ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 3


31 ก.ค. 2560 11:17
344,894 ครั้ง

สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 3

อ่านเรื่องย่อ

สายลับจับแอ๊บ

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก-คอมเมดี้

บทประพันธ์โดย:

หัสวีร์ / เพฑูรย์ / พิมาลินย์

บทโทรทัศน์โดย:

มานะ สติ

กำกับการแสดงโดย:

สมจริง ศรีสุภาพ

ผลิตโดย:

บริษัท กู๊ด ฟิลลิ่ง จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์,แพทรีเซีย ธัญชนก กู๊ด ,

เจ๊โดมคิดแผนวิธีทำให้พันธิตยอมรับบัวบุหงาทำงานในกองถ่ายต่อ...หลังเลิกกอง ทุกคนปรบมือเฮแยกย้ายกันเก็บของ ทันใดมีเสียงฉิ่งฉาบกลองดังขึ้น เจ๊โดมนำทีมกะเทยช่างแต่งหน้าและคอสตูม ห่มสไบ รำเข้ามาอย่างสวยงาม ตามด้วยบัวบุหงาถือพานธูปเทียนมาวางหน้าพันธิต เธอกล่าวขอขมาที่ต่อยเขา ขอโอกาสกลับเข้ามาทำงานหน้าที่เดิม ทุกคนเชียร์ให้พันธิตยกโทษให้ เขารับพานแล้วแกล้งให้บัวบุหงาพูดคำขอโทษหวานๆ ดังๆหลายรอบ ผู้กำกับเข้ามาตบไหล่พันธิตเบาๆ “คุณพันธิตนี่เป็นผู้อำนวยการสร้างที่สนิทกับพวกเรามากที่สุด ตั้งแต่เคยมีมาเลย”

พันธิตหัวเราะรับแล้วเดินออกไป บัวบุหงาเจ็บใจที่โดนแกล้งไม่เลิก เจ๊โดมสะกิดเตือนว่าง้อเขาอยู่อย่าทำปากดี เธอจึงฮึดฮัดเข่นเขี้ยวจะเอาคืนให้ได้...พอออกมาที่รถ เห็นพันธิตยืนพูดโทรศัพท์ แล้วสตาร์ตรถแต่ไม่ติด ออกมาก้มๆเงยๆที่หน้ากระโปรงรถ จึงเข้ามาถามว่า รถเป็นอะไร เขาตอบกวนๆ บอกไปก็ซ่อมไม่ได้ หญิงสาวหมั่นไส้จึงเดินกลับไม่สนใจ

พันธิตเห็นเธอมีมอเตอร์ไซค์จึงขอให้ไปส่งที่สนามบิน บัวบุหงาชั่งใจก่อนจะหยิบหมวกกันน็อกใต้เบาะ ส่งให้ พันธิตจดๆจ้องๆคิดถึงวัยเด็กที่เคยหล่นจากรถมอเตอร์ไซค์ของพ่อ แถมเพื่อนเกย์ของพ่อหัวเราะชอบใจ ทำให้ทั้งเจ็บและอายฝังใจ...บัวบุหงาเห็นท่าทางเขากลัวๆ ก็สบโอกาสเอาคืน แกล้งขี่รถเร็วจนเขากอดเอวเอาหน้าแนบแผ่นหลังเธอแน่น จนถึงจุดหมายเขาก็ยังนิ่งเหมือนคนหลับ เธอหยิกที่มือเขา ชายหนุ่มสะดุ้งลงจากรถ ปัดทรงผมให้เข้าที่กล่าวตำหนิ

“ขอบใจ...ทีหลังเรียกดีๆก็ได้ยัยทอม”

“นายว่าใครทอม กลับมานี่เลยนะ” บัวบุหงาโกรธจอดรถวิ่งตามเขาไปจะเอาเรื่อง แต่แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นเขากอดกับชายคนหนึ่งแนบแน่น บัวบุหงารีบบันทึกภาพนั้นไว้ ในใจรู้สึกหวิวๆ ถอยกลับไปขึ้นรถตัวเองแล้วขี่ออกไป

วทันยูเพื่อนสนิทที่พันธิตมารับกอดกันพูดคุยหยอกล้ออย่างสนิทสนมพักใหญ่ พันธิตบอกตนมารับแล้ว แต่เขาต้องนั่งแท็กซี่กลับเพราะรถตนเสีย ตนให้ลูกน้องขี่มอเตอร์ไซค์พามาคงต้องกลับกับลูกน้อง แต่พอหันมา บัวบุหงาหายไปแล้ว วทันยูมองตามอย่างงงๆ

บัวบุหงาขี่รถมาจอดแถวสวนสาธารณะ รู้สึกหงุดหงิดใจชอบกล พูดกับตัวเองว่าได้หลักฐานแน่ชัดอีกแล้ว ว่าแล้วก็ส่งรูปเข้าไลน์กรุ๊ป แคปชั่นว่า หลักฐานเพิ่ม รับรองตนชนะแน่ พลันมือถือดังขึ้นเป็นชื่อพันธิตโทร.เข้ามา เธอกดตัดสายบ่นเชิญอยู่กันสองคน ไม่อยากเป็นก้าง

พันธิตพาวทันยูมาที่บ้าน วทันยูชื่นชมอรนาฏที่ช่วยลูกชายให้สัมภาษณ์รายการ พันธิตว่านั่นเป็นการสร้างภาพ...อรนาฏเดินลงมาเห็นวทันยูก็ชะงัก ทักทายเหน็บเล็กๆ ไม่เจอกันตั้งนานเรียนจบแล้วหรือ กลับมาทั้งทีน่าจะไปให้พ่อแม่พบเจอบ้าง พันธิตตอบแทนว่าพ่อแม่เขาไม่อยู่ไปยุโรป จึงมาพักที่นี่ก่อนจนกว่าจะกลับ แล้วแกล้งโอบกอดเรียกที่รักพาขึ้นชั้นบนยั่วอรนาฏ

ooooooo

เช้าวันใหม่ พรนางฟ้าลุกขึ้นแต่งตัวแต่งหน้า นึกถึงเรื่องเมื่อวาน ที่พาทีเรียกให้ตามเขาออกไป เขาพาเธอมาบนสะพานข้ามแม่น้ำ ท่าทางเขาเครียดและเสียใจมากที่โดนคนที่ไว้ใจหักหลัง จู่ๆก็ร้องตะโกนลั่นก่อนจะหันมาสวมกอดเธอ พรนางฟ้าอึ้งแต่ก็รับรู้ถึงความเสียใจของเขา สติเขากลับมา เอ่ยถามว่าเขาไว้ใจเธอได้ไหม พาทีผละจากหญิงสาวแล้วยืนนิ่งด้วยมาดนิ่งแบบเดิม เมื่อเธอตอบว่าไว้ใจได้ เขาก็ขอให้เธอเป็นผู้จัดการวงแทนนาเดียร์ พรนางฟ้าแทบไม่เชื่อหูตัวเองเพราะนี่เป็นโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดวงบลูปรินซ์

