นี่อีกแล้ว ขอไปตายเอาดาบหน้า พฤกษ์ไม่ยอมให้เธอไปไหนเด็ดขาด และให้เธอรับปากจะไม่จากเขาไปไหน แล้วซับน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน

คุณหญิงทิพย์เดินนำลูกสาวเข้ามาเห็นพฤกษ์ตระกองกอดแม่พะยอมอยู่ก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ชวนลูกกลับ คุณหญิงมุกพยายามจะอธิบายแต่ไม่เป็นผล ภูมิเห็นพ่อตามเข้ามายังไม่ทันจะพูดอะไร ท่านยกมือห้าม

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น กลับไปดูแม่แก...ทุกคนกลับขึ้นไปที่เรือน อีแจ่มด้วย”

แม่พะยอมผละจากอ้อมกอดพฤกษ์กราบแทบเท้าท่านเจ้าคุณร้องไห้สะอึกสะอื้น...

ทางด้านคุณหญิงมุกวิ่งตามมาขอร้องให้คุณหญิงทิพย์ใจเย็นๆก่อน ท่านใจเย็นไม่ไหว ในเมื่อพฤกษ์เลือกก้อนกรวดแทนที่จะเลือกเพชร อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ชวนลูกกลับ คุณหญิงมุกถึงกับหน้าเสียหันไปบ่นกับภูมิไม่คิดเลยว่าแม่พะยอมจะให้ทุกอย่างพังพินาศเยี่ยงนี้ รสิกาเดินหนีออกจากที่คุมขังแม่พะยอมทั้งน้ำตา ผีแม่จิตตามมาถามจะรีบไปไหน เธอทนต่อไปไม่ไหวทั้งป่าเถื่อนและร้ายกาจที่สุด ผีแม่จิตแดกดัน แค่เห็นยังสะเทือนใจขนาดนี้ แล้วคิดหรือไม่ว่าแม่พะยอมในชาติภพที่แล้วจะรู้สึกอย่างไรบ้าง แล้วขอร้องอย่าเพิ่งรีบกลับ ไหนๆก็ไหนๆแล้วอยู่ดูให้จบก่อน รสิกาส่ายหน้า

ooooooo

เสียงจารุวรรณเคาะประตูห้อง ปลุกให้รสิกากลับมาสู่ยุคปัจจุบัน พอตั้งสติได้เธอรีบไปเปิดประตูรับ จารุวรรณต่อว่าว่านัดผู้ชายมาหา ทำไมไม่ลงไปพบ

“อย่าทำตัวเสียมารยาท เดี๋ยวเสน่ห์จะหาย ผู้ชายจะหนีไปซะก่อน” พูดจบจารุวรรณปิดประตูโครม

“ผู้ชาย?...ใครเหรอ”

ครู่ต่อมา รสิกาลงมาที่ห้องโถง เห็นนเรนทร์นั่งรออยู่นิ่วหน้าแปลกใจเนื่องจากไม่เคยรู้จักมักจี่กันมาก่อน ยิ่งนเรนทร์ถามถึงวฤกษ์ เธอยิ่งงงหนักถามหาเขาแล้วเรื่องอะไรถึงไปตามเธอลงมาพบ

“คุณจารุวรรณไม่ได้บอกคุณหรือคะว่าคุณวฤกษ์ไม่อยู่ คงไปที่ไร่น่ะค่ะ ตามไปที่ไร่พนาเวทสิคะ”

นเรนทร์ขอให้รสิกาพาไปที่นั่น เธอปฏิเสธว่าไม่คุ้นทางเพิ่งมาอยู่ที่นี่ไม่นาน คงพาไปไม่ถูก หันไปบอกให้จารุวรรณช่วยพาไปหน่อย แล้วผละจากไปไม่สนใจอีก...

