advertisement

รับรองพันธุ์ข้าวใหม่ 4 ภาค กขผ 3 ให้ผลไร่ละ 1.4 ตัน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ส.ค. 2556 05:00

กรมการข้าวรับรองพันธุ์ข้าวดี 4 ภาค รอบสุดท้ายประจำปีงบประมาณ 2556 นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ อธิบดีกรมการข้าว เปิดแถลงข่าวว่า คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ข้าว ได้มีมติรับรองพันธุ์ข้าวใหม่ 4 สายพันธุ์ ประกอบด้วย 1.ข้าวเหนียว กข 18 เป็นพันธุ์ข้าวเหนียวไวต่อช่วงแสง ที่เกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างแม่พันธุ์ข้าวเหนียว กข 6 กับพ่อพันธุ์ข้าวหอมนิล เมื่อนำไปทดลองปลูกตั้งแต่ปี 2548 บริเวณพื้นที่ปลูกภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออก เฉียงเหนือ มีผลผลิตเฉลี่ย 609 กก.ต่อไร่ เมื่อนำมาหุงมีลักษณะดีนำสัมผัสนุ่ม และมีกลิ่นหอม

“สายพันธุ์ที่ 2 ข้าวเจ้า กข 53 ที่เกิดจากการผสมแบบ 3 ทาง ระหว่าง กข 23 กับพันธุ์เล็บนกปัตตานี และเมื่อได้สายพันธุ์ใหม่แล้ว นำมาผสมกับข้าวพันธุ์ชัยนาท 1 ที่ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง เมื่อปี 2543 และเมื่อนำไปทดลองปลูกด้วยวิธีปักดำในพื้นที่ภาคใต้ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 513 กก.ต่อไร่ ให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์ชัยนาท 1 ประมาณ 15% แต่ถ้าปลูกด้วยวิธีหว่านนาน้ำตมจะให้ผลผลิตเฉลี่ย 712 กก.ต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์ชัยนาท 1 ประมาณ 13% เป็นพันธุ์ที่ทนต่อโรคใบไหม้และโรคขอบใบแห้ง เหมาะสำหรับบริโภคในท้องถิ่นภาคใต้ และปลูกในเขตนาชลประทานพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ทะเลสาบสงขลา”

สายพันธุ์ที่ 3 อธิบดีกรมการข้าวบอกว่า เป็นข้าวเจ้า กข 55 เกิดจากการผสม 3 ทาง ระหว่างลูกผสมชั่วที่ 1 ของ กข 21 และ IR 68 ก่อนจะนำไปผสมกับสายพันธุ์ PSL 86022-7-2-2-1-2 ที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก จนได้สายพันธุ์ PSL 95120-28-5-R-R เป็นข้าวที่ไวต่อช่วงแสง แต่อายุเบา เก็บเกี่ยวได้เร็วในช่วงเดือนพฤศจิกายน เมื่อนำในทดลองปลูกในช่วงฤดูนาปี 2538-2539 พบว่ามีลักษณะเด่นให้ผลผลิตสูง 624 กก.ต่อไร่ สามารถต้านทานแมลงบั่วและเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ในบางพื้นที่ เหมาะที่จะปลูกในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างแถบพิษณุโลก

ส่วนสายพันธุ์ที่ 4 กขผ 3 เป็นข้าวเจ้าลูกผสมไม่ไวต่อแสง เกิดจากการผสมระบบพร้อมกัน 3 สายพันธุ์ จากพันธุ์ IR79156A+สายพันธุ์ IR79156B+สายพันธุ์ JN 29-PTT 11-1-B12-5-5-1R หลังนำไปทดลองปลูกศึกษาสมรรถนะการผสมและความเด่นของลูกผสมภายในสถานีวิจัยข้าวปทุมธานี ในฤดูนาปี 2549 และนาปรัง 2550 ให้ผลผลิตสูงถึง 1,415 กก.ต่อไร่ เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่นาเขตชลประทานภาคกลาง แต่มีข้อด้อยในเรื่องไม่ทนต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคขอบใบแห้ง.

โหวตข่าวนี้