วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อดีตนศ.โวย! กยศ.ทวงหนี้ทั้งที่จ่ายเกินตลอด เช็กแบงก์ก็ไม่มียอดค้าง!

อดีตนศ.โวย! กยศ.ทวงหนี้ทั้งที่จ่ายเกินตลอด เช็กแบงก์ก็ไม่มียอดค้าง!

  • Share:

อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังมึนตึ้บ หลัง กยศ. ร่อนจดหมายทวงหนี้เงินกองทุน เจ้าตัวยืนยันจ่ายเกินตลอด วอนตรวจสอบเพราะเป็นองค์กรใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 30 มิ.ย.60 นายคมกฤษ ภูริสัตย์ อายุ 28 ปี 140 ม.7 ต.ขุหลุ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.สง่า เกษาพันธุ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.วารินชำราบ หลังได้รับหนังสือทวงหนี้จากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา จำนวน 335.77 บาท (สามร้อยสามสิบห้าบาทเจ็ดสิบเจ็ดสตางค์) ทั้งที่ตนเองจ่ายเงินชำระหนี้เกินกว่าขั้นต่ำตลอด 4 ปี ที่ผ่านมา

นายคมกฤษ เปิดเผยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า ก่อนหน้านี้ตนเองได้เข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยการจัดการอีสเทิร์นอุบลราชธานี เมื่อปี 2550 จนจบการศึกษาปี 2553 โดยระหว่างเรียนตนได้กู้ยืมเงินของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กยศ. 359,454 บาท

หลังจากจบการศึกษา 2 ปี ทางกองทุนได้ส่งตารางรายละเอียดการชำระหนี้มาให้จำนวน 15 ปี กำหนดส่งทุกวันที่ 5 ก.ค.ในปี 2556 จำนวน 5,391.81 บาท แต่ตนได้ชำระเงินจำนวน 6,000 บาท ซึ่งเป็นยอดที่เกินจากยอดขั้นต่ำในตารางการชำระ และทำเช่นเดียวกันในงวดปี 2557-2559 รวม 4 งวด ที่ชำระหนี้เกินกว่ายอดที่แจ้งในตารางมาโดยตลอด

ต่อมาเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2559 ได้มีจดหมายจากกองทุน (กยศ.) มาถึงนางกัลยา ภูริสัตย์ (มารดา) และเป็นผู้ค้ำประกัน แจ้งว่าตนไม่ชำระหนี้กองทุนทำให้มีหนี้คงค้างจำนวน 335.77 บาท โดยท้ายจดหมายได้ระบุว่าให้ผู้ค้ำไปชำระหนี้ที่ค้างภายใน 15 วัน หลังจากที่ได้รับหนังสือฉบับดังกล่าว

หลังจากที่ทราบเรื่องดังกล่าวตนคิดว่าน่าจะเกิดความผิดปกติ จึงได้ไปติดต่อธนาคารกรุงไทย สาขาวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เพื่อสอบถามรายละเอียดและตรวจสอบการชำระหนี้ในปีที่ผ่านมา พบว่าการชำระหนี้เป็นปกติ ไม่มียอดค้างตามที่มีหนังสือทวงถามจากทาง กยศ.

ตนได้พยายามติดต่อไปยังสำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กยศ. ตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ระบุไว้ในจดหมายแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ส่งอีเมลไปยังอีเมลของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กยศ. เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.60 แต่ก็ยังไม่มีการตอบกลับมาแต่อย่างใด จึงได้เข้าแจ้งความลงบันทึกเป็นหลักฐานเพื่อไว้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกองทุน

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนไม่ได้ติดใจในเรื่องของเงินที่ต้องชำระ 335.77 บาท แต่ตนคิดว่า กยศ.เป็นองค์กรขนาดใหญ่น่าจะมีความรอบคอบในเรื่องของข้อมูลหนี้ หรือการจัดการระบบให้มากกว่านี้ ทั้งนี้ตนอยากจะฝากถึงทาง กยศ. ให้ตรวจสอบและติดต่อกลับมาทางอีเมล ที่ส่งไปเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.60 เวลา 12.57 น. เพื่อจะได้มีความเข้าใจตรงกันในเรื่องราวที่เกิดขึ้น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้