มายา ตอนที่ 13 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

มายา ตอนที่ 13


23 มิ.ย. 2560 08:57
1,382,902 ครั้ง

มายา ตอนที่ 13

อ่านเรื่องย่อ

มายา

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ว.วินิจฉัยกุล

บทโทรทัศน์โดย:

สวิตตา

กำกับการแสดงโดย:

บุญชู พิทักษ์เลิศกุล

ผลิตโดย:

บริษัท โพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

อารักษ์ อมรศุภศิริ, อุษามณี ไวทยานนท์

เจริญศรีกับกีรติสุดาเพิ่งกลับจากเกาหลี รู้เห็นว่าอลิสาดูแลอินทนิลจนอาการดีขึ้นมากก็ไม่พอใจ อีกทั้งหวงสมบัติของอินทนิล กลัวจะตกเป็นของอลิสาจึงรีบเข้าไปตรวจสอบว่ายังอยู่ครบหรือไม่

เมื่อรู้เห็นว่ามีเครื่องประดับหลายชิ้นหายไปก่อนหน้าที่อลิสาจะมา สองแม่ลูกจึงไล่บี้เอากับพิตะวัน คาดคั้นและแสดงอำนาจตบตีโดยที่ยี่สุ่นไม่เข้ามาห้ามเหมือนแต่ก่อน แต่กลับยืนดูด้วยความสะใจ บอกลำพูว่าพิตะวันต้องโดนแบบนี้เสียบ้างถึงจะสมกับสิ่งที่มันทำกับคุณท่าน

สองแม่ลูกดุดันเอาเรื่อง ตบตีแล้วยังจะโทร.แจ้งตำรวจมาจับพิตะวันข้อหาขโมยเครื่องเพชรของอินทนิล แต่พอได้ยินอลิสาบอกว่ากล่าวหาใครโดยไม่มีหลักฐานระวังจะโดนข้อหาหมิ่นประมาท ที่สำคัญคนที่ขโมยของของคุณป้าคงไม่ได้มีแค่พิตะวันคนเดียว สองแม่ลูกถึงกับเสียวสันหลัง เปลี่ยนใจไม่แจ้งความแต่รีบชวนกันกลับบ้านของตน

ส่วนพิตะวันถือโอกาสนี้ขนข้าวของย้ายไปอยู่กับรชานนท์ที่คอนโด โดยได้สถินีช่วยวางแผนให้แนบเนียนเพื่อให้รชานนท์หมดทางปฏิเสธ แล้วแผนนั้นก็สำเร็จลุล่วง รชานนท์เห็นร่องรอยฟกช้ำตามหน้าตาและเนื้อตัวพิตะวันก็เชื่อสนิทว่าโดนคนที่บ้านอินทนิลทำร้าย แต่ความจริงสิ่งที่เห็นนั้นพิตะวันตบแต่งมันด้วยมือของตัวเอง

เมื่อรับพิตะวันไว้แล้ว รชานนท์โทร.บอกกล่าวอลิสาจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง แต่กลายเป็นพิตะวันมาสร้างความอึดอัดและหนักใจให้เขา เพราะเธอเที่ยวโพสต์ข้อความคุยอวดลงในไอจีว่าได้แฟนดีทำให้ชีวิตดีมีความสุข แถมยังรบเร้าจะให้เขาทำบัตรเครดิตไว้ใช้จ่ายจะได้ไม่ต้องขอเงินเขาบ่อยๆ ที่หนักหนาสาหัสคือเธออยากได้รถคันใหม่ อ้างว่าขึ้นแท็กซี่อันตราย

เรื่องบัตรเครดิตรชานนท์ยังไม่ทำให้ แต่เรื่องซื้อรถเขาตกลงทันทีเพราะเป็นห่วง พิตะวันยิ้มหน้าบานด้วยความดีใจ แต่พอเขาพาไปดูรถญี่ปุ่นคันเล็กเหมาะสำหรับใช้ในเมือง เธอโยกโย้จะเอารถยุโรปราคาหลายล้านตามแรงยุของสถินี รชานนท์เห็นเป็นเรื่องสิ้นเปลือง จึงพยายามอธิบายเหตุผล แต่พิตะวันดึงดันด้วยความไม่พอใจ แล้วพาลพาโลพูดถึงอลิสาที่รู้ว่าเขายังแอบติดต่อกับเธอ