ครั้นเข้ามาในครัว รสิกาต้องงงเป็นไก่ตาแตกเมื่อรู้จากแก้วตาว่าคนที่ชื่อนเรนทร์มีไร่อยู่ติดกับไร่พนาเวท แสดงว่ารู้จักที่นั่นดีแล้วมาขอให้เธอพาไปทำไม ป้าผ่องตั้งข้อสังเกตอาจจะเห็นเธอสวยก็เลยอยากให้ไปเป็นตุ๊กตาหน้ารถ แจ็กพอตก็เลยไปตกที่จารุวรรณ ป่านนี้จะไปถึงไหนกันแล้วก็ไม่รู้ ทุกคนพากันหัวเราะชอบใจ ยกเว้นรสิกาที่ไม่ขำด้วยเพราะยังคาใจไม่หาย ทำไมทั้งนเรนทร์และจารุวรรณต้องโกหกเธอว่าไม่รู้จักไร่พนาเวท

“คนชั่วๆถ้าคิดจะทำชั่วเคยมีเหตุผลด้วยเหรอคะคุณครู อย่าไปสนใจเลยค่ะ” นิ่มนวลปลอบ...

เป็นอย่างที่นิ่มนวลว่าไว้ไม่มีผิด คนชั่วอย่างนเรนทร์ต้องการแค่ป่วนวฤกษ์เท่านั้นและที่โผล่ไปที่ไร่พนาเวทเพื่อตอกย้ำให้เขารู้ว่าจะแย่งรสิกาไปจากเขาให้ได้ ตนอาจจะแพ้วฤกษ์ในเกมธุรกิจแต่เกมนี้ตนชนะแน่

แผนป่วนของนเรนทร์ได้ผลเกินคาด วฤกษ์หงุดหงิดอารมณ์เสียเห็นอะไรขวางหูขวางตาไปหมด ดรลเข้ามาเตือนพาลไปก็ไม่มีประโยชน์ ทำไมเขาไม่บอกกับรสิกาไปตรงๆว่ารู้สึกอย่างไรกับเธอ

“นายเชี่ยวชาญเรื่องความรักหรือไง”

ดรลไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องความรักแต่อย่างใด แต่ถ้าทั้งวฤกษ์และรสิกาต่างไม่พูดความในใจให้อีกฝ่ายรู้แล้วจะมีประโยชน์อะไร รสิกาเป็นคนมีเสน่ห์ใครเห็นก็อยากเข้าใกล้อยากได้เป็นแฟน ตนก็เคยรู้สึกแบบนั้นกับเธอ ถ้าวฤกษ์ไม่เป็นฝ่ายรุกก็มีคนอื่นพร้อมจะเสียบแทนอย่างเช่นนเรนทร์เป็นต้น

“คนที่ทำให้พี่เครียดอยู่ตอนนี้ไง” คำพูดของดรลทำให้วฤกษ์ครุ่นคิดคล้อยตาม...

ด้านรสิกามายังจุดที่คุณย่ามะลิบอกว่าคุณพะยอมจมน้ำตายแถวลานพะยอมซึ่งในอดีตเคยเป็นสระน้ำมาก่อน พลันสระน้ำปรากฏขึ้นตรงหน้า เธอก้าวเข้าหาสระแห่งนั้นเหมือนถูกมนต์สะกด วฤกษ์กลับจากไร่มาเห็นพอดีร้องเรียกเอาไว้ รสิกาได้สติแต่ทุกอย่างรอบตัวกลับหมุนติ้ว ภาพสระน้ำเลือนรางก่อนจะกลับเป็นลานพะยอมอย่างเดิม พร้อมกับร่างของรสิกาทรุดฮวบ วฤกษ์วิ่งมารับตัวไว้ทัน รีบอุ้มเข้าไปในบ้าน

หนูมิวกับนิ่มนวลเข้ามาเห็นก็ตกใจถามว่ารสิกาเป็นอะไร วฤกษ์วานให้หลานรักไปเอายาหม่องจากคุณทวดมาให้ที ขณะที่นิ่มนวลไปหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ ปาริชาตเห็นวฤกษ์บีบนวดมือให้รสิกาอยู่ที่โซฟาในห้องโถง สั่งให้นิ่มนวลไปตามนายแสง เอารถออกพาไปโรงพยาบาลดีกว่า

