advertisement

ยกเว้นวีซ่า 6 ชาติอาหรับรักษาพยาบาลในไทย

โดย ทีมข่าวการศึกษา 5 ก.พ. 2556 17:53

คณะรัฐมนตรีแก้ไขกำหนดหลักเกณฑ์การเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทยสำหรับบุคคลต่างชาติ ยกเว้นวีซ่า 6 ชาติอาหรับที่รักษาพยาบาลในไทย และให้พำนักพร้อมครอบครัวได้ 90 วัน…

เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 56 นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าของการเดินหน้านโยบายเมดดิคัลฮับ (Medical Hub) ของประเทศไทย เป็นเลิศในผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาล ว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้รับความนิยมและความเชื่อมั่นจากชาวต่างชาติ เดินทางมาประเทศไทย เพื่อรับบริการรักษาพยาบาลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สร้างรายได้ให้แก่ประเทศเป็นจำนวนมาก ว่า รัฐบาลไทย มีนโยบายอำนวยความสะดวกให้ต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้ามารับบริการรักษาพยาบาลในประเทศไทยให้ราบรื่นขึ้น คณะรัฐมนตรีได้มอบให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันพิจารณาแก้ไข กำหนดหลักเกณฑ์การเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทยสำหรับบุคคลต่างชาติ ที่ต้องการจะเดินทางเข้ามาเพื่อรับบริการด้านสุขภาพ

ล่าสุดนี้ได้ปรับแก้หลักเกณฑ์ให้ชาวต่างชาติพร้อมผู้ติดตามจำนวนไม่เกิน 4 คน จาก 6 ประเทศกลุ่มอ่าวอาหรับหรือจีซีซี (GCC : Gulf cooperation Council) ได้แก่ ราชอาณาจักรบาห์เรน รัฐคูเวต รัฐสุลต่านโอมาน รัฐกาตาร์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเดินทางเข้ามารับบริการ จะได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราหรือวีซ่า และให้พำนักในราชอาณาจักรไทยได้ไม่เกิน 90 วัน โดยต้องมีเอกสารการนัดหมายจากสถานพยาบาล เอกสารรับรองทางการเงิน และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาแสดงด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะประกาศมาตรการนี้และยุทธศาสตร์เมดดิคัลฮับของประเทศไทย ให้ทั่วโลกรับทราบในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2556 นี้ คาดว่า การพัฒนาตามแนวทางใหม่นี้จะเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในเวทีโลก ทำให้มีการขยายตัวของการใช้บริการสุขภาพ สร้างรายได้ประเทศมากขึ้น และวางแผนจะขยายมาตรการนี้แก่ประเทศอื่นๆ ด้วย เช่นกลุ่มอาเซียน 9 ประเทศ สแกนดิเนเวีย ญี่ปุ่น รัสเซีย จีน และเสนอจัดระบบประกันสุขภาพก่อนเข้าไทยด้วย เช่นเดียวกับที่คนไทยเดินทางไปต่างประเทศ

รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในปี 2555 พบว่าประสบผลสำเร็จอย่างดี มีชาวต่างชาติเข้ามารักษาพยาบาลที่ประเทศไทย 2 ล้านกว่าครั้ง ร้อยละ 60 เป็นนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติ ที่เดินทางมาเพื่อรักษาตัวโดยตรง มีรายได้สู่ประเทศ 121,658 ล้านบาท บริการที่ได้รับความนิยมสูงสุดได้แก่ ตรวจสุขภาพร้อยละ 18 รองลงมาคือศัลยกรรมความงามร้อยละ 14 ทันตกรรมร้อยละ 11 ศัลยกรรมกระดูกร้อยละ 10 และผ่าตัดหัวใจร้อยละ 7 โดยขณะนี้ไทยมีสถานพยาบาลที่มีศักยภาพ เป็นที่เชื่อมั่นยอมรับของต่างชาติ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานนานาชาติจากสหรัฐอเมริการวมทั้งหมด 24 แห่ง และผ่านมาตรฐานการดูแลสุขภาพในระดับโปรแกรมเฉพาะทางอีก 11 แห่ง เช่นโรคหัวใจ มะเร็งเต้านม โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต เป็นต้น.

โหวตข่าวนี้