เรือนพะยอม ตอนที่ 7 นิยายไทยรัฐ
วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เรือนพะยอม ตอนที่ 7


15 ก.ค. 2560 08:01
604,394 ครั้ง

ละคร นิยาย เรือนพะยอม

เรือนพะยอม ตอนที่ 7

อ่านเรื่องย่อ

เรือนพะยอม

แนว:

พีเรียด-ดราม่า-สยองขวัญ

บทประพันธ์โดย:

รอมแพง

บทโทรทัศน์โดย:

เริงใจ

กำกับการแสดงโดย:

รฤกฤกษ์ กัลย์จาฤก

ผลิตโดย:

บริษัท ป๊าสั่ง ย่าสอน จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ธาวิน เยาวพลกุล , คามิลล่า กิตติวัฒน์ 

ที่ศาลาท่าน้ำ แจ่มเห็นพฤกษ์กับแม่พะยอมกำลังรับพรจากพระหลังใส่บาตรเสร็จถึงกับตบอกผาง

“ต๊าย อีพะยอม ไม่ได้การแล้ว คุณหญิงเจ้าคะ” แจ่มวิ่งโร่จะขึ้นบันไดไปฟ้องคุณหญิงมุก แม่จิตหมั่นไส้ถีบแจ่มหัวคะมำหน้าโขกขั้นบันได ก่อนจะวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว แจ่มกุมหัวป้อยๆมองกราดแต่ไม่เห็นใคร

“ใครถีบกู...กูถามว่าใครถีบกู” เงียบไม่มีเสียงตอบ...

ในเวลาต่อมา รสิกายืนลุ้นเอาใจช่วยสองพี่น้องที่กำลังโดนคุณหญิงมุกเล่นงานฐานทำร้ายแจ่ม แม่จิตอ้างไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ทำอะไรใครเพราะตอนนั้นอยู่ที่เรือนครัว ส่วนแม่พะยอมก็ใส่บาตรอยู่กับพฤกษ์ที่ท่าน้ำ คุณหญิงมุกไม่พอใจที่แม่จิตเถียงคำไม่ตกฟาก เงื้อมือจะตบสั่งสอน แต่ท่านเจ้าคุณห้ามไว้เสียก่อน

“ท่านเจ้าคุณอย่าห้ามฉันเลยเจ้าค่ะ ต่อไปมันจะเหิมเกริมหนักยิ่งกว่านี้”

“ฉันเล่าทุกอย่างให้คุณหญิงฟังแล้ว ถ้าไม่เห็นแก่วิญญาณของทิดแจ้งก็เห็นแก่ฉันเถอะ วันนี้ฉันต้องเข้าประชุมเสนาบดีเจ้ากระทรวงต่างๆ เรื่องการเมืองก็ร้อนดังไฟอยู่แล้ว อย่าทำให้เรือนต้องร้อนไปเลยนะคุณหญิง”

“ก็ได้ เห็นแก่คุณพี่นะเจ้าคะ แล้วก็เห็นว่าวันนี้เป็นวันเกิดตาพฤกษ์ แม่ไม่อยากให้มีเรื่องอัปมงคลเกิดขึ้นในเรือน” คุณหญิงมุกว่าพลางปรายตาไปทางแม่จิต แจ่มบ่นอุบแล้วหัวที่ปูดของตัวเองใครจะรับผิดชอบ คุณหญิงมุกโยนถุงใส่อัฐถุงเล็กๆให้เป็นค่าปลอบขวัญ แล้วบอกให้พฤกษ์ที่กำลังจะไปทำงานกับพ่อและน้องไปพบกับตนในห้องก่อนแล้วเดินนำออกไป พฤกษ์หันไปบอกให้ภูมิไปกับพ่อก่อน

“ไม่ต้องห่วงครับพี่พฤกษ์ แต่ผมน่ะห่วงพี่พฤกษ์มากกว่า ระเบิดลงยิ่งกว่าสงครามอีกนะครับ”...

เรื่องที่คุณหญิงมุกคุยกับลูกชายคนโตไม่พ้นเรื่องที่เขาใส่บาตรกับแม่พะยอม ท่านไม่ต้องการให้เขาไปข้องแวะกับผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าให้เสื่อมเสียเกียรติของตัวเอง

“ผมแค่เมตตาน้อง แล้วก่อนผมใส่บาตรผมพบน้องเขาพอดี”

“ถ้าเช่นนั้นรับปากกับแม่ได้ไหมว่าจะหยุดความเมตตามันไว้เพียงนี้” คุณหญิงมุกเห็นลูกชายไม่ยอมรับปากแกล้งบีบน้ำตาจะเป็นจะตายให้ได้ เขาเห็นแม่ร้องไห้ก็ใจอ่อนยอมทำตามที่ท่านต้องการ รสิกายืนฟังอยู่ถึงกับส่ายหน้า ก่อนจะถอยออกมาพร้อมกับร่างโปร่งแสงค่อยๆเลือนหาย ผีแม่จิตขอร้องอย่าเพิ่งไป

“ฉันไม่อยากรู้ไม่อยากเห็นอะไรอีกแล้ว”

ooooooo

รสิกาในภพปัจจุบันผวาตกใจตื่น เหงื่อท่วมตัว ยังมึนไม่หาย นี่เรารู้เรื่องเรือนพะยอมในอดีตหรือ พลันมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น พร้อมกับเสียงเรียกของหนูมิว เธอลุกจากเตียงจะไปเปิดประตูรับ แต่ห้องหมุนต้องล้มตัวลงนอนอย่างเดิม กุมขมับรู้สึกปวดร้าวไปทั้งศีรษะ

