advertisement

พ่อเฒ่าถึงฆาต แตนต่อย! ดับกลางทุ่งนา

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.ย. 2553 15:15

ฝูงแตนขาสั่นรุมต่อยพ่อเฒ่า อายุ 64 ปี ดับอนาถ ขณะกำลังเดินกู้อีจู้ดักปลาไหลอยู่ริมคลอง ญาติเผยเคยถูกแตนต่อยมาแล้วรวม 2 ครั้ง แต่รอด เชื่อเดินไปถูกรังแตนจึงถูกต่อยดับ.....

เมื่อวันที่ 26 ก.ย.ร.ต.อ. เกียรติศักดิ์ ทองภูบาล ร้อยเวร สภ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ พร้อมด้วยแพทย์หญิงมัลลิกา บุญแทน แพทย์เวรฯ รพ.หนองไผ่ และหน่วยกู้ภัยอาสาร่วมกตัญญู รุดไปตรวจสอบเหตุคนเสียชีวิตอยู่ทางลงทุ่งนาติดริมถนนลาดยางสาย เพชรบูรณ์-วิเชียรบุรี หลักกีโลเมตรที่ 70 ท้องที่หมู่ 12 บ้านปากโบสถ์ ต.ท่าแดง อ.หนองไผ่ พบชาวบ้านกำลังมุงดูศพทราบชื่อว่า นายสวิง หลักลอย อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 121/1 หมู่ 4 บ้านท่าเยี่ยม ต.ท่าแดง อ.หนองไผ่ นอนเหยียดยาวหงายหน้าเสียชีวิตอยู่ทางลงทุ่งนาสภาพศพสวมใส่เสื้อแขนยาว สีน้ำเงินกางเกงขาสั้นสีขาว

จากการตรวจสอบตามร่างกายพบว่า ที่บริเวณขาท่อนล่างติดข้อเท้าพบว่ามีเลือดไหลออกจากแผลที่มีลักษณะคล้ายถูกแมลงมีปีกที่มีพิษกัดต่อยเอาคาดเสียชีวิตมา แล้วประมาณ 4 ชั่วโมง และห่างจากผู้ตายมีรถจักรยานยนต์  ซึ่งเป็นรถของผู้เสียชีวิตเองจอดตั้งขาตั้งเดี่ยวอยู่โดยที่แฮนด์ด้านซ้ายมือมีอีจู้ดักปลาใหลจำนวน 8 อันพร้อมปลาไหลที่อยู่ภายในอีจู้ประมาณ 2 กิโลกรัม และห่างออกไปประมาณ 15 เมตรมีรังแตน (แตนขาสั่น) รังใหญ่เท่าฝ่ามือคนโต ทำรังอยู่กับต้นสาบเสือริมคันนา ซึ่งหลายคนเดินเข้าไปใกล้รังฝูงแตนบินแตกรังพุ่งเข้าหาทันที

จากการสอบสวนในที่เกิดเหตุเบื้องต้นนางสมบูรณ์ หลักลอย อายุ 59 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต และญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตอีกหลายคนให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนว่า ตั้งแต่เช้าก่อนเกิดเหตุนายสวิงได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อจะไปกู้ อีจู้ที่ดักปลาไหลไว้ตามคลองน้ำริมทุ่งนาบริเวณที่เกิดเหตุ กระทั้งเวลา 5 โมงเช้านายสวิง ก็ยังไม่กลับเข้าบ้าน จึงออกติมตามหาตัวและพบว่าเสียชีวิตไปแล้ว โดยปกติแล้วนายสวิง เป็นภูมิแพ้พิษแมลง และเคยถูกแตนต่อยมาแล้วรวม 2 ครั้ง ต้องรักษากันเกือบตายจึงหาย คาดว่าช่วงก่อนที่จะเสียชีวิตคงกำลังเดินแบกอีจู้อยู่บนคันนาเพื่อจะไปขึ้นรถจักรยานยนต์กลับบ้าน ขณะกำลังเดินอยู่นั้นเจ้าตัวคงไม่ทราบว่า มีรังแตนชนิดขาสั่นทำรังอยู่ต้นสาบเสือ จึงเดินผ่านรังแตนคาดว่า อีจู้ที่สะพายอยู่ไหล่คงครุดไปถูกรังแตน ฝูงแตนพากันตื่นและพุ่งตัวรุมต่อยและล้มขาดใจในเวลาต่อมาโดยไม่มีใครเห็นและช่วยเหลือช่วงเกิดเหตุ และญาติพี่น้องไม่ติดใจเอาความแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป.

โหวตข่าวนี้