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวก็คงดีขึ้น รสิกา...ได้ยินฉันไหม”

ooooooo

เมื่อได้ยาหม่องจากหนูมิว วฤกษ์เอาทามือรสิกาพลางบีบนวดให้ คุณย่ามะลิไม่ได้ให้มาแค่ยาหม่องยังให้แก้วตาพามาดูอาการรสิกาด้วยตัวเองอีกด้วย

“คุณพฤกษ์ก็เคยช่วยคุณพะยอมอย่างนี้ เดี๋ยวก็ดีขึ้นเชื่อย่าสิ”

วฤกษ์ยังคงนวดมือรสิกาต่อไป สักพักเธอก็ฟื้นคืนสติ แต่จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาวานให้นิ่มนวลพาเธอไปพักผ่อนก่อน เราสองคนมีเรื่องต้องคุยกัน

“ไม่มีอะไรแล้วล่ะ เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าเดี๋ยวก็รู้สึกตัว ผิดปากซะที่ไหน” คุณย่ามะลิยิ้มอารมณ์ดี...

ตกค่ำรสิกากลับมาที่ลานพะยอมอีกครั้ง ผีแม่จิตตามมาต่อว่าว่ายังไม่ถึงเวลาที่เธอจะต้องรู้ ไม่ต้องไปถามนังมะลิซึ่งไม่ได้รู้อะไรด้วยสักหน่อย มันเป็นแค่เด็กน้อยวิ่งเล่นอยู่ที่เรือนท่านเจ้าคุณ

“คนที่รู้คือฉัน ไปได้แล้ว และอย่าสู่รู้อย่างนี้อีก ฉันไม่ชอบ”

รสิกาสงสัยผีแม่จิตต้องการอะไรกันแน่ ไม่ต้องการไปผุดไปเกิดหรือ หากต้องการเธอจะหาพระหรือคนที่มีบุญบารมีมาช่วย ผีแม่จิตไม่ต้องการเพราะทรมานกับความทุกข์มานานแล้ว ถ้าจะทรมานต่อไปอีกสักหน่อยคงจะไม่เป็นไร พูดจบผีแม่จิตเลือนหายไป รสิกาไม่สบายใจมากจะขอพบกับคุณย่ามะลิเพื่อสอบถามบางอย่าง นิ่มนวลขอให้รอพรุ่งนี้จะดีกว่า เธอยืนกรานจะพบท่านตอนนี้ให้ได้ วฤกษ์ร้องห้ามไว้

“เธอคงเครียดมาก พักผ่อนดีกว่าไหมรสิกา พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ อย่าไปกวนคุณย่าเลย”

คุณครูสาวไม่มีทางเลือกจำต้องกลับห้องตัวเอง

ooooooo

รสิกายังไม่ทันจะตื่นนอนดี ผีแม่จิตดึงตัวไปสู่อดีตภพอีก เห็นแม่พะยอมนอนหมดสติอยู่บนที่นอนโดยมีพฤกษ์ใช้ยาหม่องนวดมือให้เหมือนที่วฤกษ์ทำให้รสิกาเมื่อคืนไม่มีผิดเพี้ยน คุณหญิงมุกที่ยืนดูอยู่ไม่ค่อยจะพอใจนัก หาว่าเธอสำออยเพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดพฤกษ์

สักพักแม่พะยอมรู้สึกตัว ผวาลุกพรวดพราด พฤกษ์โอบกอดไว้เตือนให้ค่อยๆลุกเดี๋ยวจะเป็นลมไปอีก เธอหันมาเห็นสายตาของคุณหญิงมุกรีบเบี่ยงตัวออกห่าง ไหว้ขอบคุณเขาที่ช่วยเหลือ คุณหญิงมุกแดกดัน

“ถ้าไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย หล่อนคงไม่ทำเยี่ยงนี้ คงซบตาพฤกษ์ไม่ห่างเสียมากกว่ากระมัง”

“คุณแม่ เหตุใดจึงพูดกับแม่พะยอมเยี่ยงนี้ด้วยแม่พะยอมเป็นหญิงนะครับ”