นิ่มนวลออกมาตามหนูมิวให้กลับไปกินข้าวให้หมดก่อน เด็กน้อยไม่สบายใจที่ปลุกคุณครูอยู่นานสองนานไม่เห็นลุกมาเปิดประตูนี่ก็สายมากแล้ว นิ่มนวลพลอยเป็นกังวลไปด้วยหรือว่าเธอไม่สบายอีก อาสาจะดูให้เอง ให้หนูมิวไปกินข้าวให้เสร็จ แกไม่ยอมกลับจะต้องไปบอกเรื่องนี้ให้คุณลุงทราบก่อนแล้ววิ่งลิ่วไปเลย นิ่มนวลเปิดประตูห้องเข้าไปเห็นรสิกานอนคุดคู้ก็จัดท่านอนดีๆ แล้วห่มผ้าให้ ถึงได้รู้ว่าเธอเป็นไข้ตัวร้อนจี๋

“ฉันไม่เป็นอะไร แค่ปวดหัวนิดหน่อย เดี๋ยวก็หาย”

“ตัวร้อนอย่างนี้ ไม่นิดหน่อยล่ะค่ะ เดี๋ยวคุณวฤกษ์มา ให้คุณวฤกษ์พาไปหาหมอนะคะ”

รสิกาลุกพรวดขึ้นนั่ง นิ่มนวลห้ามไว้ไม่สบายอย่างนี้จะไปไหน เธอกลัววฤกษ์จะหาว่าเธอสำออย...

คนที่ว่ารสิกาสำออยไม่ใช่วฤกษ์แต่เป็นเจ้าเก่าคนเดิมคือจารุวรรณนั่นเอง เขาช่วยแก้ต่างให้รสิกาว่าไม่สบายตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ป่วยจนเข้าประชุมเป็นเลขาฯให้เขาไม่ได้ แล้วชวนหนูมิวไปดูเธอ จารุวรรณไม่พอใจที่วฤกษ์เข้าข้างรสิกา พาลหาเรื่องตำหนิปาริชาตที่รับครูพี่เลี้ยงเข้าทำงานไม่ดูให้ดีก่อนถึงได้เจอพวกอู้งาน กลับโดนท่านตอกหน้าหงายให้เธอไปสำรวจตัวเอง ก่อนจะว่าคนอื่น ถึงว่าทำไมวฤกษ์ถึงไม่ชายตาแลสักที

จารุวรรณอยากจะร้องกรี๊ดๆให้บ้านแตกแต่ไม่กล้า ขยับจะตามไปหาเรื่องรสิกาถึงห้องพัก แต่ดรลยื้อไว้ถามว่า จะไปไหน เธอจะไปดูนังสิบแปดมงกุฎเล่นบทคนป่วยได้สมบทบาทหรือเปล่า แล้วสั่งให้เขาปล่อย

“ไม่ต้องไปครับ ไม่งั้นพี่วฤกษ์จะโกรธคุณวรรณมากกว่านี้ คุณวรรณจะมาเหยียบเรือนพะยอมอีกไม่ได้”

ท่าทางเอาเรื่องของดรลทำให้จารุวรรณไม่กล้าหือ สะบัดมือเขาออกแล้วเดินไปอีกทางหนึ่ง...

ที่ห้องนอนของรสิกา วฤกษ์ส่งยาให้คุณครูสาวกิน แล้วบอกให้นอนพัก วันนี้ยังไม่ต้องไปทำงานที่ไร่ เขาอนุญาตให้หยุดหนึ่งวัน หนูมิวสงสัยทำไมคุณครูต้องไปทำงานที่ไร่ด้วย วฤกษ์อธิบายว่านี่เป็นการทำโทษ หนูมิว อยากถูกทำโทษแบบนี้บ้างจะได้ไม่ต้องไปโรงเรียน ไปอยู่ ที่ไร่กับคุณลุงแทน

“ไม่เอานะคะ คุณมิวต้องเรียนหนังสือค่ะ ตั้งใจเรียนด้วย โตขึ้นคุณมิวจะได้มีงานการดีๆทำ”

นิ่มนวลเตือนว่าได้เวลาไปโรงเรียนแล้วเดี๋ยวจะสาย หนูมิวเข้าไปหอมแก้มคุณครูอวยพรให้หายไวๆ แล้วเข้าไปหอมแก้มวฤกษ์ก่อนจะเดินออกไปกับนิ่มนวล วฤกษ์รอจนทั้งคู่ลับสายตา ขยับเข้ามานั่งใกล้ๆคนป่วย

“นี่คงคิดมากว่าต้องไปทำงานในไร่จนไม่สบายใช่ไหม กลัวต้องทำงานกับฉันมากนักเหรอ หรือเมื่อวานออกไปตากแดดที่ไหนมา จนไม่สบาย สารภาพมาซะดีๆ”

รสิกาหน้าเสีย หรือเมื่อวานวฤกษ์รู้ว่าเธอหนีขึ้นมอเตอร์ไซค์ไปบ้านโชติรส แกล้งงอนกลบเกลื่อน “คุณก็ทราบนี่คะว่าฉันอาเจียนจนหมดท้องในห้องน้ำ ฉันจะหนีไปไหนได้ ถ้าจับผิดกันอย่างนี้ก็ไปซะ ฉันมันคนไม่ดี ไม่เหมาะสมจะทำงานกับคุณ ไปสิไป” ไม่พูดเปล่า

ผลักไสวฤกษ์ออกห่าง เขาพยายามคว้ามือเธอไว้ทำให้สองคนใกล้ชิดกันใบหน้าเกือบชนกัน วฤกษ์ได้สติรีบถอยห่าง

“ขอโทษ แต่คราวหน้าอย่าเถียงฉันอีก แล้วจำไว้นะ ไอ้ท่าทางไม่แคร์ฉันแบบนี้อย่าทำอีก ฉันไม่ชอบ นอนพักซะ ถ้าดีขึ้นแล้วก็ไปกินข้าวจะได้มีแรง นอนซมแบบนี้ไม่ช่วยอะไรขึ้นมา”...

หลังจากค่อยยังชั่ว รสิกาจะไปพบคุณย่ามะลิเพื่อสอบถามถึงสิ่งที่เห็นในอดีต โชคไม่ดีปาริชาตมาขวางไว้เสียก่อน แถมบอกให้แก้วตาพาเธอไปกินข้าว เดี๋ยวจะไม่สบายไปมากกว่านี้ ท่านไม่อยากให้เธอเป็นอย่างที่ จารุวรรณกล่าวหาว่าไม่ได้ป่วยจริงแค่สำออยเท่านั้น

ooooooo

ทั้งที่วฤกษ์บอกจารุวรรณไปทางโทรศัพท์แล้วว่าไม่ต้องตามมาที่ไร่พนาเวท เพราะเขาต้องออกไปพบลูกค้า แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าเธอจะมาวุ่นวายอะไรหรือเปล่า จึงขอให้ดรลอยู่รับมือกับเธอให้หน่อย ดรลไม่ขัดข้อง

“แต่ผมอยากรู้จริงๆว่าทำไมพี่ไม่เด็ดขาดลงไปเลยว่าไม่ให้ผู้หญิงคนนี้มาวุ่นวายที่เรือนพะยอมอีก”

“พี่ไม่รู้จะตอบคำถามยัยมิวยังไง เด็กกำลังจำ อีกอย่างคำสั่งศาลบอกไว้ชัดเจนให้เราดูแลยัยมิว แต่ถ้าเด็กมีปัญหา ญาติข้างแม่สามารถนำตัวกลับไปดูแลได้ พี่ก็เลยไม่อยากให้มีปัญหา เดี๋ยวพี่กลับมา” วฤกษ์พูดจบ เดินไปขึ้นรถกระบะที่สวิงเป็นพลขับ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน รสิกานั่งอยู่ในห้องตัวเอง รู้สึกเหนื่อยหน่ายที่ถูกดึงข้ามภพไปในที่ที่ไม่รู้จัก บ่นพึมพำอะไรกันแน่ที่ชักนำให้ตนมาที่นี่ พลันมีลมพัดวูบเข้ามาพร้อมกับเสียงผีแม่จิต

“อดีตอย่างใดเล่าแม่พะยอม”

“หยุดการกระทำของเธอซะ ฉันไม่ต้องการรับรู้อะไรทั้งนั้น แล้วฉันก็ไม่กลัวเธอด้วย”

ผีแม่จิตปรากฏร่างขึ้นข้างๆ รสิกาถึงกับผงะถอยหนี ฝ่ายแรกคว้าข้อมือเอาไว้ ขอร้องให้ช่วยตนด้วย จากนั้น ผีแม่จิตดึงร่างโปร่งแสงออกจากกายหยาบของรสิกาพาย้อน กลับไปในอดีต แม้เธอจะไม่เต็มใจก็ตาม เห็นบ่าวไพร่กำลังช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านเพื่อต้อนรับคุณหญิงทิพย์กับแม่จันทร์ ส่วนเรื่องอาหารการกิน คุณหญิงมุกบอกให้แจ่มสั่งอาหารจีนมาจากราชวงศ์ เพราะอยากให้แขกประทับใจ ท่านยังคิดแผนกลั่นแกล้งแม่จิตกับแม่พะยอมขึ้นมาได้ สั่งให้เทียบคุมสองพี่น้องไปล้างขัดหัวบันไดศาลาท่าน้ำ แจ่มเห็นดีด้วยทำตัวเป็นนายว่าขี้ข้าพลอย

“ยิ่งให้คุณหญิงทิพย์กับแม่จันทร์เห็นมันขัดหัวบันไดเหงื่อไหลไคลย้อย คงสะใจกูนัก”

นั่นยังไม่สาแก่ใจสองพี่น้องขัดบันไดศาลาเสร็จ คุณหญิงมุกสั่งให้แจ่มหาโอ่งดินใส่น้ำมาไว้ที่ตีนบันไดเรือนสักใบ หากคุณหญิงทิพย์กับแม่จันทร์มาจะได้ให้แม่จิตกับแม่พะยอมตักน้ำล้างเท้าให้ก่อนขึ้นเรือน

“สะอาดดีเจ้าค่ะ ได้ยินแล้วใช่ไหม” แจ่มหัวเราะสะใจ แม่จิตกร้าวใส่ไม่ยอมทำเด็ดขาด

“ไม่ทำก็ไสหัวไป คิดรึว่าท่านเจ้าคุณจะคุ้มกะลาหัว เอ็งสองคนได้ รู้ไว้ว่าข้าชังน้ำหน้าเอ็งสองคนตั้งแต่แรกเห็น ไสหัวไปเลย จะได้ไม่ต้องเป็นเสนียดเรือนกู” คุณหญิงมุก พูดจบเดินขึ้นเรือน แจ่มรีบเดินตาม แม่พะยอมกอดพี่สาว ไว้น้ำตาไหลพราก รสิกายืนดูอยู่ น้ำตาคลอด้วยความสงสาร

“พี่จิต เราต้องอดทนนะ ถ้าพี่จิตไม่ทำฉันทำเอง นะพี่นะ ฉันทำเอง”

แม่จิตไม่ตอบได้แต่นั่งหน้าเครียด รสิกาทนไม่ไหว เดินหนี ผีแม่จิตร้องถามว่าจะไปไหน เธอไม่ตอบคำถามยังคงเดินต่อไปก่อนร่างโปร่งแสงจะหายวับไป

ooooooo

รสิการู้สึกตัวตื่นจากอดีตพบว่าตัวเองยังนั่งอยู่ท่าเดิม ผีแม่จิตตามมาต่อว่าว่าทำไมไม่ดูให้จบ