รชานนท์ทนไม่ไหวในความจุ้นจ้านเกินขอบเขตของพิตะวัน กำชับว่าถ้าจะอยู่ด้วยกันต้องเชื่อใจและให้เกียรติกัน...หลังจากนั้นเขานัดพบอลิสาอีกครั้ง พูดกับเธออย่างทุกข์ใจว่า

“ผมยอมรับว่าผมรู้สึกแปลกใจว่าที่ผ่านมาผมรู้จักพิตะวันจริงๆรึเปล่า”

“คนเรามีทั้งด้านที่มองเห็น แล้วก็มองไม่เห็น พอได้มาอยู่ด้วยกัน ด้านที่ไม่เคยมองเห็นก็จะค่อยๆปรากฏออกมา แต่ก็เป็นเรื่องดีนะคะที่ได้รู้ จะได้ปรับตัวเข้าหากัน”

“แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะปรับตัวเข้าหาด้านนั้นของพิตะวันได้”

“ทำไมล่ะคะ”

“ผมรู้นะครับว่าตอนเด็กๆเขาลำบากมาก ไม่มีใครรัก ไม่มีความอบอุ่น ไม่มีใครให้ในสิ่งที่เขาต้องการเหมือนคนอื่นๆ เพียงแต่ผมไม่คิดว่าจะถึงขนาดนี้ เหมือนตอนนี้เขากำลังใช้ชีวิตเพื่อชดเชยในสิ่งที่ตัวเองขาด โดยไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่น แล้วมันทำให้ผมอึดอัด”

“คุณก็เลยอยากรู้ว่าทำยังไงถึงจะหายจากความรู้สึกอึดอัดนั้น”

“คุณช่วยผมได้ไหมอลิสา ช่วยทำให้พิตะวันดีขึ้น เหมือนที่คุณช่วยคุณป้าของคุณ พิตะวันเป็นผู้หญิงที่เก่งและฉลาด ถ้าเขารู้ว่าตัวเขาเองมีสิ่งที่ดีและพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี เขาคงจะมีความสุขมากกว่านี้”

“แล้วทำไมคุณถึงคิดว่าอลิสาจะช่วยเปลี่ยนพิตะวันได้ล่ะคะ”

“ก็เพราะคุณเป็นคนพิเศษที่สามารถทำให้คนที่อยู่ใกล้ชิดคุณ รักและพร้อมที่จะคล้อยตามคุณไปในทางที่ดีกว่าเก่า”

“อลิสาไม่ใช่เทพธิดาที่จะเปลี่ยนใครต่อใครได้นะคะ ที่อลิสาเปลี่ยนคุณป้าได้เพราะท่านรักอลิสา ท่านถึงยอมทำในสิ่งที่อลิสาขอร้อง ท่านทำเพราะอยากให้อลิสามีความสุข โดยที่ท่านก็ไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ทำนั้นก็ทำให้ตัวท่านเปลี่ยนแปลงด้วย”

“นี่คุณกำลังจะบอกผมว่า...”

“คนเราเปลี่ยนแปลงได้ถ้ามีความรัก และคนที่จะช่วยพิตะวันได้ไม่ใช่อลิสา แต่เป็นตัวคุณเองต่างหาก เพราะพิตะวันรักคุณ”

“แล้วผมจะช่วยเขาได้ยังไง”

“รักเขาให้มากพอ ให้เขารู้สึกได้ถึงความรัก ความจริงใจและความปรารถนาดีในใจของคุณ”

รชานนท์ลำบากใจจนอลิสาสังเกตเห็น ถามว่าทำไมทำหน้าเหมือนมันเป็นเรื่องยากขนาดนั้น

“ผม...ไม่รู้สิ...มันอาจจะฟังดูแย่ แต่จนบัดนี้ผมยังไม่ค่อยแน่ใจว่าผมรักเขารึเปล่า”

“แต่คุณอยู่ด้วยกันแล้วนะคะ”

“ผมต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ผมทำ”

“ถ้าคุณไม่รักเขาแล้วคุณเริ่มมันทำไมคะ”

“ตอนนั้นผมกำลังรู้สึกแย่ และต้องการใครสักคน ซึ่งตอนนั้นก็มีแค่พิตะวันคนเดียวเท่านั้นที่รักแล้วก็แคร์ผม... เห็นคุณค่าในตัวผม”

“นี่คุณรู้ตัวไหมคะว่าคุณกำลังพูดเหมือนอกหักอย่างแรงมาจากใครสักคน ใครกันคะที่ทำให้คุณรู้สึกอกหักได้ขนาดนี้”

รชานนท์ไม่ตอบ วกกลับมาพูดเรื่องพิตะวันว่าตนต้องรับผิดชอบและจะดูแลเธอให้ดีที่สุด ถ้าอลิสาบอกว่าความรักจะช่วยพิตะวันได้ ตนก็จะพยายาม

ooooooo

พิตะวันหงุดหงิดหัวเสียที่โดนรชานนท์ขัดใจเรื่องซื้อรถ หนำซ้ำเขายังเห็นอลิสาดีกว่า จึงมาระบายให้สถินีฟังก่อนบ่นว่าตนเลือกคนผิดหรือเปล่า ภิทูรไม่เคยทำแบบนี้กับตนเลย

สถินีเชื่อว่ารชานนท์ดีกว่าภิทูรแน่นอน ขอให้พิตะวันลดความเอาแต่ใจลงบ้าง อย่าทำตัวงี่เง่า ระวังจะไม่ได้รถยนต์ที่ต้องการ...ว่าแล้วชวนเพื่อนไปเที่ยวเขาใหญ่รับรองว่าหายหงุดหงิดเพราะที่นั่นสวยและอากาศดีมาก

การมาเขาใหญ่ครั้งนี้สถินีมีเป้าหมายสำคัญคือภัณพงศ์เจ้าของโรงแรมสุดหรู เธอต้องการผูกสัมพันธ์กับเขาจึงรีบกันท่าพิตะวันไม่ให้ยุ่ง แต่กลายเป็นภัณพงศ์ต่างหากที่สนใจพิตะวันแม้รู้ว่าเธอเป็นแฟนรชานนท์

ภัณพงศ์หลงเสน่ห์พิตะวันถึงขนาดอยากเจอเธออีก เขาแอบให้นามบัตรเธอไว้โดยที่สถินีไม่รู้...

ฝ่ายรชานนท์ที่รับปากอลิสาไว้ก็พยายามเอาใจใส่พิตะวัน เย็นนั้นเขาทำอาหารไว้รอแล้วยังทำบัตรเครดิตให้เธอด้วย ปรากฏว่าพิตะวันกลับดึกและไม่สนใจอาหาร แต่พอรู้เรื่องบัตรเครดิตก็หายงอนเป็นปลิดทิ้ง โดยไปอ้างกับสถินีว่าที่ตนใจอ่อนเพราะสงสารรชานนท์...

รวิศดีใจที่ภิทูรกับมรกตปรับความเข้าใจกันได้และอาการของภิทูรดีขึ้นอีกสองสามวันหมออนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ แต่กำหนดกลับอังกฤษทั้งภิทูรและมรกตยังมีเวลาอีกสองสัปดาห์เลยตั้งใจว่าจะพากันเที่ยวส่งท้ายให้หนำใจ

บุษบามินตราไม่ได้เจอรวิศหลายวัน โทร.ไปหาเขาก็ไม่รับสาย เมื่อมาเจอกันวันนี้ที่โรงพยาบาลจึงถามเขาว่าโกรธอะไรตนหรือเปล่า รวิศบอกว่าไม่เคยโกรธ เพียงแค่ที่ผ่านมาตนพยายามหาคำตอบอะไรบางอย่าง

หญิงสาวแปลกใจแต่ไม่ได้ซักอะไรมาก ให้ความมั่นใจกับรวิศว่าตนยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จากนั้นก็หยอกล้อหัวเราะไปด้วยกัน รชานนท์แอบมองคนทั้งคู่อยู่มุมหนึ่งด้วยความเจ็บปวด