คุณหญิงมุกหมั่นไส้ที่ลูกชายออกรับแทน สั่งให้แจ่มพากลับห้อง พระยาสุนทรพนาเวทเดินสวนเข้ามากับภูมิพอดี คุณหญิงมุกชวนสามีให้ไปหาคุณหญิงทิพย์วันพรุ่งนี้ด้วยกัน เพื่อจะสู่ขอแม่จันทร์มาเป็นสะใภ้ ภูมิทักท้วงหมดสมัยคลุมถุงชนกันแล้วไม่ใช่หรือ เธอไม่สนใจตั้งใจมั่นจะทำตามที่ตัวเองต้องการให้ได้...

ผีแม่จิตพารสิกากลับมายังภพปัจจุบัน อวยพรให้ความรักของทั้งคู่สมหวัง รสิกาอ่านสีหน้าอีกฝ่ายหนึ่งออกว่ารักพฤกษ์เช่นกัน ถึงได้รอคอยอยู่ที่นี่ไม่ยอมไปไหน เธอต้องการอะไรกันแน่ ผีแม่จิตไม่ตอบหายวับไป

“อย่าทำอะไรเขานะฉันขอร้อง แม่จิตอย่าทำอะไรวฤกษ์นะ...แม่จิตต้องหลงรักคุณพฤกษ์ ใช่แน่ๆแล้วที่แม่จิตดึงเราเข้าไปดูอดีตอย่างนี้ แม่จิตต้องการอะไรหรือว่าต้องการเอาคุณวฤกษ์ไปอยู่ด้วย” รสิกาคิดแล้วใจหายเป็นห่วงวฤกษ์จับใจ รีบคว้ามือถือโทร.หากมลรัตน์ชวนให้ไปทำบุญด้วยกัน...

ไม่ได้มีแต่ดรลเท่านั้นที่แนะนำให้วฤกษ์สารภาพความในใจให้รสิการู้ คุณย่ามะลิก็ยุให้เขาทำอย่างนั้นเช่นกัน และถ้าเขารักเธอจริงก็อย่าปล่อยให้เธอถูกทำร้ายซ้ำอีก...

เมื่อวฤกษ์รู้ว่ารสิกาจะออกไปข้างนอกอาสาจะเป็นสารถีให้ โดยไม่รอการตอบรับหรือปฏิเสธ เขาลากแขนเธอที่พยายามดิ้นหนีไปขึ้นรถ แล้วรีบขึ้นนั่งประจำที่คนขับ รสิกาฤทธิ์เยอะจะเปิดประตูหนี เขารวบตัวมาจูบ เธอทุบเขาได้แค่สองทีก็หยุด ปล่อยให้เขาจูบอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะถอนริมฝีปากออก

“บ้า...คนผีทะเล” รสิกาเช็ดปากตัวเองอุตลุด

“ที่นี่มีแต่ภูเขา ฉันไม่รู้จักหรอกว่าผีทะเลเป็นยังไง” วฤกษ์พูดจบขับรถออกไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แมวซึ่งแอบมองอยู่รีบไปรายงานให้จารุวรรณทราบและเธอก็รายงานให้นเรนทร์รับทราบอีกทอดหนึ่ง...

ฝ่ายกมลรัตน์ฟังจากน้ำเสียงของเพื่อนรักแล้วเป็นห่วงมากสงสัยจะมีเรื่องร้อนใจจึงชวนให้ภานุวัตมาด้วยเผื่อจะได้ช่วยกันอีกแรงหนึ่ง กรรณิการ์มองลงมาจากห้องทำงานเห็นทั้งคู่ออกมาด้วยกันก็โทร.มาต่อว่ากมลรัตน์ที่ออกไปข้างนอกทั้งๆที่เป็นวันทำงาน เธออ้างจะต้องออกไปซื้อของ เสร็จแล้วจะรีบกลับ...

ระหว่างวฤกษ์ขับรถพารสิกาไปห้างฯตามที่เธอต้องการ ทั้งคู่เถียงกันมาตลอดทาง เขาหาว่าเธอออกมาข้างนอกวันนี้เพราะจะแอบไปสมัครงานกับนเรนทร์ เห็นวันก่อนมันไปชวนเธอถึงเรือนพะยอม

“ฉันไม่ได้รู้จักเขา เห็นอี๋อ๋อกับคุณจารุวรรณแฟนคุณ ทำไมไม่ถามดูเองล่ะ อย่าบอกว่าหึงแฟนสาวเลยมาพาลเอากับลูกน้อง แบบนี้เรียกอย่างอื่นไม่ได้หรอกนอกจากน้ำเน่า”

วฤกษ์เตือนปากดีแบบนี้ระวังจะได้ที่อื่นไม่ใช่ที่ที่อยากจะไป รสิกาหันขวับไปที่อื่นคือที่ไหน เขายิ้มกวน ย้อนถามว่าผู้ชายชอบพาผู้หญิงไปไหน เมื่อครู่นี้แค่จูบหรือเธออยากได้มากกว่านี้ รสิกาคันปากอยากด่า แต่เลือกที่จะสงบปากสงบคำ ผีแม่จิตนั่งกอดอกอยู่ที่เบาะหลังยิ้มพอใจก่อนจะเลือนหายไป...

ห้างฯยังไม่เปิดตอนที่วฤกษ์ขับรถพารสิกามาถึง เขาจึงพาเธอไหว้พระก่อน เธอสบช่องตอนที่เขาไปซื้อดอกไม้ธูปเทียนมาให้ รีบส่งข้อความไปบอกให้กมลรัตน์รับรู้จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง รสิกาถือโอกาสนี้ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองวฤกษ์ อย่าให้ผีแม่จิตและวิญญาณทุกดวงทำอะไรเขาได้...

เสร็จจากไหว้พระ วฤกษ์ขับรถพารสิกากลับมาที่ห้างฯหรู โดยจะให้เวลาเธอช็อปปิ้งคนเดียวสองชั่วโมง เขาจะรออยู่ที่ร้านกาแฟหน้าห้างฯ รับรองจะให้เธอเดินซื้อของอย่างเป็นอิสระ จะไม่แอบตามใดๆทั้งสิ้น เธอรีบส่งข้อความไปนัดแนะกับกมลรัตน์ทันทีโดยไม่ให้เขารู้...

ไม่นานนัก รสิกามาถึงจุดนัดพบ อดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นภานุวัตมาด้วย ทั้งสามมัวแต่คุยกันไม่ทันสังเกตเห็นคนของนเรนทร์แอบสะกดรอยตามพร้อมกับใช้มือถือถ่ายคลิปเอาไว้ จากนั้นทั้งสามคนไปนั่งกินอาหารที่ร้านอาหารหรูในห้างฯเดียวกัน รสิกาอดจ้องมองกมลรัตน์ที่หน้าตาเหมือนกับแม่จันทร์ไม่ได้ จนคนถูกจ้องร้องทักทำไมมองหน้าตนเหมือนไม่เคยเห็นมาก่อน

“เอ่อ ก็...คิดถึงเธอไงยะยัยก้อย” รสิกาเฉไฉไปเรื่อย กมลรัตน์อยากรู้ว่าไปอยู่เรือนพะยอมเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีไหม เธอสบายดี แต่เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าบ้านโชติรสกับเรือนพะยอมมีปัญหากันอยู่ ภานุวัตรู้แค่ว่าเรื่องในอดีตเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ไม่ใช่ของคนยุคเรา สำหรับเขาไม่มีปัญหากับใครนอกจากไอ้ดรล กมลรัตน์ถึงกับร้องอ้าว ไหนว่าไม่มีปัญหากับใครไม่ใช่หรือ

“ถ้ามันไม่ได้เป็นต้นเหตุทำให้ยัยวิน้องสาวพี่ตาย พี่ก็ไม่โกรธมันหรอก”

“ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอคะ” รสิกาถึงกับหน้าเสีย

“มันผ่านไปแล้วน่าพี่วัต สั่งอาหารเถอะเดี๋ยวก็หมดเวลา ก้อยต้องกลับเข้าโรงเรียนอีกนะคะ”

ooooooo