ขณะกำลังบรรจงทาปาก เสียงปันปันร้องกรี๊ดจนสะดุ้งลิปสติกเกินปากออกไปแทบหัก พรนางฟ้ารีบวิ่งออกจากห้องมาดูน้อง เธอเอาแต่ร้องกรี๊ดๆ สะเทือนใจอย่างมาก ชี้ให้พี่สาวดูเพจในคอม พรนางฟ้ากำลังอ่าน พาทีโทร.เข้ามาย้ำ บททดสอบของเธอกำลังมาถึง

พรนางฟ้าวางสายแล้วถามปันปันว่าเพจนี้หมายความว่าอะไรสรุปให้ฟังที ปันปันอ่านด้วยน้ำเสียงสะอื้น...เขาบอกว่าจุงเบเป็นชาวเขาลืมบ้านเกิด เป็นม้งทิ้งครอบครัว บอกว่าคฑาเป็นผู้ดีลาวตกอับ เคยทำงานในผับใช้หนี้ แล้วยังบอกว่าในวงนี้มีอีแอบอยู่ด้วย ระหว่างที่สองพี่น้องกำลังช็อก ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋วซึ่งอยู่ในสภาพบอบช้ำจากการโดนเหล่าแฟนคลับบลูปรินซ์ทำร้ายเมื่อวาน เห็นเพจนี้ก็รีบประชุมกันหาทางช่วย

พรนางฟ้าขับรถมาถึงบ้านพักบลูปรินซ์ เพื่อทำหน้าที่ผู้จัดการวงในนามแองจี้ เห็นทุกคนเครียดจึงปลอบใจให้ทุกคนรับมือกับปัญหานี้ด้วยสติและแบบที่เป็นตัวเรามากที่สุด ทั้งสี่คนไม่เข้าใจว่าทำอย่างไร แองจี้เริ่มด้วยการขอถามทุกคนก่อนว่าตามเพจที่เขาเขียนมาเป็นความจริงหรือไม่ พาทีตอบแทนทุกคนว่า...จริง แองจี้ถามอีก เรื่องอีแอบจริงไหม คราวนี้ทุกคนนิ่งเงียบ...

ในขณะที่นาเดียร์ต้องกลับมาอยู่ห้องเช่าเล็กเท่ารูหนู ท่าทางเธอเครียดตาขวาง นั่งหน้าคอมบ่นว่าใครที่ทำกับบลูปรินซ์เจ้าชายของตน สักพักก็ยิ้มสมน้ำหน้า ในเมื่อตนถูกไล่ออกก็จะแฉความลับทั้งหมดให้ชาวโลกรู้ ทันใดเห็นมีเมนต์ของแอ็กเคาต์เพจบลูปรินซ์ ก็รีบกดอ่าน

“ถึงคุณ น. ถ้ากล้าพอที่จะมาคุยกันตรงๆ พรุ่งนี้ขอเชิญที่รายการเรื่องเล่าเช้านี้ คนที่อยากรู้ความจริงห้ามพลาด #เดอะฮอนเนสตี้ออฟบลูปรินซ์”

นาเดียร์ยิ้มหยัน เมื่ออยากเล่นแบบนี้ตนก็จะเหยียบให้ทุกคนจมดินลึกยิ่งกว่าบัวใต้ตม...

ด้านบลูปรินซ์หวั่นใจว่านาเดียร์จะยอมไปออกรายการหรือไม่ แองจี้บอกว่าจะไปหรือไม่ไปไม่ใช่ปัญหา พาทีเห็นด้วย ถ้าไปทุกอย่างก็คงสนุกขึ้น แต่ถ้าไม่ไป พวกเราก็ยังได้พูดความจริง ไม่ทันไรก็มีเพจตอบกลับจากนาเดียร์มาว่า...เจอกันพรุ่งนี้ในรายการ

พวกบลูปรินซ์ชักกังวลไม่กล้าพูดความจริง พาทีย้อนถามเพียงคำเดียวว่าต้องการยุบวงไหม คฑาไม่ค่อยพอใจหาว่าแองจี้เกี่ยวอะไรมาเสนอแนะ พาทีบอกว่าแองจี้อยู่ในฐานะผู้ช่วยตน คฑาสวนผู้ช่วยหรือว่าเมีย ไลออนพุ่งเข้าต่อยคฑาทันที เกิดความวุ่นวาย พาทีนั่งนิ่ง แองจี้โมโหตะโกนล้มเลิกไม่ต้องออกรายการและเลิกเป็นศิลปินไปเลย ตนสละสิทธิ์ไม่ขอเป็นผู้จัดการวง

ooooooo

สุดท้ายบลูปรินซ์ทุกคนก็ยอมให้พาทีพามาออกรายการ เผชิญหน้ากับนาเดียร์ พรนางฟ้าคาดไม่ถึงนั่งมองรายการในทีวีอย่างอึ้งๆกับปันปันน้องสาว ส่วนบัวบุหงาอยู่ที่กองถ่ายกับเจ๊โดม แพรพิณทานอาหารเช้าอยู่กับอันนา ทุกคนต่างตะลึงนั่งฟังการสนทนาของเรื่องเล่าเช้านี้

รวมไปถึงญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋ว หมอไทยและชยุต ทุกคนต่างตั้งใจดูรายการนี้...เปิดฉากกลุ่มบลูปรินซ์กล่าวกับนาเดียร์ว่าเสียใจที่เธอทำแบบนี้ นาเดียร์ยังเชิดใส่อย่างเป็นต่อ จุงเบที่ขี้แยสุดกลับฮึดขึ้นก่อน ยอมรับว่าตนมีเชื้อสายม้ง แม่เป็นม้ง พ่อบุญธรรมชาวอังกฤษรับไปอุปการะ พอพ่อเสียจึงกลับมาอยู่กับครอบครัวแม่ที่เมืองไทย และเดินตามความฝันของตัวเอง ก่อนหน้านี้ตนไม่ได้พูดถึงเพราะคิดว่าใครๆอาจจะรับไม่ได้ แต่ตนก็ภูมิใจในชาติกำเนิด

นาเดียร์แทรกอย่าไปเชื่อหน้าตาใสซื่อแบบนี้เด็ดขาด พิธีกรถามคฑามีอะไรอยากพูด คฑายืดอกกล่าวเป็นภาษาอีสานว่าต้นตระกูลมีเชื้อสายขุนนางลาวจริง แต่เวลาผ่านไปครอบครัวตนย้ายมาตั้งรกรากที่ขอนแก่น ตนเกิดและโตที่นั่น ครอบครัวตนขยันขันแข็งจนร่ำรวย ต่อมาพ่อแพ้พนันหมดตัว เศรษฐกิจย่ำแย่ไม่อำนวยให้ฟื้นฟูธุรกิจ ตนจึงออกมาทำงานตามผับเป็นบาร์เทนเดอร์ เพราะถือว่าเป็นงานสุจริต จนตนได้เข้าสู่วงการ ช่วยเหลือครอบครัวได้ ตนภูมิใจมาก

ทุกคนในห้องส่งปรบมือให้ นาเดียร์หัวเราะ “ถ้าทุกคนให้อภัยเด็กพวกนี้เพราะว่าหล่อ หน้าตาดี ก็อย่าลืมด้วยแล้วกันนะคะว่าพวกเขาเหล่านี้โกหกคุณเกี่ยวกับชาติกำเนิดของตัวเองมานานขนาดไหนแล้ว”

พิธีกรถามคำถามสุดท้ายที่ทุกคนอยากรู้ ในวงนี้มีอีแอบหรือไม่ คนดูลุ้นรอฟัง...ไลออนตอบเองว่าไม่มี

นาเดียร์ไม่เชื่อ อ้างว่าเธออยู่ร่วมชายคากับบลูปรินซ์มาก่อน ตนยืนยันว่ามี เควินถามหาหลักฐาน นาเดียร์อ้างคำให้การของผู้จัดการวง แต่พิธีกรสรุปว่าคำยืนยันของเธอเป็นหลักฐานไม่ได้ ไม่น่าเชื่อถือ นาเดียร์ย้ำว่าเธอมีหลักฐาน ทุกคนตั้งใจดู พิธีกรตัดพักโฆษณา...