เมื่อกลับมาคอนโดแทนที่จะได้พักผ่อน รชานนท์ต้องมาโดนพิตะวันออดอ้อนและเคี่ยวเข็ญจะให้ย้ายจากที่นี่กลับไปอยู่บ้านหลังใหญ่ อ้างว่าวันหนึ่งตนมีลูกจะได้สะดวกสบาย แต่ความจริงเธอยึดติดกับความหรูหราอยากอวดคนอื่น

รชานนท์ไม่ตามใจเพราะให้คนอื่นเช่าบ้านหลังนั้นไปแล้ว และเขาเองก็ไม่ต้องการเสียเงินค่าใช้จ่ายในบ้านโดยใช่เหตุ สู้เอาเงินค่าเช่าที่ได้มากินใช้แล้วยังมีเหลือเก็บไว้ทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์ดีกว่า ยุคเศรษฐกิจแบบนี้จะใช้จ่ายอะไรต้องคิดให้รอบคอบ

พิตะวันเซ็งจัด ไม่ได้ดังใจแถมยังโดนเทศน์ยาวเหยียด เธอยื่นคำขาดว่าเรื่องรถต้องได้ ห้ามขัดใจอย่างเด็ดขาด...แล้ววันรุ่งขึ้นพิตะวันก็ชวนสถินีไปดูรถหรูราคาหลายสิบล้าน โดยมีภัณพงศ์เป็นผู้นำเข้า เขาแอบเสนอส่วนลดพิเศษให้พิตะวันแลกกับการกินข้าวด้วยกันหนึ่งมื้อ แต่ห้ามชวนสถินี

พิตะวันตกลงทันที นำโบรชัวร์รถหรูไปให้รชานนท์ดูแล้วอ้อนให้ซื้อ หยิบยกเหตุผลต่างๆนานาล้วนแต่อวดรวย นั่นยิ่งทำให้รชานนท์รับไม่ได้ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ซื้อ เพราะรถไม่ว่าหนึ่งล้านหรือสามสิบล้านก็ทำหน้าที่เดียวกัน พิตะวันผิดหวังและเสียใจถึงกับร้องไห้โฮ ไม่ฟังเหตุผลของเขา พูดตัดพ้อเอาแต่ใจตัวเอง

“ตะวันเข้าใจค่ะ สำหรับคุณมันก็แค่รถคันเดียว แต่สำหรับตะวันมันเป็นเหมือนสิ่งที่แทนความรู้สึกว่าคุณรู้สึกกับตะวันยังไง ตอนนี้ตะวันรู้แล้ว ในสายตาคุณตะวันก็แค่ผู้หญิงธรรมดาๆทั่วไป แค่ใช้งานได้ ไม่ใช่นางฟ้าผู้เลิศเลอ สูงค่าอย่างอลิสาหรือบุษบามินตรา ที่คุณทั้งรักทั้งเทิดทูน ยอมทุ่มเททุกอย่าง ยอมแม้แต่คุกเข่าขอแต่งงาน ส่วนตะวันขอมาอยู่กับคุณเอง ตะวันเลยไม่มีค่า จะทิ้งจะขว้าง จะซื้ออะไรกระจอกๆให้ก็ได้อย่างนั้นใช่ไหมคะ”

“ตะวัน...มันไม่เกี่ยวเลยนะ”

“เกี่ยวสิคะ ถ้าคุณรักตะวันจริง คุณเห็นคุณค่าของตะวัน คุณก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อตะวันได้ เหมือนตะวันที่ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมาอยู่กับคุณ คุณไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว แค่นี้ตะวันก็รู้แล้ว...รู้แล้วจริงๆ”

พิตะวันวิ่งร้องไห้เข้าห้องปิดประตูดังปัง ร้องไห้หนักซุกอยู่ข้างเตียงจนหลับไปตอนไหนไม่รู้ กระทั่งรชานนท์เข้ามาอุ้มเธอนอนบนเตียงห่มผ้าให้ เธอรู้สึกตัวถามคำถามคาใจว่าเขารักเธอหรือเปล่า แต่ไม่ได้คำตอบเพราะเขาเลี่ยงไปอย่างเนียนๆ

วันถัดมาพิตะวันโดนสถินีถามซอกแซกเรื่องซื้อรถหรูสามสิบล้าน ด้วยความรำคาญผสมกับอยากอวดรวยเลยยืนยันว่ารชานนท์ซื้อให้ตนแน่ สถินีดีใจแทนและคิดจะทำเรื่องนี้ให้เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ด้วยการเขียนลงเพจดังของตัวเอง ถือเป็นข่าวเปิดตัวพิตะวันกับรชานนท์ด้วย

พิตะวันอึกอักเพราะไม่ใช่เรื่องจริง อ้างว่าตนไม่อยากให้คนหมั่นไส้

“หมั่นไส้สิดี คนเขาจะได้รู้ว่าแกไม่ธรรมดาแล้ว ตอนนี้เพจฉันกำลังยอดไลค์ตก อีพวกเพจเลียนแบบมันมีเรื่องเผ็ดๆแซ่บๆกว่า นะๆ ถ้าลงเรื่องแกรับรองเพจฉันต้องกลับมามียอดฟอลโล่ล้านอัพเหมือนเดิมแน่”

“ก็ได้ แต่แกไม่ต้องเขียนเว่อร์นักนะ”

“ไม่แซ่บไม่เว่อร์จะใช่เพจเจ๊แสบแซ่บไฮโซได้ไงล่ะ” สถินีแฮปปี้กระตือรือร้นขึ้นมาทันที ในขณะที่พิตะวันหน้าเครียดแอบพึมพำกับตัวเองเบาๆ

“เอาน่า...ถึงตอนนี้ยังไม่ได้ซื้อแต่เดี๋ยวเขาก็ต้องซื้อให้เราอยู่แล้ว ยังไงก็ต้องได้”

ooooooo

อัญย่า สุธี และแสงอรุณเห็นข้อความในเพจของเจ๊แสบก็อยากรู้ความเคลื่อนไหวว่าภิทูรจะเป็นยังไง ทั้งสามทำทีมาเยี่ยมเขาก่อนจะพูดเรื่องข่าวนี้อย่างสนุกปาก มรกต บุษบามินตรา และรวิศสงสารภิทูรเลยไล่ตะเพิดแก๊งสามเกลอกลับไปโดยเร็ว

ภิทูรยังตัดใจจากพิตะวันไม่ได้ มรกตเข้าใจและพร้อมเป็นกำลังใจให้เขาเข้มแข็ง เช่นเดียวกับรวิศและบุษบามินตราที่อยากเห็นภิทูรมีความสุขลงเอยกับมรกตผู้หญิงที่รักเขาอย่างจริงใจ

หลังจากรวิศรับปากจะดูแลภิทูรอย่างดี บุษบามินตราจึงกลับไปทำงานแล้วเผอิญเจอรชานนท์ที่ทำงานในตึกเดียวกัน เธอแกล้งพูดเสียงดังให้เขาได้ยินว่า

“แย่งแฟนเขาไปยังไม่พอ ยังต้องประกาศให้ชาวโลกรู้อีกเหรอว่ารักกันมากแค่ไหน”

รชานนท์แปลกใจ เดินตามไปจับแขนเธอไว้ ถามว่าพูดอะไรตนไม่เข้าใจ

“ก็รู้นะว่าคุณรวย คงอยากจะอวดว่ารักพิตะวันมากขนาดไหน แต่ขอร้องช่วยไปรักกันให้ไกลๆ เห็นใจพี่เสือด้วย”

“ผมงงไปหมดแล้วเนี่ย”

“นี่คุณชักเล่นละครเก่งเหมือนพิตะวันแล้วนะเนี่ย อย่าบอกนะว่าคุณไม่รู้เรื่อง” ว่าแล้วเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดให้เขาดูหน้าเพจเจ๊แสบ เห็นหัวข้อข่าวรชานนท์เปิดตัวพิตะวัน ประเดิมรถหรู 30 ล้านเบาๆเอาไว้แทนใจ...

รชานนท์อึ้งงัน เย็นนั้นตั้งใจกลับไปถามพิตะวัน แต่เธอไม่อยู่ ล้ำบอกว่าจะกลับดึกแต่ไม่รู้ไปไหน

พิตะวันนัดพบภัณพงศ์หลังจากโดนทีมงานคนหนึ่งของนิตยสารเกี่ยวกับรถโทร.มาอ้อนให้ถ่ายแฟชั่นกับรถคันหรูที่เพิ่งซื้อขึ้นปกเพื่อความโด่งดัง แต่ปัญหาติดตรงที่เธอยังไม่ได้ซื้อจริงๆ ก็เลยจะขอยืมรถคันนั้นจากภัณพงศ์ก่อน แต่รับประกันว่ารชานนท์ซื้อให้ตนแน่ ขอแค่เอาไปถ่ายแบบขึ้นปกหนังสือแล้วจะเอามาคืน

ภัณพงศ์คิดหนักเพราะรถใหม่ป้ายแดงราคาไม่ใช่น้อย แต่เพื่อแลกกับความสัมพันธ์อันดีเพราะเขาหลงเสน่ห์เธอมาก จึงยินยอมในที่สุด

เสร็จสิ้นการเจรจา พิตะวันเหลือบไปเห็นเจริญศรีกับกีรติสุดานั่งคุยกับชายชาวจีนคนหนึ่ง ถามภัณพงศ์จึงรู้ว่าเขาคือชางเป็นนักลงทุนจากจีน แต่ภัณพงศ์บอกว่าประวัติเขาไม่น่าไว้วางใจ พอรู้ว่าผู้หญิงสองคนเป็นญาติกับพิตะวัน จึงอยากให้เธอเตือนญาติเอาไว้บ้าง พิตะวันรับฟังโดยดีแต่นึกในใจว่าเรื่องอะไรจะเตือน

เจริญศรีกับกีรติสุดาอยากรวยจึงเชื่อชางอย่างสนิทใจ จะลงทุนทำธุรกิจครีมทาหน้าด้วยเงินทุนแปดสิบล้านทั้งที่ตัวเองไม่มีเงิน คิดจะเอาของอินทนิลไม่ว่าจะเป็นเงินในธนาคารหรือโฉนดที่ดิน แต่ต้องผิดหวังเพราะอลิสาเอาทุกอย่างไปใส่ตู้เซฟไว้หมดแล้วตามคำสั่งของคุณป้า

สองแม่ลูกไม่เชื่อเพราะอินทนิลพูดไม่ได้จะสั่งได้ยังไง อลิสาจึงยื่นกระดาษตารางตัวอักษรและสระให้ดู บอกว่าท่านพูดไม่ได้แต่เคลื่อนไหวได้บ้าง พอใช้ตารางนี้ก็สื่อกันได้ และตนมั่นใจด้วยว่าอีกไม่นานคุณป้าจะกลับมาพูดได้ เพราะอาการท่านดีขึ้นมากแล้ว

ข้อมูลจากอลิสาทำให้สองแม่ลูกเคร่งเครียด กีรติสุดาดึงแม่ออกมาซุบซิบว่าถ้าอินทนิลพูดได้มีหวังเราพังแน่ เงินที่จะเอาไปลงทุนทำครีมก็ไม่มีเพราะอลิสาเก็บทุกอย่างเข้าเซฟหมด แต่เจริญศรียังไม่หมดหวัง พูดอย่างมั่นใจว่าต่อให้อินทนิลกลับมาบินได้ ยังไงเงินพวกนั้นก็ต้องมาเป็นของเรา

ooooooo

พิตะวันขับรถป้ายแดงคันหรูกลับมาจอดที่คอนโดโดยไม่ให้รชานนท์เห็น พอค่ำลงก็รีบเข้านอนอ้างว่าไม่ค่อยสบาย แต่รุ่งขึ้นตื่นเช้ามืดขับรถคันนั้นออกไปถ่ายแบบ

รชานนท์รู้จากล้ำว่าพิตะวันขับรถหรูมาตั้งแต่เมื่อวานเย็นและออกไปตอนเช้ามืด ก็งุนงงว่ารถอะไร พอล้ำหยิบโบรชัวร์ที่พิตะวันเคยเอามาให้ดูแล้วคะยั้นคะยอให้ซื้อมายืนยันว่าคันนี้เลยยิ่งงงไปใหญ่ ตั้งใจโทร.ถามพิตะวันให้รู้เรื่องแต่เธอไม่ยอมรับสาย...

พิตะวันเฉิดฉายถ่ายแฟชั่นกับรถหรู ทั้งที่ลึกๆในใจกังวลกลัวรถจะเป็นรอยเสียหาย ทีมงานคนไหนเข้าใกล้เกินจำเป็นก็เอ็ดใส่อย่างประสาทเสีย จนหลายคนเริ่มสงสัยว่าเธอเป็นอะไร

ถึงช่วงเวลาพัก พิตะวันโทร.บอกลูกน้องของภัณพงศ์ว่าถ่ายแบบเสร็จจะรีบเอารถไปคืนที่โชว์รูม

แต่ย้ำว่าซื้อแน่ไม่ต้องกลัว...พอวางสายก็หันมาเจอสถินียืนหน้าตาเอาเรื่องอยู่ข้างหลัง พิตะวันตกใจมากถามเพื่อนรู้ได้ยังไงว่าตนมาถ่ายแบบ

สถินีไม่พูดพร่ำทำเพลง ยิงตรงว่าทำไมต้องโกหกเรื่องรถ หลอกให้ตนลงข่าวแบบนั้นเพจตนเสียหายมาก

“ฉันจะโกหกทำไม นั่นไงรถก็อยู่นั่น ถามใครก็ได้ว่าฉันขับมาเอง”

“ถามสิ!! ฉันถามแล้ว ฉันถามคุณรชานนท์ เขาบอกว่าไม่ได้ซื้อรถให้แก แล้วก็จะไม่มีวันซื้อรถแพงๆ อย่างนั้นด้วย แล้วแกบอกว่าแกขับรถมาเอง แกเอารถมาใช้ได้ยังไง แกไปทำยังไงคุณภัณพงศ์ถึงยอมเอารถมาให้แกใช้”

“ฉัน...ฉันก็ไม่ได้ทำอะไร”

“ไม่เชื่อ!! แกไปนอนกับเขามาใช่มั้ย ฉันรู้จักนิสัยแกดี แกต้องทำอย่างนั้นแน่ๆ เขาคงไม่มีทางให้รถคันละ 30 ล้านมาให้แกฟรีๆหรอก แกทำอย่างนี้กับฉันได้ยังไงตะวัน ฉันบอกแล้วไงว่าคนนี้ฉันขอ แต่แกก็ยังไปยุ่งกับเขาจนได้”

“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะสถินี”

“แกไม่ต้องมาเข้าใกล้ฉัน ฉันไม่เชื่อคำพูดอะไรของแกทั้งนั้น ขนาดคนที่เลี้ยงมีพระคุณกับแก แกยังเหยียบเขาเพื่อไปสู่ที่สูงได้ แล้วกับเพื่อนอย่างฉัน ทำไมแกจะทำไม่ได้ ต่อไปนี้เราสองคนไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีก ถ้าแกอยากได้คุณภัณพงศ์นัก ฉันยกให้ แลกกับความเป็นเพื่อนของเรา แล้วก็รู้ไว้ด้วยนะว่าใครที่ทำฉันเจ็บ เจ๊แสบแซ่บไฮโซคนนี้จะเอาคืนให้คนนั้นเจ็บยิ่งกว่าเป็นสิบเท่า เตรียมตัวไว้ได้เลยพิตะวัน”

โวยวายเสร็จสถินีสะบัดหน้าเดินออกไปด้วยความโกรธสุดขีด พิตะวันก้าวตามพยายามจะอธิบายแต่อีกฝ่ายไม่ฟัง แถมด่าใส่หน้าว่านังหมาลอบกัด

พิตะวันไม่ยอมปล่อยให้สถินีเกลียดชังตนแน่ เพราะสถินีรู้ความลับของตนมากมาย จึงพยายามจะอธิบายให้เพื่อนเข้าใจว่าตนไม่มีอะไรกับภัณพงศ์ แต่สถินีโกรธจนฟิวส์ขาดไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ขึ้นรถขับพรวดออกไป พิตะวันวิ่งมาขึ้นรถคันหรูราคาแพงขับตามอย่างเร็ว ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุหักหลบคนข้ามถนนจนรถไปชนเสาไฟฟ้าได้รับความเสียหาย ในขณะที่ตัวเองไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย

ooooooo