“ไม่...ฉันไม่ดู มีแต่คนใจร้าย แล้วทำไมทุกคนที่เรือนพะยอมถึงได้เกิดร่วมกันที่นั่น”

“เคยถามตัวเองไหมล่ะว่าอะไรดลใจให้มาที่นี่เพราะเธอมีอดีตเกี่ยวพันกับที่นี่เธอถึงต้องกลับมา คนอื่น ก็เหมือนกัน มีทางเลือกอื่นแต่ก็เลือกที่จะมาที่นี่ อยู่ที่นี่ ต่างก็ต้องชดใช้กรรมต่อกัน”

“ถ้างั้นฉันจะกลับ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว”

ผีแม่จิตวูบมายืนตรงหน้าจ้องรสิกาด้วยสายตาน่ากลัว สั่งให้เธออยู่ที่นี่ต่อไปจะทิ้งตนไปไม่ได้ ไม่เห็นหรือ ว่าชาติที่แล้วเราถูกรังแกอย่างไร ตนปกป้องเธอมาตลอด เธอต้องเห็นใจกันบ้าง

“แล้วจำไว้ เธอไม่มีสิทธิ์เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังทั้งสิ้น ไม่มีสิทธิ์...ไม่มีสิทธิ์” แม้ร่างของผีแม่จิตจะเลือนหาย ไปแล้วแต่เสียงพูดยังดังต่อเนื่อง รสิกาทนไม่ไหวต้องเอามือปิดหู มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เสียงผีแม่จิตถึงได้หายไปหมด นิ่มนวลเปิดประตูเข้ามาแจ้งว่าถ้ารสิกา อยากพบคุณย่ามะลิก็ให้ไปพบตอนนี้ได้เลย...

ที่ร้านกาแฟริมทาง วฤกษ์ว่างจากงานที่ทำรีบหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หารสิกาด้วยความเป็นห่วง ได้ยินเสียงเธอต่อปากต่อคำได้แล้วก็คลายความกังวล เพราะนั่น เท่ากับอาการป่วยของเธอทุเลา ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ให้เธอเตรียมตัวไปเป็นชาวไร่พนาเวทด้วย จะได้เริ่มต้นวันที่หนึ่งสำหรับการลงโทษ

“เดี๋ยว เริ่มวันนี้วันที่หนึ่งไม่ใช่เหรอคะ”

“แล้ววันนี้เธออยู่ที่ไร่หรือเปล่าล่ะ” วฤกษ์เห็นรสิกาเงียบไปถามว่าโกรธหรือ เธอไม่พูดอะไรวางสายไปเลย นเรนทร์ยืนอยู่ที่ประตูร้านกาแฟได้ยินวฤกษ์คุยสายกับรสิกาก็นึกอยากจะกลั่นแกล้ง เข้ามาขอรสิกาไปเป็นเลขาฯส่วนตัวหน้าตาเฉย วฤกษ์ปฏิเสธทันทีว่าให้ไม่ได้ เธอเป็นครูพี่เลี้ยงให้หลานสาวของตน ที่สำคัญเธอไม่ได้เรียนมาทางด้านเลขาฯ นเรนทร์ยินดีจะแลกกับคะแนนเสียงเลือกตั้งนายกสมาคมครั้งใหม่กับรสิกา

“เสียใจครับ อะไรก็แลกไม่ได้ รสิกามีค่าสำหรับผมมาก”

“ถ้าผมทำให้รสิกาตัดสินใจยอมมาทำงานกับผม คุณคงไม่ว่าอะไรนะ เพราะเป็นการตัดสินใจของเธอ ขอบคุณครับ” นเรนทร์ป่วนเสร็จลุกออกไป วฤกษ์เหมือนถูกไฟสุมใจร้อนรุ่มไปหมด เร่งให้สวิงพากลับ

ooooooo

รสิการอจนได้อยู่ลำพังกับคุณย่ามะลิจึงสอบถามว่าจำใครได้อีกไหมนอกจากคุณพะยอม ท่านจำได้ ก็แค่คุณหญิงมุกเพราะปากร้าย ทำให้เด็กๆอย่างท่านกลัวหัวหด และที่ท่านจำคุณพะยอมได้เพราะใจดีชอบแอบเอาขนมให้ท่านบ่อยๆ รสิกาอยากรู้ว่าแม่จิต เป็นคนอย่างไร ท่านจำได้ไหม

“แม่จิต! ตายจริง นี่คุณพะยอมอย่าบอกนะว่าจำเรื่องในอดีตชาติได้ จริงหรือเปล่าหา บอกฉันสิ”

ผีแม่จิตปรากฏตัวที่ด้านหลังคุณย่า ไหนรสิกาสัญญาแล้วไม่ใช่หรือว่าจะไม่เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังแล้วร่างก็หายไป คุณย่ามะลิคาดคั้นให้เธอบอกสาเหตุว่าทำไมถึงเอ่ยชื่อแม่จิตขึ้นมา ไปได้ยินจากไหน เธอโกหกว่าคุณยายพิกุลเอ่ยชื่อนี้ให้ฟังนานแล้ว จังหวะนั้นแก้วตากลับเข้ามาพอดี คุณย่าก็เลยไม่สนใจจะถามอะไรอีก...

