วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รวมพลังชาติอาเซียน เก็บภาษีเฟซบุ๊ก–ยูทูบ

รวมพลังชาติอาเซียน เก็บภาษีเฟซบุ๊ก–ยูทูบ

โดย ลมกรด
4 ก.ค. 2560 05:01 น.
  • Share:

เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผลสำรวจปี 2559 มีเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัล 9,400 ล้านบาท และปีนี้คาดว่าจะมีถึง 12,000 ล้านบาท แต่บรรดาผู้ให้บริการประเภท Over The Top (โอทีที) กลับไม่ต้องเสียภาษี ทำให้รัฐขาดรายได้ไปอย่างมาก

ทุกวันนี้หลายประเทศทั่วโลกก็พยายามจัดระเบียบโอทีที เพื่อดึงเงินเข้าระบบ แต่ยังหา สูตรสำเร็จ ไม่ได้

ของประเทศไทยก็มี พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. ในฐานะ ประธานคณะอนุกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ประเภทโอทีที ที่เป็นหัวหอกขับเคลื่อนเรื่องนี้ หมายมั่นจะตีทะเบียนโอทีทีให้ได้

แต่น่าเสียที่ทิ้งน้ำหนักผิด ไปมุ่งเน้น ควบคุมคอนเทนต์ มากกว่า การจัดเก็บรายได้

พ.อ.นทีเคยเรียกเจ้าของเพจดังที่มีคนติดตามมากกว่า 1 ล้านคน ประมาณ 30-40 ราย มาหารือถึงการนำเสนอเนื้อหาของแต่ละเพจที่ต้องไม่เป็นภัยต่อสังคม รวมถึงห้ามโฆษณาสินค้าที่ผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มของโอทีที ทั้งที่เรื่องเหล่านี้มีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องไปกำชับหรือขอความร่วมมืออะไรอีก แต่ทีเรื่องจะเก็บภาษีกลับไม่พูดให้กระจ่าง

หากควบคุมโอทีทีมากจนเกินพอดี อาจสวนทางกับ นโยบายรัฐบาลที่ต้องการสร้างไทยแลนด์สตาร์ตอัพ การดำเนินธุรกิจ 4.0 แข่งขันกันในโลกดิจิทัล ถ้าถูกปิดกั้นความคิด ถูกจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยี แล้วจะไปสู้คู่แข่งได้อย่างไร
อันที่จริงบรรดาเจ้าของเพจดังที่มาตามคำเชิญของคณะอนุกรรมการฯ โอทีทีนั้น ล้วนเป็นเพจของคนไทย ก็คงไม่อยากมีปัญหากับเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะที่ เฟซบุ๊ก และ ยูทูบ ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดเกือบ 50% ปีที่แล้วทำรายได้จากไทยประมาณ 4,500 ล้านบาท เชิญไปกี่ครั้งก็ไม่เคยมาร่วมหารือ

ร้อนถึงขั้น พ.อ.นทีต้องไปกดดัน 47 บริษัทที่มีงบโฆษณาสูงสุดบนออนไลน์ (ยูนิลีเวอร์ คอลเกต-ปาล์ม โอลีฟ ปตท. ไทยประกันชีวิต โตโยต้า ฮอนด้า ธ.กสิกรไทย ธ.ไทยพาณิชย์ ศุภาลัย ฯลฯ) ให้มาช่วยบีบเฟซบุ๊กกับยูทูบ โดยขู่จะเอาผิดบริษัทเหล่านี้ถ้าขืนไปลงโฆษณาในเฟซบุ๊กกับยูทูบ ทั้งๆที่คณะอนุกรรมการฯโอทีทีไม่น่าจะมีอำนาจเข้าไปแทรกแซง 47 บริษัทได้ ดูแล้วบุ่มบ่ามไปหน่อย

ผมเชื่อว่าเมื่อถึงเดดไลน์วันที่ 22 ก.ค. ทั้งเฟซบุ๊กและยูทูบก็จะไม่มาขึ้นทะเบียน คงไม่ยอมมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของไทย เพราะบริษัทเขาใหญ่และเป็นที่นิยมทั่วโลกเกินกว่าจะมามองประเทศเล็กๆประเทศเดียว

วันนี้ผมอยากเสนอว่าแทนที่ไทยจะสู้เพียงลำพัง หรือขับเคลื่อนเพียงหน่วยงานเดียว เราควรผนึกกำลังกับประเทศในอาเซียน ไปเจรจาต่อรองกับเฟซบุ๊กและยูทูบให้เสียภาษีอย่างถูกต้อง

เดือน ก.ย.นี้ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมร่วมกันระหว่างเร็คกูเรเตอร์ (กสทช.) และ เทเลคอมโอปะเรเตอร์ (ค่ายมือถือ) ของ 10 ชาติอาเซียน วาระสำคัญคือหารือเกี่ยวกับการกำกับดูแลบริการประเภทโอทีที จึงนับเป็นโอกาสดีที่จะรวมพลังสร้างอำนาจต่อรองได้

ไม่แน่อาจบีบยักษ์ใหญ่ให้ลงมาเล่นในเกมได้.

ลมกรด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้