เย็นวันนั้นพรนางฟ้า แพรพิณและบัวบุหงามาเต้นออกกำลังด้วยกันที่สวนสาธารณะ ทั้งสามคุยกันอย่างสมน้ำหน้าที่หลักฐานของนาเดียร์ไม่น่าเชื่อถือ แค่ภาพถ่ายของสี่หนุ่มที่มีความสนิทสนมกัน แต่ทุกคนกลับเห็นเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กหนุ่ม ที่เกาหลีแนบชิดกันมากกว่านี้ บัวบุหงาฟันธงว่าจากนี้บลูปรินซ์จะมีงานพรีเซ็นเตอร์เข้ามาหลายตัว พวกกาแฟดอย สินเชื่อธนาคารและชื่นชมพรนางฟ้าที่แก้วิกฤติให้เป็นโอกาสได้ สมเป็นเออีมือฉมังระดับประเทศจริงๆ

ระหว่างสามสาวเม้าท์กันอยู่ ปันปันโทร.เข้ามาบอกพี่สาวว่าพาทีมานั่งรอที่คอนโด พรนางฟ้าแทบช็อกกำชับน้องสาวห้ามพูดห้ามตอบคำถามใดๆ รอจนกว่าตนจะกลับไปถึง

พรนางฟ้ากลับมาถึงห้อง พาทีทักทายทันทีว่าตนนึกว่ามาผิดบ้าน เพราะน้องสาวเธอบอกว่าไม่มีคนชื่อแองจี้ แล้วเหน็บว่าน้องสาวเธอเป็นคนไม่ค่อยพูด

ปันปันนั่งนิ่งยิ้มแหยๆ พรนางฟ้าถามเขาได้ที่อยู่ตนมาอย่างไร เขาตอบยิ้มๆว่าทางลุงของเธอ เธอยิ่งตกใจ

“คุณได้คุยกับลุงชลลัมภีร์ของฉันเหรอคะ!”

“เปล่าครับ เลขาผมจัดการคุยให้”

พรนางฟ้าโล่งอกถามเขามาทำไม พาทีทวงถามเรื่องที่เธอจะทำงานเป็นผู้จัดการวง ไม่ทันที่พรนางฟ้าจะตอบ ปันปันร้องกรี๊ดขึ้นด้วยความดีใจ ตอบรับแทนพี่สาวทุกอย่าง ไม่มีข้อแม้ใดๆ พรนางฟ้าปรามให้น้องเงียบก็ไม่เป็นผล พาทีรวบรัดให้เธอไปเก็บของ เขายื่นหน้ามาดมที่ตัวเธอแล้วบอกว่า “อาบน้ำด้วยนะ หึ่งเชียว”

พรนางฟ้าหน้าเหวอ ทั้งโกรธทั้งอาย รีบวิ่งเข้าห้องในทันที...พาทีนั่งรออยู่พักใหญ่ ทนไม่ไหวเปิดประตูเข้ามาในห้องนอน เห็นเธอกำลังเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าแต่ดูทุลักทุเลวุ่นวาย จึงเข้าไปจัดการพับเสื้อผ้าแล้วจัดวางลงกระเป๋าให้อย่างเป็นระเบียบ แถมเหลือที่ว่างไว้ให้เธอจัดวางชุดชั้นในเอง หญิงสาวถึงกับยืนอึ้ง ไม่คิดว่าผู้ชายอย่างเขาจะทำอะไรเป็นระเบียบขนาดนี้

ปันปันหอบถุงใส่ของออกมาจากห้องตัวเอง ฝากพี่สาวไปให้ศิลปินในดวงใจของเธอ แถมแจกแจงว่าอันนี้ให้บลูปรินซ์เซ็นให้ อันนี้ของฝาก พาทีรับถุงไว้แทน แต่พอออกมาพ้นห้องก็โยนให้พรนางฟ้าเป็นคนถือ เพราะเห็นเป็นของไร้สาระ หญิงสาวเหน็บ

“โอ้โห นี่ขนาดผู้จัดการยังต้องสร้างภาพกับแฟนคลับเหรอ...โอ้มายก้อด...”

มาถึงบ้านพัก พรนางฟ้าต้องลากกระเป๋าและถือถุงของปันปันมาอย่างทุลักทุเล แปลกใจที่บ้านเงียบ พาทีบอกว่าพวกบลูปรินซ์ไปถ่ายโฆษณากาแฟดอยที่เชียงใหม่ ตนให้คนที่จีพีเรกคอร์ดไปดูแล หญิงสาวแอบขำนึกถึงคำพูดของบัวบุหงา...พลันเควินโทร.เข้ามา เสียงพาทีคุยทำนองต้องแต่งเพลงประกอบโฆษณาให้ พอวางสายเขาก็บ่นกับเธอ ตนคงต้องคุยเรื่องสัญญากับเอเจนซี่ใหม่ ชอบขอเพิ่มโน่นนี่กะทันหัน

ในคืนนั้นพรนางฟ้าเห็นพาทีนั่งคร่ำเคร่งแต่งเพลง จึงออกไปซื้อกาแฟมาให้ แต่เขากลับบอกว่าไม่ดื่มตอนกลางคืน ทีหลังถามก่อนที่จะซื้ออะไร แล้วเขาให้เธอช่วยฟังเพลงที่แต่งว่าใช้ได้หรือยัง หญิงสาวฟังแล้วช่วยแก้ไขบางจุดให้อย่างมืออาชีพ เขาทึ่งที่เธอรอบรู้หลายอย่าง

ระหว่างนั้นเฌอเบลล์เที่ยวกับเพื่อนๆ มีหนุ่มๆ ตามจีบแต่เธอไม่สนใจ เพื่อนๆแปลกใจที่หนุ่มนั้นไฮโซโปรไฟล์ดี เธอยิ้มๆ บอกเพื่อนๆว่า ผู้ชายที่ตนสนใจ มีดีกว่านี้เยอะ...พอมาฝึกร้องเพลงที่บริษัท เจอกับท่านประธาน จึงเอ่ยถามถึงพาทีแล้วเลยได้รู้ว่าเขากำลังวุ่นกับผู้จัดการวงคนใหม่ หญิงสาวฉุกคิดแผนการบางอย่าง ขอร้องให้ท่านประธานช่วย

ทางด้านนาเดียร์ยังเจ็บใจเคียดแค้นไม่หาย หันมาหาเพื่อนสาวสองคนที่ต่างมีปมเจ็บฝังใจกับบลูปรินซ์ สามสาวร่วมมือกันจะทำให้พวกบลูปรินซ์ไม่มีโอกาสใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้อีก

ooooooo

เช้าวันใหม่อันนาได้รับโทรศัพท์จากหม่อม ราชวงศ์นวลมณี มัจฉาตระกูล คุณหญิงย่าของหมอไทย โทร.มาเตือนกึ่งต่อว่าว่าตนบ่มเพาะเลี้ยงดูหลานมาเป็นอย่างดี เธอไม่ควรคิดจะมาชุบตัวเป็นผู้ดีด้วยการเกาะหลานชายตน ตนไม่มีวันรับเธอเป็นหลานสะใภ้แน่

อันนาอึ้งพยายามตั้งสติ ตอบอย่างเข้มแข็งว่าจะทำให้ท่านเข้าใจเอง แล้วขอตัววางสาย แพรพิณเห็นสีหน้าหลานสาวรีบถามว่ามีอะไร อันนาจะร้องไห้เดินหนี แพรพิณ ขวางและเตือน

“น้าขอพูดกับหนูตรงๆเลยนะ น้าไม่ได้อยากยุ่งเรื่องชีวิตรักของหนูหรอก แต่น้าไม่อยากให้หนูโดนเกย์หลอกเหมือนที่เพื่อนน้าโดน น้าหาหลักฐานมาพิสูจน์ได้จริงๆนะว่าคุณหมอไทยเขาเป็นเกย์”

อันนายิ่งเจ็บปวดเสียใจ เสียงเข้มกับน้าสาวว่าตนไม่เชื่อ เรามาพิสูจน์กันดีกว่า แพรพิณยินดีอย่างยิ่งเพราะมั่นใจ...อันนาพาแพรพิณมาที่สนามบอลที่หมอไทยมาเตะบอลกับชยุตเป็นประจำ มีหนุ่มๆมากมายเหงื่อไหล ไคลย้อยจากการเล่น ทำให้แพรพิณได้กลิ่นวิงเวียนจะเป็นลม

อันนาบอกน้าสาวว่าคนเป็นเกย์จะไม่มาเตะบอล ชยุตเห็นแพรพิณมาก็โบกมือให้ แพรพิณเห็นถึงความเท่ของเขาเกิดใจสั่น แต่ฝืนทำเป็นไม่สนใจ

หลังเล่นบอลเสร็จ หมอไทยกับชยุตเดินกอดคอกันออกจากสนาม แพรพิณรีบชี้ให้หลานสาวดู อันนาไม่ติดใจเพราะรู้ว่าสองคนนี้หยอกกันแรงๆประจำ...ชยุตยิ้มแต้เข้ามาแหย่แพรพิณทันที แกล้งเบ่งกล้ามให้เธอดูความฟิตปึ๋งของตัวเอง อันนาเอ่ยปากขอคุยกับหมอไทยลำพัง แพรพิณจะเดินตาม ชยุตเข้ามาขวางเตือนว่าอันนาไม่ได้เอ่ยชื่อเธอ แพรพิณจึงได้แต่ชะเง้อมอง

อันนาบอกหมอไทยเรื่องที่คุณหญิงย่าเขาโทร.มา หมอไทยรีบขอโทษแทนแล้วบอกว่าจะกลับไปเคลียร์กับท่าน แล้วจะพาเธอไปกราบด้วย...แพรพิณเห็นทั้งสองกุมมือกันก็รู้ว่าอันนาเชื่อหมอไทย จึงเอ่ยปากชวนทุกคนไปทานข้าวเย็นกัน หมอไทยกลับบอกว่าตนนัดกับชยุตจะไปออนเซน แพรพิณยิ่งตะลึงเพราะรู้ว่าออนเซนคือการแก้ผ้าอาบน้ำร่วมกัน

แพรพิณชวนอันนาตามไปแอบดูให้รู้แจ้ง แต่แล้วสองสาวก็เข้าไม่ถึง เพราะสถานที่นั้นสำหรับผู้ชายเท่านั้น แต่แพรพิณไม่ยอมแพ้ เผอิญมีเสียงชายคนหนึ่งร้องเรียกเจ้าหน้าที่ให้มาดูว่าข้างในมีถุงยางอนามัย ใครเอามาใช้น่าเกลียดมากๆ แพรพิณฉวยโอกาสดึงอันนาตามเจ้าหน้าที่เข้าไปด้วย ผู้ชายทุกคนในนั้นนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวยืนมุงกันอยู่

เจ้าหน้าที่ถามใครที่มาเป็นคู่เข้ามาทำบัดสีในสถานที่นี้ ทุกคนมองไปยังหมอไทยและชยุตเพราะทั้งสองมาด้วยกัน อันนาน้ำตาคลอมองหมอไทยด้วยความผิดหวัง หมอไทยกับชยุตปฏิเสธอย่างไรไม่มีใครเชื่อ อันนาวิ่งหนีออกไป หมอไทยตกใจรีบวิ่งตามทั้งที่มีผ้าขนหนูพันกายผืนเดียว อันนาวิ่งออกมาข้างนอกโบกเรียกรถแท็กซี่ร้องให้คนช่วยว่าถูกโรคจิตไล่ตาม หมอไทยเสียใจไม่คิดว่าอันนาจะเชื่อตามคนอื่น

ชยุตโกรธแพรพิณ ดึงเธอไปอีกทาง ต่อว่าทำถูกแล้วหรือที่ให้คนรักกันต้องเลิกกัน เธอต้องการอะไร แพรพิณสะบัดมือออกตอกกลับว่าไม่ต้องการให้หลานสาวถูกเกย์หลอก ตนรู้ว่าเขากับหมอไทยเป็นคู่เกย์กัน ชยุตตะลึงโมโหแพรพิณมากอยากพิสูจน์ให้เธอรู้ว่าตนเป็นชายแท้

ชยุตดึงแพรพิณเข้ามากอดจูบ หญิงสาวสัมผัสแผ่นอกเปลือยเปล่าของชายหนุ่ม ใจเต้นระส่ำเผลอเคลิ้มไปกับสัมผัสนั้น ชยุตดันเธอออกกล่าวนิ่งๆ “ผมไม่ได้เป็นเกย์ แค่นี้คุณคงพิสูจน์ได้แล้วนะ แต่ถ้าคุณยังไม่เชื่อใจผม หรือไปยุให้หมอไทยกับอันนาเลิกกันอีก ผมว่าคุณก็เป็นพวกไม่มีหัวใจแล้วล่ะ”

