เปิดเส้นทางแห่งศรัทธา เหินฟ้าสู่ "บุโรพุทโธ" - ข่าวไทยรัฐออนไลน์
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เปิดเส้นทางแห่งศรัทธา เหินฟ้าสู่ "บุโรพุทโธ"

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ย. 2552 05:45
8,279 ครั้ง


"บุโรพุทโธ"

สัมผัสดินแดนอารยธรรมแห่งพุทธศาสนา สถานยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก  เปิดเส้นทางแห่งศรัทธา เหินฟ้าสู่ "บุโรพุทโธ"  ประเดิมทริปแรก ภายใต้ไอเดียของ "รัตนาวลี โลหารชุน"

บ้านเมืองเราในยามนี้ต้องการความศรัทธายิ่งกว่าสิ่งใด เพราะมีแต่ความแตกแยกและเรื่องวุ่นวายไม่รู้จบสิ้น ทำเอาประชาชนอย่างพวกเราจะประสาทกินวันละหลายๆหน เผลอๆกลายเป็นโรคเครียดสะสมแบบไม่รู้ตัว การบินไทยจึงเปิดโครงการบินใหม่พาเหินฟ้าไปสัมผัส เส้นทางแห่งศรัทธา ด้วยบัตรไทย แวลู พลัส เพื่อให้คนไทยได้ลด..ละ..เลิก..ปล่อยวางจากความขัดแย้งกันชั่วครู่ แล้วมาทำจิตใจให้ผ่องใส พร้อมเดินหน้าลุยกันต่อด้วยหัวใจที่เปี่ยมพลังเหลือล้น



ประเดิมทริปแรกของการสัมผัสดินแดนอารยธรรมแห่งพุทธศาสนา ภายใต้ไอเดียของ "รัตนาวลี โลหารชุน" ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารตราผลิตภัณฑ์และสื่อสารการพาณิชย์ การบินไทย ด้วยการหอบหิ้วสื่อมวลชน อาวุโสเดินทางด้วยบัตรไทย แวลู พลัส มุ่งหน้าสู่ บุโรพุทโธ พุทธศาสนสถานใหญ่ที่สุดของโลก ตั้งอยู่ ณ เมืองยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย อันเป็นหนึ่งในเส้นทางแห่งศรัทธาที่ครั้งหนึ่งในชีวิตของชาวพุทธควรได้สัมผัสใกล้ชิดเพื่อเป็นบุญตาบุญใจ

ทริปนี้ถือเป็นทริปแห่งศรัทธาอย่างแท้จริง และยังเต็มเปี่ยมไปด้วยสาระความรู้ด้านประวัติศาสตร์กับโบราณคดี เพราะได้ "อ.เผ่าทอง ทองเจือ" อาสาเป็นไกด์กิตติมศักดิ์ พาเยี่ยมชมทุกซอกทุกมุมของ "บุโรพุทโธ" รวมถึงพุทธศาสนสถานสำคัญแห่งอื่นๆในอินโดนีเซีย โดยมีผู้จัดการทั่วไปของการบินไทยประจำอินโดนีเซีย "สุวรรธนะ สีบุญเรือง" ให้การต้อนรับ และร่วมเดินทางไปกับคณะตลอด 3 วันเต็ม



ชาวคณะออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่เช้าตรู่ ใช้เวลาเดินทางเพียง 3 ชม. ยังไม่ทันได้งีบหลับ ก็ได้ยินเสียงประกาศว่าอีก 10 นาที จะถึงสนามบินกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียแล้ว ทุกคนตรวจเช็กสัมภาระส่วนตัว พร้อมสำหรับการผจญภัยที่รออยู่ข้างหน้า

เนื่องจาก "บุโรพุทโธ" ตั้งอยู่ในเมืองยอกยาการ์ตา ศูนย์กลางด้านศิลปวัฒนธรรมของเกาะชวา ทำให้ชาวคณะต้องต่อเครื่องบินท้องถิ่นของการูดา แอร์ เดินทางจากกรุงจาการ์ตาไปยังเขตพิเศษดังกล่าว ใช้เวลานั่ง เครื่องราว 1 ชั่วโมง 10 นาที หลังจากส่งกระเป๋าไปเช็กอินล่วงหน้าเข้าโรงแรมแล้ว พวกเราก็ไปรองท้องอาหารกลางวันกันพออิ่ม แล้วจึงเหมารถบัสเดินทางไปชมโบราณสถานใกล้ๆที่พักเพื่อเป็นการอุ่นเครื่อง