เมื่อกลับถึงห้อง รสิกาต้องตกใจที่เห็นผีแม่จิตนั่งหน้าเครียดอยู่บนเตียงแถมแผลงฤทธิ์ทำให้ผ้าม่านหน้าต่างทุกบานปิดห้องมืดราวกับเป็นตอนกลางคืน เตือนว่าป่วยการจะไปถามคุณย่ามะลิเพราะตอนเกิดเรื่องท่านยังเด็ก ทางเดียวที่เธอจะรู้คือให้ตนพากลับไปเห็นอดีตด้วยตัวเอง

“หน้าที่ของเธอคือรู้ แล้วคิดเอง คนอื่นไม่เกี่ยว” พูดถึงตรงนี้แววตาของผีแม่จิตเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว

“ฉันกลัวแล้วแม่จิต ฉันกลัวแล้ว” รสิกาละล่ำละลัก ผีแม่จิตยิ้มสยองก่อนจะเลือนหายไป...

วฤกษ์กลับถึงเรือนพะยอมด้วยอารมณ์ขุ่นมัวใครก็เข้าหน้าไม่ติด แถมยังคว้าเหล้ามาดื่มดับอารมณ์อีกต่างหาก ทั้งนิ่มนวล แก้วตา ป้าผ่อง และนายแสงต่างเป็นห่วงเจ้านาย แก้วตาแนะให้นิ่มนวลไปบอกรสิกา ให้ไปพบวฤกษ์หน่อยเผื่อจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง...

ครู่ต่อมา รสิกาไปพบวฤกษ์ที่ห้องโถงขอร้องอย่าใช้เหล้าแก้ปัญหา เธอไม่เคยขออะไรจากเขาแต่ครั้งนี้เธอขอได้ไหม พรุ่งนี้เธออยากมีเจ้านายที่ดีคอยให้คำปรึกษา ตอนอยู่ในไร่ แต่ถ้าเขาเมามายเธอจะปรึกษาใคร

“ฉลาดพูดเก่งแบบนี้นี่เอง ใครๆเขาก็อยากได้ตัวเอง เสน่ห์แรงนักเหรอเรา”

“คุณเมาหรือคะ ถึงพูดอะไรที่ฉันไม่เข้าใจ...เอาเถอะค่ะ ถ้าการที่คุณเข้าใจฉันผิดจะทำให้คุณเลิกดื่มเหล้าในคืนนี้ได้ ฉันก็ยินดี ฉันเชื่อว่าคุณให้ฉันได้ตามที่ฉันขอไป ขอตัวก่อนนะคะ ฉันจะไปดูคุณมิว” รสิกาขยับจะไป วฤกษ์ตรงมากอดเธอไว้จากด้านหลังแล้วค่อยๆจับตัวหันมา เธอขอร้องให้ปล่อยเดี๋ยวใครมาเห็น

“บอกก่อนสิไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอจะไม่ทิ้งฉันไปไหน รสิกา” วฤกษ์โน้มตัวจุมพิตริมฝีปากรสิกาที่ไม่ขัดขืนแม้แต่น้อย สักพักเธอถึงได้ดันเขาออกห่าง ขอร้องอย่าทำอย่างนี้กับเธออีก แล้วรีบผละจากไป ดรลแอบมองอยู่มุมหนึ่งถึงกับหน้าหมอง รสิกาเร่งฝีเท้าจะกลับห้อง เผลอจับริมฝีปากที่ถูกวฤกษ์จูบ จารุวรรณเดินสวน มาพอดีไม่วายพูดจาหาเรื่อง เธอไม่อยากยุ่งด้วยจะเดินหนี จารุวรรณเอื้อมมือจะกระชากผม

ผีแม่จิตปรากฏตัวขึ้นด้านหลังจิกผมจารุวรรณหงายเงิบจนล้มก้นจ้ำเบ้าร้องลั่น รสิกาตกใจหันมอง จารุวรรณ หาว่าเธอเป็นคนทำร้าย เธอแก้ต่างจะทำได้อย่างไร ในเมื่อเธอเดินผ่านมาแล้ว จารุวรรณจะเอาเรื่องรสิกาแต่ดรลมาขวาง ไว้เสียก่อน ทำให้ยัยน้าตัวแสบแค้นใจมาก...

รสิกากลับถึงห้อง เจอผีแม่จิตรออยู่ คืนนี้จะพาเธอกลับไปสู่อดีตอีกครั้ง เธอปฏิเสธว่าไม่ต้องการกลับไป แต่ผีแม่จิตใช้อิทธิฤทธิ์สะกดให้เธอลงนอน แล้วเสกให้ผ้ามาห่มตัวไว้เหมือนเธอนอนหลับอยู่

“คืนนี้ฉันมีอะไรต้องทำ แล้วฉันจะกลับมาหาเธอแม่พะยอม” พูดจบผีแม่จิตหายตัววับไป...

ทางฝ่ายจารุวรรณต้องการกำจัดรสิกาจึงโทร.บอกนเรนทร์ว่าจะร่วมมือด้วย เขายังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเพียงแต่ตอนนี้เขามีธุระสำคัญกว่าการคุยกับเธอแล้ววางสายไปเลย จารุวรรณแค้นมากแทบจะโยนมือถือทิ้ง...

ธุระสำคัญที่นเรนทร์พูดถึงคือแวะไปหากรรณิการ์ที่บ้านโชติรสเพื่อขอความช่วยเหลือสองเรื่อง เรื่องแรกคือเขาสนับสนุนกรรณิการ์ต่อต้านการที่วฤกษ์จะขึ้นเป็นนายกสมาคม ส่วนเรื่องที่สอง เขาอยากรู้ว่ามีใครรู้จักเลขาฯของวฤกษ์บ้างไหม กมลรัตน์สงสัยทำไมเขาถึงได้สนใจเลขาฯคนนี้

“เลขาฯคือหัวใจของนักธุรกิจ ถ้าเราทำให้เลขาฯของนายวฤกษ์หลุดจากวงจรของพนาเวทได้ก็เท่ากับว่าตัดมือตัดเท้าธุรกิจของพนาเวท”

กรรณิการ์ดีใจมากที่เรามีศัตรูคนเดียวกัน ดังนั้นเธอจะร่วมมือกับนเรนทร์ทุกอย่างในการเล่นงานวฤกษ์ เขายังไม่ขอคุยรายละเอียดตอนนี้เพราะมีธุระจะต้องไปทำอีก กรรณิการ์วานให้กมลรัตน์ไปส่งเขาด้วย

ooooooo

ภานุวัตเตือนแม่ว่านเรนทร์คนนี้ใครๆก็รู้ว่าเป็นอสรพิษ พร้อมจะแว้งกัดใครก็ได้ทุกเมื่อ ไม่ข้องแวะ ด้วยเป็นดีที่สุด และที่เขามาที่นี่ก็เพื่อจะมายืมมือเราเล่นงานวฤกษ์ กรรณิการ์รู้ทุกอย่างแต่งานนี้ท่านพร้อม จะเป็นเครื่องมือให้เขา ภานุวัตขอร้องแม่อย่าเอาตัวไปพัวพันดีกว่า ไม่เกิดผลดีอะไรเลย

“งั้นแม่ก็ขอร้องแกเหมือนกันตาวัต อย่ายุ่งกับการตัดสินใจของแม่”...

ทั้งกมลรัตน์และภานุวัตต่างไม่สบายใจเพราะรู้ดีว่า เลขาฯที่นเรนทร์พูดถึงคือรสิกานั่นเอง แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร เพราะอาจจะทำให้โชติรสต้องเดือดร้อนไปด้วย กมลรัตน์ อยู่เฉยไม่ไหว ในเมื่อเพื่อนรักอาจเดือดร้อน จึงพยายามโทร.หาแต่ไม่มีใครรับสาย โทร.มือแทบหงิกก็ยังเหมือนเดิม รสิกามารับสายไม่ได้เพราะตกอยู่ในอำนาจของผีแม่จิต จากนั้นเธอพารสิกาย้อนกลับสู่อดีต...

คุณหญิงทิพย์กับแม่จันทร์มาถึงศาลาท่าน้ำโดยมีแจ่มมาคอยต้อนรับ ครั้นมาถึงเรือนเจ้าคุณ แจ่มสั่งให้แม่พะยอมตักน้ำล้างเท้าให้คุณทั้งสอง เธอล้างเท้าให้คุณหญิงทิพย์เสร็จกำลังจะล้างให้แม่จันทร์ แต่พฤกษ์ร้องห้ามไว้เสียก่อน พระยาสุนทรพนาเวทไม่พอใจมากใครใช้ให้แม่พะยอมทำเยี่ยงนี้

“เอ่อ คุณหญิงท่านต้องการให้เกียรติแม่จันทร์กับคุณหญิงทิพย์เจ้าค่ะ”

“ถ้าเช่นนั้นแจ่มก็ล้างเท้าแม่จันทร์เสีย ส่วนแม่พะยอมไปล้างเนื้อล้างตัวซะ เร็วสิ” พฤกษ์สั่งเสียงเฉียบ แจ่มรีบนั่งลงตักน้ำล้างเท้าให้แม่จันทร์ ภูมิไม่วายสมน้ำหน้าแจ่มให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว...

คุณหญิงมุกเข้ามาที่ห้องกินข้าวเห็นมีเก้าอี้มาเพิ่มอีกสองตัว หันไปถามแจ่มว่าทำไมต้องเพิ่มเก้าอี้ด้วย แจ่มเอาแต่ก้มหน้าไม่ตอบ พระยาสุนทรพนาเวทจึงตอบเองว่าหลานสาวของท่านสองคนจะไม่ให้ร่วมสมาคมด้วยหรือ คุณหญิงมุกไม่พอใจที่สามีจะให้ขี้ครอกจากหัวเมืองมานั่งร่วมโต๊ะกับแขกคนสำคัญอย่างคุณหญิงทิพย์กับแม่จันทร์ ยืนกรานไม่ยอมให้ร่วมโต๊ะด้วย คุณหญิงทิพย์ก็ไม่ยอมสมาคมด้วยเช่นกัน

“วันนี้วันเกิดผม ผมขอเป็นของขวัญได้ไหมครับ ให้พะยอมกับจิตนั่งร่วมโต๊ะกับผมด้วย”

“ตาพฤกษ์ผีตนไหนมันสิงลูกให้ลูกของแม่พูดเช่นนี้ออกมา ไหนรับปากแม่แล้วไง”

“เรื่องอื่นไว้พูดกันวันหลัง แค่ให้ลูกสาวผู้มีพระคุณต่อคุณพ่อไปล้างเท้าคนอื่นที่ไม่ใช่คนในเรือนเรา ผมก็ว่าเป็นการหมิ่นเกียรติพะยอมมากพอแล้วครับ ผมขอตัว” พฤกษ์เดินออกไปเลย คุณหญิงมุกขอร้องให้ท่านเจ้าคุณทำอะไรสักอย่างก่อนที่เรือนนี้จะลุกเป็นไฟ ท่านท้วงตอนนี้มันก็ลุกเป็นไฟอยู่แล้ว

คุณหญิงทิพย์ปลอบให้คุณหญิงมุกใจเย็นๆก่อน เธอเย็นไม่ไหวแค่นี้ก็เต็มกลืนแล้ว เพื่อตัดปัญหา แม่จันทร์จึงขออนุญาตคุณหญิงป้าไปร่วมสำรับกับพี่พฤกษ์และผู้หญิงสองคนนั่น คุณหญิงทิพย์เห็นดีด้วยแยกสำรับเด็กผู้ใหญ่เราจะได้คุยกันสะดวกหน่อย

“ถ้าเช่นนั้นจันทร์ไปก่อนนะเจ้าคะเผื่อจะได้สนทนากับพี่พฤกษ์ด้วยเจ้าค่ะ”