แพรพิณยืนสับสนทำอะไรไม่ถูก มองชยุตที่เดินจากไปอย่างไม่ใยดี...แพรพิณกลับมาขึ้นรถ ปล่อยโฮออกมาอย่างหนัก ไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง พยายามโทร.หาอันนาเท่าไหร่เธอก็ไม่รับสาย ด้วยความเครียด เห็นร้านอีสานคาราโอเกะข้างทาง จึงแวะเข้าไปนั่งซดยาดองคนเดียวจนเมามาย ป้ากับลุงเจ้าของร้านนั่งมองอย่างห่วงๆที่เป็นผู้หญิงตัวคนเดียว

สุดท้ายบัวบุหงาต้องเป็นคนมาพาตัวแพรพิณกลับไปส่งบ้าน นภิสพี่สาวและเป็นแม่ของอันนาซึ่งเป็นหมอ แปลกใจที่น้องสาวเพ้อเรียกตุ๊ดมาว่าเธอไม่มีหัวใจ จึงให้นอนที่โซฟาไปก่อน

ooooooo

รุ่งเช้าหมอไทยกับชยุตมาที่บ้าน นภิสเป็นหมอรุ่นพี่ของหมอไทย เธอยินดีที่จะได้เขาเป็นลูกเขย จึงเปิดโอกาสให้เข้าไปง้อลูกสาว โดยไม่ซักถามว่าทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไร

ชยุตเห็นสภาพแพรพิณที่นอนอยู่ข้างล่าง ยังเพ้อเรื่องเมื่อวานก็แอบขำ เขาช่วยนภิสอุ้มแพรพิณขึ้นไปนอนต่อบนห้อง เธอยังหลับแต่เอื้อมมือมากอดคอเขาแน่น หน้าชยุตอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ เขายิ้มๆอย่างรู้สึกดี จู่ๆ เธอก็เพ้อออกมาว่า...ฉันเกลียดนาย เขาตอบขำๆว่ารู้แล้ว

ชยุตจัดแจงให้แพรพิณนอนสบายๆ แล้วเดินมองรูปถ่ายในห้องเธอ จนมาเห็นหนังสือคู่มือเกย์และเอกสารในแฟ้มบริษัทจีสแกน เขาแปลกใจกำลังจะเปิดดู พอดีนภิสเข้ามาขอบคุณเขาแล้วบอกว่าจะจัดการน้องสาวเอง ชยุตจึงเดินลงมาข้างล่างอย่างเสียดาย

หมอไทยเห็นอันนานั่งร้องไห้อยู่หลังบ้านก็เข้ามาพยายามอธิบาย แต่เธอกลับบอกว่าเชื่อในสิ่งที่เห็น เขารู้สึกเสียใจที่เธอไม่เชื่อในตัวเขา...หมอไทยจึงเอาคลิปจากกล้องวงจรปิดที่เซฟลงมือถือมาเปิดให้อันนาดูว่ามีคู่เกย์ที่กอดจูบกันก่อนจะเข้าไปออนเซนก่อนหน้าตนไปถึง และตนก็เดินสวนกับทั้งสองเข้าไปพร้อมผู้ชายอีกสองคน ซึ่งแสดงว่าตนเข้าไปสี่คนคงไม่มีโอกาสทำอะไรบัดสีได้ อันนาอึ้งรู้สึกเสียใจที่เข้าใจผิด

“ช่างมันเถอะค่ะ...พี่ว่าพี่ต้องแสดงให้น้องอันเห็นสักทีว่าพี่จริงใจ พี่จะไปคุยกับคุณย่าเรื่องขอหมั้นน้องอัน เย็นนี้เลย”...อันนาตาโพลงไม่คิดว่าเขาจะเอาจริงขนาดนี้

ด้านพรนางฟ้ามาทดสอบงานกับพาที ในขณะที่พวกบลูปรินซ์ยังไม่กลับจากเชียงใหม่ เขาให้เธอทำงานสารพัด หัดทำของกินที่เป็นของโปรดของแต่ละคน ทำหลายครั้งจนกว่ารสชาติจะถูกปาก หญิงสาวแอบบ่นไอ้หน้าหนวด นี่ตนมาทดสอบเป็นผู้จัดการหรือเป็นแม่ครัวกันแน่ พาทีแอบขำ แล้วสอนให้เธอทำสปาเกตตีทำอยู่หลายรอบกว่าจะสำเร็จ

จนบ่าย พาทีนั่งดูข่าวอย่างสบายใจ ในขณะที่พรนางฟ้าต้องกวาดบ้านถูบ้าน แอบบ่นว่าเขาก็ได้ยินทุกครั้ง พอเสร็จงานในบ้านเขาก็ให้เธอไปกวาดใบไม้ที่สนามอีก เธอเดินบ่นกะปอดกะแปดออกมาแต่แล้วพอเห็นโต๊ะอาหารที่จัดไว้สองที่ จุดเทียนอย่างสวยงามก็ยืนมองอย่างชื่นชม พาทีเข้ามากระแอม เธอสะดุ้งจะรีบเดินไปทำงานเขาดึงแขนเธอไว้ พาไปนั่งอย่างอ่อนโยน

“ทานสิ เธอยังเหลือการทดสอบอีกสองวันนะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้วไม่ใช่เหรอ”

พาทีลงมือกินก่อน พรนางฟ้ามองอย่างงงก่อนจะยิ้มแล้วกินอย่างเอร็ดอร่อย...เช้าวันใหม่ พรนางฟ้านอนสีหน้ามีความสุข ครู่เดียวก็มีเสียงนาฬิกาปลุกดังมาก เธอสะดุ้งตื่นมองหาต้นเสียงเห็นพาทียืนกอดอกถือมือถือในมือก็โวยวายว่าเขาเข้ามาได้อย่างไร คิดจะทำมิดีมิร้ายตนหรือ

พาทีถอนใจบอกถ้าคิดจะลักหลับแล้วจะปลุกเธอขึ้นมาทำไม ตัดบทสั่งการให้เวลาครึ่งชั่วโมงกับการอาบน้ำแต่งตัวเก็บเสื้อผ้าไปค้างต่างจังหวัดหนึ่งคืน โดยไม่บอกว่าไปไหน นี่คือการรับมือการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน เป็นอีกคุณสมบัติของผู้จัดการวงที่ดี ถ้าเธอทำไม่ได้ตนคงต้องหาผู้จัดการวงใหม่ พรนางฟ้าเข่นเขี้ยวแต่ก็รีบลุกขึ้นไปปฏิบัติ

พรนางฟ้าทำเวลาได้ทันท่วงที ไม่เพียงเท่านั้น พาทียังให้เธอเป็นคนขับรถโดยเขาเป็นคนบอกเส้นทาง...

พาทีพาเธอมาที่บ้านเด็กกำพร้า แจกอาหารและขนมเด็กๆ เขาบอกเธอว่านี่เป็นการทำบุญช่วยเหลือสังคม เป็นหนึ่งในหน้าที่ของศิลปินที่ดีและเอาไว้ตอบคำถามนักข่าว หญิงสาวเบ้หน้าคิดว่าคงเป็นการสร้างภาพอีกอย่าง ขากลับพาทีเป็นคนขับเองเพราะหาว่าเธอขับช้า

ถึงที่หมายหน้าโรงแรมที่พัก พาทีปลุกพรนางฟ้าให้ตื่น เขาติงที่เธอหลับมาตลอดทาง การเป็นผู้จัดการที่ดีต้องดูแลศิลปินไม่ใช่นอนหลับสบายแบบนี้...จากนั้นพาทีพาพรนางฟ้าเดินเล่นริมหาด เขาหยิบถุงดำที่พก ออกมากางเก็บขยะตามชายหาด หญิงสาวทึ่งแต่คิดว่าเขาคงสร้างภาพอีก เขากลับบอกว่านี่เป็นนิสัยส่วนตัว เพราะถ้ามีแต่คนทิ้งขยะไม่มีคนเก็บ แล้วชายหาดจะสวยงามได้อย่างไร ทันใดมีเสียงหญิงสาวเรียกพาที ทั้งสองหันมอง

เฌอเบลล์วิ่งเข้ามาทักทาย พอเห็นหน้าพรนางฟ้าก็ชะงัก พรนางฟ้าเองก็มีท่าทางไม่สบอารมณ์ พาทีเห็นท่าทีรีบขอตัวดึงเธอออกมาคุยห่างจากเฌอเบลล์ แล้วบอกเธอว่ารู้หรือไม่ว่าเฌอเบลล์เป็นใคร พรนางฟ้าไม่อยากรู้

แต่พาทีเน้นว่าเป็นหลานสาวประธานจีพีเรคคอร์ด ที่สามารถทำให้เธอตกงานได้ หญิงสาวกลืนน้ำลายเอื๊อก รู้แก่ใจว่าต้องทำตัวดีๆกับเฌอเบลล์

แต่เฌอเบลล์กลับทำทีว่าไม่รู้จักพรนางฟ้ามาก่อน พาทีจึงแนะนำว่าแองจี้เป็นผู้จัดการวงบลูปรินซ์ เฌอเบลล์มองเหยียดๆ ดึงพาทีไปรู้จักกับเพื่อนๆเธอ เขาสบตาแองจี้ทำนองให้ช่วย

พรนางฟ้าเบ้หน้ากลับมาพักผ่อนในห้องอย่างสบายใจ ไม่ทันไรพาทีมาเคาะประตูเรียก เธอทำหน้าเซ็งบ่น “ยัยระฆังนั่นยอมปล่อยตัวคุณมาแล้วเหรอ ฉันนึกว่าจะกลับพรุ่งนี้เช้าซะแล้ว”

พาทีขำการตั้งชื่อของแองจี้ แล้วถามทานอะไร หรือยัง ไม่ทันตอบเสียงท้องร้องดังแทน หญิงสาวทำหน้างอน เขาชูถุงอาหารที่ซื้อมาฝาก แซวอาการนี้โมโหหิวหรือโมโหหึง เธอสะอึกโวยว่าเขาหลงตัวเอง เขายิ่งขำกับท่าทางเธอ ยื่นหน้าไปย้ำ อย่าหลงเสน่ห์ตนอีกคนแล้วกัน...แล้วบอกให้ทานเสียเสร็จแล้วจะกลับกรุงเทพฯ เธอยิ่งงงเพิ่งมาถึงไม่ทันได้เหยียบทะเลจะกลับแล้ว

“ถ้าไม่กลับคืนนี้ รับรองพรุ่งนี้คุณเฌอเบลล์ต้องมาลากผมไปอยู่กับเขาทั้งวันแน่”

พรนางฟ้าถามไม่กลัวเฌอเบลล์โกรธหรือ พาทียักไหล่ไม่สนแล้วยกมือห้ามไม่ต้องถามอีก ถ้าถามจะถือว่าหึงตน หญิงสาวหน้าหงิกก้มหน้าก้มตากินๆๆ

ooooooo

หมอไทยมากราบเรียนคุณหญิงย่านวลมณีว่าต้องการหมั้นกับอันนา แม้คุณหญิงย่าไม่ค่อยพอใจแต่ไม่อยากขัดใจหลานชาย...ไม่นาน หมอไทยพาคุณหญิงย่ามาบ้านอันนา ชยุตขับรถหรูตามมาด้วย แพรพิณไม่รู้ว่าใครจะมาจึงยังอยู่ในสภาพชุดนอนหัวฟูออกมาเปิดประตูรับ

คุณหญิงย่ามองเธอหัวจดเท้าตำหนิเป็นผู้หญิงประสาอะไร แพรพิณสวน ก็ประสาตนนี่แหละ เห็นว่าอยู่บ้านตัวเองเลยทำตัวตามสบายไม่ต้องเกรงใจใคร พอดีเป็นเจ้าของบ้านไม่ใช่คนมาเยี่ยม หมอไทยรีบห้ามศึกแนะนำคุณหญิงย่าว่าเธอเป็นน้าของอันนา แพรพิณถามมาทำไม ไม่วายโดนเหน็บอีกว่าสมบัติผู้ดีมีบ้างไหมถึงมาแทรกถาม หญิงสาวสวนอีกครั้ง

“อ๋อ สมบัติบ้านนี้เก็บในธนาคารหมดเลยค่ะ ไม่ได้เอาใส่ไหฝังดินแบบ...คนโบราณ”

“นี่หล่อน! นี่ขนาดคนในบ้านยังปากคอเราะร้ายขนาดนี้ เด็กอันนากำพืดเดียวกันจะร้ายขนาดไหน ตาหมอกลับ...ฉันไม่ให้หมั้นกับลูกบ้านนี้”

แพรพิณได้ยินคำว่าหมั้นยิ่งไม่พอใจ พอดีนภิสกับอันนาเดินออกมารีบเชื้อเชิญทั้งสามเข้าบ้าน หมอไทยใช้จังหวะชุลมุนดันคุณหญิงย่าให้เดินเข้าไป ชยุตเดินผ่านแพรพิณแกล้งดีดจมูกเธอด้วยความหมั่นเขี้ยว หญิงสาวโกรธทำท่าปาดคอใส่ให้เตรียมตัวไว้

อันนายกน้ำลอยดอกมะลิมาเสิร์ฟ คุณหญิงย่ามองออกว่ากิริยามารยาทต่างจากน้าสาว แต่ยังมีทิฐิไว้ตัว เหน็บว่ากิริยามารยาทใช้ได้ไม่กะเล่อกะล่าเหมือนคนในบ้านบางคน แพรพิณเคืองจะเปิดศึก หมอไทยรีบตัดบทเริ่มธุระที่มาเพื่อจะทาบทามขอหมั้นอันนา แพรพิณแย้งว่าหลานยังเรียนไม่จบ คุณหญิงย่าเสียงเข้ม ยังไม่ได้ยอมรับที่มาแค่ขอดูตัว หมอไทยยืนกรานว่าจะหมั้นกับคนนี้เท่านั้น นภิสไกล่เกลี่ยให้เลื่อนไปคุยวันหลัง คุณหญิงย่าไม่ยอม

“ฉันมีหลานอยู่คนเดียว ถ้าหลานฉันยืนยันจะหมั้นกับหล่อนขนาดนี้ ฉันก็คงขัดอะไรไม่ได้ แต่ยังไงๆฉันก็ยังไม่อนุญาตให้ทั้งสองคนหมั้นกันเร็วๆนี้แน่...สัปดาห์หน้าเป็นวันเกิดฉัน หล่อนต้องพิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าหล่อน สามารถดูแลงานใหญ่ๆได้ ด้วยการจัดงานเลี้ยงแซยิดให้ฉัน และหลังจากนี้หล่อนต้องเข้าวังไปเรียนรู้งานต่างๆทุกสัปดาห์ จนกว่าฉันจะเห็นว่าหล่อนเหมาะสมกับสมบัติของฉัน” พูดจบนวลมณีลุกเดินออกไป หมอไทยหันมายิ้มดีใจกับอันนา

ด้านบัวบุหงารู้สึกหงุดหงิดหัวใจอย่างบอกไม่ถูก พ่อเต่าทำของโปรดมาให้กินหวังว่าลูกสาวจะแสดงความดีใจเข้ามากอดหอมเหมือนเคย กลับนิ่งเฉยไม่ยินดียินร้าย ก็รู้สึกว่าลูกคงมีเรื่องรบกวนจิตใจ น่าจะเกี่ยวกับความรัก บัวบุหงาปฏิเสธไม่จริงเพราะเขาเป็นเกย์ พ่อเต่าให้แง่คิด ถ้าเราอยากรู้ว่าอาหารอร่อยหรือไม่ ควรทำอย่างไร เธอบอกว่าต้องชิม

“นั่นแหละ ความรักก็เหมือนกัน ถ้าอยากรู้ว่าเขาเป็นเกย์จริงไหม ก็ต้องลองกินกัน หมายถึงลองคบกันดูก่อน จะเจ็บก็ให้มันรู้ไป...พ่อพูดจริงนะ ของแบบนี้มันต้องลอง ก่อนที่พ่อจะมาเป็นแบบนี้ก็ต้องผ่านการลองมาก่อนแล้วทั้งนั้นแหละ ไม่งั้นจะมีแกหลุดออกมาท้าทายโลกแบบนี้รึไง” บัวบุหงาบ่นว่าโลกนี้ช่างอยู่ยากจริงๆ พ่อเต่าโวยนี่ตนเป็นพ่อนะ เธอรีบยิ้มแหยๆ

คำพูดของพ่อทำให้บัวบุหงาฮึดสู้ พอขี่รถมาถึงกองถ่าย เห็นพันธิตเพิ่งมาถึงพอดี เขาทักเธอว่ามาทำงานสาย เธอจึงสวนว่าเขาก็สาย เขาย้อนตนเป็นเจ้านาย เขาเห็นหญิงสาวไม่ค่อยคุยก็แปลกใจตามมาแตะหน้าผากว่าป่วยหรือ แล้วเอาหน้าผากตัวเองแนบหน้าผากเธอ หญิงสาวใจสั่นก่อนที่เขาจะบอกว่าตัวไม่ร้อนแล้วทำไมหน้าซีด หรือว่าสำออย

“จะบ้าเหรอ ใครจะมานั่งสำออยให้คนอย่างนายวะ” บัวบุหงาตีแขนเขากลบเกลื่อน

พันธิตชวนให้เธอขี่มอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวกันถือว่าไปฝึกถ่ายภาพนอกสถานที่ บัวบุหงาแปลกใจเขาไม่กลัวแล้วหรือ เขาบอกต้องทำให้ชินว่าแล้วก็ขึ้นนั่งซ้อนกอดเอวเธอแน่น

บัวบุหงาสังเกตเห็นพันธิตชอบถ่ายภาพท้องฟ้า เขาบอกว่าการถ่ายภาพเป็นวิธีเดียวที่จะมีคนรับฟังเขา บัวบุหงาแปลกใจแต่ก็ยอมรับว่าเขาถ่ายภาพได้สวย เขายิ้มๆตอกกลับ ตนถึงบอกว่าเธอถ่ายไม่สวย หญิงสาวโวยเรามีแนวทางคนละแบบกัน ไม่ควรว่ากัน เขาถามงอนหรือ เธอไม่ยอมรับ เขาจึงขยี้หัวเธออย่างเอ็นดู แล้วให้เธอฟอลโล่ไอจีของเขา

พันธิตถือโอกาสเข้าไปดูในไอจีของเธอ เห็นในอินสตาแกรมของเธอส่วนใหญ่เป็นภาพนายแบบเซ็กซี่ จึงแหย่จะให้เธอถ่ายเขาบ้าง แล้วเขาก็ใช้มือถือถ่ายเซลฟี่กับเธออย่างสนุกสนาน

เมื่อกลับมาถึงกองถ่าย วทันยูเข้ามาโวยพันธิตว่าหายไปไหนตั้งนาน คนตามกันทั้งกอง บัวบุหงารู้สึกเป็นส่วนเกินรีบขอตัวแยกไปทำงาน เธอรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างประหลาด เจ๊โดมเห็นอาการถามประชดเมนส์มาหรืออย่างไร พันธิตเดินตามบัวบุหงามาไม่ทันจะคุย เสียงผู้กำกับเอ็ดตะโรใส่โอ๊ตนักแสดงที่แสดงไม่ผ่านเสียที

วทันยูจึงเข้าไปไกล่เกลี่ย ผู้กำกับขอให้เขาแสดงบทอ้อนซบไหล่คนรักคู่กับพันธิตให้เป็นตัวอย่าง

บัวบุหงาเห็นภาพนั้นยิ่งขุ่นเคืองใจ คว้ากระเป๋าขอตัวกลับ เจ๊โดมงง พอพันธิตกลับมาแปลกใจว่าบัวบุหงาทำไมรีบกลับจึงฝากเจ๊โดมบอกเธอด้วยว่าตนเป็นห่วง เจ๊โดมหูผึ่งในทันที

ooooooo

เช้าวันใหม่ พาทีเข้ามาในห้องนอนแองจี้ แต่คราวนี้ไม่คิดปลุก กลับมองใบหน้าหลับพริ้มน้ำลายยืดอย่างขำๆ แล้วพูดเบาๆว่าวันนี้ให้พัก ตนต้องมีงานข้างนอก...พอเขาออกไปจากห้อง แองจี้หรือพรนางฟ้าก็กระเด้งตัวลุกขึ้น เธอยิ้มหยัน

“นายหน้าหนวดจอมบงการ คิดว่าแค่ทำดีกับฉันหน่อยแล้วฉันจะใจอ่อนให้รึไง เหอะ”

พอเห็นว่าพาทีขี่บิ๊กไบค์ออกไปแล้ว พรนางฟ้าก็รีบเข้าไปค้นห้อง เริ่มด้วยห้องคฑากับเควินก่อน แค่เพียงเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นเกย์โชยมา เธอลงมือค้นหาหลักฐานบ่งบอกว่าใครเป็นเกย์ แล้วเธอก็เจอภาพถ่ายใต้เตียงเควิน เป็นชายวัยรุ่นสองคนในชุดกีฬากอดคอกันแต่ถ่ายถึงแค่คอไม่เห็นหน้า ข้างหลังภาพมีข้อความเขียนว่า...ผมรักคุณนะ

พรนางฟ้ารีบเอามือถือออกมาจะถ่ายเก็บเป็นหลักฐาน ทันใดได้ยินเสียงพาทีกลับเข้ามาเพราะลืมของ เธอตกใจลนลานเก็บภาพถ่ายไว้ แล้วแอบมองว่าพาทีกลับมาจะเข้าห้องไหน...พาทีหยิบของที่ลืมแล้วนึกห่วงแองจี้จึงแวะไปดูที่ห้อง พอไม่เจอก็เดินหาทุกห้อง จนมาถึงห้องเควินกับคฑา หญิงสาวแก้สถานการณ์ด้วยการคว้าตุ๊กตามากอดเดินละเมอ พาทีเห็นแล้วขำกึ่งไม่อยากเชื่อ แต่พอเห็นเธอเดินชนประตูที่เขาเปิดไว้ครึ่งเดียวหงายหลังก็หัวเราะก๊าก

พรนางฟ้าเจ็บทำทีสะดุ้งตื่นไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วเขินอายวิ่งหนีกลับห้อง เธอยิ้มอย่างผู้ชนะ ไลน์บอกเพื่อนๆว่าคืนนี้กลับไปประชุมที่คอนโด บัวบุหงาไลน์กลับมาว่าดี อยากเจอเหมือนกัน แพรพิณอ่านไลน์แล้วเป็นห่วงบัวบุหงารีบถามมีปัญหาอะไร เธอบอกคืนนี้จะอัพเดตให้ฟัง แพรพิณไม่มีแก่ใจสอนต่อ เด็กๆบ่นพวกตนจะเอาอะไรไปสอบกันล่ะเนี่ย
คืนนั้นสามสาวเอาหลักฐานที่หาได้ลงบอร์ด

บัวบุหงาเห็นหลักฐานของพรนางฟ้าก็ยอมรับว่าชัดเจนมาก แต่ที่ได้ยินมาคนที่เป็นคู่จิ้นกันคือไลออนกับเควิน ไม่ใช่คฑา พรนางฟ้าเชื่อว่าไลออนไม่ได้เป็นเกย์ เพราะตนสัมผัสถึงความเป็นชายของเขาได้แต่ไม่กล้าเล่าให้เพื่อนฟัง

ด้านบัวบุหงาขอเวลารวบรวมหลักฐานอีกสักนิด เพราะพันธิตยังดูไม่ค่อยออกว่าเป็นเกย์ พรนางฟ้าตบไหล่เพื่อนเบาๆ “ฉันเข้าใจ สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือหน้าที่นะ พวกเราเป็นนักสืบ ห้ามเอาความรู้สึกของตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้องกับงานเด็ดขาด”

ส่วนแพรพิณทำอะไรต่อไม่ถูกเพราะหลานสาวกำลังจะหมั้นหมายกับคนที่ตนตามสืบ สองเพื่อนจึงให้กำลังใจและคิดว่าคงต้องช่วยเหลือ ในคืนนั้นแพรพิณกลับมาบ้านเห็นอันนาตื่นเต้นเลือกเฟ้นชุดที่จะใส่เข้าวังไปเรียนงานกับคุณหญิงย่าของหมอไทย เธอยอมไม่ได้จึงตามไปด้วย

คุณหญิงย่าเห็นแพรพิณมาร่วมด้วยก็คิดจะขัดเกลามารยาทให้ใหม่ แต่ก็มีเรื่องถกเถียงกันตลอด เพราะแพรพิณจะหาข้อแก้ตัวในสิ่งที่ทำไม่ได้ทุกครั้ง...คุณหญิงย่าให้อันนาซ้อมรำคู่กับหมอไทยเป็นการเปิดตัวในงาน โดยมีชยุตเป็นคนเป่าขลุ่ย เขาเป่าได้เก่งจนแพรพิณทึ่งถึงกับเคลิ้ม หญิงสาวไม่ยอมต้องการมีส่วนร่วมด้วย จึงหยิบฉิ่งที่อยู่ข้างๆขึ้นมาตี แต่มันผิดจังหวะจนคุณหญิงย่าเอ็ดใส่ แล้วให้เปลี่ยนมากรองมาลัยแทน พรุ่งนี้ค่อยซ้อมรำใหม่

ชยุตคอยกระเซ้าเย้าแหย่แพรพิณเมื่อมีโอกาส จนเธออายลุกหนี เขาทั้งขำทั้งชอบใจ...ทั้งสี่คนต้องมานั่งพับเพียบร้อยมาลัยกรองมาลัย อันนาตั้งใจเรียนรู้ ส่วนแพรพิณทำไม่ค่อยได้หงุดหงิดหันไปแขวะหมอไทย ร้อยมาลัยเก่งกว่าผู้หญิงอีก คุณหญิงย่าสวนว่าแน่นอน หลานตน ตนสอนมากับมือ ทำได้ทั้งอาหารคาวหวานด้วย อันนาหน้าเสียรู้ว่าน้าสาวพยายามจับผิด

ชยุตแก้เกมของแพรพิณด้วยการสำทับว่า หมอไทยไม่เพียงเก่งงานฝีมือ แต่กีฬาแมนๆแบบมวยไทย ฟันดาบ ก็ทำได้อย่างเทพจนสาวๆตามกรี๊ด ยังเคยมีป้าแก่ๆพวกมนุษย์ป้ากรี๊ดสลบ แพรพิณรู้ว่าหมายถึงตนก็โมโหจนเข็มตำมือเลือดกระฉูด พอเห็นเลือดตัวเองถึงกับเป็นลมพับไป

ชยุตปฐมพยาบาลจนแพรพิณฟื้น เธอตกใจเมื่อลืมตามาเห็นหน้าเขารีบลุกพรวดขึ้น ชยุตจึงต่อว่าว่าเธอจงเกลียดจงชังอะไรเพื่อนของตนนักถึงคอยกีดกันความรักของเขา หญิงสาวโพล่งออกไปว่าหมอไทยเป็นคู่เกย์กับเขา ชยุตหมั่นเขี้ยวแกล้งยื่นหน้าไปประชิด หญิงสาวกลัวโดนจูบแบบคราวก่อนขยับหนีใจเต้นรัว อันนาเดินเข้ามากับหมอไทยพอดี ชวนแพรพิณกลับ

สองสาวมาลาคุณหญิงย่า ท่านแจกแจงว่าวันนี้ยังทำได้ไม่ดี หวังว่าคราวหน้าจะพัฒนาขึ้น แพรพิณฉุนเล็กๆแต่เถียงไม่ออกเพราะยังมึนอยู่...ระหว่างขับรถกลับ แพรพิณจึงบอกว่าทำไมถึงอยากหมั้นกับคนที่เขาดูถูกเรา อันนาตอบว่าตนพอใจที่จะเป็นแบบนี้ แม้จะว่าตนไม่มีสติแต่ตนขอบอกว่าตนมีสติ ขอตนเป็นคนเลือกคู่เอง เวลาน้าเจอคนที่ใช่มากๆน้าจะเข้าใจตน แพรพิณอึ้ง

ooooooo