วัดฮินดูปรัมบานัน เป็นวัดที่สวยงามตระการตาไม่น้อย สร้างหลังจาก "บุโรพุทโธ" ประมาณ 100 ปี และใช้เวลาสร้างมากกว่า 100 ปี ตามนิยายพื้นเมืองเล่ากันว่า ในอดีตกาล เมืองยอกยาการ์ตามีกษัตริย์ปกครอง ร่ำลือกันว่าธิดาของพระองค์คือ "เจ้าหญิงโลโรจงกรัง" มีพระสิริโฉมงดงามเป็นที่หมายปองของหนุ่มๆมากมาย แต่ด้วยความที่ทรงหวงธิดามาก ไม่ว่าใครเข้ามาจีบเจ้าหญิง เป็นต้องถูกลองภูมิปัญญาและหาเรื่องทดสอบต่างๆนานาจนพ่ายแพ้ เมื่อมนุษย์ตายหมดไม่เหลือให้เลือก จึงถึงคิวของปีศาจมาสู่ขอเจ้าหญิง กษัตริย์กำหนดเงื่อนไขสุดหินว่า จะยกลูกสาวให้ ถ้าสามารถสร้างมหาวิหารขนาดใหญ่ให้เสร็จภายในคืนเดียว พร้อมประติมากรรมตกแต่งครบ 1,000 องค์ ปรากฏว่าปีศาจร้ายร่ายมนตร์คาถาจนสามารถสร้าง ประติมากรรมได้ 999 องค์ แต่ยังขาดอีก 1 องค์ กษัตริย์เห็นท่าไม่ดี เกรงจะเสียธิดา จึงออกอุบายจุดกองฟางให้ไฟลุกเหมือนพระอาทิตย์ขึ้น ส่งผลให้ปีศาจร้ายปราชัย กระนั้น ภายหลังปีศาจค้นพบว่าเสียรู้กษัตริย์ จึงสาปเจ้าหญิงให้กลายเป็นประติมากรรมองค์ที่ 1,000 สังเวยความโกรธแค้น



กำลังเพลิดเพลินกับเกร็ดประวัติศาสตร์ของพุทธศาสนสถานอินโดนีเซียอยู่เชียวค่ะ ท้องก็ร้องจ๊อกๆ เตือนว่าได้เวลาหม่ำแล้ว งานนี้เจ้าถิ่นการบินไทยประจำแดนอิเหนาเตรียมของเด็ดลือชื่อไว้ต้อนรับชาวคณะจากเมืองไทย นั่นคือ ข้าวไก่ทอดต้นตำรับของเกาะชวา ใครไป ใครมาต้องแวะรับประทาน เนื้อไก่ของเขานุ่มๆ หนังก็กรอบ ทอดมาร้อนๆเสิร์ฟ ทั้งตัว จิ้มกับน้ำพริกเผาและน้ำพริกตาแดงของอินโดฯ อร่อยเหาะจนต้องขอข้าวเพิ่มเบิ้ล 2 จาน ใครจะเชื่อว่าแค่ไก่ทอดยังอร่อยกว่าทานที่บ้านเรา

วันรุ่งขึ้น ได้รับการบอกกล่าวว่าต้องลุยยาวตั้งแต่เช้าจดค่ำ ขอให้ เตรียมเสบียงติดตัวไปให้พร้อม ชาวคณะพยักหน้าด้วยความยินยอมพร้อมใจ เพราะอยากจะชื่นชม "บุโรพุทโธ" ใจจะขาดอยู่แล้ว ทุกคนจึงตรงเวลาไม่มีเลตให้เสียขบวน จุดแรกอุ่นเครื่องด้วยการแวะชม วังสุลต่านแห่งยอกยาการ์ตา ซึ่งสร้างขึ้นในสไตล์สถาปัตยกรรมชวาอันยิ่งใหญ่ และสง่างาม โดยศรีสุลต่านหะเมงกุบูโวโนที่หนึ่ง และล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 เคยเสด็จฯมาเยือนแล้ว