พระยาสุนทรพนาเวทสั่งให้เทียบแบ่งสำรับเป็นสองที่ ส่วนท่านขอขึ้นไปรับลมที่หอนกก่อนเสร็จเมื่อไหร่ให้แจ่มไปตามก็แล้วกัน

ooooooo

แม้จะยอมร่วมสำรับด้วยแต่แม่จันทร์ยังคงวางท่าอยู่ในทีเพราะถือว่าอีกฝ่ายเป็นแค่สาวจากบ้านป่าไกลปืนเที่ยงที่มาขออาศัยใบบุญท่านเจ้าคุณ แถมยังดักคอว่าอาหารจีนไม่ได้ใช้มือเปิบจะสร้างความลำบากในการกินให้แม่พะยอมกับแม่จิตหรือเปล่า แม่จิตเลื่อนจานข้าวไปกระแทกจานใบอื่นเสียงดังทันที

“เชิญทุกคนรับประทานกันเถิดเจ้าค่ะ ดิฉันมาจากหัวเมืองถนัดแต่ใช้มือเปิบ”

“โถ แม่จิต ดิฉันไม่มีเจตนาอื่นใด นอกจากเป็นห่วง อย่าคิดมาสิจ๊ะ ถนัดเยี่ยงใดก็ทำเยี่ยงนั้นเถิดเจ้าค่ะ”

“ใช่ ที่นี่เรือนของพี่ มิใช่สมาคมของพวกผู้ดี อยากทำอย่างใดก็ทำเถิด”

ภูมิช่วยแก้ไขสถานการณ์ด้วยการใช้มือหยิบชิ้นห่านย่างใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ อิ่มกับเทียบที่คอยรับใช้คุณๆ ปิดปากหัวเราะคิกๆ จันทร์มองอย่างรังเกียจแต่ต้องเก็บอาการเอาไว้...

คุณหญิงทิพย์เป็นแขกของบ้านดีๆไม่พอยังทำตัวเป็นบ่างช่างยุ เสี้ยมให้คุณหญิงมุกระแวงในตัวแม่จิตกับแม่พะยอม คนหนึ่งอาจหมายจะเป็นอนุภรรยาท่านเจ้าคุณ ส่วนอีกคนหนึ่งหวังจับพฤกษ์ แล้วทีนี้พนาเวทจะเหลืออะไร ต่อไปคุณหญิงมุกอาจจะต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่า นี่แค่คิดตนยังแทบบ้าแทนเลย

“ดิฉันไม่ยอมดอก ถ้ามันเลวร้ายตามที่คุณหญิงพูดมันก็ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง ยังไงตาพฤกษ์ก็ต้องหมั้นกับแม่จันทร์ออกเรือนไปให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องอีนางไหนหมายจะมาเป็นเมียน้อยท่านเจ้าคุณ มันต้องตาย”

“อุ๊ย ท่านเจ้าคุณมาแล้ว ระวังกิริยากันเจ้าค่ะ” คุณหญิงทิพย์ฉีกยิ้มเสแสร้ง...

ตอนที่ลงไปส่งคุณหญิงทิพย์กับแม่จันทร์ลงเรือกลับ แม่จันทร์เจตนาส่งสายตาให้พฤกษ์เพื่อให้แม่จิตรู้ว่าเธอเป็นคู่หมายกับเขา แม่จิตเห็นสายตานั้นแล้วไม่พอใจ ส่วนแม่พะยอมเอาแต่ก้มหน้าไม่สนใจใคร

รสิกาส่ายหน้าเดินหนีหายไปในความมืด ผีแม่จิตตะโกนเรียกให้กลับมาก่อนแต่เธอไม่สนใจ ร่างโปร่งแสงของรสิกานอนทาบลงบนกายหยาบของตัวเอง เป็นจังหวะเดียวกับจารุวรรณถือผ้าชุบสารเคมีบางอย่างมาถึงหน้าห้องพอดี เธอค่อยๆเปิดประตูเข้ามา แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นผีแม่จิตยืนขวางอยู่ ผมยาวปรกหน้าสยดสยองสุดๆ ยัยน้าตัวแสบกรีดร้องสุดเสียงวิ่งกลับห้องตัวเอง

รสิกาได้ยินเสียงคนร้องตกใจตื่นรีบออกมาดูแต่ไม่เจอใคร ดรลได้ยินเสียงร้องเช่นกัน ถลามาที่ห้องของเธอด้วยความเป็นห่วงถามว่าเป็นอะไรฝันร้ายหรือ เธอส่ายหน้าไม่ใช่เสียงร้องของเธอ ออกมาดูก็ไม่เห็นใคร

“ผมนึกว่าคุณเป็นอะไรเสียอีก ถ้ามีอะไรอย่าเปิดออกมา ล็อกประตูทุกครั้งที่เข้าห้อง ผมเตือนด้วยความหวังดีนะครับ” ดรลว่าแล้วส่งรสิกาเข้าห้อง ครั้นหันกลับมาเห็นวฤกษ์ยืนมองอยู่ ก่อนจะเดินหนี เขา

ไม่อยากให้ลูกผู้พี่เข้าใจผิดรีบตามไปอธิบาย วฤกษ์ไม่ได้ว่าอะไรเขาสักหน่อย ขอบใจด้วยซ้ำที่ช่วยดูแลคนในบ้าน

“ผมรู้นะว่าพี่คิดอะไรอยู่ แต่ผมขอยืนยันความบริสุทธิ์ใจของผม”

“พี่อาจจะไม่ได้เป็นหรือคิดอย่างที่นายคิดอยู่ก็ได้ ไปนอนเถอะพี่คงนอนไม่หลับแล้ว อีกไม่นานก็เช้าแล้ว พรุ่งนี้ช่วยดูแลรสิกาทำงานที่ไร่ด้วย”...

ด้านผีแม่จิตไม่ปล่อยให้จารุวรรณที่คิดจะทำร้ายรสิกาลอยนวล แกล้งนั่งทับอกให้เหมือนเธอถูกผีอำ

ooooooo

รสิกาส่งหนูมิวไปโรงเรียนเสร็จก็ขึ้นไปหาคุณย่ามะลิ เจอจารุวรรณกำลังมีปากเสียงอยู่กับแก้วตาและปาริชาตที่ไม่ยอมให้เธอขึ้นไปวุ่นวาย คุณย่ามะลิได้ยินเสียงเอะอะตะโกนลงมาถามแก้วตาว่าใครมาส่งเสียงอยู่แถวนี้ แก้วตารีบเข้ามาเข็นรถเข็นของท่านออกจากห้อง จารุวรรณปรี่เข้าไปประจบ

“คุณย่าเจ้าขา วรรณมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ เมื่อคืนวรรณถูกผีอำอีกแล้วเจ้าค่ะ ทรมานจนแทบนอนไม่ได้ มันกะเล่นงานวรรณจนตาย คุณย่าต้องหาทางช่วยวรรณนะคะ”

“หล่อนถูกผีอำรึ ฉันจะช่วยหล่อนได้ยังไงล่ะฉันไม่ใช่ผีนี่นา จะได้สื่อสารบอกมันให้เวทนาหล่อนอย่าอำอีกเลย”

“เมื่อคืนฉันได้ยินเสียงหวีดร้อง เสียงคุณวรรณหรือคะ แล้วทำไมถึงได้มาร้องที่หน้าห้องฉัน”

ดรลเดินมาพอดีอยากรู้เหมือนรสิกาเช่นกัน จารุวรรณอ้างว่าหนีผีมา รสิกาได้ทีเราไม่ได้สนิทเป็นมิตรกันสักหน่อยทำไมถึงหนีมาห้องตน จารุวรรณแว้ดใส่ทันที

“นังรสิกา คนกำลังใกล้ตายก็ต้องหาที่พึ่ง ฉันจะได้รู้ว่าหล่อนมันพวกแล้งน้ำใจ ฮึ วรรณมาที่นี่ก็อยากจะบอกให้ทุกคนทำบุญ หาหมอผีมาไล่ผีได้แล้ว อย่างน้อยไอ้ห้องเก็บกระดูกเนี่ยเผาทิ้งซะให้หมดเถอะค่ะ”

“หยุดนะนังกาลี ออกไปให้พ้นหน้าฉัน...ออกไป” คุณย่าด่าเสร็จทำท่าจะเป็นลม รสิกากับแก้วตาช่วยกันพากลับห้อง ดรลโกรธมากลากแขนจารุวรรณลงข้างล่างอย่างไม่ปรานี สั่งห้ามพูดจาแบบนี้อีกไม่อย่างนั้นจะบอกให้วฤกษ์ไล่ออกไปจากที่นี่ เธอขู่ฟ่อ ถ้าไล่จริง เธอจะเอาหนูมิวไปด้วย ได้สู้กันถึงขั้นศาลแน่

“เอายัยมิวมาเป็นตัวประกันความชั่วร้ายของคุณ มันไม่โหดร้ายไปหน่อยเหรอ”...

ระหว่างทางไปไร่พนาเวท รสิกาบ่นให้ดรลฟังว่าไม่อยากมีปัญหากับจารุวรรณอีกแล้ว ที่เธอคอยหาเรื่องตนตลอดเนื่องจากเข้าใจผิดว่าตนจะมาแย่งวฤกษ์ไปจากเธอ ถ้าเป็นอย่างนี้ตนน่าจะอยู่ให้ห่างเขาสักพัก

“แน่ใจเหรอว่าทำแล้วสบายใจ ถามใจตัวเองก่อนดีกว่าไหมรสิกา”...

ฝ่ายนเรนทร์ยังเล่นสงครามประสาทไม่เลิก แวะไปที่เรือนพะยอมไม่เจอรสิกาก็เลยตามมาที่ไร่พนาเวท วฤกษ์เตือนเขาไม่มีสิทธิ์มาพบคนของตน อีกอย่างรสิกาอยู่ในเวลางาน ตนไม่อนุญาตให้พบใครทั้งนั้น

“ยิ่งคุณหวงผู้หญิงคนนี้ยิ่งมีค่า รักษาเธอไว้ดีๆนะครับ ไม่อย่างนั้นละก็เสร็จผมแน่” นเรนทร์หัวเราะกวนก่อนจะกลับขึ้นรถขับออกไป วฤกษ์คว้ามือถือขึ้นมาโทร.ไปที่ไร่กุหลาบขอให้ดรลพารสิกามาส่งที่ออฟฟิศด่วนที่สุด ครั้นเธอมาถึงวฤกษ์สั่งให้เธอมานั่งข้างๆ งานของเธอคืออยู่ใกล้เขาอย่าไปไหน เธอทักท้วงนี่หรืองาน

“ใช่ หนักเกินไปหรือเปล่างานนี้”

รสิกายอมรับว่าหนักใจเพราะไม่ทราบจุดประสงค์ว่าเขาต้องการอะไร ขอไม่ทำได้ไหมแล้วขยับจะไป เขาดึงเธอมากอดขอร้องอย่าไปไหน ถ้าเธอเข้าใจความรู้สึกของคนที่ชีวิตนี้เหมือนรอคอยใครสักคนแล้วได้พบ ก็ย่อมกลัวว่าคนที่ได้พบแล้วจะจากไป รสิกาถึงกับอึ้ง...

ด้านดรลอดน้อยใจในโชคชะตาไม่ได้ มีคนรักชอบพอกี่คน ล้วนแต่ไปหลงรักวฤกษ์กันหมด

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement