ข่าว

วิดีโอ

แต่กว่า "กำพล วัชรพล" ซึ่งมีชื่อเดิมว่า "นิพนธ์ ยิ้มละมัย" จะมีโอกาสเข้ามาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯอย่างเต็มตัว ก็เมื่ออายุใกล้ จะถึง 20 ปีบริบูรณ์อยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ หลังจากเลิกเรียนหนังสือ เขาเริ่มชีวิตการทำงานเพื่อหาเงินยังชีพก้อนแรกด้วยการ สมัครเป็นเด็กประจำเรือโดยสารที่เดินทางระหว่างกระทุ่มแบน-ประตูน้ำ ภาษีเจริญ ธนบุรี และได้ใช้ชีวิตอยู่กับเรือและลำคลองภาษีเจริญอยู่หลายปี

การแข่งขันต่อสู่เพื่อแย่งชิงผู้โดยสาร ซึ่งบางครั้งต้องลงไม้ลงมือระหว่างลูกเรือของบริษัทต่างๆที่ทำมาหากินในลำคลอง สายเดียวกัน นับว่ามีส่วนหล่อหลอมให้นิพนธ์ ยิ้มละมัยกลายเป็นคนสู้คนไปโดยปริยาย อุปนิสัยดังกล่าวนี้ กลายเป็นอุปนิสัย ประจำตัวของเขามาจนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ในภายหลัง

นิพนธ์ตัดสินใจอำลาอาชีพนักเดินเรือเพื่อเข้ามาผจญชีวิตในกรุงเทพฯเมื่ออายุใกล้ 20 ปี แต่เนื่องจากมีความรู้ค่อนข้างน้อย จึงต้องทำงานหนักทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อความอยู่รอด และต้องสัญจรไปมาโดยไม่มีที่พำนักเป็นหลักแหล่งแน่นอน นับเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขาชื่นชอบเพลง "นกขมิ้น" เป็นชีวิตจิตใจ เพราะเนื้อหาของเพลงไทยเดิมเพลงนี้เหมือนกับชีวิตจริงของเขา ที่ต้องร่อนเร่พเนจรไร้ที่พักพิงในห้วงเวลานั้น

"ค่ำคืนฉันยืนอยู่เดียวดาย เหลียวมองรอบกายมิวายจะหวาดกลัว
มองนภามืดมัวสลัวเย็นย่ำ ค่ำคืนเอ๋ย ฮือ…..ฮื้อ….ฮือ…ฮือ..ฮือ……
ยามนภาคล้ำไปใกล้ค่ำ ยินเสียงร่ำคำบอกเจ้าช่อไม้ดอกเอ๋ย
เจ้าดอกขจร นกขมิ้นเหลืองอ่อน ค่ำแล้วจะนอนไหนเอย เอ๋ย…..เล่านกเอย

อกฉันทุกวันเฝ้าอาวรณ์ เหมือนคนพเนจรฉันนอนไม่หลับเลย
หนาวพระพายพัดเชย อกเอ๋ยหนาวสั่น สุดบั่นทอน ฮือ…..ฮื้อ….ฮือ…ฮือ..ฮือ….
ยามนี้เราหลงทางกลางค่ำ ยินเสียงร่ำคำบอกเจ้าช่อไม้ดอกเอ๋ย
เจ้าดอกราตรี นกขมิ้นหลงที่ เงียบเหงาฤดีจริงเอย… เอ๋ย….โอ้หัวอกเอย…