หลังจากชมวังกันพอหอมปากหอมคอ ก็ถึงเวลาออกเดินทางต่อไปยัง จุดหมายสำคัญ ทันทีที่ชาวคณะขึ้นรถบัสนั่งประจำที่พร้อมหน้า "อ.เผ่าทอง" ก็ทำหน้าที่ไกด์กิตติมศักดิ์ อัดข้อมูลความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาและความสำคัญของ "บุโรพุทโธ" อย่างได้อรรถรส เพราะอยากให้ทุกคนเกิด ความศรัทธาและเที่ยวชมสนุกขึ้น



"บุโรพุทโธก่อเกิดขึ้นได้จากพลังศรัทธา จนกลายมาเป็นพุทธศาสนสถานยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก เป็นจักรวาลของพุทธศาสนาและยั่งยืนมาจนถึงปัจจุบัน แม้เวลาจะผ่านเลยไปกว่า 1,200 ปี ถึงแม้จะมี คนพยายามทำลายบุโรพุทโธด้วยระเบิด อีกทั้งภัยจากภูเขาไฟระเบิดกี่ครั้งกี่หน มนุษย์ก็สามารถกู้ขึ้นมาได้เพราะมีความศรัทธาแรงกล้า ต้องถือว่าพุทธศาสนสถานแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์มาก แม้จะเปลี่ยนไปอยู่ในมือของผู้นับถือศาสนาอื่น แต่ชาวพุทธจากทุกแห่งทั่วโลกก็ยังมาที่นี่ เดินทางเพื่อมาสวดมนต์อย่างพวกเราคนไทย ถึงบางคน จะไม่เคยรู้ประวัติมาก่อน แต่พอเดินทางมาเห็นของจริงซึ่งยิ่งใหญ่มาก ก็ต้องยกมือไหว้ มันเป็นพลังของความศรัทธาที่มาจากก้นบึ้งจิตใจจริงๆ พวกเราอาจไม่มีโอกาสเผยแผ่พระพุทธศาสนาในด้านธรรมะ แต่เรามีโอกาสเผยแพร่ในด้านของประติมากรรม ช่วยกันบอกเล่าต่อๆไป เพื่อให้ชาวพุทธทั่วโลกได้ตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของบุโรพุทโธ"

เมื่อเดินทางถึง "บุโรพุทโธ" พุทธศาสนสถานสำคัญ ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกเมื่อ พ.ศ.2534 ทุกคนถึงกับตะลึงงันในความยิ่งใหญ่อลังการเกินบรรยายของมหาสถูปแบบพุทธมหายาน เห็นจากภาพว่ายิ่งใหญ่ตระการตาแล้ว พอเจอของจริงอดอุทานไม่ได้ว่าอะเมซซิ่งเหลือเกิน ไม่นึกไม่ฝันว่ามนุษย์จะสร้างสิ่งมหัศจรรย์ขนาดนี้ไว้บนพื้นพิภพ


วัดฮินดูปรัมบานัน

"บุโรพุทโธ" ได้รับการยกย่องให้ เป็นพุทธศาสนสถานสำคัญที่สุดในศิลปะชวาภาคกลาง สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 7-9 ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางของเกาะชวา บนที่ราบเกฑุ ทางฝั่งขวาใกล้กับแม่น้ำ โปรโก ห่างจากตัวเมืองยอกยาการ์ตาทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 40 กิโลเมตร มหาสถูปแห่งนี้เป็นเจดีย์ที่มีฐานขนาดใหญ่มหึมา ก่อด้วยศิลา มีทางขึ้นที่สำคัญอยู่ทางทิศตะวันออก ประกอบด้วยฐาน 5 ชั้น วงล้อมรอบกั้นเป็นระเบียง 4 ชั้น และมีลานทักษิณขนาดใหญ่ล้อมรอบเป็นวงอยู่ภายนอกอีกชั้นหนึ่ง ความสูงทั้งหมดในปัจจุบันอยู่ที่ 31-50 เมตร แต่ความสูงดั้งเดิมคือ 42 เมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลางของฐานชั้นล่างยาว 123 เมตร บนลานชั้นยอดมีเจดีย์รายล้อมรอบ 72 องค์ โดยเจดีย์เหล่านี้มียอดรูป 8 เหลี่ยมงดงามแปลกตา ตัวองค์เจดีย์เจาะเป็นรูโปร่ง และตรงกลางเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางประทานปฐมเทศนา ภายในเจดีย์แบ่งเป็น 3 แถว แถวชั้นใน 16 องค์ ชั้นกลาง 24 องค์ และชั้นนอก 32 องค์ เจดีย์องค์กลางจะทึบ ภายในมีกรุใหญ่และกรุเล็กอยู่เบื้องบน

"อ.เผ่าทอง" เล่าว่า มีความเชื่อในหมู่พุทธศาสนิกชนว่า แผนผังอันสลับซับซ้อนของ "บุโรพุทโธ" สื่อความหมายถึงจักรวาลและอำนาจพระ อาทิพุทธเจ้า คือพระพุทธเจ้าผู้สร้างโลก ซึ่งปรากฏให้เห็นจากสถูปทึบบนยอดเจดีย์ โดยจักรวาลถูกแบ่งเป็น 3 ตอนคือ ชั้นบนสุดเป็นอธูปธาตุ ชั้นรองลงมาคือรูปธาตุ และชั้นล่างสุดเป็นกามธาตุ ตรงกับธาตุทั้ง 3 ตามหลักพุทธศาสนา ลัทธิมหายานคือ ธรรมกาย, สัมโภคกาย และนิรมานกาย


อ.เผ่าทอง                   สุวรรธนะ

แม้แต่ภาพสลักตามฐานและระเบียงชั้นต่างๆของ "บุโรพุทโธ" ก็มีความหมายสลับซับซ้อนลึกซึ้งค่ะ อย่างเช่นภาพสลัก 160 ภาพ บริเวณฐานชั้นที่ 1 แสดงถึงบาปบุญคุณโทษแห่งกรรมตามคัมภีร์กรรมวิภังค์ ผ่านภาพ ชีวิตประจำวันของชาวอินโดนีเซียในสมัยนั้น ขณะที่ผนังด้านในของระเบียงชั้นที่ 1 ประดับด้วยภาพสลักซ้อนกัน 2 แนว แนวละ 120 ภาพ ระหว่างแนวแต่ละภาพมีลายก้านขดคั่น โดยแนวบนแสดงถึงพระพุทธประวัติตามคัมภีร์ ของฝ่ายมหายาน ส่วนภาพแนวล่างเกี่ยวกับชาดกและนิยายอวทาน สำหรับผนังด้านนอกเป็นภาพชาดก มีแนวบนทั้งหมด 372 ภาพ ได้เค้าโครงจากชาดกมาลา เดินเลาะขึ้นไปถึงระเบียงชั้นที่ 2 ด้านในของผนังชั้นนอกยังคงสลักเรื่องราวชาดก ผนังชั้นในมี 128 ภาพ สลักเรื่องตามคัมภีร์คัณฑพยุหะ ตอนพระสุธนไปเที่ยวหาความรู้ ถัดไประเบียงชั้นที่ 3 ผนังชั้นนอกและชั้นใน สลักเรื่องราวประวัติพระโพธิสัตว์ศรีอาริยเมตไตรย และระเบียงชั้นที่ 4  ด้านในสลักเรื่องราวประวัติของพระโพธิสัตว์ต่อจากชั้นที่ 3 รวมมีภาพสลักกว่า 1,300 ภาพ ครอบคลุมความยาวเกือบ 4 กิโลเมตร แสดงภาพบุคคลค่อนข้างอ้วนและมีความสงบนิ่ง  ได้รับอิทธิพลจากอินเดียสมัยหลังคุปตะ

เสน่ห์ของอินโดนีเซียอยู่ที่ความหลากหลายของเชื้อชาติวัฒนธรรม ซึ่งสามารถหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวได้ ด้วยพลังแห่งความศรัทธา และถ้อยทีถ้อยอาศัย.

ทีมข่าวหน้าสตรี

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement